LOGIN“พูดไรวะนิ้ง”
ผมงง เอาตรงๆ เลยว่าผมไม่เข้าใจที่เธอถาม ดูนิ้งอึกอักตอนที่ผมถามงั้นกลับไปด้วย หรือเธออยากให้ผมหยุดตามจีบเธอ?
“นะ นิ้งถามว่า... ฉลามจะเลิกจีบนิ้งมั้ย?”
เฮ้ย หรือเธอจะคิดงั้นจริงๆ วะ ทำไมถามงี้ ผมไม่เข้าใจ
“ไม่เลิกดิ ใครจะเลิก” ผมออกตัวแรงไปก่อน ใส่อารมณ์ตอนพูดด้วย คือถ้าเธอบอกให้ผมเลิกจีบผมไม่ยอมแน่นอนอ่ะ ชอบมาก ชอบชิบหายขนาดนี้จะให้ผมเลิกตามตื้อเธอง่ายๆ เหรอ ไม่มีทาง “ถามงี้ทำไม อยากให้เลิกจีบเหรอ”
“... เปล่า”
อ้าว
“คะ... แค่อยากจะบอกว่าอย่าโกรธนิ้งเลยนะ” ผมชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดที่คาดไม่ถึงจากปากเธอ เฮ้ย นี่ผมฝันอยู่เหรอ เหมือนเธอกำลังง้อผมอยู่เลย “นิ้งไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้น”
“เหรอ” ผมคราง แล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว
แต่ที่แน่ๆ ผมหายโกรธนิ้งแล้ว ลงทุนกล้าง้อก่อนขนาดนี้ใครจะไปโกรธลง
แต่จะให้หายเลยก็ไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะได้ใจ ต้องมีข้อต่อรองนิดหน่อย
“นิ้งหอมแก้มเราก่อน” ผมพูดสั้นๆ แต่คราวนี้เอาจริง อย่างน้อยถึงจะดูเหี้ย แต่ผมก็อยากได้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ตามใจเอาใจเธอขนาดนี้ “ถ้าหอมแก้มเรา... เราหายโกรธเลย”
“แต่...” คะนิ้งอึกอัก แล้วผมก็แกล้งตีหน้าทะมึน
“งั้นก็แค่นี้แหละ เราเข้าใจ” ผมพูดให้เธอใจเสียเล่น จนร่างเล็กเลิ่กลั่ก เธอคงกลัวผมจะโกรธเธออีก แล้วพอเห็นว่าเป็นงั้นผมก็มีความสุขชะมัดเลยว่ะ เพราะถ้าถึงขั้นกลัวผมโกรธ แสดงว่านิ้งต้องแคร์ผม
“แต่... แต่เรายังคุยกันไม่ถึงเดือน...”
“เธอจะบอกว่าถึงเดือนแล้วเธอถึงจะหอมแก้มเราได้เหรอ?” คนตัวเล็กทำหน้าเหวอเมื่อผมสวนกลับไปแบบนั้น ก่อนที่เธอจะละล่ำละลั่กพูด
“มะ... ไม่ใช่นะ”
“งั้นเธอจะหอมแก้มเราได้ตอนไหน ตอนเธออายุหกสิบงี้?” ผมถามอีกพร้อมกับเลิกคิ้วสูง คะนิ้งทำหน้าเหวอมากกว่าเดิม แล้วเธอก็เหมือนพูดไม่ออก เวลาไล่ต้อนเธอก็สนุกดีเหมือนกัน เธอจะได้ปากตรงกับใจขึ้นมาหน่อยไง “เธอจะคุยกับเราจนอายุหกสิบเลย?”
“อะ... เอ่อ”
“เราคุยกับเธอไปจนตายได้เลย” ผมพูดอย่างใจป้ำ แล้วก็พูดออกมาจากใจด้วย “แต่หอมแก้มอ่ะขอตอนนี้”
“...”
“หยุดรถรอแล้วนะ” เธอทำหน้าอึดอัดใจสุดๆ เมื่อผมจอดรถเทียบฟุตบาทอย่างที่บอกจริงๆ ไม่เป็นไรหรอก ถึงเราจะหอมกันในนี้ก็ไม่มีใครเห็นแน่ มันมีฟิล์มทึบ คนตรงหน้าเองก็น่าจะรู้อยู่
แต่ผมก็ไม่ได้จะปล้ำเธอหรอกว่ะ ผมให้เกียรติ์เธอเสมอ บอกว่าแค่หอม ก็คือแค่หอม
“ไม่... ไม่เอาหอมแก้มได้มั้ย” เธอต่อรองผม ผมก็เลย...
“ได้”
“...”
