LOGIN“เพราะหลังจากนั้นจะเรียนยาวไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง แล้วถึงจะได้รับประทานอาหารเย็น และเจอกันวันถัดไปเวลาสิบโมงครึ่งตามเดิม”
“ขอให้ทุกคนเข้านอนก่อนตีหนึ่งหลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เพราะคาบเรียนเนื้อหาหนัก ใช้สมองค่อนข้างเยอะ หากพักผ่อนไม่เพียงพออาจจะทำให้ป่วย”
“ความล่าช้าของการทำภารกิจครั้งนี้จะถูกลากออกไป การเรียนกับผมในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่นับเป็นการฝึกอบรม หากทดสอบและสอบไม่ผ่าน ยังสามารถเข้ารับการอบรมหกเดือนได้ใหม่อีกครั้งจากบุคลากรภายในตระกูล”
คำพูดของนภัทรเหมือนเป็นการพูดบอกกล่าวธรรมดา แต่ความหมายบ่งบอกถึงความเข้มงวดในการกินข้าว พักผ่อนหย่อนใจรวมถึงนอนหลับพักผ่อนด้วย
“ข้อสอง ในเมื่อทุกคนเป็นคนของตระกูลภูทนินทร์ กินข้าวและอาศัยอยู่ที่นี่ กินข้าวหม้อเดียวกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งรุนแรงจนเกินไป”
“ไม่อนุญาตให้ใช้ความรุนแรงในห้องเรียน หากตกลงกันไม่ลงตัวแนะนำให้ไปสนามประลองของตระกูลแทน”
“หากพบเห็นครั้งถัดไป คนๆ นั้นจะกลายมาเป็นคู่ซ้อมช่วงเช้าของผมในวันถัดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์”
บรรยากาศภายในห้องเรียนอุณหภูมิเย็นลงโดยไม่ทราบสาเหตุ คนอื่นเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับคำพูดเหล่านั้น ทั้งที่ไม่มีคำหยาบหรือเสียงที่ดังเลยสักนิด
“ข้อสาม ไม่อนุญาตให้มีการหยุดเรียน ไม่ว่าจะป่วย หรืออะไรก็ตาม หากขอหยุดเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนกับผมตลอดสามปี”
“เนื่องจากผมแนะนำให้พักผ่อนเร็วๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ การไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บัญชาการ สมควรถูกลงโทษทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้น”
“หากใครคิดว่าหลังจากรับเรียนไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ รู้สึกว่าบทเรียนหนักไป ไม่สามารถเรียนต่อไป ต้องการยืดระยะเวลาออกไปสักหน่อย”
“นี่คือกรณียกเว้นเพียงข้อเดียวที่ผมยอมให้ครับ เพราะสมองของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีความจำเป็นต้องอดทน การฝืนร่างกายด้วยจิตใจที่เติบโตไม่เต็มที่ จะทำให้ป่วยมากกว่าเดิม”
ชินภัทรถอนหายใจออกมาด้วยความเคยชิน เพราะคำพูดเชือดเฉือนสไตล์เรียบง่ายกำลังออกมาจากปากผู้เป็นนายอย่างคล่องแคล่ว
เนื่องจากเจอมาตลอดสามปี จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอีกต่อไป แถมยังเริ่มชินกับบรรยากาศคนละขั้วพวกนี้ไปเสียแล้ว
“เข้าใจแล้วครับ / เข้าใจแล้วค่ะ” ทุกคนขานรับออกมาด้วยน้ำเสียงแตกต่างกันออกไป บางคนหวาดกลัวเพราะเหมือนเห็นคุณชายใหญ่เวอร์ชั่นย่อส่วน
บางคนให้ความเคารพเพราะนิสัยคนละแบบกับคุณชายใหญ่ บางคนรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เห็นเพราะคิดว่าจะสบายกว่าคาบเรียนของคุณชายใหญ่
ถ้านำมาเปรียบเทียบกันให้ดีเรียกว่านรกคนละแบบต่างหาก ซึ่งเป็นนรกที่เลือกเองไม่ได้ด้วย
“มึงไม่คิดจะเตือนกูเลยหรือไง ไอ้เพื่อนเวร ให้โดนด่าในคาบเรียนแรกมันเกินไปหน่อยไหม” จินเจตบ่นออกทันทีที่มารับประทานอาหารหลังเลิกเรียน
“มึงยังไม่เข็ดอีกเหรอ ถ้าคุณชายเล็กมาได้ยินแล้วอบรมมึงอีกรอบจะทำยังไง วันรุ่งขึ้นกลายเป็นคู่ซ้อมบนสนามฝึกซ้อมนะ มึงจะไหวเหรอ” ชินภัทรหันไปถามด้วยความสงสัย
เพื่อนของเขาจิตใจมันทำมาจากอะไรกันแน่นะ ทำไมถึงกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้ ถ้าเกิดโดนดุอีกรอบในโรงอาหารมื้อดึกจะทำยังไง
“โอ๊ย! ให้กูได้บ่นเถอะ เรียนมาทั้งวันทั้งคืน เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว คนที่ทำให้กูกลายเป็นคนแบบนี้คือมึงไม่ใช่หรือไง มีหน้าที่ฟังเสียงกูต่อไป”
“จินเจต กูคิดว่ามึงอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป ตอนกูสอบผ่านวันถัดไปก็ได้เรียนเลยเหมือนกัน แถมยังเป็นการฝึกอบรมที่เจอหน้ามึงแต่เช้าแปดโมงด้วยซ้ำ”
“ไม่ว่าจะเป็นปิดเทอมหรือเปิดเทอม กูไม่เคยได้พักเลยสักวัน เปิดเทอมไปเรียนสถาบันที่ตระกูลภูทนินทร์สร้างรากฐานเอาไว้ตลอดหลายร้อยปี”
“ปิดเทอมมาอบรมพิเศษที่ตระกูลภูทนินทร์อีก ได้หยุดคือช่วงคริสต์มาสถึงปีใหม่แค่สองสัปดาห์เท่านั้น และหยุดหลังปิดเทอมสองเทอมประมาณสามวัน”
“คนอย่างมึงที่ปิดเทอมก็สบายตัวเพราะที่บ้านเข้มงวดแค่ช่วงเปิดเทอมจะมาบ่นห่าเหวอะไรนักหนา พวกเราเข้ามาที่นี่เพราะอยากก้าวหน้าในชีวิตและการทำงานไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าไม่อยากทำก็รอจนกว่าจะอายุสิบเก้าแล้วค่อยมารับใช้พวกท่านตอนนั้นเถอะ ไปเล่นสนุกให้พอใจมึงซะ กูเองก็รำคาญเหมือนกัน”
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย


![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



