LOGIN“อื้อ!! อื้อ!! ฮึกๆ ฮือ..” มือพยามยามปัดป้องทุกการสัมผัสของเขาทั้งที่มืออีกข้างของจิณณ์เจษยังคงปิดปากเธอเอาไว้ทำให้เธอส่งเสียงได้แค่ในลำคอ
มือหนาที่ว่างอีกข้างถกร่นชุดนอนน่ารักๆ ของเธอขึ้นพร้อมกับบีบเคล้นเต้าสวยที่เต่งตึงอย่างเต็มแรงอารมณ์ สายตาของจิณณ์เจษจ้องมองเรือนร่างที่ขาวผ่อง ตึงแน่นไปทุกส่วน ผิวเนียนละเอียดดูอิ่มเอิบน่าลิ้มลองสมกับเป็นสาววัยแรกแย้ม
“แม่งโคตรดีเลย” จิณณ์เจษพูดก่อนจะก้มลงดูดปลายเต้าสีชมพูอ่อนนั้นอย่างมูมมาม ศราดิ้นพล่านอย่างไม่ยอมทั้งน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด เธอไม่เคยมีเรื่องผู้ชายให้พ่อเสียใจเลยด้วยซ้ำ...เพราะเป้าหมายในการใช้ชีวิตของเธอคือจะต้องเรียนให้จบและทำงานดีๆ หาเงินมาเลี้ยงพ่อ ให้ครอบครัวสุขสบาย..
พยายามปัดป้องขัดขืนเพื่อรักษาตัวเองเอาไว้ ผลักเขาออกแล้วผลักออกเล่าเขาก็ไม่ยอมหยุดการกระทำนั้นลง เสื้อผ้าถูกเธอร่นถอดออกไปเสียหมดจนไม่เหลืออะไรปิดบังร่างกาย...
“ฮือๆ ...ฮึกๆ” เสียงร้องสะอื้นไห้พลางส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง เมื่อเขากำลังปลดกางเกงของตัวเองลง ก่อนที่ร่างหนาจะพาตัวเองคร่อมร่างของเธอเอาไว้ ซุกไซร้ไปทั่วซอกคอขาวนั้น มือก็บีบขย้ำเต้าตึงแน่นโดยสนใจเสียงร้องไห้ของเธอ
“หื้ม หอมดีจริงๆ” เขาพูดเมื่อสูดดมเนื้อกายสาวอย่างพอใจ ก่อนจะละปล่อยมือออกจากปากของเธอ ใช้ปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นปิดปากเธอแทน
แทรกตัวเข้าไปกลางระหว่างขาอย่างดื้อๆ มือก็บีบเคล้นบั้นท้ายยกขาเธอขึ้นแยกมันออก ปากยังคงบดขยี้ปิดปากของเธอเอาไว้ ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นในลำคอ จับแก่นกายจ่อปากทางร่องเล็กที่ปิดสนิท ยัดเยียดแก่นกายที่ตื่นตัวเต็มที่ของเขาเข้าไปเโดยไม่สนเสียงร้องห้ามในลำคอของเธอ
“อื้อ!! อื้อ!!! ฮือๆ” ทุบตีเขาอย่างแรงเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดช่วงล่างราวกับจะขาดใจ ทั้งเจ็บทั้งจุกจนเธอดิ้นไม่หยุด น้ำตาไหลจนแทบจะเป็นสายเลือด เจ็บแค่ไหนก็ร้องออกไปไม่ได้เพราะถูกปิดปากเอาไว้...ทรมานเหลือเกิน...
“อื้มมม...ครั้งแรกสินะ เจอของดีซะได้” เงยหน้าขึ้นเพราะความคับแน่นบีบรัดท่อนเอ็นของเขา
“เจ็บ!! อย่าทำฉันเลยพี่ ฉันขอร้อง ฮึก ฮืออออ ฉันขอร้องนะพี่นะ” ทั้งยกมือไหว้ทั้งร้องไห้อย่างร้องขอเมื่อเขายอมละริมฝีปากจากเธอเพราะความคับแน่นตอดรัดทำให้ยากที่จะห้ามเปิดปากเสียงครางต่ำของตน เธออ้อนวอนให้เขาเห็นใจและหยุดทำแบบนั้น แต่จิณณ์เจษกับแค่ยกยิ้มเอื้อมมือไปปาดน้ำตาใสนั้น ก่อนจะโยกสะโพกเสียเต็มแรงตามแรงอารมณ์
“กรี๊ดด...!” กรีดร้องได้เพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกมือหนาปิดปากเอาไว้ เจษหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะขยับสะโพกของตัวเองเข้าออกอย่างหนักหน่วงสู้แรงตอดรัดนั้น
“ปล่อยให้โง่เหรอ? รอจังหวะมาเป็นเดือนๆ คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปง่ายๆ งั้นสิ?” ว่าแล้วก็ขยับเข้าออกสาวสะโพกถี่รัว น้ำใสไหลเยิ้มปะปนกับหยดเลือด
“ร่านเหมือนกันนี่หว่า ตอดกูแน่นขนาดนี้จะขัดขืนไปทำไม ซี้ดดดด..แม่งเอ้ย แน่นดีฉิบหาย”
หยัดตัวขึ้นมาเงยหน้าขึ้นจับเอวเล็กเอาไว้ก่อนจะตั้งท่าสาวสะโพกกระแทกรัวๆ มือสองข้างจับขาของเธออ้าออกให้เขากระแทกได้ถนัดๆ
“อ๊า..” ความเจ็บตอนแรกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเสียวกระสันเมื่อเขาเร่งสะโพกที่กระแทกเข้าออก แม้ไม่ยอมรับแต่ร่างกายมันก็ต้องเป็นไปตามสิ่งปลุกเร้า
เธอเผลอหลุดเสียงครางหวานออกมาก่อนจะรีบเม้มปากแน่น จิณณ์เจษเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ เล่นรักน้องสาวนอกสายเลือดอย่างดุเดือดตามแรงอารมณ์ของวัยรุ่นที่มักมากไม่รู้จักพอ...
เช้าที่เคยสดใสของเธอไม่สดใสอีกต่อไป ศราหยัดตัวเองลุกขึ้นมาด้วยสภาพที่เปลือยเปล่าอย่างอิดโรย ร่องรอยแห่งตราบาปเด่นชัดอยู่บนที่นอนของเธอ กลิ่นคาวคละคลุ้งจนทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เธอขดตัวนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นด้วยใจที่บอบช้ำ ส่วนคนกระทำมันออกไปตั้งแต่ก่อนฟ้าจะสว่าง
“หนูขอโทษนะพ่อ ฮือออ” สะอื้นไห้แทบขาดใจ
เธอยังคงโทษตัวเองและเกลียดตัวเองที่เผลอรู้สึกไปตามเขาแบบนั้น คิดแล้วก็ขยะแขยงตัวจนเอามือถูทุกส่วนที่ถูกเจษสัมผัส แต่ถูออกจนแดงจนถลอกยังไงก็ไม่อาจลบมันออกไปได้...
เธอพยายามตั้งสติและใช้ชีวิตให้ปกติ เพียงแค่ไม่เข้าใกล้จิณณ์เจษเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นในเมื่อเจษมักจะแอบเข้าห้องของเธอมาทุกคืน และเขาไม่เคยป้องกันเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่ต้องไปหายาคุมมากินเอง ทุกวันคืนเหมือนฝันร้าย...เธอคิดว่ามันคงไม่มีอะไรร้ายไปกว่านี้แล้ว
เธออดทนจนสุดท้ายตัวเองก็เรียนจบ คนในบ้านยิ้มแย้มด้วยความยินดีกับการที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามที่พ่อหวังเอาไว้ได้ แถมยังยกความดีความชอบให้จิณณ์เจษเพราะคิดว่าเขามาติวให้ทุกคืนยันดึกดื่น ผู้เป็นพ่อก็ไม่รู้อะไรเลย...จนวันหนึ่งเธอทนไม่ไหวจริงๆ เลือกที่จะบอกคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น...ทำให้ใจเธอพังลงไปอีกครั้ง
“แกอย่ามาพูดบ้าๆ ! เที่ยวใส่ร้ายคนอื่นเรียกร้องความสนใจทำไม?!” เสียงของผู้เป็นพ่อตวาดเธอ คนที่เธอคิดว่าจะเชื่อในตัวเธอมากที่สุด แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น
“หนูพูดจริงนะพ่อ...”