“งั้นเปลี่ยนเป็นมากกว่าหอมแทนละกัน”
ผมไม่ได้พูดเล่นนะอันนี้ ผมพูดจริง
[พาร์ท : ฉลามดุ]
ฉันสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น
“งั้นนิ้งหอมแก้มฉลามก็ได้” ฉันว่าฉันค่อนข้างชินกับเขาขึ้นมาระดับหนึ่งแล้วล่ะ รู้ว่าที่เขาพูดไปนั่นก็แค่พูดเล่น พูดแหย่ให้ไปไม่เป็นทั้งนั้น และพอได้ยินแบบนั้นคนตัวสูงก็ฉีกยิ้ม แล้วเขาก็เอียงหน้าเข้ามา
“เอาดิ” ฉันกลั้นหายใจ หน้าเห่อร้อนสุดๆ ตอนที่เลื่อนใบหน้าเข้าไปกดปลายจมูกลงที่ผิวแก้มของเขาเบาๆ แล้วผละออกอย่างรวดเร็วเพราะหน้าร้อนเห่อไปหมด
แต่แก้มเขานิ่มดีแฮะ
“หะ... หอมแล้ว” ฉันแทบจะก้มหน้าพูดกับเขา แต่ร่างสูงกลับมีสีหน้าบึ้งตึง
“ไม่รู้สึกเลย” เขาติง แล้วอาศัยจังหวะที่ฉันเผลอเลื่อนหน้าเข้ามาหอมแก้มฉันดังฟอดใหญ่
“...!” ฉันเบิกตากว้าง เอามือมาจับแก้มของตัวเองเอาไว้แน่นอย่างตกใจ แล้วเขาก็ตีสีหน้าจริงจังกลบเกลื่อนสิ่งที่ทำลงไป
“แบบนี้ไง เน้นหนักๆ แบบนี้” เขาพูดหน้าตายมาก แล้วฉันก็อ้าปากค้าง แต่เขามาฉวยโอกาสหอมแก้มฉันนะ ก็ไหนเขาบอกจะอดทนไงล่ะ “อีกที”
ดะ... เดี๋ยวก่อนนะ อีกทีเหรอ!
ทำไมพอฉันยอมขอโทษก่อนเขาถึงได้แกล้งฉันไม่หยุดเลยล่ะ
“แต่...”
“ไม่มีแต่”
ฮือ
“ครั้ง... ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ไม่เอาแล้ว” ฉันพูดกับเขาหน้ามุ่ยๆ เพราะคิดว่าปฏิเสธไปเขาก็ไม่ฟังอยู่ดี คนโตกว่าพยักหน้าด้วยสีหน้ามีความสุขสุดๆ ที่เห็นว่าฉันยอมตามใจเขา ฉันก็เลยกลืนน้ำลายลงคอแล้วเลื่อนใบหน้าเข้าไปหาฉลามดุช้าๆ
แต่ทว่า
“... อื้อ!” ยังไม่ทันที่ฉันจะแตะริมฝีปากลงกับแก้มของเขาด้วยซ้ำ ฉลามดุก็หันหน้ากลับมาหาแล้วประกบริมฝีปากของเขาลงกับปากของฉันอย่างรวดเร็ว
ฉันเบิกตากว้าง แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ในนาทีต่อมาร่างสูงก็ผละออก
“เฮ้ย ขอโทษนะนิ้ง เราไม่ได้ตั้งใจ” อีกฝ่ายทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอนที่หน้าฉันเหวอจนถึงขีดสุด ก่อนที่ต่อมาหน้าของฉันจะร้อนจัดจนชาลามไปถึงต้นคอ
“นะ... นี่คุณ”
“ถือว่าแทนคำขอโทษของเธอละกัน” เขาหันมายิ้มให้ฉันแล้วคิดเอาเอง ไม่รอให้ฉันได้พูดอะไรออกมาทั้งนั้น แต่ฉันรู้นะว่ารอยยิ้มแบบนั้นมันเป็นรอยยิ้มแบบไหน เขาแกล้งฉันชัดๆ เลย “เวลาเธอทำเราโกรธ เธอก็ง้อเราแบบนี้นะ”
“...”
“เราจะได้โกรธเธออีกบ่อยๆ”
ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยกับเขาต่อแล้วอ่ะ คนขี้แกล้ง
จนเขาขับมาส่งถึงหน้าหอพักของฉัน ฉลามดุก็เอาแต่มองหน้าฉันยิ้มๆ ส่วนฉันก็ดึงเข็มขัดนิรภัยออกแต่ไม่กล้าสบตาเขา
ฉันไม่ชินกับสายตาของเขาเลย
“หลามดึงให้” ฉันเหวอเมื่อเขาแทนตัวเองว่าหลามด้วยสายตาล้อเลียนแล้วขยับตัวมาปลดเข็มขัดออกให้ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ฉันมากอย่างจงใจ ก่อนที่คนตัวโตจะสบตาฉันด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนที่จะผละออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉันหน้าแดงไปหมด ก็เลยตัดสินใจพูดกับเขาแบบปกติ ก็ฉันอายนี่นาที่จะมาแทนตัวว่านิ้งกับเขาตลอดเวลา มันดูใกล้ชิดมากเกินไป อย่างน้อยๆ...
