เข้าสู่ระบบSemua yang Gion kira adalah bagian dari perjalanan karir cemerlangnya, ternyata menjerumuskannya ke dalam jurang penyesalan. Ia ditinggalkan oleh penggemar setia, dijauhi teman-teman dekatnya, dan dikhianati oleh orang kepercayaannya. Di saat-saat terakhirnya, Gion berharap bisa kembali untuk memperbaiki semuanya... dan secara tidak terduga, harapannya tersebut terkabul setelah ia membuka mata pada keesokan harinya! "Sudah cukup! Hidupku adalah milikku. Tidak ada yang berhak mengatur atau mengubahnya selain diriku sendiri." -Gionel Attovhano Fadariz.
ดูเพิ่มเติมเมืองกวานซี มณฑลซานซี
"ซินซิน ลูกแต่งตัวเสร็จหรือยัง เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก"
"เสร็จแล้วค่ะแม่"
เสียงหวานใสของหญิงสาววัยสิบแปดปีเอ่ยขึ้นด้วยความไม่รีบไม่ร้อน ใบหน้างดงามไม่ได้แต่งแต้มเครื่องประทินผิว จึงดูงดงามตามวัย ดวงตาของเธอกลมโต ริมฝีปากบางสวย รูปร่างบอบบาง ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม ใครๆ ที่ได้เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอสวยงามเป็นอย่างยิ่ง
ชุยซินอี๋ ยกมือขึ้นจับผมที่ถักเปียทั้งสองข้างของตนเองเพื่อดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอน เมื่อออกมาถึงก็พบกับแม่ของเธอที่กำลังเตรียมอาหารใส่กล่องเอาไว้และยื่นมาตรงหน้าของหญิงสาว
"เอาไปกินที่โรงเรียนนะจ๊ะ จะได้ประหยัดค่าอาหาร"
"เข้าใจแล้วค่ะแม่ หนูไปเรียนก่อนนะคะ"
ชุยซินอี๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สดใส ผู้เป็นแม่มองลูกสาวของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมา
"ซินซิน อีกไม่นานลูกก็จะจบมัธยมปลายแล้ว ลูกก็รู้ว่าบ้านเราไม่มีเงินส่งลูกเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต้องให้ลูกเข้ามาช่วยแม่ทำงานที่ภัตตาคารของคุณนายเฝิง"
ชุยซินอี๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอเข้าใจแม่ดีและไม่ได้โกรธอะไร เงินที่แม่ส่งเธอเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความเมตตาจากคุณนายเฝิง ด้วยเพราะเอ็นดูเธอไม่น้อย แม่เลี้ยงเธอมาอย่างยากลำบาก ตั้งแต่พ่อตายไปแม่ก็ทุ่มเททุกอย่างให้เธอ พ่อกับแม่ทำงานที่ภัตตาคารของคุณนายเฝิงมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น เธอเองก็ได้มีโอกาสไปที่นั่นบ้างเป็นครั้งคราว แต่ระยะหลังเพราะแม่ไม่อยากให้เธอเข้าไปวุ่นวายที่ภัตตาคารเท่าไรนัก เนื่องจากเกรงใจคุณนายเฝิง เธอจึงไม่ค่อยได้ไปที่นั่นบ่อยเท่าแต่ก่อนอีก
"หนูเข้าใจค่ะแม่ หนูไปเรียนก่อนนะคะ จะสายแล้ว"
"จ้ะ ตอนเย็นกลับมาลูกก็หุงข้าวทำอาหารไว้รอนะ แม่อาจจะกลับบ้านค่ำหน่อย"
"ค่ะแม่"
ชุยซินอี๋ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปที่จักรยานคันเก่าของตนเอง เธอวางกล่องอาหารไว้ในตะกร้าจักรยาน และสะพายกระเป๋าเอาไว้ ก่อนจะปั่นจักรยานไปโรงเรียนทันที
"ซินซิน รอด้วย!!!"
