Share

บทที่ 3

Penulis: light sky
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-03 18:41:53

2

หรือจะเอา?

ฉันเบิกตากว้างอย่างนึกไม่ถึงว่าจะเจอผู้ชายคนนี้ในสภาพแบบนี้ และเหมือนนายนั่นก็ดูจะตกใจไม่แพ้กันแต่เหมือนจะเพียงแค่แว๊บเดียวเท่านั้นแหละก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นหน้าตายียวนตามเดิม

“เอ้าคุณ คิดถึงผมรึไง เก่งนะเนี่ยตามมาถูกด้วย” นายนั่นพูดพลางตบมือแปะๆ ทั้งที่ผู้หญิงของเจ้าตัวยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แท้ๆ

“ใครบอกว่าฉันตามนายมาห้ะ”

“แล้วคุณมาทำไม”

“ฉัน...ฉัน...” จู่ๆ ฉันก็เกิดอาการติดอ่างขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก็จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าที่มาที่นี่เพราะได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ นั่นอะ

“พูดไม่ออก แถมหน้ายังแดงอีกนี่คุณตามผมมาจริงๆ อย่างงั้นเหรอ” พูดเสร็จนายนั่นก็ทำหน้าตาเหลอหลาตกอกตกใจจนน่าหมั่นไส้!

“ก็บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า!”

“งั้นคุณก็ต้องตอบได้สิว่ามาโผล่หน้าห้องได้ยังไง”

ฉันส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ละสายตาจากผู้ชายหื่นกามนั่นมามองใบหน้าเล็กของผู้หญิงที่ยังคงมองฉันสลับกับนายนั่นอย่างงงๆ

“คือฉันเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ข้างห้องคุณน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะมาทักทาย” ฉันฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตร ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบใจในพฤติกรรมของเธอเท่าไหร่นักแต่ฉันไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย

“อ๋อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แล้วนี่สองคนนี้รู้จักกันมาก่อนเหรอคะ”

“ไม่ค่ะ/ไม่ครับ” ทั้งฉันและนายนั่นเอ่ยปากปฏิเสธพร้อมกันทันที นี่อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่เราคิดเหมือนกันก็ได้ คนรู้จักงั้นเหรอ?

แค่ชื่ออะไรยังไม่รู้เลย!

“อ้าว!”

“ช่างเถอะ เดี๋ยวพี่กลับก่อนนะ” นายนั่นว่าอย่างตัดบท ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ชั่วหนึ่งเจ้าของนัยน์ตาสีดำนั่นสบตากับฉันเล็กน้อยก่อนจะบอก “ไปนะคุณ”

“ก็ไปสิ มาบอกฉันทำไม”

“บังเอิญผมเป็นคนมีมารยาทดีไง” นายนั่นยักคิ้ว

“ดีด็อกล่ะสิไม่ว่า! ถ้าแย่กว่านี้คงจะติดเอฟรีเกรดกี่รอบก็ไม่ผ่านหร๊อก!” ฉันสวนกลับพลางทำหน้ายู่ใส่

“คุณสนใจช่วยรีเกรดเป็นเพื่อนผมปะล่ะ”

“ไม่สนย่ะ!” ฉันว่าเสียงแข็ง “งั้นฉันไปก่อนนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ว่าแล้วก็เดินฉับๆ เข้าห้องไม่หันมองข้างหลังอีกเลย

ทันทีที่ฉันกลับถึงห้องพลันเสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นมา ฉันเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ก่อนจะยกหูกรอกสายไปพลางคิดในใจว่าถ้าเป็นคุณพ่อโทรมาฉันรีบวางสายทันที

“ลูกพิมพ์!”

“คุณแม่!”

“ลูกอยู่ที่นั่นจริงๆ ด้วยสินะ รู้ไหมว่าตอนนี้แม่เป็นห่วงลูกมากแค่ไหน กลับบ้านเถอะนะ ลูกพ่อเขายอมลูกแล้วนะพิมพ์”

“คุณแม่อย่ามาโกหกพิมพ์หน่อยเลย ยังไงพิมพ์ก็ไม่กลับจนกว่าคุณพ่อจะเลิกหาทางจับคู่ดูตัวให้พิมพ์สักที พิมพ์เป็นลูกนะคะไม่ใช่สินค้า”

“พ่อเขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ” คุณแม่แก้ต่าง

“เลิกเข้าข้างคุณพ่อสักทีเถอะค่ะ ได้โปรดเห็นใจพิมพ์บ้าง พิมพ์ทนอยู่ในกรงทองที่คนในบ้านพร้อมที่จะยกไปขายให้ใครอีกแล้วนะคะ”

“พิมพ์”

“พิมพ์รักแม่นะคะ” ฉันว่าเสร็จก็ชิ่งวางสายไป ยอมรับว่าฉันรู้สึกผิดที่ทำให้คนเป็นแม่ต้องเป็นห่วง แต่ขอสักครั้ง...

