LOGINเว่ยซินเหลียน ทะลุมิติเข้าไปในนิยายออนไลน์ที่ผู้แต่ง ดันแต่งไม่จบซะงั้น แถมถูกตัวร้ายของเรื่องหลอกใช้ และถูกลงโทษจนตายในตอนท้ายซีเซินที่ 1 ของเรื่อง เขาจะเอาตัวรอดจากความตายได้อย่างไร ... มันต้องมีสิ!
View Moreข้าคือ เว่ยซินเหลียน
ทะลุมิติเข้าไปในนิยายออนไลน์ที่ผู้แต่ง ดันนนนน ... แต่งไม่จบซะงั้น เนื้อเรื่องหยุดอยู่ที่พระเอกจับตัวคนร้ายที่คิดว่าฆ่าบิดาของเขาที่เป็นเจ้าสำนักฟ้าดิน คนคนนี้คือตัวประกอบของเรื่องที่โง่แต่อวดฉลาด เลยถูกตัวร้ายของเรื่องหลอกใช้ และถูกลงโทษจนตายในตอนท้ายซีเซินที่ 1 ของเรื่อง ส่วนคนร้ายตัวจริงก็ยังไม่มีใครจับได้ว่าเป็นใคร และตัวร้ายยังคงวนเวียนอยู่กับพระเอกของเรื่อง นอกจากนี้ทุกคนยังคงมองว่าเขาเป็นคนดี
ตัวประกอบที่ทั้งโง่แต่อวดฉลาดคนนี้คือ เว่ยซินเหลียน ซึ่งมีชื่อแซ่ที่เหมือนกันกับเขา เขาจึงได้เข้าไปอ่านนิยายเรื่องนี้ แต่อ่านไปอ่านมา ตัวเองดันทะลุมิติเข้าไปเป็นเพียงแค่ตัวประกอบในนิยายที่แต่งไม่จบ แถมยังต้องจบชีวิตเพียงแค่ซีเซินเดียวอีกต่างหาก เมื่อเข้ามาในร่างของชายคนนี้แล้ว เว่ยซินเหลียน จะต้องเอาตัวรอดให้ได้และจะไม่ยอมตายเป็นอันขาดเพราะเขาเข้ามาในร่างนี้ตั้งแต่ตอนเริ่มเรื่องดังนั้น เขาจึงรู้เรื่องราวในภาคแรกทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องราวในภาคถัดไป ในเมื่อผู้แต่งไม่ยอมแต่งต่อเขาจะเป็นคนสานต่อเอง
และเรื่องในโลกสมมุติยังคงดำเนินต่อไป เอาไงก็เอาเพื่อการเอาตัวรอดของตัวเอง เว่ยซินเหลียนต้องทำทุกวิถีทางที่จะหลุดพ้นจากการถูกหลอกใช้และนำพาเขาไปสู่ความตาย เป้าหมายของเขาที่จะเป็นตัวช่วยเขา คือคนที่ฆ่าเขา และหลอกใช้เขา นั้นก็คือเจ้าสำนักคนถัดไปนั้น เฉินเจียลี่ ส่วนตัวร้ายที่หลอกใช้เขาตลอดทั้งชีเซิน เฉินหมิง ทั้งคู่ แซ่เดียวกัน แต่ ....
