LOGIN“โคตรง่วงเลยว่ะอลิซ”
มัสยาปิดปากหาวเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ได้ต่าง
จากอลิษาที่อาจจะหนักกว่านิดหน่อยตรงที่เธอต้องตื่นมาช่วยแม่ขนของลงไปตั้งร้านตั้งแต่เช้าทั้งที่เพิ่งนอนได้เพียงสามชั่วโมงเท่านั้น
“เหมือนกัน ถ้าอาจารย์ไม่เข้าซะที ฉันว่าฉันต้องหลับแน่ ๆ”
“เราโดดเรียนกันไหม เดี๋ยวฉันให้เพื่อนเก็บใบงานไว้ให้เรา”
“จะบ้าเหรอ ตั้งใจหน่อยสิ คนจนอย่างเราจำเป็นต้องจบเกรดดี ๆ นะ จะได้หางานง่ายหน่อย”
“แม่คุณของเพื่อน แกหย่อนบ้างสักเรื่องก็ได้มั้ง”
“อีกนิดเดียวเราก็จะเรียนจบแล้ว อดทนอีกหน่อยสิเมี่ยง"
“อืม โอเค”
แต่ยังไม่ทันที่อาจารย์จะเข้ามาสอน โทรศัพท์มือถือของ
อลิษาก็มีหมายเลขที่ไม่รู้จักโทรเข้ามาเสียก่อน เมื่อเธอรับสายก็รีบร้อนรนวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว มัสยาจึงรีบวิ่งตามออกมาอย่างรวดเร็ว
“อลิซ เดี๋ยว เกิดอะไรขึ้น”
มัสยาวิ่งมาทันดึงแขนเพื่อนเอาไว้ เมื่อเธอหันหน้ากลับมาพร้อมน้ำตาอาบแก้มก็ทำเอามัสยาตกใจ
“เฮ้ย อลิซ เกิดอะไรขึ้น แกร้องไห้ทำไม”
“แม่ แม่ฉันโดนรถชน”
สองสาวเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในอีกไม่กี่นาทีต่อมา มือเล็กทั้งสองข้างกุมกันแน่น ดวงตากลมโตมองประตูห้องผ่าตัดที่ยังปิดสนิทแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อหมอหนุ่มเปิดประตูห้องนั้นออกมาพร้อมข่าวดี
“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่หมอขอดูอาการในห้องไอซียูอีกสักคืน แล้วถึงจะย้ายคนไข้ไปห้องพักปกติได้ แต่ก็ยังคงต้องรอดูอาการอีกหลายวัน อีกสักครู่ค่อยเข้าไปเยี่ยมนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
คนตัวบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันทีที่รู้ว่าแม่ปลอดภัย น้ำตามากมายไหลออกมาเพื่อระบายความกดดันในหัวใจ โชคร้ายที่แม่ของเธอถูกคนเมาชนแล้วหนี จนตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่พบ แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่พระเจ้ายังไม่พรากแม่ไปจากเธออีกคน
“อลิซ แกโอเคไหม”
“เป็นอะไรไหมครับ จะเป็นลมหรือเปล่า”
หมอหนุ่มและมัสยาต่างถลาเข้ามาประคองคนตัวบางซึ่งหน้าซีดไร้สีเลือดด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณหมอ ที่ช่วยแม่เอาไว้”
“มันเป็นหน้าที่หมออยู่แล้วครับ อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวก่อนออกเวรเย็นนี้หมอแวะไปดูคนไข้ให้อีกรอบนะครับ”
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่อลิษายังคงยืนมองมารดาซึ่งยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงโรงพยาบาลที่มีสายช่วยชีวิตระโยงระยางผ่านผนังกระจกหน้าห้องไอซียู
“อลิซ แกไปหาข้าวกินก่อนเถอะ นี่จะบ่ายสองแล้วนะ เดี๋ยวก็ได้เป็นลมจริง ๆ หรอก”
“ฉันยังไม่หิวเลยเมี่ยง อยากเฝ้าแม่มากกว่า เดี๋ยวแม่ตื่นมาไม่เจอฉันจะตกใจ”
“พยาบาลก็บอกแล้วว่ายังไม่ฟื้นง่าย ๆ เผลอ ๆ ก็พรุ่งนี้ เดี๋ยวฉันเฝ้าแม่ให้แกเอง รีบไปกินข้าวซะ ถ้าแกป่วยไปอีกคนแล้วใครจะดูแลแม่”