ขอให้ฉันเลือกใช้ชีวิตในอย่างที่ตัวเองต้องการบ้าง...แค่สักครั้ง

มหาวิทยาลัย

ฉันเดินออกจากตึกเรียนมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนของคุณพ่ออยู่แถวนี้แล้วจริงๆ ฉันก็รีบชิ่งวิ่งขึ้นไปยังรถไฟฟ้าที่ผ่านมาตรงหน้าคณะพอดี

“คณะวิศวะค่ะลุง”

ฉันบอกลุงคนขับก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง สงสัยล่ะสิว่าทำไมฉันถึงไปคณะนั้น ก็เพราะว่าฉันจอดรถทิ้งไว้ที่นั่นน่ะสิ พอดีฉันกลัวว่าคุณพ่อจะให้คนมาดักรอที่รถน่ะเลยต้องเลือกจอดที่คณะไกลๆ และต้องเป็นที่ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่รู้จักตัวฉันต้องคาดไม่ถึง

ตอนนี้เวลาเกือบหกโมงเย็นเข้าไปแล้วแต่ก็ยังมีพวกเสื้อช็อปเดินวนเวียนกันอยู่ให้ควั่ก นี่ขนาดฉันอยู่ในชุดนักศึกษาธรรมดาที่ไม่ใช่เสื้อกาวน์ยังโดนมองเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมเลยอะ แล้วนี่ถ้าฉันใส่เสื้อกาวน์มาคงได้ตาถลนออกมาแน่ๆ

เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตานานฉันเลยรีบเร่งฝีเท้าไปยังลานจอดรถที่อยู่หลังตึกสูงของคณะนี้ รถมินิคูเปอร์จอดเด่นอยู่ท่ามกลางรถกระบะพลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

“ฮัลโหล ว่าไง” ฉันกรอกเสียงทักทายยัยส้มเพื่อนสนิทตั้งแต่ประถม เราสองคนเรียนห้องเดียวกันมาตลอดจะแยกกันก็ตอนที่ยัยที่เกิดติสท์หนีไปเรียนมหาวิทยาลัยเล็กๆ ในต่างจังหวัดนี่แหละ

“ได้ข่าวว่าหนีออกจากบ้าน”

“คุณแม่โทรไปบอกแกอะดิ”

“ก็ท่านไปห่วงแกไง แต่ฉันก็เข้าใจนะ เป็นฉันฉันก็จะหนีออกมาเหมือนกัน” พูดแบบนี้คุณแม่คงเล่าให้ฟังหมดแล้วแน่ๆ

“ที่จริงฉันกะย้ายตอนปีสี่อยู่แล้วเพราะยังไงมันก็สะดวกกว่าตอนขึ้นวอร์ด แต่นี่ดันเกิดเรื่องมาก่อนไง”

“ยอมใจแกจริง แล้วนี่อยู่ไหน”

“อยู่วิศวะ”

“ห้ะ!!” ยัยส้มร้องขึ้นอย่างตกใจจนฉันต้องเอามือถือออกห่าง “แกนี่นะไปเหยียบวิศวะ ไหนว่าไม่ชอบไง มีแต่พวกเถื่อนๆ หยาบคายบ้างล่ะ ติดเหล้าบ้างล่ะ”

“ฉันแค่เอารถมาจอดที่นี่เพื่อไม่ให้คุณพ่อหาเจอเท่านั้นเอง แล้วฉันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าฉันไม่ชอบพวกเด็กคณะนี้เลยสักนิด”

“อย่าพูดเสียงดังไป แกอยู่ถิ่นเขาอยู่นะพิมพ์”

คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ฉันหันไปมองรอบๆ ตัวอย่างนึกสำรวจว่าจะมีใครมาแอบได้ยินประโยคเมื่อกี้ที่ฉันพูดไปบ้างหรือเปล่า ก็พอรู้มาบ้างว่าเด็กคณะนี้เขารักชื่อเสียงของคณะยิ่งชีพ ถ้าเกิดมีใครมาได้ยินที่ฉันพูดเข้ามีหวังได้โดนฆ่าโบกปูนแน่ๆ

“ไม่มีหรอกแก...อย่าหะ...”

สวบ!

พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงคนเหยียบใบไม้ก็ดังขึ้นมา ฉันหันไปตามเสียงนั้นด้วยสัญชาตญาณก่อนจะเจอผู้ชายในเสื้อช็อปเดินย่ำเท้าเข้ามา ในมือเขายังมีก้นบุหรี่ที่ใกล้จะหมดคีบไว้อยู่ทั้งที่มีป้ายเขียนไว้ว่า ‘ห้ามสูบบุหรี่’ ติดไว้ที่ต้นไม้ใหญ่มองเห็นได้ชัดเจนแล้วแท้ๆ

“อ้าวคุณ สนใจลงหลุมฝังกลบหน่อยไหม”

ไอ้บ้าลามกนั่นอีกแล้ว!!!

