Share

พริ้งไม่เอา!

Penulis: Goldberry
last update Tanggal publikasi: 2026-04-03 10:23:13

การมอบเกียร์ให้แก่รุ่นน้องถือเป็นหน้าที่สำคัญของสโมสรนิสิตที่ต้องรับผิดชอบและทำออกมาให้ดีไม่แพ้รุ่นพี่สโมปีก่อนๆ โดยงานหลักคือจะต้องจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะถึงวันมอบเกียร์ ซึ่งมีจุดประสงค์คือเพิ่มความสนิทสนมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่พี่น้องวิศวะ ข้อกำหนดนี้รุ่นน้องหน้าใสหัวใจเฟรชชี่ต่างรับทราบเพียงผิวเผินและมีหน้าที่คือต้องเข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ย้ำตัวโตๆ เน้นๆ ว่า....

ห้ามปฏิเสธ!!

เพราะนี่คือคำสั่ง

ก่อนถึงวันมอบเกียร์ รุ่นพี่ทุกชั้นปีจะต้องให้ความร่วมมือกันหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาดูแลรุ่นน้องที่ถูกสั่งให้เข้าร่วมกิจกรรม ความน่ารัก สดใส ตามประสาปีหนึ่ง รุ่นพี่บอกซ้ายก็ซ้าย บอกขวาก็ขวา สั่งให้ทำอะไรก็ทำหมด ไม่กล้ามีปากมีเสียง หน่อมแน้มน่ารักจนกระตุ้นต่อมเอ็นดูของรุ่นพี่ให้พุ่งพล่าน และการแสดงออกถึงความรักในรูปแบบชาววิศวะก็คือการแกล้งน้องที่มีมายาวนานรุ่นต่อรุ่น รุ่นพี่ทุกคนรู้ อาจารย์รู้ ส่วนรุ่นน้องไม่รู้นั่นล่ะดี เพราะจะได้สัมผัสความเรียลสมจริง ถึงขั้นซาบซึ้งกินใจจนน้ำตาแตกกันไปข้าง

เนื้อหาที่แจ้งไปทางไลมม์กลุ่มคือในหนึ่งอาทิตย์นี้น้องๆ ปีหนึ่งทุกคนจะต้องใส่ชุดพละสีเขียวที่มหาวิทยาลัยกำหนดมารวมตัวกันที่ลานคณะวิศวะตอนห้าโมงเย็นเป๊ะๆ  ถ้าใครไม่มาจะถือว่าไม่เคารพรุ่นพี่ และจะมีผลกับเพื่อนๆ ในรุ่นด้วย ดังนั้นหน้าที่ในการตามเพื่อนให้มากันพร้อมหน้าก็ตกเป็นของทุกคน ถือว่าต้องรู้จักรับผิดชอบร่วมกัน ณ. ตอนนี้ความสามัคคีต้องมาแล้วหนึ่ง ซึ่งถือว่ารุ่นน้องปีนี้ทำได้ดีเป็นที่น่าพอใจ รุ่นพี่ทุกชั้นปีพากันแอบปรบมือให้รัวๆ

กิจกรรมนี้....

รุ่นพี่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำ

แต่รุ่นน้องปีหนึ่งล่ะจะเข้าใจไหม....

ดูจากสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็ตอบแทนได้เลยว่า "ไม่" ในใจคงแอบก่นด่ารุ่นพี่กันแทบทุกคน แต่มีหรือรุ่นพี่อาวุโสจะใส่ใจ แสร้งทำหน้าดุ ตีหน้าเครียด และปฏิบัติตามธรรมเนียมกันอย่างเคร่งครัดด้วยใจครื้นเครง งานนี้บอกเลยรุ่นน้องทุกคนต้องโดนจัดหนักจัดเต็ม ยิ่งปีนี้มีแต่น้องๆ หน้าตาซื่อๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกรุ่นพี่ก็ยิ่งรักและเอ็นดูเป็นพิเศษ