“ก็ได้ ฝากแม่ก่อนนะเดี๋ยวฉันรีบมา”
ผ่านไปห้าวันแล้ว อาการคนป่วยก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ อลิษาต้องหยุดเรียนทั้งสัปดาห์เพื่อมานอนเฝ้ามารดาในห้องพักผู้ป่วยแบบรวมที่มีคนป่วยเข้าใช้บริการเต็มแน่นทุกเตียง
เธอนั่งจับมือแม่ที่นอนหลับไปอีกครั้งหลังจากตื่นมากินยา กวาดตามองร่องรอยแผลตามตัว แขนขวาหักจนต้องผ่าตัดดามเหล็ก ใบหน้าซีดเซียว ร่างกายผ่ายผอม ก่อนจะกวาดตามองบรรยากาศรอบตัวอีกครั้งด้วยความรันทดใจ
สงสารแม่เหลือเกิน ครั้งสุดท้ายที่แม่ของเธอเข้าโรงพยาบาลเพราะอาหารเป็นพิษเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นแม่ของเธอนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยแบบวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีพยาบาลพิเศษคอยดูแลอย่างดีพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่เพียงแค่ถ่ายท้องและอาเจียนนิดหน่อยเท่านั้น
แต่วันนี้ แม่ของเธอโดนรถชนปางตาย เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ต้องผ่าตัดหลายส่วน อาการย่ำแย่ แต่กลับต้องทนนอนอุดอู้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยที่เตียงนอนแออัดราวกับปลากระป๋อง นางพยาบาลซึ่งมีน้อยนิดไม่เพียงพอจะดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุที่อาการหนักแทบทุกเตียง บางเตียงส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บางเตียงนอนไม่ได้สติต้องให้อาหารทางปาก บางเตียงถูกย้ายเข้าห้องไอซียูโดยด่วนหลังจากเพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดไม่นาน และบางเตียงก็จากโลกนี้ไปโดยมีญาติพี่น้องร้องห่มร้องไห้ราวจะขาดใจ ช่างเป็นภาพที่น่าหดหู่เหลือเกิน
คนตัวบางถอนหายใจยาว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เธอก็ยังไม่ได้จ่ายค่าเทอม เพราะต้องนำเงินส่วนนี้มาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ คนที่ขับรถชนก็หายเข้ากลีบเมฆ ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน เงินของแม่ก็จ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ และหนี้สินไปหมดแล้วก่อนหน้าที่จะโดนรถชน จนถึงตอนนี้ เธอยังมืดแปดด้านว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอมที่ทางมหาวิทยาลัยเลื่อนเวลาออกไปให้อีกหนึ่งสัปดาห์
สุดท้าย แม่ของเธอก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากนอนรักษาตัวอยู่ถึงสิบวันเต็ม ๆ อาการเจ็บป่วยทางร่างกายดีขึ้นมากจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เธอจึงกลับมาเรียนอีกครั้ง
“เมี่ยง แกมีงานพิเศษอะไรให้ฉันทำอีกไหม ใกล้จะถึงวันสุดท้ายที่ต้องจ่ายค่าเทอมแล้ว ถ้างวดนี้ไม่จ่าย ฉันจะไม่มีสิทธิ์เรียนต่อเทอมนี้ คงต้องดร็อปเรียนก่อน”
