Se connecter“ไม่ได้”
“คะ?”
“ไม่ได้ไง...ฉันไม่ให้เธอไปดูแลลูกค้าประจำคนนั้น เหมือนจะบอกเธอไปแล้ว”
“รู้ค่ะ แต่พ่อเขาใหญ่มาก ๆ ขอร้องล่ะนะคะเขาโมโหมาหลายรอบแล้ว ถ้าขัดใจเขาอีกเขาทำให้ร้านเดือด... / ถ้าไม่อยากให้ร้านเดือดร้อนก็ลาออก เธอลาออกมันก็เอาเรื่องร้านไม่ได้”
“ฮะ? ดะ...ได้ไง จะลาออกเพราะเรื่องแค่นี้ได้ไง นี่มันงานนะคะ ลาออกแล้วจะเอาเงินที่ไหนชะ... / เงินจากฉันนี่ไง ไม่ต้องไปดูแลใคร ลาออกซะแล้วฉันจะดูแลเธอเอง”
OoO
“...คะ~” เขา...
“ลาออกซะแล้วฉันจะดูแลเธอเอง”
“...” พูดเล่นใช่ไหม?
“ไม่สนใจเหรอ?”
“...” เชื่อไหมคะว่าฉันเอาแต่มองหน้าเขาอย่างกับจะจ้องหาเศษขี้ตาในหนังตาชั้นใน ฉันเชื่อหูในสิ่งที่ได้ยิน ฉันได้ยินเต็มสองหู หูไม่ฝาดด้วยเพราะวันนี้ก่อนออกมาทำงานเพิ่งแคะขี้หูไป
“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”
“...” จะให้พูดอะไร อยู่ดี ๆ ก็มาบอกให้ลาออกจากงานที่สร้างรายได้ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วตัวเองจะดูแลฉันเองเนี่ยนะ บ้าไปแล้วมันใช่เรื่องเล่น ๆ เล็ก ๆ ที่ไหนกัน ฉันพูดอะไรไม่ออกหรอกทำได้แต่มองเขาด้วยความอึ้งแล้วส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อบอกว่าไม่มีอะไรจะพูดแค่นั้น
“หึ ๆๆ” ขำอะไร ท่าทางของฉันมันน่าขำเหรอ ก็คนมันอึ้งไง ตัวเองพูดจาให้คนอื่นอึ้งตกใจเองแล้วจะมาขำแบบนี้ทำไมล่ะ T^T
“ขำ...ขำอะไรคะ” ถึงจะเป็นการขำแบบหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแต่คนโดนขำมันก็ทำหน้าไม่ถูกนะ
“ขำหน้าเธอตอนนี้ไง”
“...” เออถ้าเรื่องหน้าตาก็พอรู้อยู่ว่าคงดูน่าขำแต่ไม่ต้องบอกก็ได้เพราะยิ่งรู้ว่าขำหน้าฉันมันก็ยิ่งทำให้ฉันเสียความมั่นใจ T^T
“ตกลงว่าไง เธอว่าดีไหม” ยังเรียกความมั่นใจที่โดนเขาขำเบา ๆ ให้ตัวเองไม่ได้ก็โดนถามเรื่องที่ทำให้หน้าตามันน่าขำ แต่ครั้งนี้ฉันว่าฉันดึงสติตัวเองมาได้เร็วพอสมควรนะคะ ฉันสูดอากาศให้เต็มปอดแล้วอ้าปากพูดทันที
“ชาไม่ได้เป็น... / รู้”
“คะ?” พูดได้สี่คำมาพูดแทรกว่ารู้ แล้วรู้อะไรของเขา?
“รู้ไง รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะให้ใครมาเลี้ยงหรอก”
“คะ?” คือฉันเข้าใจนะที่เขาพูดออกมา แต่ที่ คะ? ต่อนี่คืองงว่า แล้วยังไง? รู้ว่าฉันไม่ให้ใครเลี้ยงแล้วเขาจะมาเสนอทำไม อะไรของเขากันเนี่ย?
“ล้อเล่น”
“คะ?”