ณ.ลานคณะ เวลาห้าโมงเย็น

"ทดสอบอะไรวะ"

"เชี่ย!! น่าเบื่อว่ะ"

"กูจะไหวไหมเนี่ย"

"กูเหนื่อย กูอยากกลับไปนอน"

นั่นคือเสียงของรุ่นน้องหน้าใสปีหนึ่งที่ยืนซุบซิบกันในแถวเมื่อรู้ว่าการจะได้เกียร์มาอยู่ในมือนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด รุ่นน้องทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบของรุ่นพี่ที่ตั้งขึ้น แน่นอนว่านั่นคือกฏที่ฝืนไม่ได้และยังเป็นคำสั่งโดยตรงของประธานสโมที่อ้างเหตุผลว่าเป็นธรรมเนียมที่ต้องยึดถือปฏิบัติ

ใครอยากได้ก็อยู่

ใครไม่อยากได้ก็ไป

พวกพี่จะไม่บังคับฝืนใจ!!!!

แหมๆ คำพูดสวยหรูเชียว ฉันคิดพลันถอนหายใจอย่างเซงๆ ขณะยืนถือสมุดที่ได้รับแจกมาจากรุ่นพี่ ตอนแรกก็แอบหลงดีใจที่สามารถผ่านพ้นเชียร์อันแสนหฤโหดมาได้ แต่นั่นมันก็แค่การเริ่มต้นที่รุ่นพี่ให้การยอมรับว่าเป็นรุ่นน้องในคณะเฉยๆ มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าพวกเธอจะมีสิทธิ์ได้รับเกียร์หรือไม่

คณะอื่นไม่เห็นจะต้องทำอะไรเลย!!

พริ้งพราวคิด สีหน้าและแววตาของรุ่นพี่ที่มองมาเหมือนไม่พอใจรุ่นน้องอยู่ตลอดเวลามันทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่พอยังพร้อมใจกันยืนหน้าตั้ง หลังตรงเอาแขนไพล่หลังประหนึ่งตั้งท่าระเบียบเชียร์ มันหวนให้นึกถึงวันเข้าเชียร์อันแสนหฤโหดนั่นจริงๆ กว่าจะผ่านมาได้ ก็เรียกได้ว่าระทมทุกข์ถึงขั้นหลั่งน้ำตา แล้วนี่อะไรยังต้องมาทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อดูจากหน้าพี่ๆ แล้วคำว่า "สานสัมพันธ์" นั้นคงหมายถึงอบรมสั่งสอนให้รุ่นน้องอยู่ในโอวาทและกำมือแน่ๆ

และวันนี้.....

คือวันแรกของการทำกิจกรรม สมุดที่รุ่นพี่แจกให้คือใบผ่านทางยืนยันว่าเธอเหมาะสมจะได้รับเกียร์สีทองหรือไม่ ซึ่งในสมุดพกของทุกคนนั้นจะต้องได้ตราประทับว่า "ผ่าน" เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้รับเกียร์ และใช่ค่ะ!! ตราประทับอันเลอค่าที่ทุกคนหมายปองอยากได้มาอยู่ในสมุดให้เป็นเกียรตินั้นจะอยู่ในมือของใครได้ถ้าไม่ใช่คนที่.....

เฮ้อ!!!!

หญิงสาวพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาเมื่อได้ยินชื่อของคนที่จะตัดสินว่าพวกเธอผ่านและเหมาะสมที่จะได้เกียร์มาห้อยคอหรือไม่ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองผู้ชายตัวสูงโดดเด่นในเสื้อช็อปสีแดง ผิวของเขาขาว คิ้วของเขาเข้ม หน้าของเขาคม และรอยยิ้มมีเสน่ห์ในการดึงดูดให้สาวๆ หลงนั้นบอกตรงๆ ว่ามันทำให้เธอรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ใครๆ ก็บอกว่าอิจฉาเธอที่มีลุงรหัสเป็นถึงประธานสโมสรนิสิตที่ทั้งหล่อ รวย เรียนดี  คือแบบเป็นผู้ชายที่มีแต่คำว่าเพอร์เฟกต์ เป๊ะเว่อร์

ซึ่งพอฉันได้ฟังคำอวยเกินเบอร์ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบ "อืม!" ไปเบาๆ ทั้งที่ในใจนั้นอยากจะแย้งและตะโกนกรีดร้องออกไปดังๆ เหลือเกินว่า

ฉัน-ไม่-ต้อง-การ!!!!!!

