เข้าสู่ระบบ"มะ...ไม่ต้องค่ะ พริ้งเดินเองได้"
สองมือยกขึ้นห้ามคนที่ออกตัวไปส่งเธอเป็นพัลวัน ตอนนี้คนที่จนมุมคือเธอ จนมุมแบบ เฮ้อ!!อยากจะระเบิดตัวเอง หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นด้วยความหงุดหงิด ยิ่งเธอได้ยินเสียงของเพื่อนผู้หญิงในรุ่นที่ลอยมาไกลๆ มันก็ยิ่งตอกย้ำว่างานนี้เธอทำให้พี่ซันดูโดดเด่น เปล่งประกายออร่าความหล่อความหลัว ถึงจะโหด แต่ก็ได้โปรดลงโทษฉันเถอะอะไรประมาณนี้ อิจฉาพริ้งจัง! พี่ซันโคตรหล่อเลย ฉันแกล้งเป็นตะคริวบ้างดีไหม และอีก บลา บลา บลา..... อิจฉาฉันเพื่อ?? ฉันไม่ได้อยากให้มันจบลงอย่างนี้สักหน่อย หญิงสาวโวยวายในใจแต่จะให้เธอออกตัวปฏิเสธความหวังดีของลุงรหัสที่พ่วงตำแหน่งประธานสโมสรก็ไม่ได้ พี่ซันแฟนคลับเยอะ เผลอๆ เธอจะตกเป็นขี้ปากว่ามั่นหนัา สวยแล้วหยิ่ง นู่น นี่ นั่น เอเวอรี่ติง ซึ่งเธอไม่ได้โง่ถึงขนาดจะทำลายภาพพจน์ที่สร้างขึ้นมาด้วยมือตัวเอง เพราะกว่าเธอจะมายืนในจุดที่ทุกคนยอมรับว่ามีตัวตนไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งเยอะกว่าจะสวยเปล่งประกายได้มีชีวิตเจิดจ้าเหมือนคนอื่นๆ เธอไม่อยากกลับไปอยู่ในคราบของหนอนหนังสือที่ขี้กลัวเอาแต่แฝงตัวอยู่ในห้องสมุดมืดๆ อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมาสลัดภาพในอดีตหลายปีก่อนที่ส่วนใหญ่จะมีแต่คำว่า "เหงา" แต่เอาเถอะเรื่องก็ผ่านมานานแล้ว จะไปคิดให้หมองหม่นใจก็ใช่เรื่อง "ตะคริวกินไม่ใช่เหรอ" เสียงทุ้มดึงพริ้งพราวให้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิด คนถามหรี่ตาลงเล็กน้อยมองหน้าสวยๆ หวานๆ ของหญิงสาวราวกับต้องการจับผิด "ค่ะ ตะคริวกิน" พริ้งพราวตอบคำถามพร้อมกับแสร้งนวดๆ คลึงๆ ข้อเท้าตัวเองให้สมบทบาท ชายหนุ่มแค่นยิ้มมองหลานรหัสตัวแสบที่นั่งแหมะกับพื้น เสียงร้องของเธอทำเอาเพื่อนๆ ของเขาพากันตำหนิว่าทำเกินไป ซึ่งเขาก็ได้แต่รับฟังไปงั้นๆ เมื่อคืนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงในฐานะลุงรหัส แต่เธอกลับแผลงฤทธิ์ใส่จนน่าโมโห เป็นพวกชอบความรุนแรงหรือไง ตำแหน่งดีๆ มีให้เตะตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องเจาะจงในตำแหน่งที่ไม่สมควรจนทำให้เขาทั้งจุกทั้งเจ็บจนหัวร้อน แค่ให้ยืนสำนึกผิดนิดแค่นี้ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะถ้าเขาเป็นหมันขึ้นมาใครจะมารับผิดชอบ "ดะ...ดีขึ้นแล้ว" หญิงสาวตอบโดยไม่มองสบตา เพราะรู้สึกถึงไอความเกรี้ยวกราดบางอย่างกำลังแผ่ออกมาจากดวงตาสีนิลของรุ่นพี่ แน่นอนว่าเธอกำลังโดนเขาจ้องจับผิด และเธอก็จะให้เขารู้ไม่ได้ ไม่งั้นคงได้ซวยยิ่งกว่าซวย แค่นี้ความสัมพันธ์ก็นะ....