ชุยซินอี๋ที่กำลังปั่นจักรยานอยู่นั้นรีบหยุดลง ก่อนจะหันกลับไปมอง
"อาตง"
ชุยซินอี๋ยิ้มให้เด็กหนุ่มที่กำลังปั่นจักรยานตามเธอมา เขามีชื่อว่าหยางตง เป็นเพื่อนข้างบ้านของเธอที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเด็ก อีกทั้งยังเรียนอยู่ชั้นเรียนเดียวกับเธออีกด้วย
"นายตื่นสายอีกแล้วสินะ รีบไปกันเถอะ"
"อืม"
หยางตงมองดูชุยซินอี๋ก่อนจะยิ้มและพยักหน้า คนทั้งสองรีบปั่นจักรยานจนมาถึงโรงเรียนทันที เมื่อมาถึงห้องเรียนก็พบกับเฝิงอินที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียน เมื่อเฝิงอินเห็นชุยซินอี๋และหยางตงก็โบกมือเรียกคนทั้งสองทันที
"ซินซิน อาตง"
ชุยซินอี๋ยิ้มให้เฝิงอินก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเรียนข้างกัน เฝิงอินเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณนายเฝิง เจ้านายของแม่เธอ โรงเรียนมัธยมที่นี่ค่อนข้างกว้างใหญ่ ค่าเรียนเองก็ไม่ใช่น้อยๆ หยางตงนั้นพอมีฐานะบ้าง ส่วนเธอนั้นหากไม่ได้ความเมตตาจากคุณนายเฝิงก็คงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเรียน เธอกับเฝิงอินรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ และสนิทกันเรื่อยมา แต่เธอเองก็รู้ดีว่าควรรักษาท่าทีเอาไว้ เพราะว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวของลูกจ้างเท่านั้น
แต่เฝิงอินก็ดีกับเธอมาก
การเรียนในวันนี้ผ่านไปด้วยดี หลังจากสอบเสร็จแล้ว พวกเด็กๆ ก็จะเรียนจบมัธยมปลาย บ้านใครมีเงินก็จะได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวง แต่สำหรับชุยซินอี๋แล้วเธอคงไม่มีโอกาสนั้น
ระหว่างพักเที่ยง คนทั้งสามที่เป็นเพื่อนสนิทกำลังนั่งกินอาหารด้วยกัน เฝิงอินมองดูอาหารในกล่องของชุยซินอี๋ที่มีแต่ผักกับเนื้อนิดหน่อยก็สงสารเพื่อนสาวมาก จึงคีบเนื้อหมูในจานไปวางบนข้าวของชุยซินอี๋
"กินเยอะๆ ผอมจนจะปลิวอยู่แล้วนะเธอน่ะ หากอยากกินอะไรก็บอก ฉันเลี้ยงเอง พวกเราเป็นเพื่อนรักกันนี่ จริงไหมอาตง"
หยางตงที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย เฝิงอินยิ้มตาหยีก่อนจะพูดขึ้นมา
"เฮ้อ หลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้วฉันคงไม่ได้พบพวกเธออีก แม่ฉันน่ะจะให้ฉันไปเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ปักกิ่งที่เดียวกับพี่เฝิงอี้ ตอนนี้พี่ชายฉันอายุยี่สิบแล้ว อีกไม่นานก็คงจะจบมหาลัยที่นั่น ฉันเองก็ต้องตามพี่ไป คงคิดถึงพวกเธอแย่ แล้วพวกเธอล่ะ วางแผนว่าจะเรียนต่อที่ไหน"
ชุยซินอี๋ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบ
"ฉันคงไม่ได้ไปเรียนต่อหรอก ต้องช่วยแม่ทำงาน เธอก็รู้นี่ว่าบ้านฉันไม่มีเงิน"
เฝิงอินที่ได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้าเศร้าลงไปไม่น้อย ส่วนหยางตงนั้นก็เอ่ยขึ้นมา
"ไม่ต้องกังวลไปนะซินซิน ฉันเองก็ไม่เรียนต่อ ที่บ้านต้องให้มาดูแลกิจการรับเหมาก่อสร้างต่อน่ะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง"
คนทั้งสามหัวเราะกันออกมาเล็กน้อย หลังจากเลิกเรียนแล้วก็กลับบ้าน ได้ยินเฝิงอินบอกว่าเดือนหน้าพี่ชายของเธอจะมารับเธอไปที่ปักกิ่งเพื่อตระเตรียมที่เรียน พี่ชายของเฝิงอินชื่อว่าเฝิงอี้ ตั้งแต่เขาไปอยู่ที่ปักกิ่งเธอเองไม่ได้เจอหน้าเขาอีก นี่ก็คงร่วมสิบปีแล้วกระมัง จากเด็กชายอายุเก้าขวบปีในวันนั้น ป่านนี้คงเติบโตมากแล้ว ไม่รู้ว่าเขายังจะจำเธอได้ไหม ได้ยินว่าเขาไปอยู่กับญาติที่ปักกิ่ง ดูแล้วคงจะสุขสบายดีกว่าอยู่ที่กวานซีมากนัก
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชุยซินอี๋ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอทำงานบ้านตามที่แม่สั่งทุกอย่าง ก่อนจะมานั่งทบทวนบทเรียน ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาเป็นแม่ของเธอนั่นเอง
