Mag-log in“อื้อ!! อื้อ!! ฮึกๆ ฮือ..” มือพยามยามปัดป้องทุกการสัมผัสของเขาทั้งที่มืออีกข้างของจิณณ์เจษยังคงปิดปากเธอเอาไว้ทำให้เธอส่งเสียงได้แค่ในลำคอ
มือหนาที่ว่างอีกข้างถกร่นชุดนอนน่ารักๆ ของเธอขึ้นพร้อมกับบีบเคล้นเต้าสวยที่เต่งตึงอย่างเต็มแรงอารมณ์ สายตาของจิณณ์เจษจ้องมองเรือนร่างที่ขาวผ่อง ตึงแน่นไปทุกส่วน ผิวเนียนละเอียดดูอิ่มเอิบน่าลิ้มลองสมกับเป็นสาววัยแรกแย้ม
“แม่งโคตรดีเลย” จิณณ์เจษพูดก่อนจะก้มลงดูดปลายเต้าสีชมพูอ่อนนั้นอย่างมูมมาม ศราดิ้นพล่านอย่างไม่ยอมทั้งน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด เธอไม่เคยมีเรื่องผู้ชายให้พ่อเสียใจเลยด้วยซ้ำ...เพราะเป้าหมายในการใช้ชีวิตของเธอคือจะต้องเรียนให้จบและทำงานดีๆ หาเงินมาเลี้ยงพ่อ ให้ครอบครัวสุขสบาย..
พยายามปัดป้องขัดขืนเพื่อรักษาตัวเองเอาไว้ ผลักเขาออกแล้วผลักออกเล่าเขาก็ไม่ยอมหยุดการกระทำนั้นลง เสื้อผ้าถูกเธอร่นถอดออกไปเสียหมดจนไม่เหลืออะไรปิดบังร่างกาย...
“ฮือๆ ...ฮึกๆ” เสียงร้องสะอื้นไห้พลางส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง เมื่อเขากำลังปลดกางเกงของตัวเองลง ก่อนที่ร่างหนาจะพาตัวเองคร่อมร่างของเธอเอาไว้ ซุกไซร้ไปทั่วซอกคอขาวนั้น มือก็บีบขย้ำเต้าตึงแน่นโดยสนใจเสียงร้องไห้ของเธอ
“หื้ม หอมดีจริงๆ” เขาพูดเมื่อสูดดมเนื้อกายสาวอย่างพอใจ ก่อนจะละปล่อยมือออกจากปากของเธอ ใช้ปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นปิดปากเธอแทน
แทรกตัวเข้าไปกลางระหว่างขาอย่างดื้อๆ มือก็บีบเคล้นบั้นท้ายยกขาเธอขึ้นแยกมันออก ปากยังคงบดขยี้ปิดปากของเธอเอาไว้ ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นในลำคอ จับแก่นกายจ่อปากทางร่องเล็กที่ปิดสนิท ยัดเยียดแก่นกายที่ตื่นตัวเต็มที่ของเขาเข้าไปเโดยไม่สนเสียงร้องห้ามในลำคอของเธอ
“อื้อ!! อื้อ!!! ฮือๆ” ทุบตีเขาอย่างแรงเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดช่วงล่างราวกับจะขาดใจ ทั้งเจ็บทั้งจุกจนเธอดิ้นไม่หยุด น้ำตาไหลจนแทบจะเป็นสายเลือด เจ็บแค่ไหนก็ร้องออกไปไม่ได้เพราะถูกปิดปากเอาไว้...ทรมานเหลือเกิน...