เกินจะเยียวยา "เดินไหว??" คิ้วเข้มเลิกสูงเป็นเชิงตั้งคำถาม พริ้งพราวพยักหน้ายืนยันว่าไหวก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่า...มันไม่เป็นอย่างที่ใจคิด ความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ที่ข้อเท้าลามมาถึงน่องทำให้เธอต้องเม้มปากแน่นข่มเสียงร้อง "โอ้ย" ขณะทรงตัวยืน หญิงสาวสบถออกมาเพราะรู้ตัวว่าขาของเธอตอนนี้กำลังโดนตะคริวเล่นงานของจริง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ตะคริวทิพย์อย่างแน่นอน อนิจจา.... นี่คือผลของการโกหกใช่ไหม หญิงสาวได้แต่กรีดร้องในใจ แค่จะก้าวขาเดินตามพี่ซันที่เดินนำไปก่อนเธอยังทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะให้ทำยังไงในเมื่อเธอโดนตะคริวกินขาจนเดินไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ "ทำไมยังไม่เดินมาอีก" คนตัวโตหันหน้ามาถามเมื่อไม่ได้ยินฝีเท้าของอีกฝ่ายเดินตามมา นัยน์ตาสีนิลมองไปยังรุ่นน้องเจ้าปัญหาที่ปากดีบอกว่าเดินเองได้ แต่ตอนนี้กลับใช้มือข้างหนึ่งยันผนังเพื่อทรงตัว ก้าวแต่ละก้าวนั้นเชื่องช้ายิ่งกว่าเต่าคลาน ภาพที่เห็นทำให้เขาพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา ก่อนจะตวัดตัวหันหลังตรงดิ่งมายังเธอ "ระ...รุ่นพี่จะทำอะไรคะ" ดวงตาคู่สวยเบิกโตเมื่ออยู่ๆ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้นกลับเข้าสู่แผงอกแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นอีกครั้ง นี่มันเหตุการณ์ซ้ำเดิมกับเมื่อคืนเป๊ะๆ อย่าบอกนะว่า..... รุ่นพี่จะสานต่อเรื่องเมื่อคืน หญิงสาวคิดเอง มโนเอง แต่จะให้เธอดีดดิ้นแล้ววิ่งหนีไปเหมือนเมื่อคืนก็คงทำไม่ได้ เพราะแค่เดินยังไม่ไหว แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปเตะแล้วฉวยโอกาสหนี "ผมไม่ทำอะไรหรอก" เสียงทุ้มพูดขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าของคนในอ้อมกอด แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงเหมือนไม่ไว้ใจนั้นมันชวนให้เขานึกสนุกอยากเย้าแหย่ให้เธอตกใจจนดวงตาคู่สวยนั้นเบิกโตยิ่งกว่าไข่ห่าน "แต่ถ้าทำตัวแย่ๆ เตะไม่ดูหัวดูหางเหมือนเมื่อคืนอีกล่ะก็ไม่แน่...." นะ...นี่มันคือคำเตือนใช่ไหม!! หญิงสาวได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความกลัว แววตาดุดันและน้ำเสียงที่จริงจังทำให้เธอเสียวสันหลัง บุคคลิกพี่ซันไม่ได้เป็นคนพูดเล่น พี่ซันพูดจริง และพี่ซันก็เอาคืนจริงแบบทบต้นทบดอกเน้นๆ คืนนั้นที่โดนตบหน้าไปสองที พี่ซันก็เล่นเธอซะเสียงแหบเสียงแห้ง แถมคืนนี้ยังโดนสั่งให้ยืนขาแข็งท้าทายความเย็นจากน้ำแข็งก้อนบิ้กเบิ้มอย่างไร้ความปราณีอีก ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าการลงโทษครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเธอจำชื่อรุ่นพี่สายรหัสไม่ได้ แต่มันเป็นการเอาคืนที่เธอใช้ขาเรียวสวยเตะผ่าหมากพี่เขาไปจุกๆ ต่างหาก ไอ้รุ่นพี่ใจร้าย!!! ไอ้รุ่นพี่บ้าอำนาจ!! "มือยังใช้การได้ใช่ไหม" คำถามนั้นทำเอาคนในอ้อมแขนเงยหน้าขึ้นมาสบตาคมเข้มสีนิลแบบงงๆ "มือไม่ได้เป็นตะคริวนี่คะ!!" เธอกระแทกเสียงแหลมใส่ ก็นะถามอย่างนี้เหมือนจงใจหาเรื่องชัดๆ ไม่พอยังทำหน้าอย่างกับว่าเธอตั้งใจเรียกร้องความเห็นใจอย่างไรอย่างนั้น ถ้าไม่เป็นตะคริวขึ้นมาจริงๆ อย่าคิดหวังจะได้อุ้มเธอบอกเลย "งั้นล้วงให้หน่อย" ห๊ะ!! ล้วง ล้วงอะไร คำว่า "ล้วงให้หน่อย" ทำเอาพริ้งพราวถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองดัง "แค่ก" หน้าขาวนวลเนียนน่ามองตอนนี้แดงระเรื่อ แน่นอนว่าในหัวของเธอกำลังตีความหมายของคำๆ นั้น รุ่นพี่จะให้เธอล้วงอะไร บอกตามตรงว่ามันทำให้เธอคิดในแง่ดีไม่ได้เลยจริงๆ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวขณะกวาดมองรอบตัวที่ทั้งมืดและเงียบ เธอมัวแต่คิดระแวงจนไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพี่ซันพาเธอมายังโรงจอดรถหลังคณะที่โค-ตะ-ระ จะเงียบแถมยังไม่มีใครเดินผ่านสักคนเพราะติดทำกิจกรรมอยู่ตรงลานคณะ ยกเว้นจะมีก็แต่ไอ้ด่างหมาประจำคณะสองตัวที่นั่งจ้องเธอตาแป๋ว "เอ่อ....จะดีเหรอคะ" พริ้งพราวถามปลายเสียงสั่น สองมือน้อยๆ ตอนนี้กำแน่นจนชื้นเหงื่อ หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความตกใจ ถึงจะเป็นลุงรหัสแต่จะสั่งให้เธอมาจก มาล้วง มาระบายความใคร่ในที่สาธารณะอย่างนี้มันไม่ได้ นี่หรือคือผู้ชายในฝัน หญิงสาวกรอกตาวนก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ ว่า "ตัวอันตรายชัดๆ" "เร็วๆ สิ หรือจะให้ผมล้วงเอง" คำเร่งเร้าที่ติดหงุดหงิดหน่อยๆ นั้นทำเอาหญิงสาวในอ้อมแขนสะดุ้ง คำว่า "ล้วงเอง" ที่หลุดมาจากริมฝีปากนั้นทำเธองกๆ เงิ่นๆ ทำตัวไม่ถูก ถ้าไม่ทำจะเป็นเธอที่ถูกล้วง ไม่นะ!! ถ้าใครมาเห็นเข้าคงได้ตกเป็นข่าวซุบซิบดังไปทั่วมหาวิทยาลัยแน่ๆ "มะ ไม่ค่ะ เดี๋ยวพริ้งจะล้วงเอง" ในเมื่อมีทางเลือกให้เธอแค่สองทาง เธอก็คงจะต้องเลือกสักทาง ไม่งั้นจุดจบคงเหมือนคืนนั้น คืนที่เธอเมา โอ้ยๆๆๆ ช่างมันเถอะ!! รีบๆ ล้วง รีบๆ จบ ถ้าขาหายเป็นตะคริวเมื่อไหร่ เธอจะได้วิ่งหนีให้ไกลจากรุ่นพี่ที่ในหัวมีแต่เรื่องอย่างว่าตลอดเวลานี่สักที มือเรียวบางที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก เธอสูดลมหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมความกล้า เธอหลับตาปี๋ ก่อนจะทิ้งมือลงข้างตัวจับๆ แตะๆ คลำๆ กางเกงส์ยีนส์ของรุ่นพี่ที่เอาแต่เร่งว่า "เร็วๆ ยุงเยอะ" พริ้ง เธอต้องทำได้ คิดซะว่ามันเป็นกล้วยหอม!! หญิงสาวบอกกับตัวเองที่กำลังเอามือหาตำแหน่งล้วงเข้าไปในกางเกงยีนส์เพื่อควานหาบางสิ่งในนั้น ซึ่งตำแหน่งที่เธอล้วงก็ทำเอาคนที่เร่งเร้าว่า "เร็วๆ" ถึงกับเงียบไป คิ้วเข้มเลิกสูง มองหน้าคนตัวเล็กที่หลับตา แต่มือกลับซุกซนตรงเป้ากางเกงเขา "พริ้งพราว" เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเรียกชื่อของอีกฝ่ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ นัยน์ตาคมมองผู้หญิงในอ้อมแขน เขาแค่สั่งให้เธอล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋าเสื้อช็อปให้เพราะสองมือติดอุ้มเธออยู่ แต่เธอกลับชวนให้เขาทำเรื่องอย่างว่ากลางแจ้งนี่นะ ใจกล้าดี และแน่นอนว่าเขาชอบผู้หญิงบุคคลิกอย่างนี้ด้วยสิ ชายหนุ่มคิดก่อนแสร้งกระแอมไอเบาๆ ในลำคอให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว "คะ!!!" หญิงสาวตอบทั้งๆ ที่หลับตาแน่น "ผมให้ล้วงเอากุญแจ" คำพูดทุ้มๆ นั้นทำเอาหญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลง รีบชักมือกลับด้วยความเขินอาย ในใจก็ได้แต่โทษตัวเองที่แปลความหมายผิด เอาตรงๆ ตอนนี้เธออยากเอาหน้าสวยๆ แดงๆ นี้มุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด "พริ้ง คือพริ้ง...." โอ้ย มาติดอ่างอะไรตอนนี้ช้านนน!! หญิงสาวล่ะล่ำล่ะลัก คือมันเกิดจากความเข้าใจผิด ทำไมรุ่นพี่ไม่อธิบายให้ชัดกว่านี้ ทำไมรุ่นพี่ไม่ขยายความดีๆ แล้วทำไมรุ่นพี่ไม่หยิบเอง เธออยากจะพูดตอกใส่หน้ารุ่นพี่ไปอย่างนั้น แต่เพราะโดนอ่อร่าความหล่อตก รอยยิ้มที่แฝงด้วยความซุกซนทำใจของเธอเต้นรัว หัวตื้อสมองตัน พูดง่ายๆ ก็นะใบ้กินไปชั่วขณะ "ถ้าพริ้งอยาก บอกผมตรงๆ ก็ได้" "พริ้งไม่..." "เรื่องนี้ผมไม่บอกใครแน่นอน" โอ้ย!!! มันไม่ใช่อย่างนั้น หญิงสาวถอนหายใจออกมา ดูท่าพี่ซันต้องเข้าใจผิดอะไรอยู่แน่ๆ ปากที่กำลังจะอ้าเพื่อพูดคำแก้ตัวร้อยแปด ตอนนี้กลับเป็นเหมือนเชิญชวนให้ริมฝีปากหยักได้รูปของอีกฝ่ายนั้นประกบจูบลงมาตรงๆ และนั่นก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับตาโต ทำตัวไม่ถูก จะร้องเอะอะโวยวายก็ไม่ได้เพราะอยู่ในคณะ ทำได้แค่เหล่มองไอ้ด่างสองตัวที่นั่งมองเธอตาแป๋ว ไม่หง ไม่เห่า พูดง่ายๆ ก็นะช่วยเหี้ยอะไรเธอไม่ได้เลย อนิจจา... พี่ซันเข้าใจผิดอยู่จริงๆ ด้วย!!!!!"ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก
"มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~
"วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ
"พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง
อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ
ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ







