Se connecterPEANGHOM PART
เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแผ่วเบา คล้ายจะปลอบโยนหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี ฉันนั่งอยู่บนผืนทรายเย็นเฉียบ ร่างกายสั่นเทา มือข้างหนึ่งถือกระป๋องเบียร์ที่แทบจะหมดลงไปแล้ว พลางยกขึ้นดื่มราวกับมันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในใจได้น้ำตาไหลอาบแก้มสองข้างรู้สึกปวดหนึบไปหมดที่อกข้างซ้าย
จบแล้วความรักสามปีที่ผ่านมา
ความซื่อสัตย์ ความไว้ใจ
คำที่บอกว่ารักกันล้วนโกหก หลอกลวง
ไอ้ผู้ชายเฮงซวย อุตส่าห์เชื่อใจไว้ใจ แต่กลับทรยศหักหลังกันแบบนี้ เลว!!
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว
ฉันขับรถจากกรุงเทพมาหัวหินเพราะทนความคิดถึงไม่ไหวเลยมาหาเขาถึงที่แค่ได้เจอหน้าเขาก็ยังดี ฉันจอดรถที่หน้าวิลล่าที่พี่เจมส์พักอาศัยอยู่ ถ้าถามว่าทำไมฉันถึงรู้ว่าพี่เจมส์พักอยู่ที่ไหนก็เพราะว่าก่อนหน้านี้ก่อนที่เขาจะมาฝึกงานที่นี่เขาเป็นคนขอให้ฉันช่วยหาที่พักให้ยังไงล่ะ
ทันทีที่รถจอดสนิทฉันก็เดินลงจากรถโทรศัพท์หาพี่เจมส์แต่ทว่าโทรไปเท่าไหร่ก็ไร้การตอบรับ ฉันจึงเดินไปถามกับพนักงานที่ดูแลที่นี่ก่อนพนักงานจะเดินนำฉันไปที่หน้าห้องพักของพี่เจมส์
สองเท้าเล็กหยุดลงตรงหน้าประตู สายตาของฉันกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่รองเท้าสองคู่ที่วางอยู่หน้าห้อง คู่หนึ่งเป็นรองเท้าผู้ชายที่ฉันจำได้ดีว่าเป็นของพี่เจมส์ แต่อีกคู่กลับเป็นรองเท้าส้นสูงสีแดงสดที่ทำให้หัวใจฉันเต้นรัวอย่างแรง ความคิดต่างๆ ถาโถมเข้ามาในหัว
ฉันรวบรวมสติก่อนจะเคาะประตู มือข้างหนึ่งกำแน่น พยายามสะกดอารมณ์ที่ปั่นป่วน เสียงฝีเท้าภายในห้องดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกช้าๆ และเป็นพี่เจมส์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ปะ...แป้ง มาได้ไงครับ?" เขาพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ
"ขับรถมาค่ะ ทำอะไรอยู่หรอคะ?" ฉันเอียงหน้าเอ่ยถามคนตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ พลางเลื่อนสายตามองแฟนหนุ่มที่เดินออกมาโดยมีผ้าขนหนูปกปิดแค่ช่วงล่างเอาไว้
"ระ...รอพี่แปปนึงนะครับเดี๋ยวพี่ขอแต่งตัวแปปนึง" เขาทำท่าจะปิดประตู แต่ฉันเร็วกว่าดันประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปในห้อง
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจฉันหล่นวูบ น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง สภาพไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพิ่งผ่านอะไรมา เธอหันมามองฉันด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบดึงผ้าห่มขึ้นปกปิดร่างเปลือยเปล่าอย่างรีบๆ
"นี่มันอะไรกันคะ?" ฉันหันไปถามพี่เจมส์ น้ำเสียงสั่นเครือ
"ปะ...แป้งฟังพี่อธิบายก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่แป้งคิดเลย"
ฉันแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
"ฟัง พี่ยังจะให้แป้งฟังอะไรอีกหลักฐานคาหนังคาเขาแบบนี้พี่ยังจะให้แป้งฟังอะไร...ฮึก" เสียแรงที่รักที่ไว้ใจ เชื้อใจเขามาโดยตลอดว่าเขาน่ะเป็นคนดีดไม่เจ้าชู้นอกใจแน่นอน แต่แล้วเป็นไง หึ เป็นฉันที่โง่เอง!