เฉินเจียลี่ คือ พระเอกในเรื่องของผู้แต่งนิยายออนไลน์ (แต่เป็นพระรองในนิยายเรื่องนี้ ฮา ฮา ฮา ก็นายเอกไม่เลือกนี้นา) ความหมายของชื่อนี้ คือ ความดีงาม ความสวยงาม นิสัยของเขาก็ตามชื่อนั้นละ ผู้แต่งก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อยากให้พระเอกของเรื่องเป็นคนดีหน้าตางดงามราวภาพวาด ก็ตั้งชื่อให้สมหน้าตาและนิสัยซะเลย เฉินเจียลี่ เป็นลูกชายของเจ้าสำนักฟ้าดิน เฉินผิง สูญเสียแม่เมื่อย่างเข้าสู่วัย 10 ขวบ เฉินผิงที่มีหน้าที่ค้ำคอ เป็นถึงเจ้าสำนัก จึงมักบีบบังคับลูกชายให้อยู่ในกฎระเบียบ และโอวาท เมื่อไม่มีภรรยาค่อยดูแลลูกชาย เขาที่ต้องรับบทบาททั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน จึงมีแต่ความเข้มงวด เพื่อให้เฉินเจียลี่ สืบทอดสำนักฟ้าดิน และกลายเป็นเจ้าสำนักที่มีผู้คนนับหน้าถือตา และชื่อเสียง คนต่อไปในยุทธภพ
ส่วน เฉินหมิง คือตัวร้ายในเรื่อง (เขานี่ล่ะพระเอกตัวจริง จะไม่จริงได้ไง ก็ชื่อเรื่องมันคือ ตัวประกอบที่นายตัวร้ายต้องการ ส่วนนายเอกนะหรือ ก็ตัวประกอบด้านบนเมื่อกี้นี้ไงล่ะ) เขาเป็นเด็กกำพร้า ไร้พ่อขาดแม่ แต่ได้แม่ของเฉินเจียลี่ คือ เฉินซิงเก็บมาเลี้ยง ดังนั้นเด็กที่ถูกเก็บมาจากข้างถังขยะในเมือง พูดง่ายๆ ก็คือขอทานน้อยนั้นเองชื่อแซ่นางจึงตั้งให้เขาตามนางที่รับเลี้ยงเด็กชาย และมอบแสงสว่างให้กับเขา นั้นจึงเป็นที่มาของชื่อ
อายุของเฉินหมิงจะมากกว่าเฉินเจียลี่ อยู่ 2 ปี เขาจึงเรียกเฉินหมิงว่าพี่ แต่ด้วยความที่เฉินหมิงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านเจ้าสำนัก คนในสำนักจึงไม่ค่อยยอมรับเขา และเจ้าสำนักที่เป็นพ่อของเฉินเจียลี่ก็ไม่ได้รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม แต่ก็ยอมให้เขาใช้แซ่เดียวกันเพราะตามใจภรรยา
การสะสมความน้อยเนื้อต่ำใจ และชิงดีชิงเด่นในสำนักจึงเกิดขึ้น เฉินหมิง จึงต้องอาศัยความพากเพียรและความพยายามให้ตัวเองชนะและอยู่เนื้อเฉินเจียลี่ที่เป็นลูกแท้ๆ ของเจ้าสำนักตลอดเวลา มันจึงทำให้เขาเดินทางผิด และคนที่บีบคั้นเขาให้จนมุมเพื่อไม่ให้อยู่เหนือเฉินเจียลี่ ก็คือเจ้าสำนักเฉินผิง ผู้เป็นพ่อของเฉินเจียลี่ คนที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งตำแหน่งของลูกชายของเขาไปได้ ดังนั้นเพื่อให้ตัวเองมีที่ยืนในสำนัก และอยู่เหนือทุกคนเฉินหมิงจึงต้องจัดการกับตัวปัญหาใหญ่ในชีวิตเขา นั้นก็คือ เจ้าสำนักฟ้าดินเฉินผิง นั้นเอง
กู่ซินหยาน เป็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม มีชีวิตชีวา นางคือ นางเอกในนิยายออนไลน์เรื่องนี้ ที่ต้องคู่กับเฉินเจียลี่ นางเป็นศิษย์น้องเล็กแห่งสำนักฟ้าดินจอมแก่นแก้ว นิสัยตรงกันข้างกับเฉินเจียลี่ ที่จะมีความเรียบร้อย อยู่ในกฎระเบียบ เข้มงวด แต่ก็อย่างว่าแหละ ผู้แต่ให้เขาทั้งคู่เป็นคู่ผัวตัวเมีย พระเอกนางเอกถึงอย่างไรก็ลงเอยกันอยู่ดี
แต่ .... เมื่อมีบั๊กเกิดขึ้นในนิยายออนไลน์
เฉินเจียลี่ ที่เป็นคนจืดชืด เคร่งครัดในกฎระเบียบกับเปลี่ยนไป มีคนคนหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกอยากอยู่ด้วย ที่ช่วยเติมเต็มปรัชญาการเรียนรู้ และการเอาใจใส่ ดูแลความเป็นอยู่ในชีวิตของเขา และนั้นก็คือ เว่ยซินเหลียน เขามองว่าคนคนนี้เหมือนแม่ของเขา แต่นางก็จากเขาไปตั้งแต่ยังเด็กหลังจากรับเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในสำนัก และเขาจะไม่ยอมให้คนคนนั้นมาพรากคนคนนี้ไปจากเขา เหมือนที่ทำให้แม่ของเขาต้องจากไป
เช่นเดียวกับกู่ซินหยาน ที่โลกนี้เต็มไปด้วยความสดใส เธอได้พบกับเจอคนที่ เธออยากจะให้พาไปท่องโลกกว้างที่ไม่ใช่จะอยู่แค่ในสำนัก และกฎระเบียบอันทึนทึกเท่านั้น และเขาก็ไม่ใช่เฉินเจียลี่ แต่เป็นเว่ยซินเหลียน
และอีกคนที่ขาดไม่ได้ คือพระเอกของเรื่องนี้เลยล่ะ เฉินหมิง ถึงเขาจะร้ายกับทุกคน แต่เขาจะดีกับคนคนนี้เท่านั้น แค่คนคนนี้บอกให้เขาทำอะไรเขาก็พร้อม จากการบั๊กที่เกิดขึ้นในระบบนิยายออนไลน์เรื่องนี้ ทำให้ระบบส่งคนคนนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา เขาจะต้องได้คนคนนี้มาครอบครอง ใครหน้าไหนจะมาแย่งไปไม่ได้ ไม่เชื่อก็คอยดู .....เขาบอกแล้วนะ เขาเป็นตัวร้าย และจะร้ายมากกว่านี้หากเตือนแล้วไม่ฟัง!!!
