ログインไม่อยากจะโทษใครหรอก เพราะมาตรฐานของคุณชายใหญ่มันระดับปีศาจทั้งนั้น การสอบไม่ผ่านเป็นเรื่องปกติ ถ้าสอบผ่านง่ายๆ สิ ถึงจะเรียกว่าแปลก
“เอาตามที่นายว่าแล้วกัน พรุ่งนี้สิบโมงเช้าจะเรียกมาพร้อมกันหกคน ตลอดระยะเวลาหลังจากนี้คือการติวเข้ม การปิดเทอมของพวกนายคงจะสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว”
นภัทรตอบรับข้อเสนอของผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่ลังเลเลยสักนิด เรียกว่าแทบจะทันทีที่พูดจบเลยมากกว่า เรื่องพวกนี้มันด่วนกว่าที่คิดเอาไว้
ลากใครมาทำงานได้ก็จำเป็นต้องลากมา ยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น กว่าคนที่พี่ชายของตนเองจะคัดให้ผ่านเข้ามาด้านในมันยากเย็นแสนเข็ญ
“รับทราบครับ คุณชายเล็ก” ชินภัทรตอบรับด้วยใบหน้าสงบนิ่งแต่ในใจรู้สึกสนุกไม่น้อย เพราะเพื่อนสนิทวัยเด็กเพิ่งก้าวเข้าประตูมาไม่กี่วัน
ต้องมาเจอการเรียนการสอนที่เข้มงวดของบุตรคนเล็กแห่งตระกูลภูทนินทร์ซะแล้ว ถึงจะเคยร่ำเรียนวิชาอื่นมาจากท่านก็ตาม ต้องยอมรับว่านอกจากสอนเก่งแล้วยังเข้มงวดมากกว่าพี่ชายของท่านซะอีก
สิ่งที่แตกต่างกันคือวาจาสุภาพ ไม่ด่าทอ แค่นั้นเอง
ณ ห้องสอนหนังสือขนาดเล็ก
“กูเพิ่งจะก้าวเข้าประตูไม่กี่วัน มึงก็ลากกูมานรกไปด้วยกันเลยนะ ไม่กะให้พักเลยสักนิดใช่ไหม อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าในใจมึงคิดยังไง”
“ไอ้ชินภัทร ไอ้สันขวาน ไอ้คนร้ายกาจ อายุเท่านี้ก็วางแผนเล่ห์เหลี่ยมเหมือนจิ้งจอกเฒ่า ไอ้เด็กแก่แดด อยากจะตบหน้ามึงให้คว่ำไปกับโต๊ะจริงๆ”
“ถ้าไม่ติดว่ากลัวคุณชายใหญ่จะแพ่นกบาลเอา กูตบมึงไปตั้งนานแล้ว ไอ้เวรเอ๊ย” จินเจตด่าออกมาเป็นชุดด้วยความอึดอัดใจจนถ้าหากไม่ระบายออกมาคงจะอกแตกตาย
เพราะตั้งแต่กลับไปวันนั้นที่บ้านก็เข้มงวดอย่างหนัก บอกว่าไม่จำเป็นต้องทำคะแนนทุกวิชาให้ได้ถึงเต็ม แต่จำเป็นต้องได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ
เกิดมาอยู่ตระกูลสูงศักดิ์ทั้งที แทบที่จะได้กินๆ นอนๆ ไปวันๆ กลับต้องมานั่งเรียนหนังสือหนักกว่าคนรุ่นเดียวกันถึงสามเท่า ทำตัวยังกับจะไปสมัครสอบมหาลัยก็ไม่ปาน
ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะอายุสิบขวบเท่านั้นเอง สาเหตุก็มาจากไอ้ตัวดีข้างๆ นี่ล่ะ เสร่อสอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรกไม่พอ ระหว่างฝึกอบรมก็ดันรอดตัวไปได้ซะงั้น
กลับกลายเป็นตนเองฝึกอบรมเสร็จไม่ผ่าน
ต้องวนกลับมาสอบใหม่ด้วยเกณฑ์คะแนนที่น้อยมาจากเดิมประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการอนุโลมว่าผ่านมาแล้วหนึ่งครั้ง
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากชินภัทรเลยแม้แต่คำเดียว เจ้าตัวนั่งนิ่งไม่ไหวติง ราวกับว่าไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรภายในห้องมาก่อนเลยสักนิด
เขารู้ดีว่าความโหดร้ายของสองพี่น้องแตกต่างกันสุดขั้ว ถ้าคุณชายใหญ่เหมือนลาวาพร้อมปะทุตลอดเวลาด้วยความโกรธ คุณชายเล็กเหมือนภูเขาน้ำแข็งพร้อมแช่ทุกสิ่งให้ตายด้วยความโกรธเช่นกัน
แอ๊ด!
เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับท่วงท่าสง่างามของคุณชายเล็กและคนสนิททั้งสอง กลิ่นอายความสงบเยือกเย็นลอยออกมาไปทั่วบริเวณ
ทำลายบรรยากาศเมื่อกี้ให้หายไปภายในพริบตา ผมสีน้ำตาลพริ้วไหวไปตามก้าวจังหวะการเดินสม่ำเสมอ มั่นคงและแฝงไปด้วยท่าทีของผู้นำ
“สวัสดีครับ เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเรียนฝึกอบรม และอีกไม่เกินสิบนาทีจะมีบุคคลที่ต้องมาร่วมเรียนเพิ่มอีกสิบห้าคน ทุกคนล้วนเป็นคนของคฤหาสน์ตระกูลภูทนินทร์”
“เนื่องจากอยู่ภายในตระกูลภูทนินทร์เหมือนกัน จำเป็นต้องแจ้งกฎให้รับทราบ เมื่อเริ่มเรียนกับผมสักสองสามประการ ให้เข้าใจตรงกัน ณ ทีนี้”
“ข้อแรก คาบเรียนของผมจะเริ่มเรียนตั้งแต่สิบโมงครึ่งเป็นต้นไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่งของทุกวัน ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้จำเป็นต้องติวเข้มเพื่อหน้างานจริง”
“เวลาพักเที่ยงของการเริ่มเรียนครั้งนี้คือบ่ายสองโมงครึ่งจนถึงสี่โมงครึ่ง หากกินอิ่มแล้วง่วงแนะนำให้นอนพักผ่อนทันที”
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย
“คุณชายเล็กเมื่อเติบโตขึ้นก็มาล้างอันดับด้วยคะแนนที่สูงกว่าทั้งหมด” “ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นหนึ่งในสิบแข็งแกร่งหรอกครับ พอดีเห็นอะไรแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมปลงกับอันดับเหล่านี้ไปหมดแล้ว” ชินภัทรตอบพลางถอนหายใจด้วยความห่อเหี่ยว สมัยก่อนยังไร้เดียงสานัก คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่น้องในบ้าน แปลว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อออกมาโลกภายนอกถึงรู้ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งกว่ามากมาย “บางเรื่องคุณดูโตกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก สมแล้วที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลภูทนินทร์ แต่สรุปแล้วคือไปบ้านฉันสักหนึ่งปีนะ ตกลงไหม” “ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาเปรียบคุณ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนอบรมและค่าจ้างบอดี้การ์ด ผมจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด มีอะไรขัดข้องตรงไหน” บีระพัฒน์ถามกึ่งบังคับเพราะมีเ
ชินภัทรไม่ใช่คนที่เข้าสังคมเก่งเท่าไหร่ เลยพยายามประดิษฐ์คำพูดเท่าที่จะพูดอวยพรให้ได้ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นกับความบังเอิญได้เข้าใกล้หนึ่งในเป้าหมายอยู่หลายครั้ง “ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะ คุณรู้สึกทำให้ผมเอ็นดูสุดๆ ไปเลย อายุเท่าไหร่เนี่ย” บีระพัฒน์อดที่จะหัวเราะอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูอย่างที่เอ่ยปากออกไป สมกับเป็นเจ้าเด็กที่ชอบเอาแต่ศึกษาเล่าเรียน จนไม่ค่อยเข้าสังคมเท่าไหร่ จะเห็นหน้าตาสักครั้งต้องเป็นงานใหญ่พอสมควร กับงานระดับชาติเท่านั้นแหละ ใบหน้าหล่อเหลากับเรือนผมสีชมพูนี้มันหาดูยากจริงๆ เห็นตอนแรกย้อมสีส้ม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชมพูกลับทำให้น่าเอ็นดูมากกว่าเดิม “สิบห้าครับ แล้วคุณล่ะบีระพัฒน์ล่ะครับ” เด็กหนุ่มตอบพลางเช็ดเหงื่อที่เริ่มไหล่ซึมจนเห็นได้ชัด ปกติไม่ค่อยใช้วาจาเป็นทางการแบบคุณชาย





![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

