Masuk“เข้าเรื่องเลยครับ ไว้ค่อยบ่นต่อ” นภัทรถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เพราะไม่สามารถแก้ไขนิสัยพี่ชายของตนเองได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว
สิ่งที่รู้คือภายในเวลาต่อไปทุกคนดันชินชา และเคยชินกับพฤติกรรมบ้าคลั่งพวกนี้จนหมด ไม่เข้าลักษณะของพี่คนโตบ้านทั่วไป
ดันเข้าลักษณะคุณชายใหญ่ที่เหมือนอันธพาลแทน สิ่งที่ดูไม่เหมือนคือไม่หาเรื่องใครก่อน แต่ไม่กลัวเรื่องที่เข้ามาหาตนเอง
แก้ปัญหาทุกอย่างได้ภายในสองชั่วโมง ต่อให้ปัญหานั้นจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม จึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลทุกอย่างในคฤหาสน์และบริษัทของเอเชียตั้งแต่อายุสิบสอง
ช่วงแรกทุกคนล้วนกังขาในฝีมือของนายน้อยคนโตเป็นอย่างมาก เพียงหกเดือนเท่านั้นที่สามารถเรียกความเชื่อใจและความภาคภูมิใจทั้งในบ้านและนอกบ้านจนหมดสิ้น
ข่าวภายนอกประกาศว่าเริ่มทำงานตอนอายุสิบเจ็ด แต่ความจริงเริ่มเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ผู้นำตระกูลและนายหญิงไปลุยงานต่างประเทศกันมากขึ้น
ในหนึ่งปีกลับบ้านมาติดกันเพียงสี่เดือนต่อปีเท่านั้น
“ไปเก็บกวาดขยะชิ้นนี้ซะ ผลงานพาเจ้าหนูนี่ไปด้วย”
“เอกสารทุจริตพวกนี้ไปตรวจสอบมา”
“กำหนดเวลาหกเดือน ใครเป็นคนของเราฆ่าให้หมด คนของภาครัฐจับส่งทางการด้วยการเพิ่มโทษให้สูงที่สุดของข้อกฎหมายนั้น”
นนท์ภัทรสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด มาดผู้นำตระกูลวัยยี่สิบสองนั้นช่างล้ำหน้าตระกูลอื่นไปมาก คนในวัยเดียวกันยังไม่สามารถกุมอำนาจเบ็ดเสร็จได้ขนาดนี้
หลายตระกูลจึงพากันหวาดกลัว เพราะถ้าคุณชายใหญ่สั่งนั่นหมายถึงตระกูลสั่ง เพราะอำนาจทั้งหมดถูกส่งต่อมานานมาก
“รับทราบครับ หลังจากทำงานนี้เสร็จ”
“ผมจะเก็บกวาดตามคำสั่งของพี่”
“งานกำจัดขยะเนี่ย เห็นผมร่วมมือด้วย”
“สั่งใหญ่เลยนะครับ”
นภัทรบ่นอิดออดไปนิดหน่อยแต่ก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ไม่ได้ขัดขืนคำสั่งแต่อย่างใด
บทสนทนาของสองพี่น้องตระกูลภูทนินทร์น่ากลัวกว่าที่คิดเอาไว้มาก นอกจากคุณชายใหญ่จะน่ากลัวด้านความสยองขวัญ ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนอยู่ตลอดเวลา
คุณชายเล็กเองก็เหมือนเชื้อไฟที่ราดลงไปบนกองน้ำมันดีๆ นี่เอง ไม่มีท่าทีตื่นตระหนักกับคำสั่งที่ดูโหดร้ายพวกนั้นเลยสักนิด ราวกับคุยว่ากำลังกินอะไรเป็นมื้อเย็น
ตลอดสามปีที่ผ่านมาคิดว่าจะเริ่มชินกับบทสนทนาสำหรับคนใหญ่คนโตขึ้นมา ดูท่าจิตใจจะไม่ได้เติบโตตามร่างกายไปสินะ เพราะร่างกายเหมือนคนอายุสิบเจ็ดมากกว่าสิบสามด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าอาหารที่นี่ปรุงจากอะไร ถึงตัวโตขนาดนี้
ณ ห้องทำงานของนภัทร
“ที่ฉันเรียกนายมาตอนนี้แม้จะสองทุ่ม ยังสามารถอธิบายงานคร่าวๆ ได้ มีหลายเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อไล่สิ่งสกปรกออกไปให้หมดทุกตระกูล”