“นายจะถามกลับทำไม ปล่อยได้แล้ว!” ผมที่เห็นรอยยิ้มกวนทีนแล้วของขึ้นพยายามเอาตัวเองออกจากอ้อมกอด “แล้วคุณจะถามอะไรผมล่ะ?” เขายังคงกวนผม และไม่ยอมปล่อย “ฉันถามว่านายเป็นใคร!” ผมที่ยังคงต้องการคำตอบ “อยากรู้ว่าผมเป็นใคร ... อือ... แค่สิ่งที่ผมให้ไปยังไม่ชัดเจนพอ ... อือ?” รอยยิ้มแทนคำตอบ เขาจับข้อมือของผมที่ถือกำไลผิงอันไว้แน่น จ้องหน้าผม “ถ้าอย่างงั้นก็ ...” สิ้นประโยคนี้ เข้าเล่นจู่โจมผมทันที ทำเอาผมตั้งตัวไม่ทัน ริมฝีปากของเขาประกบริมฝีปากผม ร่างกายของเขาสูงใหญ่กว่าผม แรงก็มากกว่า ผมตัวสูงก็จริงแต่ตัวบาง การกอดของเขาจึงเหมือนรวบผมไว้ได้ทั้งตัว ผมพยายามขัดขืนการจูบที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ ... กลิ่นกายของเขามัน!!! ผมไม่ได้ลิ้มรสจูบมานานแค่ไหนกันเนี่ย แค่โดนผู้ชายที่เหมือนกับเขาคนนั้นแทบจะทุกอย่างจู่โจมแค่นี้ ก็ทำเอาผมตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาเสียแล้ว คนที่เพิ่งปรากฏตรงหน้าผมไม่ถึง 10 นาทีแค่นี้ เล่นเอาผมอ่อนระทวยไปไม่เป็น รสจูบที่แสนวาบหวามส่งมอบให้ผมจนปากผมบวม และเริ่มหายใจถี่ เขาจึงยอมถอนจูบนั้นออก ผมมองหน้าคนที่เพิ่มจูบผมไปหมาดๆ เขาจ้องมองผมกลับด้วย
มุมหนึ่ง ด้านข้างหลังสุดของลานกิจกรรม ชายรูปร่างสูง สวมหมวกแก๊ป สวมเสื้อแขนยาวผ้าร่มคลุมโทนสีดำ “คุณ ... ยังคงเหมือนเดิมเลย” ชายคนดังกล่าวยกมือข้างหนึ่งขึ้นเพื่อกระชับปีหมวกด้านหน้า รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า ระหว่างข้อมือที่แขนเสื้อลู่ลง ทำให้เห็นกำไลลูกปัดสีนิลแกะสลักเตาหลอมโอสถลายมังกรทอง ล้อมหินสีนิล “อ้าว ... คุณเรย์ ไปยืนอยู่ตรงนั้นทำไมครับ มาครับ ทางนี้ ...” เสียงของเฟิงอี้หลุน เรียกชายที่สวมเสื้อแขนยาวผ้าร่มคลุมโทนสีดำเข้าไปหา “ก่อนที่เราจะสนุกจนลืมเวลา พวกเราคงรู้แล้วว่า บริษัทเราได้ร่วมลงทุนผลิตชิปความจำสำหรับเกมออนไลน์ที่กำลังดังในขณะนี้ ดินแดนสวรรค์ พันธะวิญญาณ หรือ เฮเวนส์ โดเมน สปิริต โบนด์ (Heaven's Domain: Spirit Bond) ที่เป็นผลงานของบริษัทเอเธอเรียล เกต สตูดิโอ (Ethereal Gate Studios) ผมขอแนะนำคนสำคัญของานในวันนี้คุณ เฉินหมิงหลง ประธานบริษัทและผู้ร่วมก่อนตั้งบริษัท คุณ โจวลู่ และ คุณ กู่เจียเฉิน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ร่วมก่อตั้งบริษัทเกมออนไลน์” เฟิงอี้หลุนแนะนำสามหนุ่มสุดหล่อที่มาร่วมงานในวันนี้ให้พนักงานบริษัทของเขาได้ทราบ ทำเอาสาวๆ ใจเต้น หน้า