"ไม่นะแป้ง ฟังพี่ก่อนสิ" เขาพยายามจับมือฉัน แต่ฉันสะบัดออก
"พอสักที เราจบกันแค่นี้เถอะพี่เจมส์"
"ไม่เอาแบบนี้สิคะแป้ง ใจเย็นๆแล้วคุยกันดีๆก่อนได้ไหมคะฟังพี่อธิบายก่อน"
"ให้แป้งฟังคำตอแหลจากพี่น่ะหรอ หึ!"
"พูดแรงไปแล้วนะแป้ง"
"แล้วที่พี่ทำล่ะ ก็ว่าทำไมพักหลังๆไลน์ไปก็ไม่ตอบโทรหาก็ไม่รับสายที่แท้ก็แอบกกคนอื่นอยู่นี่เอง เห็นแป้งโง่มากใช่ป้ะ?"
"ใจเย็นๆก่อนสิแป้ง พี่อธิบายได้นะ"
"กี่ครั้งแล้วที่นอกใจแป้ง"
"...."
"แป้งถามว่ากี่ครั้งแล้ว!!!" ฉันตะคอกใส่ไอ้คนตรงหน้าที่เงียบ
"คุยกันดีๆนะแป้ง พี่ขอโทษพี่รู้ว่าพี่ผิดแต่พี่ไม่ได้ตั้งใจนะแป้ง พี่รักแป้งนะเรามาคุยกันดีๆนะ"
"เลิกตอแหลสักทีได้ไหม คาหนังคาเขาแบบนี้ยังจะปั้นน้ำเป็นตัวอีก แป้งโคตรจะรังเกียจพี่เลยพี่เจมส์"
"พี่ขอโทษ แต่แป้งพี่ก็เป็นผู้ชายนะพี่ก็...."
"หึ สันดานหมาฉิบหาย จะอ้างว่าเพราะกูไม่ให้มึงเอาใช่ไหม มึงเลยนอกใจกูอ่ะ"
"ไม่ใช่นะแป้ง พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฟังพี่อธิบายดีๆก่อนได้ไหมครับ" มือหนาพยายามเลื่อนมาจับมือฉันแต่ฉันขยับหนีอย่างนึกรังเกียจ
ยิ่งเห็นสีหน้าแววตาของเขาที่ดูเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยกับสิ่งที่ตัวเองทำ ยิ่งทำให้ความโกรธของฉันมันพลุ่งพล่าน อยากจะกระโดดถีบให้หงายหลังทั้งตัวผู้ตัวเมียซะให้รู้แล้วรู้รอด!!
ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตา หันมองหน้าไอ้ผู้ชายสันดานหมาด้วยความคับแค้นใจ
"นับตั้งแต่วันนี้มึงกับกูเราจบกันมึงจะไปเอากับใครที่ไหนหรือติดเชื้อตายที่ไหนก็เชิญ แล้วก็อย่าโผล่หน้ามาให้กูเห็นอีกนะไอ้ชาติหมา!!"
พูดจบฉันก็ชู้นิ้วกลางให้ไอ้คนตรงหน้า ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินไปที่หน้าประตู แต่แล้วความโกรธที่มันพลุ่งพล่านเกินกว่าจะสะกดไว้ได้ทำให้ฉันต้องหยุด
ฉันหันกลับไปมองหน้าไอ้เหี้ยพี่เจมส์อีกครั้ง พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาที่มุมปากก่อนจะเดินกลับไปหยุดตรงหน้า
ตุ๊บ!!
พลั๊วะ!!
หมัดหนักต่อยเข้าไปที่แก้มสากของไอ้พี่เจมส์อย่างแรงพร้อมกับถีบเข้าไปที่หน้าท้องคนตัวโตด้วยความโกรธเกลียด
"โอ๊ยย แป้ง!!"