“พอเลย! พ่อไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระที่ศราแต่งขึ้นหรอกนะ พ่อไม่ใส่ใจแกตรงไหน? พ่อรักพี่เขามากกว่าแกเหรอ? ถึงได้ใส่ร้ายพี่เขาว่าพี่เขาทำแบบนั้น?”
“พ่อคะ...”
“ถ้ายังพูดแบบนี้อยู่อีก ไม่ต้องมาเรียกพ่อว่าพ่อ! อย่าทำให้ครอบครัวเรามีปัญหา! มันสงบสุขดีอยู่แล้วแกจะสร้างปัญหาสร้างเรื่องขึ้นมาทำไม!”
นั่นคือคำตอบรับของผู้ที่เลี้ยงเธอมาจนโต จนตอนนี้เธอเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งและในทุกคืนเธอต้องเจอกับเรื่องบ้าๆ นั่น โดยที่ไม่มีใครรู้ใครสนใจเลยแม้แต่พ่อของเธอเองก็ยังมองว่าเธอโกหก เชื่อใจลูกชายนอกสายเลือดมากกว่าเธอที่เป็นลูกสาวแท้ๆ เสียอีก เพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับกานดาเมียใหม่ของตน
เมื่อผู้เป็นพ่อเดินจากไป เธอก็กลับเข้าห้องด้วยท่าทางที่เศร้าเสียใจ ลูกสาวในสายเลือดถูกพ่อตัวเองเกลียดและมองไม่ดีไปเสียแล้ว เธอเดินเข้าห้องนอนของตัวเองมาอย่างร่างไร้วิญญาณ เพียงแค่ปิดประตูห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นจิณณ์เจษอยู่ในห้องของเธออยู่ก่อนแล้ว
จิณณ์เจษเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าโกรธจัด ก่อนจะคว้าบีบปลายคางของเธอด้วยอารมณ์โกรธ ศราก็ทำได้เพียงร้องไห้เหมือนเดิม เหมือนทุกคืนที่เธอเจอเขา
“เสนอหน้าไปฟ้องพ่อมึงเหรอ?! ดี! กูจะทำให้มึงจำว่าไม่อันไหนควรพูด อันไหนควรหุบปาก!”
จิณณ์เจษพูดพร้อมกับถอดเข็มขัดตัวเองออกมา เขาใช้มันรัดคอของเธอเอาไว้จนแน่นหายใจแทบไม่ออก ก่อนจะปลดกางเกงของเขาลงแล้วกดตัวเธอในลงนั่งกับพื้นห้อง จับแก่นกายของตัวเองยัดเยียดเข้าไปในโพรงปากเล็กของเธอ
“กินเข้าไป!” ศราพยายามจะถอยหนีออกจากท่อนเอ็นนั้น แต่เขาก็ดึงเข็มขัดที่รัดคอเธอเอาไว้ดึงเข้าหาตัวทำให้เธอถอยหนีไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงขาดอากาศหายใจตายแน่
“อื้ม! แค่กๆ!” แม้ว่าจะไอเหมือนจะอาเจียนแค่ไหนเขาก็ยังจับศีรษะของเธอกดเข้าออกจนลึกจนแทบหายใจไม่ออกน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มสีหน้าทรมาน เธอเองก็ต้องเอาตัวรอดเหมือนกัน...จึงกัดท่อนเอ็นของเขาที่กำลังแข็งเต็มที่ กัดมันเสียเต็มแรง
“โอ้ย! มึง!”
เพี๊ยะ!!!
มือหนาวาดขึ้นฟาดลงแก้มเนียนใสของศราเต็มแรงจนหน้าหัน ด้วยแรงของผู้ชายทำให้รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก จิณณ์เจษมองเธอด้วยความโกรธก่อนจะกำกระชากผมของเธอเต็มกำมือ
“มึงได้เจอดีกับกูแน่! กูเตือนมึงแล้วใช่ไหมว่าบำเรอกูดีๆ อย่าสะเออะไปบอกใคร! มึงมานี่เลย!” พูดพร้อมกระชากลากผมเธอให้คลานตามเขาไปยังเตียง และมันก็จบเหมือนเดิม...เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นก็เท่านั้น ทั้งตบทั้งตี...ทั้งกระแทกจนเธอรู้สึกปวดไปหมด ปวดท้องช่วงล่างราวกับว่ามันกำลังจะหลุดออกมา...
“ปะป๊า หนูอีฟจะงอนปะป๊าแย้ว” เด็กหญิงตัวน้อยถักเปียในชุดเดรสสีหวานวัย7ขวบพูดด้วยน้ำเสียงงอแงพร้อมทำหน้ายู่ยืนกอดอกหันหลังให้ชายผู้ที่เธอเรียกเขาว่าปะป๊า หรัญญ์ค่อยๆย่อตัวลงเอื้อมมือไปหวังจะคว้าตัวสาวน้อยเข้ามาโอ๋อย่างเอ็นดู แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับยิ่งหันหลังให้เขาพร้อมทำท่ากระทืบเท้าๆน้อยๆไม่ยอมให้เขาแตะต้อง “หนูอีฟซื้อของเล่นเยอะแล้วนะครับ ถ้าซื้ออีกจะโดนมะม๊าดูเอานะ” หรัญญ์พูดพลางทำเสียงอ่อน เอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยที่ขึ้นชื่อว่าลูกสาวของเขา อดคิดไม่ได้เลยว่าเหมือนใคร... “ปะป๊าจัดการมะม๊าเยย มะม๊ายอมปะป๊า” “ไม่เอาสิครับ หนูอีฟไม่ดื้อกับปะป๊านะครับ” เขาพูดพร้อมยืนขึ้นยื่นมือไปทางหญิงสาวตัวน้อย “ป่ะ เรารีบไปหามะม๊ากันดีกว่า...ไม่ซื้อแล้วนะครับ”&nb
การกลับมาของเขา...เหมือนยารักษาแผลที่อยู่ในใจ จากที่บาดลึกลงไปตอนนี้กลับเหมือนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวด เธอคิดว่าความแค้นที่เธอได้สะสางเป็นสิ่งที่เธอต้องแลกกับคนที่เธอรัก...แต่ฟ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไป... สองมือประสานกันเดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย ทั้งสองหันกลับมามองหน้ากันและส่งยิ้มให้กันบางๆ...ก่อนจะก้าวเข้าประตูบ้านหลังนั้นไปด้วยกัน “ศรา! หนูเป็นไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก” ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาผู้เป็นลูกสาวตัวเองด้วยท่าทางตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนน้ำตาคลอ พ่อผู้ที่เธอไม่เคยอนุญาตให้เจอหน้าเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับยอมให้พ่อมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ “ไม่...เป็นไรแล้ว” คำพูดของลูกสาวแม้จะออกห้วนๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด เธอแค่ประหม่าก็เท่านั้น ศิ