“... เราลงแล้วนะ” ก็แทนตัวว่าเรานี่แหละเนอะ ยังไงก็ดูสนิทสนมมากกว่าหนูในตอนแรกที่คุยกับเขา อีกอย่างเพราะฝ่ายนั้นก็ไม่ค่อยชอบที่ฉันแทนตัวว่าหนู ทั้งที่ดูๆ ไปเขาน่าจะอายุมากกว่าฉันอีก
“จะลงแล้วเหรอ” แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตูรถลงไป ฉลามดุก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของฉันเอาไว้หลวมๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนยังไม่อยากให้ไป มือของเขาใหญ่มากเมื่อเทียบกับข้อมือเล็กๆ ของฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วร่างสูงก็ถาม “ยังไม่เย็นมาก หิวมั้ย?”
“ก็นิดหน่อยค่ะ” ฉันใจเต้นนิดๆ เมื่อเขาบีบข้อมือฉันเบาๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น แล้วร่างสูงก็กระตุกยิ้มออกมา
“ไปหาไรกินกัน เดี๋ยวเลี้ยง”
ละ... เลี้ยงอีกแล้วเหรอ
“แต่...” ฉันอึกอัก เริ่มครุ่นคิดอยู่ในหัว แล้วไหนๆ ก็ไหนๆ ฉันเองก็อยากจะไถ่โทษที่พูดไม่ดีใส่เขาในวันนี้ด้วย “เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง”
“ว่าไงนะ”
“เดี๋ยวเราเลี้ยงฉลามเอง” ฉันพูดกับเขาอย่างมุ่งมั่น ฉันโอเคกับเขาแล้วล่ะ ไม่ค่อยกลัวเขาแล้ว แค่ก่อนหน้านั้นฉันเขินที่เขา... เอ่อ “อยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”
ฉลามดุนิ่งไป เขาเหมือนไม่เชื่อหูจนฉันต้องถามเขาไปอีกครั้งนึง
“เราถามว่าอยากกินอะไรรึเปล่า?”
“กินเธอได้ปะ”
“...!” ฉันเบิกตากว้าง พูดไม่ออกเมื่อจู่ๆ เขาก็ตอบกลับมาแบบนั้นด้วยสีหน้าจริงจัง ร่างสูงเริ่มสำรวจใบหน้าของฉันที่ร้อนขึ้นอย่างเงียบเชียบ แล้วฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาอีกแล้ว
“เป็นไร ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากมาเลี้ยงเรา”
“ก็...”
“ใจดีกับเราทำไมวะ เริ่มชอบเราแล้วอ่ะดิ” ฉันแทบจะมุดหน้าหนีเขาในวินาทีนั้น ไม่รู้ทำไมพอฉันเริ่มใจดีด้วยอย่างที่เขาบอกเขาถึงชอบหยอดอะไรก็ไม่รู้ใส่ฉันจังเลย มันทำให้ฉันเริ่มอยากกลับมากลัวเขาเหมือนเดิมแล้วนะเนี่ย “ล้อเล่น ดูทำหน้าเข้า”
“ก็เราทำฉลามโกรธไม่ใช่เหรอ เราก็แค่อยากจะเลี้ยงขอโทษ” ฉันละล่ำละลักตอบไปตามที่คิดจริงๆ แล้วเขาก็นิ่งไปเหมือนเริ่มสังเกตความผิดปกติในการแทนตัวเองที่เริ่มเป็นกันเองมากขึ้นของฉัน “ฉลามอยากกินอะไรรึเปล่า เดี๋ยวเราจะเลี้ยงเอง”
เขาเงียบไปสักพักก่อนที่จะดึงฉันให้มานั่งดีๆ แล้วตอบกลับมา
“เราไม่อยากให้เธอเลี้ยงหรอก แค่อยากให้ไปกินกับเรา”
“...”
“ไม่ต้องทำอะไรเพราะเราไม่ได้โกรธ เราไม่ชอบให้ผู้หญิงออกเงินให้เท่าไหร่ว่ะนิ้ง”
“...”
“อีกอย่าง... เราเลี้ยงเธอได้ทั้งชีวิตเลย” ฉันหน้าร้อนไปหมดเมื่อฉลามดุพูดออกมาตรงๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ก่อนที่จะขับรถออกไป ฉันไม่รู้ว่าเขาจะพาฉันไปไหน แต่มันก็ไม่ได้ไกลมากนัก เพราะต่อมารถของเขาก็จอดอยู่หน้าร้านเหล้าร้านหนึ่ง
ฉันเคยถูกพี่ชายพามาที่แบบนี้นะ แล้วก็ไม่ค่อยชอบด้วย ก็เลยทำหน้ามุ่ยนิดๆ ตอนที่เขาดับเครื่อง
“ลงกัน” เขาพูดกับฉัน แต่พอเห็นว่าฉันเงียบ ร่างสูงก็เอื้อมมือมาแตะมือฉันที่วางอยู่บนหน้าตักเบาๆ จนฉันสะดุ้งแล้วเผลอชักมือออก แต่เขาก็ไม่ว่าอะไร “ไม่ต้องกลัวหรอก เพื่อนเราก็อยู่ ไม่มีใครทำไรนิ้งได้แน่”
“...”