"นี่สำหรับสิ่งที่มึงตอบแทนความเชื่อใจของกู แล้วหลังจากนี้ก็ไปตายซะไอ้ชาติหมา!!"
ฉันพูดเสียงกร้าว มองดูไอ้พี่เจมส์ที่ตอนนี้ยืนตัวงอด้วยความเจ็บ ฉันสะบัดมือไล่ความเจ็บจากหมัดของตัวเองก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับไปมองอีก
โคตรเลว โคตรชั่วเลย!! ไม่เคยคิดว่าคนที่รักกันคบกันมาเกือบสามปีจะทำกันแบบนี้ พรุ่งนี้ก็เป็นวันครบรอบแล้วนะทำไมทำกันได้ลง
เจ็บใจฉิบหาย อุตส่าห์รัก ไว้ใจ เชื่อใจทุกอย่างแต่มาทำกันแบบนี้โคตรเหี้ยเลย!!!
ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ แต่เสือกโดยเซอร์ไพรส์ซะเอง โคตรเหี้ยเลย!!! สมเพชตัวเองฉิบหาย!
ตัดมาที่ปัจจุบันฉันนั่งกินเบียร์อยู่ที่ริมชายหาดใกล้ๆแถวๆนั้น กระป๋องเบียร์กระจัดกระจายเป็นสิบๆ ไอ้เสียใจน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ที่ร้องไห้อยู่แบบนี้ก็เพราะว่าเจ็บใจมากกว่าที่ปล่อยให้ตัวเองโดนหลอกโดนสวมเขา
มือเรียวเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์ดูรูปเก่าๆที่เคยถ่ายคู่กัน ที่ผ่านมาฉันก็เป็นแฟนที่ดีมากๆคนนึงเลยก็ว่าได้นะ ทั้งรักทั้งซื่อสัตย์มาโดยตลอดไม่เคยคิดที่จะนอกใจเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยระแวงหรืองอแงงี่เง่าใส่เลย แต่ทำไมเขาถึงได้ตอบแทนความรักฉันแบบนี้
สันดานผู้ชายมักมากมันเป็นแบบนี้สินะ!! หึ
ฉันยกเบียร์ขึ้นมาดื่ม พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมามากกว่านี้ ไม่อยากร้องไห้ให้กับไอ้ผู้ชายเฮงซวยพันนั้น
"ไอ้สารเลวเอ๊ย!! ฮึก" ฉันตะโกนออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่มันอัดแน่นอยู่เต็มอก ทั้งเจ็บทั้งแค้น ทั้งเกลียด
"มานั่งทำเอ็มวีอะไรคนเดียวตรงนี้เดี๋ยวแม่งก็โดนฉุด"
เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฉันหันกลับไปมองช้าๆ สายตาพร่ามัวพยายามหาตัวเจ้าของเสียง จนเมื่อเห็นเป็นปั้น ฉันก็ลุกขึ้นและเข้าไปสวมกอดเขาทันที
หมับบบ!!
"ฮึกๆ ในที่สุดมึงก็มา" ฉันกระโจนเข้าสวมกอดร่างสูงแน่น จู่ๆน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก่อนหน้าก็ไหลลงมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างสูงยืนนิ่งอึ้งกับการกระทำของฉัน ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นมาสวมกอดฉันแล้วตบไหล่ฉันเบาๆอย่างอ่อนโยน
"กูอยู่นี่แล้วไม่ต้องร้อง"
"ฮึกๆ กูเจ็บอ่ะมึง กูเจ็บ"
"หยุดร้อง ไม่ต้องร้องแล้ว"
ปั้นผละกอดออกพร้อมกับมองหน้าฉันที่ตอนนี้น้ำตาอาบเต็มทั้งสองแก้ม มือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยซับน้ำตาให้เบาๆ
"มันเกิดอะไรขึ้น ไหนเล่าให้กูฟังหน่อย" ว่าจบมือหนาก็จับมือฉันก่อนจะนั่งลงบนทราย
"ฮึก ไอ้พี่เจมส์มันนอกใจกู ฮึก...วันนี้...กูเจอมันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น"
"อะไรนะ?!!"