“ศรา!”หรัญญ์ดิ้นสุดแรงเมื่อเสียงปืนลั่นขึ้น เพราะจิณณ์เจษแย่งปืนในมือของศราทันพอดี อีกทั้งยังจับลำคอเล็กของศราเอาไว้แน่นด้วยมืออีกข้าง“กล้ามากนะที่หลอกกู! มึงคงลืมความรู้สึกตอนนั้นไปแล้วใช่ไหม!” แรงบีบที่คอแน่นขึ้นจนใบหน้าสวยแดงไปหมด ปากกระบอกปืนจ่อไปที่ศรา...ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!เสียงหมัดหนักๆ ปะทะเข้าที่หน้าของจิณณ์เจษ เพราะหรัญญ์ตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหามีดที่ศราตั้งใจโยนทิ้งไปทางเขา และก็ใช้มันตัดเชือกได้ในที่สุดขณะที่ลูกน้องจิณณ์เจษหันหลังให้จากที่เห็นว่าเจ้านายตัวเองกำลังจะมีความสุขหญิงสาวและเพราะการแสดงของศราด้วยที่ทำให้จิณณ์เจษตายใจไปครู่หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของจิณณ์เจษเองที่ชอบเรื่องอย่างว่าจนไม่คิดถึงอะไรหรัญญ์รีบถอยหลังไปหาศราและเอาตัวเองบังเธอไว้ข้างหลังอย่างหวงแหน จ้องมองจิณณ์เจษที่ล้มลงไป เหล่าลูกน้องต่างกรูเข้ามาพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปทางศราและหรัญญ์ บางส่วนก็ช่วยพยุงมาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยความโมโหอยู่ดีเพราะเขาพลาดท่าซะได้เมื่อจิณณ์เจษลุกข
ศราเดินเข้าห้องน้ำมาด้วยสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบางสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงพยายามเก็บกลั้นมันไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเจอจิณณ์เจษมันทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ เพราะทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการที่เจ้าของงานจะกล่าวบอกข่าวดีบางอย่าง...“คุณศรา” เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าห้องน้ำทำเอาศราที่กำลังคิดเรื่องอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง“หรัญญ์...”“ครับ...ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำจนกว่าคุณจะออกมา”เขาพูดขึ้นราวกับว่ารู้ความรู้สึกของเธอ ศรายิ้มบางๆ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็กำลังทำให้เธอสบายใจ“อือ...”เธอตอบเขาไปเบาๆ ก่อนจะหายใจเข้าลึก จัดการอารมณ์ตัวเองพร้อมกับมองตัวเองที่หน้ากระจก...ตั้งมั่นกับใจว่าจะต้องไม่อ่อนไหวแม้แต่นิดเดียวไม่อย่างนั้นจะเสียแผน...เงาในกระจกเริ่มปรากฏเงาอื่นนอกจากเธอ...ศราเบิกตากว้างรับหันควับไปด้านหลัง แต่ทว่า...“อื้อ!...” เธอถูกมือหนาปิดปากและจมูกเอาไว้ทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา สติเริ่
“นายคิดว่าไงหรัญญ์” ผู้ที่ขึ้นว่าเจ้านายของเขาเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ดูอารมณ์ดี และแน่นอนว่าสีหน้าของแต่บอกชัดเจนว่ากำลังแกล้งเขา“คุณศราอยากให้ผมตอบ หรือว่าแค่อยากแกล้งดูปฏิกิริยาของผม” เขายังคงยืนนิ่งในท่าสุภาพ หลุบสายตามองผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่เขาตกหลุมรักด้วยแววตาสื่อความหมายว่าเขารู้ทันเธอ“ฮึฮึ...”ศราหัวเราะในลำคอเบา รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิท ปลายนิ้วเลื่อนลูบที่แผงอกซ้ายของเขา ช้อนตามองสบกับสายตาคมนั้นอย่างได้ใจ“ฉันอยากได้ยินคำตอบ...จากข้างในอกซ้ายนี้ของนาย” ยกยิ้มร้ายออกมา แต่สำหรับหรัญญ์ไม่ได้มองว่าเธอร้ายเลยสักนิด แต่มองว่าเธอชอบที่จะยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน“คุณอยากให้ผมพูด...หรืออยากให้มันแสดงออกมาเป็นการกระทำล่ะครับ?”.อีกด้านหนึ่ง“รู้ไหมว่าคุณพัชรส่งของขวัญให้ยัยเด็กนั่นราคาเป็นสิบๆ ล้าน!!”กานดาพูดอยากหงุดหงิดหลังจากก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานข
กว่าจะฝ่าพายุฝนของห้วงอารมณ์มาได้ก็เล่นเอาคุณผู้หญิงของเขานอนนิ่งในอ้อมแขนแกร่งนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจในความเงียบกับความอุ่นซ่านหลังจากเหตุการณ์สงบลงที่ยังคงเหลืออยู่เป็นหลักฐานพร้อมกับบนเตียงนอนที่เปียกปอนศรายังคงนอนนิ่งในอ้อมแขนของเขาอย่างล่องลอย ราวกับหัวใจของเธอยังไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงไหนระหว่าง ‘รัก’ กับ ‘แก้แค้น’หรัญญ์หลุบมองใบหน้าเธอที่อยู่ในอ้อมแขน ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่เปียกเหงื่อออกจาแก้มเนียน ก่อนจะพูดเสียงเบา“ผมไม่ได้เมินคุณ...แต่แค่ผมพยายามที่จะ....”“ไม่ต้องพูดมันจะดีกับฉันมากกว่า”เขาตั้งใจจะบอกเธอว่าเขาพยายามที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง และพยายามที่จะไม่เล่นตามเกมของเธอเพราะเขาไม่ได้อยากเป็นแค่ของเล่นของเธอ แต่ก็ดันถูกดักทางไว้เสียก่อน“ผมอยากให้คุณลองคิดเริ่มต้นใหม่....” เขาหยุดชะงักพลางเหลือบมองสีหน้าของเธอ “กับผม”ประโยคนั้นเหมือนตรึงเธอเอาไว้....แม้ใจเธอเอนเอียงไปกับคำพูดของเขาราวกับเห็นแสงสว่างในใจที่มืดมิด และอยากที่จะทำอย่างที่เขาพูด แต่....ควา
ยิ่งได้ยินแบบนั้นหรัญญ์ยิ่งเหยียบคันเร่งเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเอง ปาดหน้ารถทุกคันทิ้งระยะเพื่อนๆ ของเขาจนลับตา โดยมีคุณผู้หญิงคนสวยที่ยังไม่ละความพยายามในขณะที่เขาควงพวงมาลัยสองมือ เธอก็เอนตัวมาซบเขาอีกทั้งมือเล็กยังซุกซนบีบคั้นเจ้าตัวตนลำใหญ่ที่ตั้งผงาดเต็มที่อย่างมันมือ“อืม..&rdqu
บรรยากาศภายในรถก็ยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม ศรานั่งไขว่ห้างกอดอกมองออกไปนอกรถ มีเพียงหรัญญ์เท่านั้นที่ลอบมองเธอเป็นระยะผ่านกระจกหน้ารถ“เรื่องที่ฉันให้ไปสืบ...ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” เธอเอ่ยถามขึ้นทั้งที่ไม่หันกลับมามองเขา“ผมให้เชนกับเรวินสืบให้อยู่ครับคุณศรา”
ไม่ทันที่หรัญญ์จะพูดจบเสียงกรีดร้องของศราก็ดังขึ้นจากในห้อง หรัญญ์รีบเปิดประตูเข้าไปทันทีพร้อมทั้งนายน์และธาม...มันเกิดขึ้นแบบนี้ขึ้นแทบทุกวัน...“คุณศรา” หรัญญ์เอ่ยพร้อมเอื้อมมือไปปิดฝักบัวและคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้มาคลุมร่างของเธอเอาไว้ เขาอุ้มเธอออกจากมุมห้องอาบน้ำเหมือนเช่นเ
และแล้วเขาก็ได้แค่เปิดประตูฝากชามข้าวต้มให้นายน์เอาไปเก็บแทนและกลับเข้ามาเฝ้ายืนเธอข้างเตียงเหมือนเช่นทุกคืน แม้ว่าตัวเขาจะยังไม่ได้กินอะไรเลยก็ตามแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ส่วนศรานั่งเล่นไอแพดอยู่บนเตียงเป็นที่เรียบร้อย“นายกินอะไรมาหรือยัง?” อยู่ๆ เธอก็เอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้ละสายตา







