LOGIN“ถ้าไม่อยากทำก็รอจนกว่าจะอายุสิบเก้าแล้วค่อยมารับใช้พวกท่านตอนนั้นเถอะ ไปเล่นสนุกให้พอใจมึงซะ กูเองก็รำคาญเหมือนกัน”
ชินภัทรตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เช่นกัน ท่าทีแบบนี้ทำให้คนสนิทใกล้ชิดทั้งสองคนต่างมองด้วยความตกตะลึง เพราะโดยธรรมชาติเนื้อแท้ของคุณชายพวกเขาเป็นคนเงียบขรึม
เน้นพูดน้อยต่อยหนัก มีเพียงทำงานและเรียนเท่านั้นที่จะพูดเยอะเป็นพิเศษ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาเท่าไหร่ ตามแบบฉบับที่เรียนมาสไตล์คุณชายสูงศักดิ์
การได้เห็นท่าทางแบบนี้เหมือนกับเด็กวัยสิบสามขวบสองคนกำลังทะเลาะกันเหมือนเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปบ้านหนึ่ง ถ้าไม่ติดว่าบรรยากาศมีกลิ่นอายสังหารออกมาราวกับจะฆ่าแกงกันจริงๆ ขึ้นมา
ทุกอย่างคงดูปกติทั่วไป การโมโหครั้งนี้อาจจะจบลงที่เวทีประลองหรือเปล่า
“มึงจะเอาเหรอ” จินเจตท้าทายด้วยความหงุดหงิด ความเครียดสะสมมานานหลายปีพุ่งจนถึงขีดสุด แถมวันนี้เพื่อนสนิทยังพูดไม่เข้าหูอีก
“มึงจบแล้วครับเพื่อน” ชินภัทรพูดพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินไปหยิบขนมกินอย่างอารมณ์ดี
จะหาว่าเขาเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยมก็ไม่ผิดนัก เนื่องจากเวลานี้คือห้าทุ่มกว่า ทำให้อาหารมื้อดึกจะอยู่ที่โรงอาหารรวมขนาดใหญ่
ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ต้องมานั่งกินข้าวที่นี่ เพียงแค่โต๊ะและชั้นจะอยู่แตกต่างกันเท่านั้นเอง ตึกนี้คือตึกโรงอาหารที่สูงและใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์
หมายความว่าตั้งแต่นายและบ่าวทั้งหมดจะมากองรวมกันอยู่ที่ตึกนี้ ข้อห้ามของคุณชายเล็กยังคงมีผลอยู่ เสียงดังขนาดนี้ไม่มีทางที่จะไม่ได้ยิน
ผมสีส้มพลิ้วไปมาด้วยความสงสารและเวทนาเพื่อนตนเองในอนาคต เพราะมันกำลังจะอนาคตสั้นอันใกล้นี้
“ผมได้ข่าวว่าคุณค่อนข้างมีความแข็งแรงนะครับ เสียงดังฟังชัดเหลือเกินตอนหาเรื่องเพื่อนของตัวเอง ท่าทางจะลืมไปแล้วสินะครับว่าผมพูดอะไรไว้ในวันนี้”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้เจ็ดโมงครึ่งรบกวนพบกันที่ลานฝึกซ้อมด้วยนะครับ เราจะพูดคุยกันด้วยดาบไม้อย่างลึกซึ้ง ร่างกายจะได้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม” นภัทรเอ่ยเสียงไม่ดังนักอยู่ด้านบนของห้องอาหาร
“ตลอดระยะเวลาเจ็ดวันนี้ ขอให้ร่างกายแข็งแรงเหมือนปากนะครับ” นภัทรเน้นย้ำทีละคำราวกับกำลังแช่แข็งอีกฝ่ายลงไปทั้งร่างกายและจิตใจ ดวงตากลมโตจ้องมองราวกับอสูรป่าเมืองหนาวรอขย้ำเหยื่อ
แปะ! แปะ! แปะ!
“ฮ่าๆๆ ขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าหนู น้องชายของฉันไม่ใช่คนโมโหง่ายเลยสักนิด ยกเว้นกรณีที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งและทำผิด และนายได้เหยียบเส้นนั้นเข้าแล้ว”
“วันพรุ่งนี้คงโดนซ้อมจนน่วมแน่ แถมยังไม่ได้หยุดเรียนอีก ระหว่างฉันกับน้องชายของฉัน เจ้าเด็กนี่มันอึดกว่าฉันอีกนะ ขอให้โชคดีแล้วกัน”
เสียงของคุณชายใหญ่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณด้วยความชอบใจที่เห็นน้องชายของตนเองโกรธ เพราะไม่สามารถพบเห็นได้ง่าย ต้องเป็นเรื่องที่ล้ำเส้นเท่านั้นถึงจะโกรธ
“โชคดีนะ เพื่อนรัก” ชินภัทรบอกพลางหาววอดด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและจิตใจก่อนจะเก็บจานเพื่อเตรียมตัวนอน
ในขณะที่เขาน่าจะกำลังหลับสบาย แต่ใครบางคนแถวนี้คงจะนอนไม่หลับไปอีกหลายวันเพราะปากเป็นเหตุ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ตระกูลตัวเองสักหน่อยจะกร่างทำไม
วันรุ่งขึ้น
เป็นตามคาดของชินภัทร ท่าทางฟอกช้ำดำเขียวตามเนื้อตัวบ่งบอกถึงการถูกซ้อมภายใต้คำว่าฝึกฝนของคุณชายเล็กนั่นเอง
“ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ มึงกลับไปปากดีที่บ้านก็เพียงพอแล้ว อย่ามาปากดีที่นี่เลย มีทั้งคุณชายเล็กเจ้าระเบียบ และคุณชายใหญ่จอมเอาแต่ใจ”
“มึงจะโดนหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตามเถอะ อย่าลืมว่าพวกเราคือสายเลือดของตระกูลใต้บังคับบัญชามาตลอดหนึ่งพันปี”
“คู่ค้า เงินทอง เกียรติยศ อะไรหลายอย่างล้วนได้รับการอุปถัมภ์จากตระกูลภูทนินทร์ทั้งนั้น อย่าทำอะไรให้ตระกูลตัวเองเดือดร้อนเลย”
“พวกเราเป็นตัวแทนของตระกูลในการเข้ามาศึกษาเล่าเรียนที่นี่ อย่าทำให้เสียเปล่าเลย เลิกความดื้อรั้นในแบบคุณชายเถอะ เอาไว้ทำนอกสถานที่พอ”
ร้อยวันพันปีเพื่อนสนิทของจินเจตไม่เคยพูดเยอะขนาดนี้มาก่อน แสดงความเป็นห่วงเหล่านั้นมาจากใจจริง ถึงจะปากเสีย ด่าเก่งก็ตาม
เพราะเพื่อนกันถึงกล้าพูดทุกเรื่องยังไงล่ะ
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย

![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