"ไอ้เวรนั่นมันนอกใจกู มันเอากับคนอื่นทั้งๆที่มีกูเป็นแฟนอยู่แล้วทำไมอ่ะมึง กูไม่ดีตรงไหนอ่ะ ฮึกๆฮือ"
"ไม่ต้องร้อง ช่างแม่งไอ้เวรนั่น มีกูอยู่อย่าร้อง" ปั้นกอดปลอบฉันพลางลูบหัวไหล่ฉันไปมาด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับจับใบหน้าฉันให้ซบลงที่แผงอกกว้าง
ดวงตากลมโตเงยหน้ามองเจ้าของแผงอกแกร่งด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก แค่ได้เห็นหน้า ได้ยินคำปลอบใจจากคนข้างๆก็รู้สึกอุ่นใจ อบอุ่นขึ้นมาทันที แถมยังรู้สึกดีเหมือนกับทุกอย่างที่มันหนักอึ้งหายไปในพริบตา
อบอุ่นจัง ไม่เคยคิดเลยว่าอ้อมกอดของปั้นมันจะอบอุ่นขนาดนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่อย่างน้อยก็มีเพื่อนสนิทคอยปลอบใจรับฟังปัญหาตลอด...
"กูอยู่กับมึงตรงนี้ คนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่างแม่งมัน ไอ้ผู้ชายสันดานหมาแบบนั้นสักวันมันก็ได้รับผลกรรมของมันเอง หยุดร้องได้แล้ว"
"กูแค่รู้สึกเจ็บใจ กูเชื่อใจไว้ใจ ซื่อสัตย์กับมันมาตลอดแต่แม่งดูสิ่งที่มันตอบแทนความรักกูดิ โคตรเหี้ยเลย!!"
"เออ กูรู้หยุดร้องได้แล้ว แค่ผู้ชายเหี้ยๆคนหนึ่งไม่คู่ควรให้มึงเสียน้ำตาหรอก" นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาให้ฉันเบาๆ
"ฮึกๆ ขอบคุณนะมึงที่อุตส่าห์ขับรถมาหากูอ่ะ"
"อือ กับมึงต่อให้กูไม่ว่างกูก็มาหาได้ตลอดนั่นแหละ"
"...." ฉันแหงนหน้ามองคนตัวโตตาแป๋ว พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยอย่างรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะซบลงที่หน้าอกของมันโดยที่แขนหนาก็โอบไหล่ฉันพลางลูบหัวไหล่ปลอบไปมา
"มึงรู้ป้ะ กูโคตรรู้สึกเจ็บเลย กูไม่เคยคิดเลยเว้ยว่าเรื่องเหี้ยๆแบบนี้จะเกิดขึ้นกับกู" ฉันพูดพลางเปิดกระป๋องเบียร์ยื่นให้ปั้น
"...."
"แต่พอกูเห็นหน้ามึงมันเหมือนกับความเสียใจที่กูมีก่อนหน้ามันหายวับไปกับตา ทุกครั้งที่มีมึงอยู่ใกล้ๆกูโคตรรู้สึกอบอุ่น....ขอบคุณนะ" ฉันส่งยิ้มให้กับคนด้านข้าง
"อือ"
ร่างสูงยักคิ้วตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม
"มาดื่มกัน ดื่มให้ลืมไอ้คนสารเลวนั่น" ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาดื่ม
"ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักตายพอดี"
"มึงรู้ป้ะว่ากูทำอะไรไอ้พี่เจมส์"
"ไม่รู้" มันตอบเสียงราบเรียบพร้อมกับดื่มเบียร์ในกระป๋อง
"กูต่อยหน้าไอ้เวรนั่น มึงดูมือกูดิยังมีรอยแดงอยู่เลย"
"ไหนดูหน่อย" ปั้นพูดเสียงราบนิ่งปนเป็นห่วง ฉันยื่นมือให้ปั้นดู ที่ตอนนี้หลังมือยังแดงไม่หาย
"ทีหลังถ้าอยากต่อยใครให้มาบอกกู กูจะจัดการให้เอง เข้าใจไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับก้มลงมาเป่ามือฉันเบาๆ
อบอุ่นจัง!...