“เส้นทางนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด คงจะไล่กำจัดของตระกูลภูทนินทร์ก่อน ตระกูลอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ยังไงถ้าทำตามแผนของพี่นนท์คงจะสำเร็จในเร็ววัน”
“นายยังเด็กเกินกว่าจะไปใช้งานในการฆ่าคน”
“ฉันและผู้ช่วยจะสอนตรวจเอกสาร ในการจับผิดบัญชีและการปลอมแปลงหลักฐานทุกประเภท ด้วยมันสมองของนายและผู้ช่วยข้างกายอีกสองคน”
“งานตรวจสอบจะเร็วขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า เสียเวลาไปสักหนึ่งเดือนไม่เหนื่อยบ่ากว่าแรงหรอก ส่วนเรื่องเก็บกวาดขยะเข้าคุกกับส่งไปตายเป็นหน้าที่ของฉันเอง”
นภัทรอธิบายสรุปย่อให้พอเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างงานทั้งหมด ส่วนอื่นค่อยสอนกันทีหลัง หากความคืบหน้าการสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างจะง่ายขึ้นหลายส่วน
“ถ้าแบบนั้นก็เรียกไอ้จินมาด้วยเถอะครับ มันเองก็เพิ่งสอบผ่านไปเมื่อสามวันก่อน เอามาใช้งานให้ช่วยกันดูแลพร้อมผู้ช่วยของมัน”
“แบบนี้ความคืบหน้าทั้งการสอนช่วยประหยัดเวลาเพราะสอนพวกเราสองคน แถมยังมีผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอีกด้วย การเก็บกวาดของท่านนภัทรจะเร็วมากกว่าเดิม”
ชินภัทรเอ่ยเสนอหลังจากฟังคำสั่งของผู้เป็นนาย เพราะว่าอธิบายหลายรอบมากเกินไป เกรงว่าน่าจะมีคนหวาดกลัวกว่าเดิม ยังไงเพื่อนสนิทก็สอบผ่านมาแล้ว
ให้มารับฟังบทเรียนไปด้วยกันก็สิ้นเรื่อง ส่วนพี่ชายกับพี่สาวของตนเองอยู่ภายในคฤหาสน์หลังนี้แต่ดันสอบไม่ผ่าน
เบียร์บอกพลางคลี่หลักฐานให้ดูทั้งหมด คนถูกจับไปมีแค่สองคนเท่านั้น คนอื่นหลักฐานไม่เพียงพอเลยปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดหมดแล้ว “ส่งหลักฐานให้ตำรวจชุดเดิมที่เป็นคนของฝั่งเรา ไม่ใช่ฝั่งเชื้อพระวงศ์ ไม่งั้นเดี๋ยวก็โดนตัดตอนอีก ปัญหาอะไรที่ใหญ่เกินไปไม่มีความจำเป็นต้องโอบไว้” “มาไล่เก็บกวาดเรื่องในบ้านและบอดี้การ์ดให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังไงสัปดาห์หน้าเดี๋ยวคุณชายเล็กจะมาเป็นแขกที่นี่” “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลำพังนายท่านคนเล็ก คู่หมั้นของท่าน รวมถึงคนสนิทอีกสองคนก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนตั้งสามสิบคนอีก เรื่องความปลอดภัยหายห่วงไปเลย” ชินภัทรสั่งพลางโบกมือให้อีกฝ่ายหอบเอกสารไปทันที เรื่องแบบนี้จะช้าไม่ได้หรอก ฝ่ายเราเสียเปรียบเพราะอยู่ในที่โล่งแต่อีกฝ่
“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที “คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป” “สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต” “และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”&nb
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”


![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