ฉันกดวางสายจากยัยส้มแล้วมองหน้าผู้ชายที่เดินตรงเข้ามาหาฉันอย่างหวาดๆ นี่ฉันคงไม่ได้รู้สึกกลัวนายนี่หรอกใช่ไหม ไม่หรอก...ฉันปลอบใจตัวเอง แต่รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็ชนเข้ากับประตูรถเสียแล้ว

“คุณดูกลัวๆ นะ”

“คะ..ใครกลัว! ฉันไม่ได้กลัวนายสักหน่อย” ฉันว่าเสียงแข็ง เชิดคอหน้าตั้งก่อนจะย่นจมูกเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ลอยมา

“โกหกไม่เนียนเลยนะคุณ”

“ฮึ่ย!”

หมอนี่กดยิ้มมุมปากเมื่อฉันไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ ขายาวสืบเท้าเข้ามาก่อนจะยกนิ้วที่คาบบุหรี่แล้วดูดเข้าปอดจนแก้มตอบมองฉันด้วยสายตานึกสนุก

ฟู่ววววว

มันพ่นควันใส่หน้าฉัน T [] T

“แค่กๆ ไอ้บ้า นายทำอะไร แค่กๆ จะฆ่าฉันรึไง” ฉันพูดไปสำลักควันไปเพราะไม่ได้ทันตั้งตัวเลยเผลอสูดเข้าไปเต็มปอด

“อย่ามาสำออยน่าคุณ” ฉันเบิกตากว้าง เมื่อกี้ฉันโดนผู้ชายด่าใช่ไหม

“ฉันแพ้ควันบุหรี่ต่างหากล่ะไอ้บ้า” ฉันแหวใส่

เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ตอนแรกเหมือนเขาจะรู้สึกผิดนะแต่ไม่เลย นายนั่นยักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้มันบดมันไปมา

“ลองหัดสูบดิ เผื่อจะหายแพ้ก็ได้”

“นายจะบ้ารึไง นายคิดแล้วใช่ไหมที่พูดออกมาน่ะ” ฉันส่ายหน้าอย่างปวดหัวในความคิดของผู้ชายคนนี้จริงๆ

“ก็ผมบอกว่าเผื่อจะ คุณเข้าใจคำว่าเผื่อจะไหมแบบห้าสิบๆ ไม่ลองไม่รู้ไรงี้”

“กวนประสาท” ฉันกระแทกเสียงใส่ ก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อเปิดประตูรถ ฉันอยากกลับคอนโดไปนอนแล้ว เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

“เดี๋ยวคุณ”

“อะไรอีกเล่า” ฉันเอี้ยวตัวไปถามอย่างรำคาญ

ที่จริงฉันไม่ได้นิสัยแย่แบบนี้หรอกแต่การเจอกันครั้งแรกของฉันกับเขาไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก เขาไม่พูดคำว่าขอโทษฉันสักคำเลยนะแถมยังทำตัวน่าโมโหพูดจายียวนอีก จะให้ฉันพูดจาคะขากับเขายังไงไหว

“ผมได้ยินนะ ที่คุณคุยโทรศัพท์” จู่ๆ หมอนั่นก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“อะ...อะไร”

“ยังจะถามอีกเหรอ!”

“แล้ว...นายมาตวาดใส่ฉันทำไมเล่า” ฉันพูดเสียงสั่นๆ

“ปากอย่างคุณนี่นะ”

“ทะ ทำไม ปากอย่างฉันมันทำไมห้ะ” พูดเสร็จฉันก็กัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น รู้สึกหาเรื่องใส่ตัวขึ้นมาทันทีแต่ต้องทำหน้าเชิดเข้าไว้เดี๋ยวนายนี่จะได้ใจ

“กลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว ยังทำเป็นปากเก่ง” เจ้าของผมหยักศกพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายจะเย้ยหยัน “ถ้าคุณกลัวขนาดนี้คุณก็ไม่น่าจะพูดแบบนั้นตั้งแต่ทีแรก ทำไม คณะผมมันทำไม”

“ก็ไม่ชอบอะ”

“ก็นั่นแหละไม่ชอบเพราะอะไร! หรือเคยโดนฟันแล้วทิ้ง?”