ใบหน้าสวยหวานมีแต่ความกังวล เรื่องนี้เธอไม่กล้าบอกให้แม่รู้ เพราะกลัวว่าแม่จะเครียดจนอาการป่วยกำเริบ แต่ถ้าเธอต้องดร็อปเรียนเพื่อออกไปทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเทอมแล้วต้องเรียนจบช้ากว่าเพื่อน ชีวิตสบาย ๆ ของเธอกับแม่ก็จะช้าไปอีกหนึ่งปี ซึ่งเธอไม่อยากจะเสียเวลาอีก เธอทนมองแม่ลำบากมานานหลายปีเกินพอแล้ว
“ช่วงนี้ไม่มีเลยว่ะอลิซ แกเอาเงินฉันไปก่อนไหม มีไม่พอค่าเทอมหรอก แต่อย่างน้อยแกก็หาเพิ่มอีกไม่เยอะ”
“ไม่เอา นั่นมันเงินค่ากินค่าอยู่ของแก ถ้าให้ฉันแล้วแกจะเอาเงินที่ไหนกินข้าว นี่มันยังไม่กลางเดือนเลย”
“ฉันไปกินข้าวที่ทำงานได้ เดี๋ยวจะห่อมาเผื่อมื้ออื่น ๆ มีแค่ค่ารถมาเรียนก็พอแล้ว”
อลิษามองเพื่อนรักผ่านม่านน้ำตา ขนาดว่าตัวเองก็ลำบากแทบตาย เป็นลูกกำพร้าเหลือตัวคนเดียว ต้องปากกัดตีนถีบทุกอย่าง ยังอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเหลือเธอ
“ขอบใจมากนะเมี่ยง แต่ฉันเอาเงินของแกไม่ได้จริง ๆ เย็นนี้ไปทำงานร้านพี่แก้วแล้วว่าจะหางานที่ร้านเหล้า”
“แกเหลือเวลาพรุ่งนี้อีกแค่วันเดียว มันจะหาเงินทันได้ยังไง
อลิซ ต่อให้แกจะไปเป็นเด็กดริ๊งก็เหอะ เงินเกือบสามหมื่น แค่คืนเดียว แกจะหาได้ยังไง กินเหล้าให้ตายก็ไม่มีทางได้เงินถึง”
“แล้วจะทำยังไงดี ฉันไม่อยากดร็อปเรียน เราเสียเวลาเรียนมาเป็นเดือนแล้ว ถ้าจบทีหลังเพื่อน แม่ฉันก็จะลำบากเพิ่มอีกหนึ่งปี ตอนนี้ร่างกายแม่ก็ยังไม่ทันจะหายดีด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากทำให้แม่เสียใจ”
“งั้นฉันจะไปหางานร้านเหล้ากับแกดีไหม ฉันกินเหล้าเก่งนะ น่าจะช่วยแกได้หลายบาทอยู่”
“ขอบใจแกมากเลยนะเมี่ยง แกดีกับฉันมากจริง ๆ แต่แกไม่ต้องไปลำบากกับฉันหรอก อย่างที่แกบอก ต่อให้เรากินเหล้าให้ตาย ก็หาเงินสามหมื่นไม่ได้ภายในคืนเดียวหรอก”
สองสาวเพื่อนแท้ถอนหายใจพร้อมกันอย่างทดท้อต่อชะตาชีวิต ทำไมคนที่ตั้งใจเรียนและรักดีอย่างพวกเธอสองคนถึงมีชีวิตลำบากตรากตรำขนาดนี้ อีกนิดเดียวก็จะได้มีชีวิตใหม่กันแล้ว ทำไมโชคชะตาถึงไม่เข้าข้างพวกเธอบ้าง
คิริวสะดุ้งตื่นตั้งแต่เช้า เขาสะบัดผ้าห่มแล้ววิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุงโดยมีอลิษาตามมาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง“ริว เป็นอะไรไปคะ ไหวไหม”“ผมคลื่นไส้จัง สงสัยยำมะม่วงเมื่อเย็นทำผมอาหารเป็นพิษแน่ ๆ”“ไปหาหมอกันดีไหม ช่วงนี้ลิซว่าริวดูหน้าซีด ๆ นะ ไปให้หมอตรวจให้แน่ใจเลยดีไหม ลิซเป็นห่วง”แม้จะไม่อยากไปโรงพยาบาลนัก แต่ใบหน้ากังวลของภรรยาก็ทำเอาเขาใจอ่อน สุดท้ายก็มานอนอยู่ในห้องตรวจเพราะคลื่นไส้จนโลกหมุนอีกแล้วระหว่างนั่งรอหมอ“เดี๋ยวรอผลตรวจของคุณภรรยาสักครู่นะครับ หมอจะได้สรุปผลได้อย่างแน่นอน”“ภรรยาผมป่วยเหรอครับ ตอนมาด้วยกันยังดี ๆ อยู่เลย”“ไม่แน่ใจครับ แต่หมอว่าไม่ได้ป่วยนะ”คิริวมองหมอวัยกลางคนด้วยความสงสัย หมอพูดไม่รู้เรื่องหรือว่าเขาป่วยจนสมองกลับไปแล้ว ถึงฟังอะไรง่าย ๆ ไม่เข้าใจแต่อีกสิบนาทีถัดมา เขาก็เข้าใจความหมายที่หมอกำลังจะสื่อเมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งฟังผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียด“ยินดีด้วยนะครับ คุณอลิษาท้องได้สี่สัปดาห์แล้วครับ”สองสามีภรรยาเบิกตากว้าง หันมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาอย่างยินดี“ลิซท้องแล้ว ผมดีใจที่สุดเลย ขอบคุณมากนะลิซที่มีลูกให้ผม”คนตัวโต