“ล้อเล่นไง รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นไม่งั้นป่านนี้เธอคงนอนสบายในคอนโดหรู ๆ ไปแล้ว ไม่ออกมานั่งทำงานดึกดื่นทุกคืนแบบนี้หรอก ถ้าเล่นแรงเกินไปขอโทษด้วยนะ”
“...ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ” ก็ไม่ได้โกรธตั้งแต่แรกอยู่แล้วแค่งง ๆ เฉย ๆ แต่อารมณ์ตอนนี้มันเป็นเขิน ๆ นะ
“รู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นไม่งั้นป่านนี้เธอคงนอนสบายในคอนโดหรู ๆ ไปแล้ว ไม่ออกมานั่งทำงานดึกดื่นทุกคืนแบบนี้หรอก”
ประโยคนี้พี่เขากำลังชื่นชมฉัน ฉันมั่นใจล้านเปอร์เซ็นส์ >///<
ฮือ~ เขาน่ารักจังเลย~
แต่เดี๋ยวก่อนปั้นชา จะมาขงมาเขินนานไม่ได้นะ คุยเรื่องจำเป็นให้เสร็จและเรียบร้อยก่อนไม่งั้นอู่ข้าวอู่น้ำของแกแย่แน่
“ถ้างั้นตกลงว่าอาทิตย์หน้า / ไม่มีทาง”
“ไม่ได้ค่ะ ขอร้องนะคะไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่”
“หึ ๆๆ พ่อมันใหญ่มากเลยรึไง”
“ระดับรัฐมนตรีใหญ่ไหมล่ะคะ” ฉันว่าฉนน่าจะบอกเขาไปแล้วนะว่าพ่อพี่แท็คใหญ่แค่ไหน แต่พอย้ำอีกรอบเขาก็ยิ้มบางเหมือนขำแล้วอยู่ ๆ ก็หันหน้าไปจับพวงมาลัยแล้วขยับเกียร์อย่างกับจะขับรถต่อซะงั้น
“ถ้ากลัวก็ลางาน แต่ไม่ต้องลาหรอก ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น....ฉันใหญ่กว่ารัฐมนตรี” ประโยคสุดท้ายเขาหันมาตอบแล้วยิ้มกวน ๆ มาให้แต่ฉันนี่ทำหน้าปวดประสาทออกมาแล้ว
“พี่ตัสชาซีเรียสนะคะ” ฉันลืมความหล่อของเขาที่ทำให้ใจเขินไปชั่วขณะเพราะตอนนี้ฉันซีเรียสสุด ๆ ไปเลย
“ซีเรียสทำไม เรื่องแค่นี้เอง”
“ก็พ่อเขาเป็น... / คิดว่ามันจะรวยเท่าฉันรึเปล่า” รอให้พูดให้จบก่อนสิ!
“ก็...ไม่รู้หรอกค่ะ ไม่รู้เรื่องส่วนตัวลูกค้าขนาดนั้น”
“หึ ๆๆ ถ้างั้นก็รู้ไว้ซะว่าตึกนั้นฉันเป็นเจ้าของ” เขาบอกแล้วชี้ไปที่ตึกหนึ่งที่อยู่ไกลมาก ๆ แต่มองเห็นได้ชัดมากเพราะว่ามันเป็นตึกที่สูงเฉียดฟ้า ที่สำคัญเป็นตึกที่...สูงที่สุดของประเทศนี้
“คะ?” ขี้โม้รึเปล่า ตึกนั้นอ่ะนะ ที่มือเรียวยาวของเขาชี้อยู่มันตึกนั้นแน่ ๆ ฉันมั่นใจ แต่ที่ไม่มั่นใจคือเขาเป็นเจ้าของจริง ๆ เหรอ จะบ้า~ ลูกค้าฉันที่หล่อและดูรวยมาก ๆ จะรวยจนถึงขั้นเป็นเจ้าของตึกที่สูงที่สุดของประเทศเลยเหรอ
“อยากไปดูวิวข้างบนไหม”
“ฮะ?”