“เราก็อยู่กับนิ้งไง” เขาพูดอีกเมื่อเห็นว่าฉันมีสีหน้าลำบากใจ แล้วเปิดประตูอ้อมมาฝั่งที่ฉันนั่งอยู่แล้วเปิดประตูรถดึงแขนฉันที่ไม่กล้าสบตาเขาออกมา ฉันก็รู้นะว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอกเพราะฉลามดูน่ากลัวจะตาย แต่... ฉันแค่ไม่ค่อยชอบที่แบบนี้
จะว่าฉันค่อนข้างรักความสงบไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ ก็ได้ บางทีบรรยากาศมันอื้ออึงจนอึดอัดอ่ะค่ะ
ฉันทำหน้ามึนงงตอนเดินเข้ามาด้านใน คนมองฉลามเหมือนรู้จักเขา ในขณะที่ร่างสูงจะลากฉันให้ไปนั่งที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยผู้ชายหน้าดุๆ เต็มไปหมด แต่เขากันฉันให้มานั่งกับเขาโดยไม่ให้ฉันนั่งข้างใครเลย
“เฮีย! มาจริงอ่ะ” ผู้ชายคนหนึ่งโพล่งขึ้น เขาดูเป็นคนซื่อๆ แต่เขาก็ดูดีนะ ฉันมองหน้าเขาเลิ่กลั่ก ในขณะที่คนอื่นๆ จะเลื่อนสายตามาจดจ้องฉันที่นั่งตัวเกร็งเป็นตาเดียว จนผู้ชายคนเดิมต้องถามขึ้นมาอีก “นี่ใครครับเฮีย?”
“แฟนในอนาคต” ฉันเบิกตาโตแล้วหันไปมองฉลามดุอย่างตกใจเมื่อเขาแทนตัวฉันที่มาด้วยแบบนั้ร “ไอ้เล้ง ชงเหล้าให้หน่อย”
“มาถึงก็เอาใหญ่เลยนะเฮีย” ผู้ชายคนเดิมทำหน้าเบื่อๆ ในขณะที่จะยกแก้วเปล่ามาชงเหล้าให้ฉลามดุตามที่เขาสั่ง ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิธีการชงเหล้าเป็นยังไง ก็เลยทำได้แต่เลิ่กลั่กมองไปรอบๆ อย่างไม่คุ้นชิน “แล้วแฟนเฮียเอาด้วยปะ?”
ฟะ... แฟนเหรอ!
“มึงกวนตีนเหรอ นิ้งไม่กินเหล้า” ฉลามดุด่าเขา แล้วฉันก็เหวออีก ฉันเพิ่งจะเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ ก็ตอนเขาพูดกับฉันเขาพูดดีๆ ตลอดนี่นา “เดี๋ยวสั่งอย่างอื่นให้แทน อย่าให้เห็นว่าพวกมึงให้นิ้งแตะเหล้านะ”
“ได้เฮีย แต่คราวหลังพูดดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องดุ” ผู้ชายที่ชื่อเล้งบ่น คนอื่นก็หัวเราะ แล้วก็ไม่มีใครถามเรื่องของฉันต่ออีก ฉันก็เลยโล่งอก แล้วก็เริ่มคิดอะไรอยู่คนเดียว
ฉันนึกถึงคำพูดที่ฉลามดุถามทีเล่นทีจริงบนรถ
“เป็นไร ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากมาเลี้ยงเรา”
“ก็...”
“ใจดีกับเราทำไมวะ เริ่มชอบเราแล้วอ่ะดิ”
ถามว่าฉันเริ่มชอบเขารึยังน่ะเหรอ?
ตามจริงแล้ว ฉันเองก็ยังไม่ได้ถึงกับชอบฉลามดุหรอก แต่ที่ยอมตามใจเขาหลายเรื่องก่อนหน้านี้ก็เพราะเขาเองก็ดูไว้ใจได้ ฉันไม่ค่อยกลัวเขาแล้วหลังจากที่เขาพูดตรงๆ ว่าเขากำลังอดทนอยู่ และการกระทำของเขาก็บ่งบอกว่าเขากำลังอดทนอยู่จริงๆ (ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ในบางครั้งเขาจะฉวยโอกาสจากฉันไปเยอะแล้วก็ตาม) พอได้ยินแบบนี้ฉันก็เลยไว้ใจเขาขึ้นมาบ้างนิดหน่อย
อีกอย่าง... เขานิสัยคล้ายๆ กับพี่ชายของฉันเลย ฉันรู้จักคนประเภทนี้ดีก็เลยคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนดีกว่าที่เห็นจากลุคภายนอก อีกอย่าง... ไม่ชอบเวลาที่ฉลามโกรธเลยอ่ะ มันเหมือนเห็นพี่คะนองอยู่ในตัวของเขายังไงก็ไม่รู้
แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าที่ตามใจเขาแบบนั้นมันจะถูกมั้ย แต่ส้มบอกให้ฉันลองเปิดใจให้เขาไม่ใช่เหรอ มันอาจจะไม่ผิดก็ได้ เพราะหลายครั้งฉันก็ถูกมองว่าเป็นคนที่ยอมคนอื่นง่ายเกินไปเหมือนกัน
สับสนไปหมดแล้ว
“นิ้งกินน้ำส้มนะ” ฉันสะดุ้งเมื่อฉลามดุเรียกสติฉันกลับมาพร้อมกับวางแก้วน้ำลงตรงหน้า เป็นน้ำส้มแฟนต้าที่ออกซ่าเล็กๆ ฉันมองมันแล้วก็อึดอัด พอมองไปรอบๆ ก็ยิ่งอึดอัด ฉันไม่ชินกับสภาพแวดล้อมแบบนี้เลย มันคล้ายๆ ตอนไปกับพี่คะนอง “เป็นไร?”
“ปะ... เปล่า” ฉันสั่นหน้าตอบเขา แล้วก็มองไปรอบๆ ที่เริ่มจะมีพวกผู้หญิงออกมาเสิร์ฟอาหาร แล้วพวกเธอก็โดนลวนลาม นั่นทำให้ฉันยิ่งกลัวมากขึ้น “เราว่า... เปลี่ยนไปร้านอื่นดีมั้ย?”
“ทำไมอ่ะ” ฉลามดุถามอย่างสงสัยในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ดูเขาจะชินชากับที่นี่มากเลยไม่ได้คิดอะไรกับเหตุการณ์พวกนั้น แต่ฉันไม่ชินเลยจริงๆ นะ ยิ่งมาแค่กับเขาแต่ไม่มีส้มหวานอยู่ด้วยแบบนี้ “กลัวเหรอ?”
“ก็...” ฉันเหลือบมองพวกเพื่อนๆ ของเขาที่นั่งดื่มกันเสียงโหวกเหวก พวกเขาเงียบแล้วหันมามองฉันกับคนตัวโตข้างๆ ทันที แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองคิดผิด “ก็กลัวนิดหน่อยค่ะ เราไม่ค่อยชิน”
“มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก เอาจริงๆ ปะ” เขาพูดในขณะที่ถือแก้วเหล้าไว้แนบตัว แล้วชี้ไปที่เด็กเสิร์ฟที่ฉันเคยมองก่อนหน้านั้น “ตรงนั้นมันเป็นเด็กเสิร์ฟ ลูกค้าแก่ๆ มันก็เป็นพวกชอบลูบชอบจับอยู่แล้ว แต่ก็ได้แค่นั้น”
“...”
“หรือถ้าเธอกลัวพวกนั้นมาลูบๆ จับๆ เธอแบบนั้น ให้เธอมองหน้าเราไว้นะนิ้ง”
“...”
“เพราะถ้ามันทำแบบนั้นกับเธอ... มันคงได้หน้าแหกด้วยมือเราอ่ะ” เขาพูดได้หน้าตายมาก พร้อมกับยกกำปั้นมาคว้าอากาศหมับต่อหน้า ฉันเหวอถึงขีดสุดในขณะที่ฉลามดุจะแค่นหัวเราะออกมา “โอเคนะ”
“อะ... โอเค”
“หายกลัวได้ยัง?”
“หะ... หายแล้วก็ได้”
แต่กลัวเขาแทนแล้วนะ ฮือ
“กินไรมั้ย สั่งกับเราได้” ฉลามดุเสนอตัวพร้อมกับแย่งเมนูจากมือของเพื่อนเขาส่งมาให้ดู และก็เพราะว่าฉันเองก็หิวจริงๆ ก็เลยเปิดดูตามที่เขาบอก “ข้าวผัดดีปะนิ้ง?”
“เราไม่ใช่เด็กนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย แล้วเขาก็หัวเราะ
“นิ้งจะเป็นเด็กได้ไงวะ นิ้งก็เป็นแฟนเราดิ” ฉันเอ๋อไปเลยเมื่อเจอเขารุกใส่แบบนั้น ทำไมต้องมาแบบไม่ทันตั้งตัวทุกทีเลยนะ “ไม่กินข้าวแล้วจะกินเราแทนก็ได้นะ... ยอมเลย”
“... เราจะกินข้าวนี่แหละ” ฉันตอบกลับไปพร้อมกับปาดเหงื่อที่ขมับออก แล้วเขาก็ระบายยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “ฉลามไปคุยกับเพื่อนเถอะค่ะ เราไม่เป็นไร”
ฉันขอล่ะนะ ฉันอยากเลือกเมนูคนเดียวเงียบๆ อ่ะ ไม่อยากโดนทำให้ไปไม่เป็นอีกแล้ว
“อยากคุยกับนิ้งว่ะ ทำไงดี”
“เอ่อ... งั้นคุยกับเราก็ได้” ฉันหลุบตาลงมองเมนูทันที ก็เขาเล่นดักคอฉันทุกทางเลย แล้วอย่างงี้จะให้ฉันตอบไปว่ายังไงล่ะ
“กินเผ็ดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาพูดประโยคนั้นพร้อมกับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนชิดมากขึ้น ฉันรู้สึกถึงปลายนิ้วมือของเขาที่เกลี่ยเส้นผมของฉันออก พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหู “กินที่เธอกินได้ดิ”
เขาเมาแล้วรึเปล่านะ ทำไมถึง...