“ไม่ใช่สักหน่อย!” ฉันว่าพร้อมหลุบตาต่ำ รู้สึกกระดากอายขึ้นมา “ไม่ชอบก็คือไม่ชอบอะ ฉันจะกลับแล้ว ห้ามเรียกอีกนะ ฉันจะไม่หันแล้ว”

“คุณ”

“เรียกทำไมอีก”

“แล้วคุณหันมาทำไมอะ” ฉันย่นคิ้วรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาตงิดๆ เมื่อเห็นนายนี่หัวเราะขำออกมา อารมณ์เปลี่ยนไวเหลือเกินนะพ่อคุณ “คุณจะไปคอนโดใช่ปะ ผมไปด้วยดิ”

“แล้วทำไมนายไม่ไปเอง”

“ก็ผมไม่มีคีย์การ์ด น้องก้อยเขาก็ปิดเครื่องด้วยอะ น่าคุณน้ำใจคนไทย”

“ฉันนึกว่านายจะอยู่ที่นั่นเสียอีก”

“พูดไรดูหน้าผมด้วยคุณ นี่ผมควรดีใจใช่ไหมที่ราศีจับสามารถซื้อคอนโดหรูที่นั่นได้อะ ผมอะจนจะตาย นี่ก็ว่าจะไปขอกินข้าวที่ห้องน้องก้อยเขา”

“นี่พูดจริงไหม” ฉันถามเสียงสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างประเมินคำพูด

“คนอย่างผมพูดจริงทำจริงอยู่แล้ว พี่ตุ่นคนจริงน่ะรู้จักไหมคร๊าบบบ”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 79

    Special Chapter 2 ท่านประธานคนใหม่ เรียนพร้อมเพื่อนจบพร้อมแพทย์มีอยู่จริง ร่างสูงของนายตุ่นที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ราคาหลักหมื่นได้พิสูจน์มาแล้ว นัยน์ตาคมกริบไล่สายตามองตามกรอบรูปที่บันทึกความทรงจำของชายหนุ่มกับผู้หญิงที่เขารักเอาไว้ ไล่ตั้งแต่ช่วงชีวิตมหาลัยยาวมาจนถึงสมาชิกของครอบครัวที่

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 78

    เขาคงหมายถึงที่ยูทำกุญแจซอลท้องถี่ขนาดนี้ “ผมอยากอยู่เป็นพยาน” “พยานอะไร” ฉันโพล่งถามขึ้น จู่ๆ คนตัวสูงก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินเวียนมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน! ผู้คนในโรงอาหารต่างมองมาที่โต๊ะเราเป็นจุดเดียวกัน ฉันเกือบแหวใส่เขาไปแล้วถ้าไม่เห็นใบหูของเขาที่กำลังแดงจัดนั่น “นายเขิน?” “อย่าเพิ่งแซวตอนนี้ได้ไห

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 77

    Special Chapter Suddenly We… หลายปีต่อมา... “คราวนี้น้องเขาเป็นไข้หวัดนะคะแต่ไม่ได้รุนแรงมาก แค่ทานยาตามที่หมอสั่งไปให้จนหมดก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วค่ะ” กุมารแพทย์สาวคนสวยคลี่ยิ้มบางให้กับเจ้าตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ “ขอบคุณนะครับคุณพิมพ์” “ไม่เป็นไรค่ะ น้องเกมเป็นเด็กที่ภูมิค

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 76

    “เต๊ง! หมดเวลา” เสียงหวานดังโพล่งขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ “เห้ย โกงหรือเปล่า” “แล้วนายนับหรือเปล่าล่ะ” “...” “นายไม่ได้นับใช่ไหมล่ะ งั้นแสดงว่าคำตัดสินชี้ขาดที่ฉัน โอเค๊ เอาล่ะคราวนี้ก็ตอบคำถามฉันมา” “เดี๋ยวๆๆๆ” “อะไรอีก” “ที่ผมมาวันนี้ผมเอาของมาให้คุณนะ ลืมแล้วรึไง” ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งถาม

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 75

    Epilogue ผมชอบคุณตั้งแต่... Tun’ s part “ทิ้งไปแล้ว” “ทิ้งไปแล้ว?!!” ผมทวนคำพูดของนายกสโมสรของคณะตัวเองด้วยความมึนงง “อ่าหะ” “แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร” ผมถามพลางขมวดคิ้วแน่นบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี ผมพ่นลมออกจากปากเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้แต่ดูเหมือนว่ามันจ

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 74

    “โหยยย~” “หยุดหอน!” นายตุ่นขัดเพื่อนของเขาอีกครั้งก่อนจะรั้งร่างของฉันให้ไปชิดลำตัว “นี่แฟนกู ชื่อพิมพ์รุ่นเดียวกันไม่ต้องไหว้” “สวัสดีคร๊าบบบ” แต่ก็นั่นแหละดูเหมือนว่าพวกเพื่อนของเขาจะไม่ฟังอะไรนายตุ่นเลย พวกเขายกมือไหว้ฉันเอ่ยทักทายพร้อมกันส่วนฉันได้แต่ส่งยิ้มแกนๆ ไปให้ “พวกมึงนี่น้ากูใช้ให้ไปท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status