ชุยซินอี๋เดินไปหาแม่ของเธอทันทีและช่วยถือของที่แม่หิ้วกลับมา หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อก่อนจะเอ่ย
"วันนี้ลูกค้าเยอะมาก อีกทั้งคนงานยังลาป่วยไปถึงสองคน แม่ต้องวิ่งวุ่นไปช่วยงานในร้านอื่นของคุณนายเฝิงด้วย ลูกเอาอาหารนี่ไปอุ่นที คุณนายใจดีแบ่งมาให้เราน่ะ เห็นว่าเดือนหน้าคุณชายใหญ่เฝิงจะกลับบ้าน คุณนายเฝิงเลยต้องจัดการงานต่างๆ ให้เรียบร้อยจะได้ต้อนรับลูกชายได้เต็มที่"
ชุยซินอี๋ที่ได้ยินว่าเฝิงอี้จะกลับมากวานซีหลังจากที่ไม่ได้กลับมานานก็ใจเต้นแรงอย่างแปลกประหลาด เธอไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่กลับมาที่บ้านบ้าง หรือเพราะว่าหลงใหลความเจริญที่ปักกิ่งไปแล้ว
“ซินซิน ได้ยินที่แม่พูดไหม ลูกเหม่อลอยอะไรกัน”
“อ๋อ เปล่าค่ะแม่”
ชุยซินอี๋ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะนำอาหารไปอุ่น เย็นวันนี้สองแม่ลูกกินอาหารด้วยกันอย่างเรียบง่าย ก่อนจะแยกย้ายเข้านอนไปพักผ่อน
วันเวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งเดือนในที่สุดชุยซินอี๋ก็เรียนจบโรงเรียนมัธยมปลาย และกำลังจะมาทำงานที่ภัตตาคารของคุณนายเฝิง
และอีกด้านหนึ่งเฝิงอี้ก็กำลังจะกลับมาที่บ้านตระกูลเฝิงพอดี หลังจากที่ไม่ได้กลับมานานหลายปีแล้ว
Usai bertemu Riko, Gion bertolak ke gedung agensi dan langsung menuju lift, menekan tombol lantai 6—di mana ruang rekaman berada.Hanya butuh waktu kurang dari 5 menit untuk sampai, sementara atmosfer di ruangan itu tampak tidak ada yang berubah dari yang diingatnya, selain ini adalah pertama kalinya ia menginjakan kaki di tempat itu lagi setelah 2 tahun.Sambil menunggu artis lain menyelesaikan rekaman, Gion memilih melatih nada dan suaranya terlebih dahulu bersama seorang instruktur profesional. Meskipun suaranya sudah bagus tanpa berlatih sekalipun, ia terkadang tetap tidak percaya diri dengan suaranya.Tak berselang lama, ketukan pintu terdengar, dan manajer rekaman muncul dari balik pintu, memberi isyarat kalau gilirannya sudah tiba. Gion berdiri, merapikan bajunya sedikit, dan mengambil nafas panjang sebelum melangkah masuk ke ruang rekaman.Di dalam booth, suasana terasa lebih sunyi. Hanya ada mikrofon, beberapa alat rekaman, dan kaca besar yang memisahkannya dengan ruangan kon
Keesokan paginya. Gion menjalani rutinitas pagi yang sudah jarang ia lakukan, berjoging dan berolahraga ringan di depan rumah. Previta yang baru keluar untuk joging bahkan terheran-heran melihat polah tingkah kakaknya itu. Dia mendekat untuk memastikan, "Kak?" Gion berbalik, memandangnya dan tersenyum dengan peluh menetes di dahinya. "Sudah siap?" "Kakak menungguku?" kata Previta, bingung. "Sudah lama kita nggak joging bareng, ayo!" Tanpa berlama-lama lagi, Gion menarik tangan adiknya itu dan keluar dari rumah untuk joging bersama. Selesai joging di sekitar komplek perumahan selama kurang lebih 1 jam, keduanya kembali ke rumah. Gion harus bersiap untuk pergi ke agensi, sementara Previta ada kelas pagi. Gion selesai bersiap lebih awal. Ia langsung pergi ke dapur untuk menyiapkan sarapan, sekaligus bekal bagi mereka berdua. Perasannya sedang bagus, oleh karenanya ia berinisiatif memasak tiga menu sederhana kesukaan mereka. "Dek, rumah yang pernah kamu tawarkan ke Kakak ha