ผมคุยกะไอ้จี้แล้วได้ความว่า เมื่อคืนผมเมาไอ้จี้เลยพาผมมาที่ห้อง เสื้อผมเปื้อนอ้วกเพราะเมื่อคืนผมเมามาก ผมอ้วกเป็นน้ำ ไอ้จี้เลยถอดเสื้อผมไว้ที่ซักเธอไม่ได้ร่างกายเปลือยเปล่า มันเป็นชุดที่เธอใส่เมื่อคืน เว้าหลังเปลือยๆ ปิดแค่หน้า ผมยังคิดอยู่เลยว่าแฟนมันไม่ว่าเหรอวะที่แต่งตัวงี้ผมได้เรื่องมาว่าแฟนมันทำร้ายร่างกายมันทุกวันเพราะติดยา ไม่ได้มาจากผม ผมเลยได้แต่มองหน้าเธอแบบพูดไรไม่ได้เพราะชีวิตครอบครัวผมเองก็มีปัญหา“ขอโทษที่พามาห้องนี้ แต่แฟนจี้ไม่อยู่” ผมไม่ได้บอกว่าผมมาทำงานร่วมกับไอ้จี้ ไม่ได้บอกนิ้งเพราะรู้อยู่ว่าเธอจะคิดมาก เมื่อหลายปีก่อนที่งานอู่ผมย่ำแย่จนต้องเปลี่ยนกิจการ จี้คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผมทำงานต่อได้ถามว่ามันจบทางเดิมมั้ย เรื่องนอกกายผมไม่มีแล้วเพราะเข็ดที่ผมตกใจว่าทำไมมันถึงเป็นห้องเธอ แล้วทำไมร่างกายเธอถึงเละขนาดนี้ ถ้ามันเป็นเพราะผม ก็คือผมเมาแล้วเหี้ยผมสนิทกับจี้มากขึ้นเพราะเราร่วมงานกันบ่อย ผมไม่รู้ว่านิ้งรู้เรื่องนี้มั้ย แต่ผมไม่เคยบอก ผมบอกแค่ว่ามาทำกับเจ๊ไอ้จี้เปลี่ยนไปมาก เหมือนที่บางคนบอกว่าอยู่กับสังคมไหนก็จะเป็นแบบนั้น มันสัก ติดยา มันบอกมันรักผู้ชายคนนี
ครอบครัวของผมมัน…“ออกไปนะป้อ!” วันนี้ร็อคดูเกลียดผมมากกว่าทุกวัน ผมกลับบ้านมาก็เจอกับนิ้งที่กอดลูกไว้บนโซฟา เธอไม่มองหน้าผม เรื่องงานผมไม่เคยบอกให้เธอรู้ถึงมันควรจะบอกผมก็ทำเหมือนเมื่อก่อนไง มีไรก็เก็บไว้คนเดียว“ร็อค”“อย่าเข้ากั้ยแม๊ ป้อทำให้แม๊เจียใจ!” ลูกปาหมอนใส่ผมอย่างอารมณ์ร้าย ผมไม่รู้ร็อคพูดถึงเรื่องอะไร แล้วก็เห็นว่านิ้งมองผม เธอถอนหายใจ“... กินเหล้าอีกแล้วเหรอฉลาม” เธอดูเอือมระอาผมมาก“อะไรอีก” ผมขมวดคิ้ว“เรื่องเหล้าเรื่องบุหรี่เราไม่อยากห้ามหรอก รู้ว่านี่มันชีวิตฉลาม... แต่ขอเถอะ ลูกไม่ชอบนะ” นิ้งพูดแบบนั้น แล้วผมก็นิ่งไปความเหนื่อยสะสมทำให้ผมได้แต่คิดว่าทำไมวะ เธอไม่รักผมเหรอ เธอเอาใจแต่ลูกไม่เคยมองมาที่ผม หลายครั้งแล้วที่เราเป็นแบบนี้ ลูกไม่รักแล้วเมียก็ยังไม่รัก แล้วเธอมาคบกับผมทำไม มามีลูกด้วยทำไม แล้วตอนผมสลบไม่ฟื้นจะมาร้องไห้ให้ผมทำไมขอเหอะ ใจคนที่ไม่รักกันอ่ะ“ชีวิตเราอะไร”“ก็ฉลามบอกว่าถ้าไม่มีลูก...” นิ้งเงียบไปพอรู้สึกตัวว่าลูกยังอยู่กับเรา เธอเลยเปลี่ยนคำใหม่แล้วดันให้ร็อคไปนอน“แล้วทุกวันนี้เคยห่วงเรามั้ยอ่ะ ห่วงแต่ลูก ใจเราอ่ะเคยคิดถึงบ้างมั้ยวะ” แต่ผมโพ
“มึงจะมาเตร็ดเตร่อยู่ที่นี่ไม่ได้นะอีหลาม” เจ๊ตบบ่าผม มันพอรู้เรื่องที่ร็อคไม่รักผม เลยเหมือนเห็นใจผมมั้ง “ลูกเมียมึงรออยู่”ผมรักลูก แต่ผมรู้สึกเหมือนติดอยู่ข้างนอกบ่อยๆ“เออ”ผมกลับมาที่บ้านตอนดึกๆนิ้งอยู่กับลูก เธอหลับพร้อมกับลูกบนที่นอน ร็อคติดแม่เหมือนเป็นเจ้าชีวิตอ่ะ ส่วนผมนี่ลูกเสือกเกลียดยิ่งกว่าขี้คงมีแต่ตอนที่นอนที่ดูน่ารักดีมั้ง ไม่แสบเหมือนตอนตื่นนิ้งตอนตื่นก็ไม่ได้สนใจผมผมลูบหัวนิ้งเบาๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ลูกเพราะกลัวลูกตื่นเพราะกลิ่นเหล้า เลยเข้าไปอาบน้ำออกมาอีกทีก็เห็นว่าร็อคยืนงัวเงียอยู่หน้าห้องครัว จะหยิบขวดนมแต่หยิบไม่ถึงเพราะเตี้ยไป“ทำไร” ผมโผล่มายืนข้างหลังแล้วโพล่งขึ้น ร็อคสะดุ้งโหยง ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองผม ก่อนที่จะเมินหน้าหนี“...”“พ่อถามว่าหนูทำไร”“หมั่ยบอก” ร่างเล็กกอดอกงอนๆ แล้วตอบผมแบบนั้น“หิวนมเหรอ พ่อชงให้มั้ย”“ล็อกไม่จินนมที่ป้อชงให้” ลูกผมโพล่งขึ้นมา มองผมอย่างบึ้งตึงแล้ววิ่งต้อกแต้กไปทางนิ้งที่หลับอยู่ “แม๊ แม๊”นิ้งลืมตาขึ้นมาเหมือนสะดุ้งตื่น เธอคงเหนื่อยมั้ง ก็วันนี้เรียนไปเพิ่งกลับมาก่อนผมจะไปทำงานไม่กี่ชั่วโมง“... อะไรคะน้องเพลง”“หนูหิวนม”
ผมไปเซเว่น ซื้อนมมาให้ลูกไม่ได้อ่านในเน็ตด้วย เน็ตไม่มี เอาเป็นว่าครูพักลักจำไปก่อนลูกกินนมไรดีอ่ะ หนองโพ? โฟร์โมสต์?ชอบแบบไหนวะผมรู้แค่แอลลีนเป็นนมคนท้อง ที่ตอนนั้นซื้อให้นิ้งกินได้เพราะผมน่าจะศึกษามา แต่เพราะช่วงที่เธอท้องผมไม่ได้ดูแลเหี้ยอะไร แถมยังเข้าโรงบาลหลับไปหลายเดือน ฟื้นอีกทีตอนเธอคลอดลูกออกมาแล้วผมไม่ค่อยได้เข้าเน็ตด้วย แต่นมแม่งคงจะเหมือนกันหมดเรื่องเด็กทารกผมแม่งไม่รู้จริงๆผมขับมอไซค์กลับไปที่ห้อง พอขึ้นไปก็โดนนิ้งบ่นทันทีเพราะผมซื้อนมสตรอเบอร์รี่มา ของโฟร์โมสต์“เด็กทารกไม่กินนมสตรอเบอร์รี่นะ”“ไม่ใช่ลูกสาวจะชอบสีชมพูหรอกเหรอวะนิ้ง”“ไม่ใช่อ่ะ เด็กทารกต้องกินนมผง” เธอทำหน้ามุ่ย “กินเองเลย เราจะลงไปซื้อให้ลูกเอง”“ชอบกินนมนี้มากกว่า” ผมชี้ไปที่หน้าอกเธอ แล้วก็โดนนิ้งฟาดทันที เชี่ย“ดูลูกด้วยนะ ถ้าดูไม่ดีเราจะกลับมาตีคุณพ่อ” เธอขู่ผมอย่างน่ารักแล้วเดินออกไปนอกห้อง ตั้งแต่มีลูกดุจังวะ กลัวแล้วนะเนี่ยแต่ให้ผมดูลูกเองจะดีเหรอ ลูกไม่กลัวผมจนช็อคเหรอวะผมเดินเข้าไปในห้องนอน เห็นลูกนอนหลับอยู่ ผมมองลูกอย่างหลงใหล น่ารักมาก จนเผลอเอื้อมมือไปลูบหัวลูกเบาๆผมรักลูกมาก แล้ว
ผมตีหน้าเซ็ง“หยุดร้องแล้วเนอะ” นิ้งพูดกับเจ๊หลังจากที่ไล่ผมออกมายืนนอกห้องแล้วกล่อมลูกกันเอง ผมแอบๆ เนียนเข้ามาดูข้างใน แต่ก็แอบเซ็งที่ลูกไม่ได้ดูดนมที่เต็มไปด้วยดีเอ็ชเอจากอกผมมันเป็นความคิดที่เหี้ยตรงไหนวะ“ขออุ้มลูกบ้าง”“ฉลามกลับไปนอนที่ห้องตัวเองได้แล้วนะ” นิ้งหันมาพูดกับผมที่ยื่นมือจะขอลูกยิ้มๆ หลังจากลูกอารมณ์ดีเธอก็อารมณ์ดีไปด้วย เห็นบอกที่นมไม่ไหลเพราะนิ้งเครียด ตอนนี้พอดีขึ้นลูกถึงได้กินผมมองลูกตาละห้อย ก็ผมแม่งอยากกอดลูก“ขออุ้มลูกหน่อยดินิ้ง”“เมื่อกี้ก็อุ้มแล้วลูกร้องนี่ พอได้แล้วล่ะ” นิ้งพูดกับผม แล้วผมก็ลูบหน้าตัวเองแรงๆโถ่“น่า ขอหน่อย นิดนึง”“นิดนึงนะ” นิ้งพูดกับผม ผมแม่งฉีกยิ้มอย่างดีใจ ในขณะที่เดินเหมือนหมาผู้ซื่อสัตย์ไปรับลูกมาจากอ้อมแขนนิ้งแต่พอมาอยู่ในอ้อมแขนผม ลูกแม่งร้องไห้ออกมาทันที“กูว่าเหมือนลูกไม่ถูกกับมึง” เจ๊พูด ในขณะที่มันรับมาอุ้มต่อจากผม แล้วลูกผมแม่งไม่ร้องสักแอะ “อยู่กับกูกับน้องนิ้งก็ไม่ร้องนะ”“...”“ที่ว่าลูกสาวจะรักพ่อน้อยกว่าแม่นี่ท่าจะจริงว่ะ”เหี้ยพูดจริงอ่ะผมนั่งเซ็งอยู่ที่ห้องตัวเอง เพราะยังต้องรักษาแผลที่หัวเลยยังได้อยู่ที่โรงบาลเป
[SALAMDU : SIDE]“คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ดึงสายน้ำเกลือออกแบบนี้เป็นอันตรายมากนะ”ผมนั่งทำหน้าเซ็งอยู่ที่เตียงคนไข้ พักฟื้นมาเกือบแปดเดือนร่างกายเลยแกร่งแข็งแรงสัสๆ เอาจริงๆ ผ้าพันแผลที่หัวก็ควรจะเอาออกได้แล้ว แผลน่าจะสูญสลายหายไปหมดแล้วมั้งผมคิดแล้วก็ดึงผ้าพันแผลออก“คุณฉลามดุ!” พยาบาลคนเดิมที่ยืนบ่นผมดุผมเสียงดัง ผมเลยแค่นหัวเราะ ลูบหัวตัวเองอย่างเก้อๆ แล้วโยนผ้าพันแผลทิ้งลงถังขยะข้างๆ “นี่ไม่ได้ฟังเลยใช่มั้ยคะ”“ผมไม่เป็นไรแล้ว เอาจริงๆ นะ” ผมพูดว่างั้น “อยากรู้มากกว่าว่าเมียผมเป็นไง แล้วลูกผมอ่ะ?”“ตอนนี้กำลังพาน้องไปให้คุณแม่ดูค่ะ คิดว่าพักฟื้นสักสองสามวันคงจะพาน้องกลับบ้านได้แล้ว”จริงเหรอวะ“แล้วตอนคลอดเมียผมคลอดยังไง”“คลอดด้วยวิธีธรรมชาติค่ะ” พยาบาลพูดตอนที่เดินมาดูแผลที่หัวผมอย่างเป็นห่วง เพราะผมเล่นดึงผ้าพันแผลออกไปเลย “แผลคุณฉลามดุยังมีรอยแผลเป็นอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า”“ไม่เป็นไร” ผมยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เธอเข้ามาใกล้กว่านี้ ยังไงผู้หญิงคนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าใกล้ผมนอกจากนิ้งเมียสุดที่รัก เอาจริงๆ ก็ไม่มีทางที่ผู้ชายคนไหนจะได้เข้าใกล้เมียผมเหมือนกัน “แล้วหมอท