"น้องคนนั้น ตั้งใจฟังด้วยครับ"

เสียงทุ้มต่ำที่เธอจำได้ดีติดหูตวาดขึ้นมา และมันก็ดังพอที่จะทำให้น้องปีหนึ่งสะดุ้งตัวโยน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พากันเหงื่อตก เหงื่อแตก ใจนี่คือหล่นไปที่ตาตุ่ม เพราะไม่รู้ว่า "รุ่นน้องคนนั้น" ที่รุ่นพี่ประธานพูดถึงคือใคร ในใจก็หวังแต่ว่า "อย่าใช่กูนะ!!!"

แต่อนิจจา....แค่เสียงเฉยๆ มันยังไม่เจาะจงพอสินะ ดังนั้นนิ้วหนาๆ จึงชี้มาระบุตำแหน่งให้ทุกคนรู้ซะเลย ฉันที่ยืนทำตัวสงบเสงี่ยมนิ่งๆ อยู่แถวสองฝั่งซ้ายสุดถึงกับสบถขึ้นมาว่า "ซวย" เมื่ออยู่ๆ รุ่นพี่หน้าโหดตัวล่ำสองคนก็เดินดุ่มๆ ตรงมาที่ฉัน

"นะ.....หนูเหรอคะ"

"รู้ตัวก็ออกมา"

โอเค!!!! ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าโดนรุ่นพี่เล่นเข้าให้อีกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นเพราะสิ่งที่เธอทำกับเขาเมื่อวานไปแบบจุกๆ วันนี้จึงถึงตาที่เขาจะเอาคืนเธอด้วยการใช้บทลงโทษมาบังหน้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีคนรู้เหตุผลว่าทำไมถึงต้องเป็นเธอ เอาเถอะเธอเองเตรียมใจไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ก็ไม่นึกว่าจะโดนสวนกลับเร็วกว่าคลื่น 4G ขนาดนี้ รุ่นพี่คงตั้งใจไม่ให้เธอได้พักหายใจเลยสินะ คิดว่าแกล้งได้ก็แกล้งไป ฉันมัน อึด ถึก ทน กว่าที่คิดไว้บอกเลย

"เมื่อวานเปิดสาย จำรุ่นพี่ได้หมดหรือยัง"

นั่นไง!!! มาเต็มจ้า คำถามที่เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าเธอตอบไม่ได้แน่ๆ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นมองสบตาคม ก็นะจะให้เธอจำได้ไง ในเมื่อเธอแกล้งเป็นลมเมื่อคืน และถูกเขาอุ้มออกมาจากงาน เอาน่ะ!! อย่างน้อยๆ ก็รู้ว่ามี "เขา" คนหนึ่ง มีคำตอบดีกว่าไม่มีดังนั้นเสียงหวานจึงตอบออกไปด้วยความมั่นใจ

"พี่ซันปีสามค่ะ"

มุมปากหยักยกยิ้มจางๆ ก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาที่มองนั้นเหมือนต้องการต้อนเธอให้จนมุม งานนี้บี้ได้บี้ บดได้บด ฉันเดาได้จากรอยยิ้มร้ายกาจนั่น

"แล้วปีสองกับปีสี่ล่ะ"

หญิงสาวที่รู้ตัวว่าตอบไม่ได้ ยืนกอดสมุดแนบอกพร้อมกับส่ายหน้า ก็จะให้เธอจำได้ไง ในเมื่อเธอแกล้งเป็นลม แล้วก็หนีกลับคอนโดไปด้วยความตกใจลืมไปว่ามีงานเปิดสาย ก็เลยไม่ได้เห็นหน้าค่าตาของพี่รหัสปีสองกับทวดรหัสปี่สี่ที่มีเลขท้ายนิสิตตรงกัน

"งั้นก็ตอบได้ไม่หมดสินะ!!"