“ไปได้นะ เดี๋ยวพาไปตอนนี้เลย” เขาบอกแต่แทนที่ฉันจะตอบฉันกลับหยิบโทรศัพท์มือถือมากดหาข้อมูลอะไรบางอย่างแทน
“จุดชมวิวปิดแล้วค่ะ” ฉันได้ข้อมูลเรียบร้อยก็เงยหน้ามาบอกเขา ชั้นที่เปิดบริการสำหรับชมวิวของตึกปิดไปแล้ว ปิดตอนตีสองแต่ตอนนี้จะตีสองยี่สิบนาทีแล้วค่ะ วันนี้ปิดให้บริการแล้วไม่สามารถขึ้นไปชมวิวได้แล้ว
“หึ ๆๆ แล้วยังไง”
“ก็ไปไม่ได้ไงคะ พี่เป็นเจ้าของจริงป้ะเนี่ยถึงไม่รู้ว่าปิดแล้ว” จะขี้โม้อะไรไม่เช็คข้อมูลเลย ชิส์~
“หึ ๆๆ เธอตลกว่ะ โอเค ๆ ถ้างั้นไปเลยนะ”
“คะ?”
“ไปเลยไงจะได้รู้ว่าเป็นเจ้าของจริงรึเปล่า” เขาหันมาตอบแล้วยิ้มขำบาง ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองถนนพร้อมกับเปลี่ยนเส้นทางทันที
“พี่ตัส...ไปจริงเหรอคะ” ฉันถามเพราะไม่แน่ใจ จะไปจริง ๆ เหรอ ไปแล้วจะขึ้นได้ยังไงเสียเวลาเปล่า ๆ เอ๊ะ! หรือว่าความจริงแล้ว...เขาแค่อยากหาเรื่องขับรถวนเล่นเพื่อต่อเวลาที่จะได้อยู่ใกล้แกกันนะยัยปั้นชา~ >///<
“อื้ม”
“แต่มันหมดเวลาขึ้นแล้วนะคะ พี่เป็นเจ้าของพี่ไม่รู้เหรอ”
“หึ ๆๆ เธอนี่ทั้งตลกทั้งซื่อบื้อเลยนะ ถ้าไม่ใช่เจ้าของแล้วจะกล้าพาเธอไปทั้งที่ปิดให้ขึ้นแล้วได้ยังไง”
“ก็...” ก็จริงของเขานะคะ ถ้าไม่ใช่เจ้าของแล้วจะกล้าพาฉันไปทั้งที่มันปิดแล้วได้ยังไง โอ้ย~ปล่อยไก่โชว์โง่อีกแล้วปั้นชา~ T^T
“แต่ชาไม่ได้อยากดูวิวนะคะ” ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นเจ้าของจริงรึเปล่าหรืออาจจะเป็นลูกหลานของเจ้าของก็ได้ แต่ฉันว่าไม่ไปดีกว่า ดึกมากแล้ว ถึงเขาจะหล่อและเคยไปส่งฉันที่หอมาแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ล้านเปอร์เซ็นต์ซะที่ไหนล่ะ
“ก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาไปดูวิว” ฮะ? อะไรของเขาวะเนี่ย อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้สมองฉันตกอยู่ในสภาวะงงบ่อยมากเลยนะ
“แล้วจะไปทำไมคะ โอเค ๆ เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นเจ้าของตึก” สงสัยพูดแล้วไม่อยากเสียหน้าเลยจะพาไปยืนยันให้ได้มั้ง พอฉันบอกออกไปเขาก็หันมามองแล้วยิ้มขำ
“หึ ๆๆ ของแค่นี้ฉันไม่เอามาอวดให้เสียเวลาหรอก แต่ที่ทำแบบนี้เพราะอยากให้เธอมั่นใจว่าแค่ลูกรัฐมนตรีแค่นั้นมารังแกเธอไม่ได้หรอก...ถ้ามีฉันเธอไม่จำเป็นต้องกลัวใครทั้งนั้น”