มือใหญ่สั่นเทาของผู้กำกับการแสดงหนุ่มทายาทบริษัทผลิตละครชื่อดังกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น ภาพข่าวสังคมบนหน้าจอตรงหน้าทำเอาเขาตกใจไม่น้อยเมื่อทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างแต่งงานกับสาวสวยคนที่เคยอยู่ในใจของเขาแต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าคือรูปของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ ข้างกายเจ้าสาวคือผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาได้ความบริสุทธิ์ของเธอมาในคืนผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจมันคงจะไม่เป็นไร ถ้าผู้หญิงคนนั้นเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ซึ่งยืนยิ้มแป้นอยู่ใกล้กัน แต่ที่ทำให้เขาตกใจเพราะหน้าท้องที่เคยแบนราบซึ่งลอนกล้ามเนื้อของเขาตอกกระแทกมาทั้งคืน บัดนี้มันนูนเด่นออกมาอย่างชัดเจน“เมี่ยง...ท้องเหรอ”อลิษาแต่งงานหลังจากเรียนจบไม่ถึงสองเดือน คำนวณจากระยะเวลาจะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอคนนี้จะแต่งงานมีครอบครัวไปก่อนเพื่อนทั้งที่ยังเรียนอยู่ มีทางเดียวเท่านั้นซึ่งน่าจะเป็นไปได้ที่สุด คือเธอท้องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบกะขนาดหน้าท้อง กับระยะเวลาที่เด็กในท้องเจริญเติบโตมาจนถึงตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกของเขา แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมเธอถึงไม่ติดต่อเขามาเขารีบหาช่องทางโซเชียลของ
“เธอชอบหลังไหน”อลิษายืนอึ้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านชื่อดังที่เพิ่งเปิดจองเฟสใหม่ใกล้สวน บรรยากาศร่มรื่นแถมบ้านแต่ละหลังใหญ่อย่างกับวัง หน้าบ้านไม่มีอะไรบดบังปราศจากความวุ่นวาย แต่ที่อึ้งที่สุดเห็นจะเป็นเขา ไม่รู้อะไรเข้าสิงให้ปลุกเธอแต่เช้าเพื่อมาจองบ้านราคาแพงขนาดนี้“ทำไมต้องถามฉันด้วยล่ะ นายชอบหลังไหนก็แล้วแต่นายสิ จะเปลี่ยนมาอยู่บ้านแทนเหรอ”“อืม ก็จะแต่งงานแล้วนี่ แต่งงานแล้วก็ต้องมีลูก จะให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ห้องแคบ ๆ ได้ยังไง ไหนจะแม่ของเธออีก ถ้าอยู่บ้านสวย ๆ ตอนเย็นได้ออกมาเดินออกกำลังกายในสวนก็คงจะดี”คนตัวบางมองเขาด้วยความขอบคุณ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะน่ารักและใส่ใจทุกคนมากขนาดนี้“แต่มันอีกตั้งหลายเดือน กว่าฉันจะเรียนจบ กว่าเราจะได้แต่งงานกันจริง ๆ อีกล่ะ”“บ้านมันต้องตกแต่งนะ ยังไงก็ต้องใช้เวลา อีกอย่างฉันก็จะเตรียมงานแต่งไว้รอเลย เรียนจบแล้วแจกการ์ดทันที โอเคไหม”“ไม่โอเคได้ไหม”“ไม่ได้”“นี่นายรีบเหรอ”“ใช่ ฉันรีบมาก ใจจริงอยากจะแต่งวันนี้พรุ่งนี้ด้วยซ้ำ อยากมีลูกแล้ว”“นายรอดูลูกยัยเมี่ยงก่อนดีไหม เลี้ยงเด็กสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ วุ่นวายจะตาย”“ฉันไหวน่า ลูกทั้งคนนะ