น้ำเสียงทุ้มที่พูดขึ้นนั้นฟังดูก็รู้ว่ากำลังคาดโทษเธอ อนิจจา...พริ้งพราว เสียงยังไม่หายแหบจะโดนอะไรอีกเนี่ย หญิงสาวโอดครวญในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดที่มุมปากหยักก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการยกมือขึ้นปิด แต่เธอเห็นทันไง ดังนั้นงานนี้มั่นใจได้เลยว่าเกิดจากความแค้นส่วนตัว

"ผมถามว่าตอบได้ไม่หมดใช่ไหม"

เสียงทุ้มตวาดดังทั่วลานคณะ รุ่นน้องคนอื่นพากันก้มหน้า ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ายื่นมือเข้ามาช่วยพริ้งพราวสักคน

"ค่ะ"

พริ้งพราวตอบ พร้อมตั้งรับกับบทลงโทษที่น่าจะไม่ธรรมดา และมันก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อพี่ซันสั่งให้รุ่นพี่คนอื่นยกน้ำแข็งก้อนใหญ่สี่เหลี่ยมมาวางไว้ตรงหน้าเธอและสั่งให้เธอถอดรองเท้าที่สวมอยู่วางไว้และขึ้นไปยืนทรงตัวสำนึกผิด นี่มันบทลงโทษเหี้ยอะไร เธออยากจะตะโกนถามออกไปแต่เมื่อเห็นสีหน้าดุดันนั้น ก็ได้แต่กลืนคำถามลงคอ และยอมรับบทลงโทษแต่โดยดี และกว่าจะรุ่นพี่จะบอกว่า "พอ" เท้าเปล่าๆ เปลือยๆ ของเธอก็แดงแจ๋เพราะความเย็นจากน้ำแข็งที่ทำเอาเท้าเธอชาหนึบจนหาคำว่า "เจ็บ" ไม่เจอ

ไอ้รุ่นพี่บ้า!! ฉันเป็นหลานรหัสนายนะ

พริ้งพราวเชิดหน้าสวยๆ มองรุ่นพี่ที่มีศักดิ์เป็นถึงลุงรหัสที่ควรจะออกหน้าปกป้องเธอ แต่ที่ไหนได้ดันเป็นคนสั่งลงโทษเธอต่อหน้าเพื่อนๆ ให้อับอาย นี่มันใช่สิ่งที่ควรทำไหม ถามจริง โดนเตะแค่นั้นถือว่าน้อยไป เธอน่าจะหาอะไรมาฟาดหน้าหล่อๆ นั้นให้สลบไปเลย โทษฐานหมั่นไส้ในความมั่นหน้าแถมยังชอบแกล้งคนอื่นด้วยการวางอำนาจไปทั่ว

ไอ้ผู้ชายแล้งน้ำใจ

ไอ้ผู้ชายฉวยโอกาส

ไอ้ๆๆๆๆๆ เห้อ!! หมดคำจะด่าจริงๆ

เอาตามตรงตอนแรกที่รู้ว่าเขาเป็นประธานสโมสรนิสิตและเป็นรุ่นพี่ปีสามในคณะเธอก็กลัวนะ แต่ตอนนี้มันเลยจุดๆ นั้นมาแล้ว อารมณ์แบบว่า พี่เป็นเหี้ยอะไรกับหนูมากเปล่าคะ!! พริ้งพราวคิดด้วยความโมโหพลันเชิดคางถลึงตามองหน้าของรุ่นพี่ที่ทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาแถมยังจงใจส่งยิ้มยียวนชวนให้เธออารมณ์ขึ้น

ใจเย็น...