“พี่ตัส~”“อืม~ เสียวมาก~” เสียงครางของคนข้างบนทำสติฉันจะวูบหายครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันชอบเสียงเขามาก ชอบเวลาพี่เซตัสครางทุกครั้งที่เขาอยู่ในตัวฉัน“อื้อ~ ชาก็เสียว~” ฉันร้องบอกเขาไม่ต่างจากที่เขาบอกฉัน บอกแล้วแยกขาให้กว้างมากขึ้นเพื่อให้เขา ทำรัก ให้ฉันได้สะดวก สะโพกก็เด้งรับตัวตนใหญ่ของเขาที่เข้ามาในตัวฉันครั้งแล้วครั้งเล่าพั่บ พั่บ พั่บ!พั่บ พั่บ พั่บ!“อ่าส์~” สะโพกสอบขยับถี่รัวไม่มีหยุด ฉันเสียวไปทั่วทั้งร่องรัก ข้างในเริ่มเกร็งตัวมือที่เคยจับแขนล่ำไว้ก็ขยับสูงขึ้นเพื่อออกแรงรั้งให้เขาพาใบหน้าหล่อกับริมฝีปากที่เร่าร้อนตรงหน้ามาหาฉันพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ! อยากจูบ~”ฉันออกแรงรั้งแขนพร้อมกับเอ่ยปากบอกเพื่อให้เขารู้ว่าฉันต้องการแค่ไหน พูดจบพี่เซตัสก็โน้มตัวลงมาจูบฉันทันทีจ๊วบ~ / พั่บ พั่บ พั่บ!เขามอบจูบที่เร่าร้อนปนความอ่อนโยนมาให้พร้อมกับสะโพกสอบที่อัดกระแทกตัวตนใหญ่ยักษ์เข้ามาด้วยความถี่และรุนแรงถึงใจไม่หยุดพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ!” ฉันเปล่งเสียงครางที่ไม่มีปัญญากลั้นไหวทั้งที่กำลังจูบกับเขาอยู่ออกมา มือเริ่มจิกเล็บลงไปที่แผ่นหลัง สะโพกก็เด้งขึ้นเพื่อรับท่อนเอ็นใหญ่อย่างเอาเป็นเอาต
ฟอด~“เมื่อกี้เสียวมากใช่ไหม~ ครางดัง ๆ ล่ะที่รักเพราะพี่จะทำให้เสียวกว่าที่หนูโดนลิ้นพี่เลียเป็นร้อยเท่าเลยเมียจ๋า~”“พี่ตัส~” ฉันเขินจะแย่ ทั้งเขินทั้ง...เสียวเขายิ้มมุมปาก ตาเต็มไปด้วยประกายของความต้องการแล้วบางอย่างที่...ไม่เคยจะเล็กเลยสำหรับร่างกายฉันก็ค่อย ๆ ดันเข้ามาโดยที่เจ้าของท่อนเอ็นใหญ่ลำนี้ไม่ได้จับมันเพื่อนำทางเลยแม้แต่นิดเดียว“อื้อ~” ท่อนเอ็นใหญ่ที่แข็งเต็มลำถูกสะโพกสอบดันเข้ามาในตัวฉันช้า ๆ เขาเข้ามาในตัวฉันได้ไม่ยากเพราะน้ำรักของฉันฉ่ำเยิ้มไปทั้งร่องรักแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะขนาดที่ใหญ่เกินมาตรฐานก็ยังทำให้ต้องค่อย ๆ เข้ามามากกว่าจะดันเข้ามาหมดทั้งลำในครั้งเดียว“อ่าส์~ แน่นเหมือนเดิมเลยเมียจ๋า~” พี่เซตัสใช้สองมือประคองแก้มฉันเอาไว้แล้วกดจูบลงมาที่ปาก พอท่อนเอ็นเข้ามาในตัวฉันได้หมดทั้งลำเขาก็หมุนควงสะโพกช้า ๆ และการหมุนควงแบบนี้นี่ล่ะที่ฉันชอบไม่ต่างจากการโดนทำรักแรง ๆ เลย“อื้อ~” เสียวจัง เสียวที่สุดเลย~“ชอบไหม~” เขาถอนจูบออกแล้วซบลงที่คอ เสียงพร่าถามออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะผิวตรงคอทำให้ความเสียวยิ่งเพิ่มมากขึ้น“ชะ ชอบค่ะ” ฉันกอดเขาแน่น ยกสะโพกข