"อื้อ เข้าใจแล้ว" ฉันยิ้มบอกกับคนตัวโตพร้อมกับดึงมือตัวเองกลับแล้วยกเบียร์ขึ้นมาดื่มต่อ ก่อนจะหันหน้ามองตรงไปที่น้ำทะเลเข้มยามค่ำคืน
"จะไปไหน?" ปั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงงเมื่อจู่ๆฉันก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังน้ำทะเล
"ไอ้แป้งเดี๋ยว! รอกูก่อน" ปั้นตะโกนบอกก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งตามหลังฉันมาติดๆ ฉันหันไปส่งยิ้มให้ปั้นก่อนที่จะมาหยุดตรงริมทะเลรู้สึกถึงน้ำทะเลที่ซัดมาโดยเท้า
"ลุกมาทำเหี้ยไร กูตกใจหมด" เสียงทุ้มบ่นพร้อมกับหันมามองหน้าฉัน
"โสดแล้วโว้ยยยย !!!" ฉันตะโกนออกไปสุดเสียง ไอ้ปั้นที่ยืนอยู่ข้างๆขมวดคิ้วพร้อมกับเท้าสะเอวมองฉันอย่าง งงๆ
"ตะโกนเพื่อ?"
"ฮึกๆ มึงจำไว้เลยนะปั้นหลังจากวันนี้กูจะไม่ร้องไห้เสียใจกับไอ้เหี้ยนั่นอีก" ฉันหันไปพูดเสียงสะอื้น จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาอีกครั้ง
"...."
มือเรียวจับสร้อยคอที่ไอ้พี่เจมส์เคยซื้อให้เป็นของขวัญวันครบรอบ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันน้ำตาไหลลงมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดคับแค้นใจเมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ปึก!!
ฉันดึงสร้อยคอออกมาอย่างแรง ก่อนจะเขวี้ยงลงทะเล
"ไปตายซะไอ้ชาติหมา ไอ้ผู้ชายสารเลว ไอ้ชาติชั่ว!!"
ปั้นยืนมองฉันด้วยสายตาราบเรียบแต่ปนไปด้วยความเป็นห่วงพลางส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้ามากอดปลอบฉันที่ร้องไห้จนตัวสั่นเทา
"สบายใจขึ้นยัง?" ปั้นกอดอกเอียงคอถามฉัน
"อื้อ" ฉันหันไปพยักหน้าตอบ
"ไม่ต้องร้องแล้ว" ปั้นพูดพร้อมกับเดินมาใกล้ๆแล้วใช้นิ้วเรียวเช็ดน้ำตาฉันเบาๆ
"โคตรเหี้ยเลยมึง"
"เออ กูรู้หยุดร้อง กูไม่ชอบเวลาเห็นน้ำตามึงเลยรู้ไหม ทุกครั้งที่เห็นมึงเจ็บใจกูมันแม่งเจ็บไปด้วย"
"ฮึกๆ หลังจากนี้กูจะไม่ร้องแล้ว จะไม่ร้องให้ไอ้เวรนั่นอีก ฮึกๆ"
"อือ"
ปั้นพยักหน้าด้วยสีหน้านิ่งๆ ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตนิ่ง
"เบียร์หมดแล้ว"
"แล้ว?"
"ซื้อเบียร์ไปนั่งกินต่อที่ห้องกูนะ กูเปิดห้องไว้แล้ว"
"ยังไม่เมาหรือไง?"
"หงึ" ฉันส่ายหน้าไปมา
"แล้วแต่มึงแล้วกัน"
"คืนนี้มึงช่วยอยู่กับกูทั้งคืนเลยได้ไหม? กูไม่อยากอยู่คนเดียว"
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