“อื้มมม...ครั้งแรกสินะ เจอของดีซะได้” เงยหน้าขึ้นเพราะความคับแน่นบีบรัดท่อนเอ็นของเขา
“เจ็บ!! อย่าทำฉันเลยพี่ ฉันขอร้อง ฮึก ฮืออออ ฉันขอร้องนะพี่นะ” ทั้งยกมือไหว้ทั้งร้องไห้อย่างร้องขอเมื่อเขายอมละริมฝีปากจากเธอเพราะความคับแน่นตอดรัดทำให้ยากที่จะห้ามเปิดปากเสียงครางต่ำของตน เธออ้อนวอนให้เขาเห็นใจและหยุดทำแบบนั้น แต่จิณณ์เจษกับแค่ยกยิ้มเอื้อมมือไปปาดน้ำตาใสนั้น ก่อนจะโยกสะโพกเสียเต็มแรงตามแรงอารมณ์
“กรี๊ดด...!” กรีดร้องได้เพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกมือหนาปิดปากเอาไว้ เจษหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะขยับสะโพกของตัวเองเข้าออกอย่างหนักหน่วงสู้แรงตอดรัดนั้น
“ปล่อยให้โง่เหรอ? รอจังหวะมาเป็นเดือนๆ คิดว่ากูจะปล่อยมึงไปง่ายๆ งั้นสิ?” ว่าแล้วก็ขยับเข้าออกสาวสะโพกถี่รัว น้ำใสไหลเยิ้มปะปนกับหยดเลือด
“ร่านเหมือนกันนี่หว่า ตอดกูแน่นขนาดนี้จะขัดขืนไปทำไม ซี้ดดดด..แม่งเอ้ย แน่นดีฉิบหาย”
หยัดตัวขึ้นมาเงยหน้าขึ้นจับเอวเล็กเอาไว้ก่อนจะตั้งท่าสาวสะโพกกระแทกรัวๆ มือสองข้างจับขาของเธออ้าออกให้เขากระแทกได้ถนัดๆ
“อ๊า..” ความเจ็บตอนแรกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเสียวกระสันเมื่อเขาเร่งสะโพกที่กระแทกเข้าออก แม้ไม่ยอมรับแต่ร่างกายมันก็ต้องเป็นไปตามสิ่งปลุกเร้า
เธอเผลอหลุดเสียงครางหวานออกมาก่อนจะรีบเม้มปากแน่น จิณณ์เจษเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ เล่นรักน้องสาวนอกสายเลือดอย่างดุเดือดตามแรงอารมณ์ของวัยรุ่นที่มักมากไม่รู้จักพอ...
เช้าที่เคยสดใสของเธอไม่สดใสอีกต่อไป ศราหยัดตัวเองลุกขึ้นมาด้วยสภาพที่เปลือยเปล่าอย่างอิดโรย ร่องรอยแห่งตราบาปเด่นชัดอยู่บนที่นอนของเธอ กลิ่นคาวคละคลุ้งจนทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสาย เธอขดตัวนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นด้วยใจที่บอบช้ำ ส่วนคนกระทำมันออกไปตั้งแต่ก่อนฟ้าจะสว่าง
“หนูขอโทษนะพ่อ ฮือออ” สะอื้นไห้แทบขาดใจ
เธอยังคงโทษตัวเองและเกลียดตัวเองที่เผลอรู้สึกไปตามเขาแบบนั้น คิดแล้วก็ขยะแขยงตัวจนเอามือถูทุกส่วนที่ถูกเจษสัมผัส แต่ถูออกจนแดงจนถลอกยังไงก็ไม่อาจลบมันออกไปได้...
เธอพยายามตั้งสติและใช้ชีวิตให้ปกติ เพียงแค่ไม่เข้าใกล้จิณณ์เจษเลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นในเมื่อเจษมักจะแอบเข้าห้องของเธอมาทุกคืน และเขาไม่เคยป้องกันเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่ต้องไปหายาคุมมากินเอง ทุกวันคืนเหมือนฝันร้าย...เธอคิดว่ามันคงไม่มีอะไรร้ายไปกว่านี้แล้ว
เธออดทนจนสุดท้ายตัวเองก็เรียนจบ คนในบ้านยิ้มแย้มด้วยความยินดีกับการที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามที่พ่อหวังเอาไว้ได้ แถมยังยกความดีความชอบให้จิณณ์เจษเพราะคิดว่าเขามาติวให้ทุกคืนยันดึกดื่น ผู้เป็นพ่อก็ไม่รู้อะไรเลย...จนวันหนึ่งเธอทนไม่ไหวจริงๆ เลือกที่จะบอกคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น...ทำให้ใจเธอพังลงไปอีกครั้ง
“แกอย่ามาพูดบ้าๆ ! เที่ยวใส่ร้ายคนอื่นเรียกร้องความสนใจทำไม?!” เสียงของผู้เป็นพ่อตวาดเธอ คนที่เธอคิดว่าจะเชื่อในตัวเธอมากที่สุด แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น
“หนูพูดจริงนะพ่อ...”