“ไง ได้ข่าวว่าป๋าเหรอ”เมื่อไปส่งมัสยาเรียบร้อยแล้ว ก็ไปส่งเธอกับแม่ที่หอพัก แต่คนหน้าหนาก็ดันเอ่ยขออนุญาตแม่พาเธอกลับมานอนด้วยที่คอนโดมิเนียมหน้าตาเฉย ทั้งยังรับปากกับแม่ของเธออย่างดิบดีว่าจะไม่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับมัสยาและด้วยแม่ของเธอเป็นคนสมัยใหม่ พอจะเดาออกอยู่แล้วแต่แรกว่าที่เธอหายไปนอนที่อื่นอยู่นานหลายเดือนนั้นคงจะเป็นเพราะว่าเธอมาอยู่กับเขา จึงเอ่ยอนุญาตและฝากฝังให้เขาช่วยดูแลเธอให้ดีที่สุด แถมพอกลับมาถึงคอนโดมิเนียม คนตัวโตก็เอ่ยแซวเธอทันที“ป๋าอะไร”“ก็ได้ข่าวว่าเสนอตัวส่งเสียค่าคลอดกับค่าเลี้ยงดูลูกของเมี่ยงไม่ใช่เหรอ”“เอ่อ ใช่”คนตัวบางเอ่ยเสียงอ่อย ด้วยไม่แน่ใจว่าเขาจะเห็นดีด้วยหรือคัดค้าน ดีไม่ดีอาจจะต่อว่าเธออีกต่างหาก แต่ไม่กลัวหรอก เป็นไงเป็นกัน จะให้เธอทิ้งเพื่อนที่ลำบากตรากตรำมาด้วยกันก็คงจะเป็นไปไม่ได้“จะเอาเงินมาจากไหนล่ะ”“ก็จากนายไง”“เธอนี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ ยัยแม่มด”“นายงกเหรอ กับฉันนายก็งกหรือไง ไหนบอกว่าจะดูแลฉันให้ดีที่สุดไง”“ฉันดูแลเธอได้ แต่เมี่ยงท้องกับใคร ทำไมไม่ไปลากตัวไอ้ผู้ชายให้มันมารับผิดชอบ จะปล่อยให้มันลอยนวลแล้วพวกเธอมาเ
เมื่อการบอกรักย้ำ ๆ ผ่านบทรักร้อนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าของเขาจบลง ก็คว้าตัวเธอซึ่งแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรงมากอดแนบอก“เธอรักฉันบ้างไหม อลิซ”“รักสิ ฉันรักนาย”เขาพรมจูบบนหน้าผากชื้นเหงื่ออย่างหลงใหลพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก“ฉันจะมีแค่เธอนะ สัญญา”“ขอบคุณนะริว”“เราแต่งงานกันไหม”อลิษาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ เรื่องที่เขาประกาศออกไมค์ตอนที่ทะเลาะกับป้าของเขา เธอคิดว่ามันคือข้ออ้างให้ไม่ต้องหมั้นและแต่งงานกับพิมพ์พลอยเสียอีก เพราะเธอกับเขาไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ“นี่นายเอาจริงเหรอ เราไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำนะริว”“ยัยซื่อบื้อ ฉันรักเธอขนาดนี้ นอนกับเธอแค่คนเดียว พาเธอมาหาพ่อแม่ ประกาศบอกคนทั้งงานว่าฉันจะแต่งงานกับเธอ แถมยังเปย์ให้เธอไปตั้งกี่ล้านแล้ว แค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันเอาจริง”“ก็เรื่องของเรามันไม่ได้เริ่มเหมือนคู่อื่นนี่”“แล้วยังไง แต่ฉันก็ชอบเธอมาตั้งแต่แรกแล้วนะ ตั้งแต่เจอหน้าในงานวันเกิดเพื่อนแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่ปากแข็ง ฉันก็แค่คิดว่าเราข้ามจุดที่ต้องจีบกันมาแล้ว อยู่ด้วยกันแบบผัวเมียแล้วด้วยซ้ำ”“งั้นก็ไม่ต้องแต่งหรอก อยู่กันไปแบบนี้ก็ได้ เปลืองเงิน”“นี่เธอยัง