ฉันต้องใจเย็นๆ

หญิงสาวเตือนตัวเอง เธอเป็นถึงมิสเกียร์ ภาพลักษณ์ดีงาม ดังนั้นจะทำอะไรต้องคิดให้ดีตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะโวยวายต่อหน้ารุ่นพี่คนอื่นๆ ถ้ายังคิดอยากได้เกียร์มาห้อยคอ ดังนั้นก็นะคงต้องทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมตามน้ำไปก่อน เธอมีวิธีเอาคืนในรูปแบบของเธอเอง ในเมื่อพี่ซันอยากให้เธออับอาย ร้องไห้ขี้มูกโป่ง

ได้!!!! เดี๋ยวพริ้งพราวคนนี้จัดให้

หญิงสาวคิดพลันลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะก้มหน้าก้มตาสวมรองเท้าพละทีละข้าง พอใส่เสร็จเตรียมจะลุกขึ้นยืน เสียงหวานๆ ก็ร้อง "โอ้ย" ขึ้นมาจนรุ่นพี่ต้องรีบแห่มาดูเจ้าของเสียงที่กำเท้าตัวเองไว้แน่น

"เป็นอะไรไหม"

รุ่นพี่หน้าโหดสัดๆ คนหนึ่งเอ่ยถาม

"สงสัยตะคริวกินค่ะ"

พริ้งพราวตอบพลางค่อยๆ เงยหน้าที่มีน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาเรียกร้องความเห็นใจจากรุ่นพี่สองคนที่เข้ามาช่วยดูแลเธอ

"น้องคงเจ็บมากใช่ไหม"

"ไม่เท่าไหร่ค่ะ หนูทนได้"

พริ้งพราวแสร้งทำเป็นทนไหว

"ไม่ต้องโกหกหรอก ดูหน้าสิซีดเชียว"

คำพูดของรุ่นพี่ช่างเป็นอะไรที่ดีต่อใจมาก เพราะมันช่วยสมทบการแสดงของเธอให้ดูมีน้ำหนักมากขึ้นจนคนที่กำลังโดนหิ้วปีกให้มานั่งพักแอบยิ้มพอใจ นาทีนี้คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือเธอ ส่วนคนที่ทำกับรุ่นนัองเกินไปจะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่ประธานสโมที่กำลังโดนรุ่นพี่คนอื่นๆ ท้วงติงว่า

"ให้น้องยืนนานไปป่าววะ!!"

"น้องเขาเป็นผู้หญิงนะเว้ย"

"ครั้งหน้ามึงก็เบาๆ ลงหน่อย"

พริ้งพราวค่อยๆ แสร้งกะเผลกขาเดินผ่านหน้าของชายหนุ่มไป ถ้าอยากประกาศสงครามกับเธอนักก็ยินดี ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ และเธอก็สตรองพอที่จะหาวิธีเอาตัวรอด

แกล้งได้แกล้งไป

เพราะฉัน.....

ถึก ทน มากกว่าที่พี่คิดบอกเลย

หญิงสาวส่งยิ้มหวานแต่แฝงด้วยความท้าทายให้กับคนที่กำลังยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย แต่นั่นก็เพียงชั่วอึดใจก่อนจะแสร้งกลบเกลื่อนด้วยเสียงร้อง "โอ้ย" อีกครั้งขณะที่รุ่นพี่ผู้หญิงสองคนกำลังช่วยนวดเพื่อคลายการเป็นตะคริวทิพย์ให้

แต่อนิจจา....

ดูท่าฉันจะแอคติ้งได้เว่อร์วังสมจริงจนทำให้รุ่นพี่ในคณะเป็นห่วงกลัวว่าฉันจะขับรถกลับเองไม่ไหว ดังนั้นจึงมีรุ่นพี่เสนอตัวอาสาไปส่ง แต่ทว่ากลับโดนขัดด้วยเสียงทุ้มๆ ที่เธอจำได้จนติดหูว่า

"น้องคนนี้เป็นหลานรหัสผม...."