“พอเลย! พ่อไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระที่ศราแต่งขึ้นหรอกนะ พ่อไม่ใส่ใจแกตรงไหน? พ่อรักพี่เขามากกว่าแกเหรอ? ถึงได้ใส่ร้ายพี่เขาว่าพี่เขาทำแบบนั้น?”
“พ่อคะ...”
“ถ้ายังพูดแบบนี้อยู่อีก ไม่ต้องมาเรียกพ่อว่าพ่อ! อย่าทำให้ครอบครัวเรามีปัญหา! มันสงบสุขดีอยู่แล้วแกจะสร้างปัญหาสร้างเรื่องขึ้นมาทำไม!”
นั่นคือคำตอบรับของผู้ที่เลี้ยงเธอมาจนโต จนตอนนี้เธอเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งและในทุกคืนเธอต้องเจอกับเรื่องบ้าๆ นั่น โดยที่ไม่มีใครรู้ใครสนใจเลยแม้แต่พ่อของเธอเองก็ยังมองว่าเธอโกหก เชื่อใจลูกชายนอกสายเลือดมากกว่าเธอที่เป็นลูกสาวแท้ๆ เสียอีก เพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับกานดาเมียใหม่ของตน
เมื่อผู้เป็นพ่อเดินจากไป เธอก็กลับเข้าห้องด้วยท่าทางที่เศร้าเสียใจ ลูกสาวในสายเลือดถูกพ่อตัวเองเกลียดและมองไม่ดีไปเสียแล้ว เธอเดินเข้าห้องนอนของตัวเองมาอย่างร่างไร้วิญญาณ เพียงแค่ปิดประตูห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นจิณณ์เจษอยู่ในห้องของเธออยู่ก่อนแล้ว
จิณณ์เจษเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าโกรธจัด ก่อนจะคว้าบีบปลายคางของเธอด้วยอารมณ์โกรธ ศราก็ทำได้เพียงร้องไห้เหมือนเดิม เหมือนทุกคืนที่เธอเจอเขา
“เสนอหน้าไปฟ้องพ่อมึงเหรอ?! ดี! กูจะทำให้มึงจำว่าไม่อันไหนควรพูด อันไหนควรหุบปาก!”
จิณณ์เจษพูดพร้อมกับถอดเข็มขัดตัวเองออกมา เขาใช้มันรัดคอของเธอเอาไว้จนแน่นหายใจแทบไม่ออก ก่อนจะปลดกางเกงของเขาลงแล้วกดตัวเธอในลงนั่งกับพื้นห้อง จับแก่นกายของตัวเองยัดเยียดเข้าไปในโพรงปากเล็กของเธอ
“กินเข้าไป!” ศราพยายามจะถอยหนีออกจากท่อนเอ็นนั้น แต่เขาก็ดึงเข็มขัดที่รัดคอเธอเอาไว้ดึงเข้าหาตัวทำให้เธอถอยหนีไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงขาดอากาศหายใจตายแน่
“อื้ม! แค่กๆ!” แม้ว่าจะไอเหมือนจะอาเจียนแค่ไหนเขาก็ยังจับศีรษะของเธอกดเข้าออกจนลึกจนแทบหายใจไม่ออกน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มสีหน้าทรมาน เธอเองก็ต้องเอาตัวรอดเหมือนกัน...จึงกัดท่อนเอ็นของเขาที่กำลังแข็งเต็มที่ กัดมันเสียเต็มแรง
“โอ้ย! มึง!”