“...ถ้างั้นพี่ตัสก็ทำเลยค่ะ ลบคราบสกปรกที่ไม่ควรมีผู้ชายคนไหนมาแตะต้องชา ลบให้ชาเท่าที่สามีคนหนึ่งจะทำให้ภรรยาตัวเองได้ ทำให้ชาหน่อยนะคะที่รัก~”ฟอด~จบคำพูดของฉันเขาก็จูบลงมาที่แก้ม ถึง...ตรงนั้นของพี่เซตัสจะไม่เคยอ่อนตัวลงเลยตั้งแต่เขาเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้แต่ฉันไม่รู้สึกถึงความหื่นหรือการคุกคามเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาจ้องจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว ครั้งนี้มันอบอุ่นและแตกต่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนต่อให้เขาจะอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพที่พร้อมจะมีอะไรกับฉันตลอดเวลาแต่เขาก็คือพื้นที่ปลอดภัย เขาคือ “บ้าน” ที่มีไว้ให้ฉันพักกาย พักใจ พักทุกความเหนื่อยล้า และปลดปล่อยทุกความหวาดกลัว“พี่รักเรา~” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่มุมปากจบลงปากร้อนของพี่เซตัสก็ประทับจูบลงมา เขากดจูบลงช้า ๆ แค่กดฝังไว้ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา มือเขาประคองต้นคอฉันไว้ปลายนิ้วค่อย ๆ คลึงต้นคออยู่พักหนึ่งลิ้นร้อนถึงได้สอดแทรกเข้ามาในปากฉัน“อืม~”พี่เซตัสจูบด้วยความอ่อนโยน เขาส่งเสียงครางในลำคอออกมาตอนที่ฉันจูบตอบโต้แล้วใช้ทั้งสองมือคล้องคอเขาเอาไว้“ชารักพี่ตัสนะคะ~” เขาถอนจูบออกแค่ริมฝีปากเป็นอิสระฉันก็เอ่ยปากบอกรักเขาด้วยคว
“ขึ้นห้องก่อนพี่เลยนะ อาบน้ำหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”“พี่ตัสจะทำธุระเหรอคะ”“อื้ม พี่จะโทรไปเคลียร์เรื่องวันนี้ให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป หรือว่า...ที่รักอยากรอให้พี่อาบให้เผื่อจะรู้สึกดีกว่าเดิม~”“บ้า! ไม่ต้องมาทะลึ่งเลยนะคะ จัดการธุระของตัวเองเลยค่ะชาขอตัวไปอาบน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวลงมา” ปั้นชารีบเดินหนีผมขึ้นข้างบนในขณะที่ผมก็เอาแต่มองตามเธอด้วยความเอ็นดูไม่ใช่สายตาหื่นอย่างที่เพิ่งแกล้งทำเมื่อกี้…ถ้าวันนี้ไปช่วยไม่ทันปั้นชาน้อย ๆ ของผมจะต้องมีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานแค่ไหนวะปั้นชามีศักดิ์ศรี ถ้าเธอโดนย่ำยีต่อให้ผมจะโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความเข้าใจและความรักทั้งหมดที่มีก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของปั้นชามีความสุขได้หรอก“อ่าส์~” ทันทีที่ปั้นชาลับสายตาไปผมก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งในใจ ไม่มีใครรู้ดีกว่าผมว่าตอนที่ยังช่วยเธอไม่ได้ ตอนที่ยังหาเธอไม่เจอผมเครียดมากแค่ไหนติ๊ด!(เออว่าไง มึงอยู่ไหนหรือว่าถึงบ้านแล้ว) ทันทีที่ไอ้คินกดรับสายมันก็เป็นฝ่ายถามผมก่อน“อืม ถึงบ้านแล้ว เพิ่งถึงแล้วมึงล่ะ” มันตามไปดูผลงานของผมแต่ผมไม่ได้อยู่รอเจอมันเพราะปั้นชาอยู่ต่อไม่ไหวเลยมา