Alice duduk di sudut ruang tamu apartemennya yang luas, menatap keluar jendela dengan pandangan kosong. Kota yang tampak tenang di luar sana seolah tak menyadari badai yang tengah berputar di dalam pikirannya. Dia menyesap anggur dari gelasnya, memikirkan banyak hal. "Bagaimana Dia bisa begitu naif?" gumam Alice pada dirinya sendiri. Ia mencoba meyakinkan dirinya sendiri bahwa ini adalah hal yang benar untuk dilakukan—bahwa Gion pantas menerima semua ini. Namun, rasa takut akan konsekuensi dari tindakannya tak bisa sepenuhnya ia abaikan. Bagaimana jika Gion mengetahui apa yang sebenarnya terjadi? Bagaimana jika pria itu memusuhinya? Bayangan itu membuat hatinya berdebar. Ketika bel pintu apartemennya berbunyi, Alice merasa gugup. Dia berjalan ke pintu dan membukanya, menemui sosok yang sudah ia tunggu-tunggu. "Hey, bukannya kamu ikut menemani Gion hari ini?" tanya orang itu setelah masuk dan menutup pintu dibelakangnya. Alice tampak bingung harus memulai dari mana. Yang kelua
Karin tampak kebingungan dengan reaksi Gion. Akan tetapi, ia tidak mau memikirkan hal lain dulu selain menyelesaikan masalah ini. "Pertama-tama kita harus meluruskan hubunganmu dengan Bryan! Apa kalian benar-benar sudah baikan? Aku tidak tahu dia dan managernya sudah tahu masalah ini atau belum. Aku akan mencari mereka. Kamu tunggu saja di ruangan ini." Karin kemudian menyerahkan sebuah kartu akses salah satu ruangan di hotel itu kepada Gion.Gion menerimanya dan bergegas keluar dari ruang pesta menuju ke kamar yang dimaksud. Karena Tommy dan petinggi brand lainnya telah meninggalkan pesta lebih dulu, mereka tidak perlu khawatir ikut meninggalkan pesta saat itu. Jika berita ini menyebar tanpa penjelasan yang tepat, itu bisa merusak reputasi mereka berdua dan juga proyek yang sedang mereka kerjakan.Sementara itu, Karin dengan hati-hati membawa Bryan dan managernya menjauh dari keramaian pesta, berusaha menghindari sorotan. Ketika mereka sampai di tempat yang lebih sepi, Bryan menatap K
Di belakang Gion, Alice yang masih berdiri kaku di tempatnya merasa semakin bingung. Gion biasanya tidak akan menghindar atau terlihat ragu dalam memutuskan sesuatu yang menyangkut teman-temannya. Akan tetapi, hari ini, ada sesuatu yang berbeda darinya dan itu sangat mengganggunya. Karin yang memp
"Benar-benar bodoh." Gion mengutuk dirinya sendiri. Bagaimana tidak! Ia sedang berdiri di depan lemari pakaian di kamarnya, mengamati isi dari lemari besar itu. Baju-baju yang tersimpan rapih di dalam sana memiliki desain serta model yang terlalu feminim untuk dipakai oleh pria dewasa. Gion ber
"Akh!"Matahari baru saja menampakkan sinarnya ketika Previta terbangun dari tidurnya. Ia merasa ada yang aneh, seperti ada firasat buruk yang mengganggu tidurnya semalaman. Dengan langkah gontai, ia berjalan menuju kamar Gion, kakaknya, untuk memastikan semuanya baik-baik saja. Namun, pemandanga
Malam itu, gemerlap lampu kota Mokviland memantul di salah satu jendela kamar hotel mewah. Seorang pria yang tengah berdiri di depan cermin, merapikan pakaiannya dengan teliti. Dia adalah Gionel Attovhano, seorang aktor papan atas yang namanya selalu berada di puncak popularitas. Gion menatap ba






Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
ความคิดเห็น