“นี่มันเรื่องจริงเหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย”ช่อม่วงเอามือทาบอก ทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟาแล้วยกยาดมขึ้นอังจมูก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องที่หลานชายเล่ามาจะคือความจริง แต่เธอรู้จักหลานชายเธอดีว่าเขาไม่ใช่คนชอบโกหก ดังนั้นเรื่องที่ได้ยินถึงทำเอาเธอลมจับอยู่นี่ไงคิริวพยักหน้ารับ มือใหญ่ของเขายังคงกุมมือเล็กของอลิษาซึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาในห้องนั่งเล่นตลอดเวลาหลังจากที่แขกผู้ใหญ่ทยอยกลับกันหมดแล้ว ครอบครัวของเขา รวมป้าทั้งสองคนและลูกพี่ลูกน้องก็เรียกเขาและอลิษาเข้ามานั่งคุยกันถึงเรื่องที่เขาโพล่งออกไปเมื่อช่วงหัวค่ำเมื่อได้ยาดมจนหายใจโล่งขึ้น ช่อม่วงก็หรี่ตามองใบหน้าสวยหวานของคนตัวบางอย่างจับผิด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครอบครัวของพิมพ์พลอยซึ่งดูดีไปหมดจะเป็นคนแบบนั้นไปได้“เธอมีหลักฐานไหม มากล่าวหากันลอย ๆ ไม่ได้นะ”“เอ่อ ไม่มีค่ะ พ่อของลิซไม่เคยรู้ตัว รู้อีกทีก็ไม่เหลืออะไรแล้วค่ะ”“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไง ว่าที่เธอบอกหลานฉันมันคือเรื่องจริง”“ป้าช่อครับ ป้าก็รู้ว่าคุณอาพิทักษ์เป็นคนยังไง ถ้าเรื่องที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องจริง ป่านนี้เขาคงเล่นงานผมให้จนมุมตั้งแต่บนเวทีแล้วครับ ดูอาการสามคนนั่นก
มือใหญ่สอดเข้าล็อกท้ายทอย บังคับเธอแหงนหน้าขึ้นรับเรียวลิ้นที่เข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างหิวกระหาย เมื่อพอใจแล้วก็ละริมฝีปากมาบดจูบกลีบปากนุ่มนิ่มที่เริ่มบวมเจ่อของเธออีกครั้งคนตัวบางหลับตาพริ้ม แหงนเงยใบหน้าขึ้นเมื่อเขาไล้ปลายจมูกพร้อมเม้มจูบไปทั่วแก้มสาว ลามเลยเข้ามาซุกไซ้ยังซอกคอขาว ๆ
“ริว กินข้าวลูก”คิริวเดินผิวปากอารมณ์ดีเข้ามาในห้องอาหาร เขาตรงเข้าหอมแก้มแม่ของตัวเองทั้งซ้ายและขวาอย่างประจบประแจง“ไม่กินแล้วครับแม่ ผมมีนัด คืนนี้ไม่กลับมานอนบ้านนะครับ”เขายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนในห้องอาหารแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับผิวปากอารมณ์ดีอีกครั้ง ในขณะที่คนเป็นป้ายิ้มกริ่มพึงพอใจเพราะ
“แต่ผมมีครับพ่อ ผมไม่ได้ชอบพลอย ไม่ได้อยากมีแฟน ไม่อยากมีคู่หมั้นและไม่อยากแต่งงาน ผมไม่ยินดีที่จะมีงานหมั้นเกิดขึ้น ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ต้องพูดตรง ๆ แต่ผมว่าแบบนี้มันดีกับพลอยมากกว่า พลอยจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับผม เพราะยังไงผมก็ไม่มีวันยอมหมั้นโดยที่ผมไม่ได้รู้สึกชอบหรอกนะครับ”พิทักษ์และกมลชน
“คิริว เรียนวิศวะโยธาหรือคะ”แม้จะรู้ประวัติของเขามาบ้างแล้ว แต่ก็ต้องหาเรื่องมาชวนคุย เมื่อเขาเอาแต่พาเธอเดินชมนกชมไม้ ทั้งที่ในมือกดโทรศัพท์ ไม่ได้ชายตามาแลเธอสักนิดเดียวจนรู้สึกอึดอัด“ครับ เรียกผมว่าริวเฉย ๆ ก็ได้นะ แล้วพลอยล่ะ”เขาต้องถามกลับเพื่อไม่ให้เสียมารยาท แต่ที่จริงเขาเองก็ไม่ได้รู้เรื