ศาลาไม้หลังเล็ก ข้างทุ่งสวรรค์ โรงเตี๊ยมหมิงเหลียน เสียงของการทำกิจกรรมของแขกที่เข้ามาพักภายในโรงแรมของผมได้ทำผมตื่นจากการนอนหลับยามบ่ายของวัน “อือ ...” เสียงบิดขี้เกียจของผม “ฝันถึงนายอีกแล้ว” น้ำตาของผมไหลออกมาเอง เมื่อฝันถึงเขาคนนั้น “นายคิดถึงเขาคนนั้นอีกแล้วสินะ” เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น “พี่อี้หลุนเองเหรอ?” เจ้านายเก่าผมเอง “นั่งก่อนครับ” “อือ ครับยังคงคิดถึงอยู่จริงๆ นั่นล่ะ” ผมยอมรับ ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดีนี่นา... “ทีมงานมากันครบแล้วหรือครับ?” ผมเปลี่ยนเรื่องคุย “นายอยากไปพบน้องๆ สักหน่อยไหมล่ะ” “ได้สิครับ” ผมและเจ้านายที่กำลังเดินไปยังลานกิจกรรมที่ไม่ได้ไกลจากศาลาไม้หลังเล็กมากนัก ที่จริงตลอดระยะเวลาปีครึ่งมานี้ เจ้านายตามตื๊อผมไม่หยุด ผมจึงจำใจบอกไปว่าผมไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว เพราะผมมีคนที่ผมรักไปแล้ว ส่วนเขาคนนั้นเป็นใครผมไม่ได้บอก เจ้านายรู้เพียงว่าผมไปเจอเขาไม่ได้เพราะเขาอยู่ไกลมาก รักที่ห่างไกลย่อมเป็นอุปสรรค “ถึงแม้โลกนี้จะมีเครื่องมือสื่อสารที่สามารถพูดคุยกันได้ในทุกๆ ที่ โลกนี้มียานพาหนะที่สามารถเดินทางไปยังสถานที่ใดก็ได้
ในขณะเดียวกัน ระหว่างเว่ยซินเหลียนและเฉินหมิง “อือ ... ข้ารู้ ข้ารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเจ้า อาหมิง” เว่ยซินเหลียนตอบรับพร้อมยิ้ม “และข้าก็รับมันได้ทุกอย่างที่เป็นเจ้า ... ข้ารักเจ้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน” คำสารภาพออกมาจากปากผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา “ท่านรู้ว่าข้าเป็นใคร ทำอะไรอย่างนั้นหรือ!?” เฉินหมิงเหมือนจะดีใจจากคำสารภาพของอีกฝ่าย แต่ก็อดที่จะรู้สึกใจหวิวและสงสัยประโยคเหล่านี้ไม่ได้ (นี่เกิดอะไรขึ้น ท่านพี่ทำไมถึงพูดคำเหล่านี้ออกมา!?) “รับนี้ ให้มันเป็นตัวแทนข้า ช่วยปกป้องเจ้าแทนข้า” ผิงอัน ลอยออกจากแขนของเว่ยซินเหลียนเข้าหาแขนของเฉินหมิง “นี่ท่าน! ...” เฉินหมิงมองกำไลผิงอัน สลับกับมองเว่ยซินเหลียน “ท่านกำลังทำอะไร ... เกิดอะไรขึ้น” เว่ยซินเหลียนยิ้ม ใกล้ถึงเวลาของเขาแล้ว แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้มากกว่านี้ ถึงอยากจะบอกเล่าทุกสิ่งอย่างให้คนตรงหน้าฟัง ก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ เพราะระบบเริ่มขัดขวางเขาแล้วนะสิ เขาจึงได้แต่พูดอ้อมๆ และตอนนี้ระบบก็เริ่มนับค่าพลังงานจากตัวเขาแล้ว เมื่อค่าพลังงานของเขาลดลงเหลือศูนย์ เขาก็จะจากโลกนี้ไป “อาหมิง