ฉันรู้ว่าฉันเป็นหลานรหัสนาย แต่ได้โปรดอย่าพูดคำนั้นออกมา ใจฉันเริ่มวูบไหว เพราะกลัวว่าเขาจะ....หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งอึกเมื่อได้ยินคำที่เธอกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักนั่น

"เดี๋ยวผมไปส่งน้องเขาเอง"

มุแงง~

ไม่นะๆๆๆๆ

ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้!!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Jealous หวงเกียร์   คนของใจ

    "ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก

  • Jealous หวงเกียร์   ใครคือตัวจริง

    "มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~

  • Jealous หวงเกียร์   ก็มันบังเอิญ

    "วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ

  • Jealous หวงเกียร์   ปรับความเข้าใจ

    "พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง

  • Jealous หวงเกียร์   ขยี้ให้ถึงที่สุด

    อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ

  • Jealous หวงเกียร์   แผนการ

    ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ

  • Jealous หวงเกียร์   ชอบพริ้ง

    ว่าเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังคงเกร็งระดับสิบอยู่ดี นาทีที่พี่ซันเปิดประตูห้องออกมามันทำเอาคนที่ยืนรอถึงกับใจเต้นรัว รอยยิ้มของพี่ซันมันดูดีเกินไป มันทำให้หน้าที่หล่ออยู่แล้วดูหล่อขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เธอชอบพี่ซันเวลายิ้ม เธอชอบพี่ซันเวลาหัวเราะ และพอมองบ่อยๆ ก็เลยแอบหวงและอยากเป็นเจ้าของจับจอง

  • Jealous หวงเกียร์   กิ๊กกันไหม

    ได้พี่แล้วรับผิดชอบด้วยครับ!! คนพูดยิ้มหวาน ส่วนคนฟังก็นะ...สตั้นท์ไปเลย เธอรีบยกมือน้อยๆ ขึ้นปิดปากของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำเสียง "ชู่ว" มีที่ไหนพูดเรื่องใต้สะดือได้อย่างหน้าไม่อาย ไม่กลัวคนอื่นรู้หรือยังไงกัน"หนีพี่ทำไม""พริ้งไม่ได้หนี"หญิงสาวตอบ สายตาก็สอดส่ายมองรอบๆ ตัวเพราะกลัวว่า

  • Jealous หวงเกียร์   นอนกับพริ้งนะ

    ในที่สุดกิจกรรมสานสัมพันธ์ก็ล่วงมาถึงวันสุดท้าย พิธีปิดที่จัดขึ้นนั้นทำให้รุ่นน้องทุกคนต่างหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ เพราะนั่นหมายถึงว่าทุกอย่างที่ทำมาทั้งอาทิตย์ผ่านไปด้วยดี รุ่นพี่โอเค และเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้ "ผ่าน" แค่ได้ยินคำว่า "ผ่านทั้งรุ่น" น้องๆ ปีหนึ่งก็ต่างพากันส่งเสียงเฮดังก้องไปทั่วทั

  • Jealous หวงเกียร์   ก็ใครมันจะไปรู้

    พี่จะจัดให้ถึงใจเลย....ข้อความที่ซันส่งมายังคงลอยวนในหัว แน่นอนว่าพี่เขาไม่ได้พิมพ์อะไรต่อจากนั้น หลังจากที่กินข้าวเสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้าย พี่ซันมีเรียนวิชาเอกในคณะต่อ ส่วนเธอก็มีเรียนอิ้ง แต่เข้าใจไหม ยิ่งพี่ซันไม่ขยายความมันก็ยิ่งพาลให้เธอคิดไปเองต่างๆ นานาว่าทำไม ทำไม และทำไม พี่เขาถึงได้เจาะจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status