เพี๊ยะ!!!
มือหนาวาดขึ้นฟาดลงแก้มเนียนใสของศราเต็มแรงจนหน้าหัน ด้วยแรงของผู้ชายทำให้รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก จิณณ์เจษมองเธอด้วยความโกรธก่อนจะกำกระชากผมของเธอเต็มกำมือ
“มึงได้เจอดีกับกูแน่! กูเตือนมึงแล้วใช่ไหมว่าบำเรอกูดีๆ อย่าสะเออะไปบอกใคร! มึงมานี่เลย!” พูดพร้อมกระชากลากผมเธอให้คลานตามเขาไปยังเตียง และมันก็จบเหมือนเดิม...เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นก็เท่านั้น ทั้งตบทั้งตี...ทั้งกระแทกจนเธอรู้สึกปวดไปหมด ปวดท้องช่วงล่างราวกับว่ามันกำลังจะหลุดออกมา...
เธอเอ่ยเสียงเรียบจับจ้องใบหน้าเขาไม่ละสายตา ไม่ต่างจากหรัญญ์ที่ยังคงนิ่งแต่ก็อึ้งที่ได้ยินเธอสั่งแบบนั้น เธอต้องการจะทำอะไรกันแน่...คงจะล้อเขาเล่นเหมือนเช่นเคย คนอย่างศราไม่น่ากล้าทำอะไรบ้าบิ่นแบบนั้นแน่...นั่นคือสิ่งที่เขาคิด“รออะไรอยู่ล่ะ? ไหนบอกว่าเท้าฉันแดงยังจะให้ฉันเดินไปหรือยังไง?” พูดทักท้วงขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เห็นเขานิ่งอยู่นาน“ครับ...”ตอบรับแต่โดยดีก่อนจะถอดสูทของตัวเองออกมาคลุมที่หน้าขาของเธอแล้วโน้มตัวลง ศราเห็นอย่างนั้นก็รีบคว้าคอของเขากอดเอาไว้แน่น สายตายังคงจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนที่หรัญญ์จะใช้แขนข้างที่ว่างช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม อีกข้างหนึ่งถือรองเท้าส้นสูงของเธอเอาไว้ ตัวของเธอเบากว่าที่เขาคิด...แต่แรงตบไม่เบาเลย...“ไอ้หรัญญ์จะโดนแหย่อะไรอีกไหมวะ” เชนเอ่ยพลางมองหรัญญ์อุ้มคุณผู้หญิงขึ้นห้องไป คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน“งานหยาบแน่เลยว่ะ” นายน์เอ่ยต่อ“นั่นดิ...ถึงยังไงไอ้หรัญญ์มันก็ผู้ชาย” ธามพูดพลางทำหน้าเคร่งเครียด“คุณผู้หญิงไม่น่าทำอะไรหรอก...เราก็รู้ๆ
“เสพสมดั่งใจดีไหมล่ะ? คุณหัวหน้า”เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้าห้องทำงานของเธอมา หรัญญ์แค่โค้งศีรษะลงเล็กน้อยให้กับหญิงสาวที่ยืนหันหน้าออกมองวิวเมืองผ่านกำแพงกระจก แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามแนบแนมของเธอแต่อย่างใด ใบหน้าของหรัญญ์ยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ก่อนจะปรายสายตามองเพื่อนๆ ของเขาที่ก้มหน้านิ่งทำสีหน้าเคร่งเครียดกันเป็นแถว“คุณผู้หญิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องและถามเข้าประเด็นทันที ที่เธอเรียกเขามาทั้ง ๆ ที่ไล่เขาออกไปพักแล้ว แต่ก็อย่างว่า...เอาแน่เอานอนกับเธอไม่ได้หรอกมันอาจจะไม่ได้มีเรื่องอะไรก็ได้...“ฮึ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ? แฟนนายงั้นสิ? ถึงใจดีไหมล่ะบอกให้ฉันรู้หน่อยสิ”ศราพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองเขา ใบหน้าสวยแสยะยิ้มจ้องมองเขาไม่วางตา สองเท้าเรียวที่ใส่ส้นสูงสีดำมันวาวเดินปราดเข้าไปหาเขาเชิดหน้าขึ้นรอคำตอบ“ผมไม่ตอบเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานครับ” หลุบสายตาคมจ้องมองหญิงสาวที่เชิดหน้ามองเขาพร้อมกับตอบเสียงเรียบ“เธอเป็นใครล่ะ? ตอบฉันมาสิ&rdq
“คุณช่วยผมได้อยู่แล้ว...” เขาปราดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย มือใหญ่จับมือเล็กที่ลูบไล้ลำคอของเขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ มอบรสจูบที่แสนหิวโหยนั้นลงบนริมฝีปากบาง ดันตัวหญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำลงนอนบนโซฟา“อื้อ...” เธอครางเสียงหวานตอบรับมืออีกข้างที่ลูบไล้เรียวขาเนียน ล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้า บีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามนั้นอย่างแรง ชวนให้อารมณ์ไปไกลอย่างต้องการ“...เปลี่ยนสบู่เหรอ?”หรัญญ์เอ่ยถามเมื่อซุกไซร้ที่ซอกคอ พรมจูบไปทั่วคอขาวระหงส์ กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะที่ใต้จมูกโด่งคมสันของเขา เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกเขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่กลิ่นเดิม“ใช่ค่ะ ชอบไหมคะ? ไม่อยากใช้กลิ่นเดิมซ้ำๆ กลัวคนแถวนี้จะเบื่อ”เธอพูดพลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย หรัญญ์ละจากลำคอเงยขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าพลางยกยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาไป จัดการถอดเสื้อคลุมของหญิงสาวออก“อื้อ...หรัญญ์...” ครางเสียงหวานเรียกชื่อเขาพลางยกสะโพกรับตัวตนที่ตั้งชันจนกางเกงปูดนูนเด่นชัดเป็นลำใหญ่ เสียดสีเนื้อนิ่มทั้งที่
ไม่พ้นโดนไล่ตะเพิดออกจากห้องทำงานของประธานบริษัทคนสวย หรัญญ์เดินออกมาหาเพื่อนด้วยใบหน้าคิ้วขมวด หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ๆ ข้างๆ เพื่อนทั้งสองที่เขาบอกให้ออกจากห้องมาก่อนหน้า“อ้าว ไล่พวกกูออกมาแล้วมึงจะออกมาทำไม?” นายน์หันไปเอ่ยถาม เพราะปกติต้องรอพวกเขาสองคนกลับจากพักก่อนหรัญญ์ถึงจะยอมออกมาพัก ถึงจะพักแค่สิบห้านาทีก็ตาม“ดูท่าแล้วคงไม่พ้นโดนไล่ออกมา” เชนเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมา“ถ้าอย่างนั้นใครคอยคุ้มกันคุณผู้หญิงล่ะ? หรือว่าหัวร้อนจนไม่ให้ใครเข้าไป” นายน์เอ่ย“ธามกับเรวิน...” หรัญญ์เอ่ยตอบเสียงเรียบ“แล้วคราวนี้มึงจะพักกี่นาที จะไปพร้อมพวกกูเลยไหม?” เชนหันไปถามตามปกติ“นั่นสิ พวกกูแค่มาหากาแฟกิน เดี๋ยวก็กลับเข้าไปแล้วอีกสิบนาที” นายน์พูดพร้อมยกข้อมือตัวเองขึ้นมามองนาฬิกาเรือนหรู"ครึ่งวัน...คุณผู้หญิงให้พักไปเลยครึ่งวัน” หรัญญ์เอ่ยใบหน้ายังคงขมวดคิ้วเช่นเดิม คำพูดของเขาทำให้เพื่อนร่วมสายงานทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากันไปมาก่อนจะดึงสายตากลับไปมองหรัญญ์ที่ตอนนี่นั่งนวดข
เพี๊ยะ!!!“อย่ามาแส่อยากรู้เรื่องของฉัน!! หน้าที่ของนายก็แค่คอยดูแลปกป้องฉัน!! และฟังคำสั่งของฉันเท่านั้น!!”เธอเดินเข้าไปวาดมือขึ้นสูงแล้วฟาดลงที่ใบหน้าของคนตัวสูงกว่าเต็มแรงจนเขาหน้าหัน หรัญญ์ใช้ลิ้นดุนแก้มข้างที่โดนตบ ก่อนจะหันกับมาทำหน้าเรียบนิ่งข่มใจก้มโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ เขาโดนเธอตบมานับครั้งไม่ถ้วน...ทั้งมีเหตุผลทั้งไร้เหตุผลเพราะเธอคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่ได้“...ครับ...คุณผู้หญิง”ยอมตอบรับแต่โดยดีอย่างสงบนิ่ง ศราเห็นอย่างยิ้มก็ยิ้มเยาะและยังคงจ้องมองเขาไม่ละสายตา หรัญญ์ได้แค่เหลือบมองใบหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนหลุบตาลงเลี่ยงสายตาของเธอเพราะไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้คนอย่างเขาไม่เคยยอมใคร แต่ก็ต้องมายอมผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อว่าผู้จ้างวานอย่างว่าง่าย ที่ผ่านมาเขาเคยเจอแต่ผู้จ้างวานเอาแต่ใจเพราะอยากจะเข้าหาเขา แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่จ้างงานคนไหนดุเดือดเลือดเย็นอย่างเธอคนนี้มาก่อน...ไม่ใช่ว่าเขาห่วงเงิน แต่เขาห่วงหน้าที่...มันคือประวัติการทำงานของเขาที่ต้องรักษาความเชื่อมั่นเอาไว้ มันจะมีผลต่
‘ศรา’ ที่แปลว่า ‘บริสุทธิ์ดั่งเจ้าหญิง’ ในตอนนี้เธอแอบหนีออกจากนรกนั่น เดินระหกระเหินไปตามทางด้วยเท้าเปล่า ปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาอย่างเหม่อลอย ไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่มีแผนที่จะหนีไปที่ไหน ไม่ไปหาญาติทั้งฝั่งพ่อและฝั่งแม่เพราะไม่อยากไว้ใจใครอีกแล้วเดินกุมท้องน้อยที่เจ็บปวดออกมารับลมตรงสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ รถยังคงวิ่งไปมาไม่หลับใหลต่างจากความคิดของเธอที่ต้องการจะหลับใหลไปตลอดกาลในตอนนี้...สองเท้าเปล่าปีนขึ้นบนราวสะพานอย่างไม่ได้สติ นั่งลงบนเหล็กราวสะพานนั้นเงยหน้ารับลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้ามาโดนใบหน้า มือเล็กที่เคยจับราวสะพานไว้ปล่อยกางอ้าแขนออกรับลมนั้นก่อนจะตั้งท่าทิ้งดิ่งตัวเองลงไปหลังให้จมดิ่งสู่แม่น้ำอันกว้างใหญ่...อยากไปให้พ้นจากโลกที่โหดร้ายนี้ไปเสียเหลือเกิน“แม่หนู!!!” ไม่ทันที่จะโยนตัวลงสู่แม่น้ำอย่างใจหวัง หญิงวัยกลางคนก็รีบเข้ามากอดตัวเธอเอาไว้ ใช้แรงทั้งหมดที่มีลากเธอลงมาจากราวสะพานอย่างทุลักทุเล“ช่วยหนูไว้ทำไม!! ช่วยหนูทำไม!!! ฮือๆ”เมื่อล้มลงนั่งกับพื้นก็เอามือปิดหน้าร้องไห้โฮออกมา หญิงวัยก