พี่เซตัสพาฉันออกมาจากที่เกิดเหตุหลังโทรหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่พ่อของพี่แท็คเรียบร้อย ข้างนอกมีคนของเขายืนอยู่และมี คนของพี่แท็ค กองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่เละเป็นโจ๊กแต่โชคดีที่ดูด้วยตาก็รู้ว่ายังไม่ตายก่อนที่เขาจะพาฉันมาที่รถของเขา“หิวไหม” พอเข้ามาในรถเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใยมาก ๆ“...”“ว่าไง พี่ถามว่าหิวไหม”“...”“ชา เอาแต่มองหน้าพี่อยู่นั่นล่ะ ตอบพี่หน่อยได้ไหม” มือใหญ่ลูบหัวฉันช้า ๆ แถมยังยิ้มเอ็นดูด้วยนะ“...” ฉันยังไม่ตอบเขาเหมือนเดิม เอาแต่มองไม่พูดอะไรสักคำเลยทำให้คนตรงหน้าขยับมาใกล้แล้วใช้มือใหญ่ประคองแก้มฉัน“กลัวเหรอคนดี”“...อื้อ” ฉันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่น้ำตาจะคลอออกมาแล้ววางมือประกบลงที่หลังมือเขาที่ประคองแก้มฉันไว้“ชากลัวต้องเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ตัส~” ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นยังไงนะ เป็นแผลที่ไม่มีวันหาย ฝันร้ายตลอดชีวิต หรือว่า...เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป“พี่ไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนั้นหรอก ชาตินี้ทั้งชาติยังไงก็ไม่มีทางยอม”ฟอด~“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นปั้นชา ถ้าพี่ไม่ตายพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายชาได้อีก”“
“อย่าทำอะไรชาเลยพี่แท็ค ฮึก!” ฉันขอร้องในขณะที่ตัวเองกำลังหันหลังช้า ๆ อย่างที่ไอ้สารเลวคนนี้ต้องการ“หึ ๆๆ กลัวอะไรคะ พี่แค่จะพาไปขึ้นสวรรค์นะชา~”ผลัก!“โอ้ย!” เสียงหวานแต่ดูโรจจิตจบลงฉันก็ถูกผลักไหล่ให้โน้มตัวลงไปที่หัวเตียงแล้วหัวก็ถูกมือของไอ้บ้านี่จับกดลงไป“หึ ๆๆ ชอบว่ะ โคตรชอบเลยเวลามีทาสร้องทรมานอยู่ตรงหน้า~” ทาสเหรอ? นี่มันคิดจะทำอะไรกับฉันบ้าง ทำไมไอ้บ้าคนนี้ถึงได้โรคจิตและวิปริตขนาดนี้ฟอด~“...ฮึก!” ฉันขยะแขยง เสียงกระเส่าจบลงมันก็กดหน้าลงที่สะโพกฉัน ต่อให้ฉันจะยังไม่ถูกมันถอดหรือกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกายแต่ความขยะแขยงก็เกิดขึ้นอยู่ดี“อ่าส์~ หอมมาก~ กลิ่นทาสที่กลัวจนตัวสั่นมันหอมแบบนี้นี่เอง~” ไอ้โรคจิตมันลากไล้ริมฝีปากตรงจุดที่เพิ่งจูบไปบริเวณใกล้ ๆ มือก็ลูบไล้จากสะโพกลงไปหาต้นขาช้า ๆ สลับกับบีบเฟ้นต้นขาฉันเหมือนอยากจะกระตุ้นอารมณ์ความต้องการหรืออารมณ์ดิบให้คนที่มันเรียกว่าทาส แต่ขอโทษทีเถอะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกพวกนั้นเลยนอกจากความขยะแขยง!ฟอด~“อ่าส์~ ไม่ไหวแล้วค่ะปั้นชา~ พี่อยากหอมปั้นชาน้อย ๆ ของพี่สุด ๆ แล้ว~” เสียงพร่าจบลงมือของไอ้บ้านี่ก็ขยับลูบมาข้างหน้า มาหย







