Share

บทที่ 3

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-29 12:58:08

(ธาดา)

“แม่ แม่!” เทียนไขเปิดประตูลงจากรถ ก่อนที่รถจะจอดสนิท เธอวิ่งตรงเข้าไปยังรถพยาบาลที่ในนั้นมีแม่ของเธอนอนอยู่

“ใจเย็นก่อนนะเทียน” ทุกคนต่างเข้าให้กำลังใจเธอ

“แม่เป็นอะไรคะป้า”

“แม่หนูแค่เป็นลมลูก ความดันสูง อยู่กับหมอแล้วไม่ต้องกังวลนะ” ทุกคนต่างพยายามปลอบใจเธอ

“ขอญาติไปแจ้งประวัติที่โรงพยาบาลกับผู้ป่วย 1 คนครับ” เสียงเจ้าหน้าที่ท้ายรถ

“หนูค่ะ” เทียนไขเสนอตัวทันที

“เป็นอะไรกับผู้ป่วยครับ”

“ลูกสาวค่ะ”

“เชิญครับ” แล้วเธอก็ขึ้นรถโรงพยาบาลไปกับแม่ของเธอ เทียนไขหันมามองที่ผมแล้วพยักหน้าให้ก่อนประตูจะถูกปิดลง แค่มองตาก็รู้ว่าเธอต้องการอะไร 10 ปีที่ผ่านแทบจะรู้ใจกันทุกอย่าง

ปี๊ป่อ! ปี๊ป่อ! เสียงรถพยาบาลวิ่งผ่านประตูรั้วบ้านออกไปด้วยความเร็ว

“กุญแจ” ลุงคนขับรถยื่นมันให้ทันที ผมตรงไปยังรถที่จอดอยู่ แล้วขับตามรถโรงพยาบาลไป ยายเย็นชานั่นกำลังอ่อนแองั้นเหรอ สายตาที่มองแบบนั้นน่าถ่ายรูปเก็บไว้ดูจริงๆ

ณ ตึกแผนกฉุกเฉิน (EMERGENCY ROOM)

20 นาทีแล้วที่แม่ของเทียนไขอยู่ใน ER ผมนั่งมองร่างบางเดินวนไปวนมาตั้งแต่มาถึงที่นี่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ถึงจะพยายามปลอบเธอว่าถึงมือหมอแล้ว แต่เธอก็ไม่มีท่าทีสบายใจขึ้นสักนิดเลย

ตึก ตึก ตึก!

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางขึ้นของตึก ผมและเทียนไขหันไปมองตามเสียง ก็พบพ่อของเธอที่วิ่งมาทางพวกเรา ด้านหลังก็มาพร้อมพ่อกับแม่ผม

“พ่อ ฮึก!” เทียนไขวิ่งเข้าไปกอดพ่อของเธอไว้แน่น เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาให้ผมได้ยิน

“ใจเย็นนะเทียน แม่จะต้องปลอดภัย” แม่ของผมพยายามปลอบใจเธออีกคน

“หนูเทียนไม่ต้องกังวลนะลูก ไม่ว่ายังไงลุงจะดูแลเรื่องนี้เอง” พ่อของผมช่วยปลอบเธออีกแรง แต่ผลที่ได้รับกลับมาคือเสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นกว่าเดิม

“ฮือ! ฮือ!” เทียนไขกำชายเสื้อพ่อของเธอไว้แน่น พร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

(ญาติคุณ วิลัยวรรณ ศิริตานนท์ ติดต่อห้องเบอร์ 15 ค่ะ)

เสียงประกาศดังขึ้นกลบเสียงร้องไห้ของเทียนไข พ่อของเทียนไขพาเธอมานั่งข้างผม แล้วจึงเดินไปยังจุดที่เสียงประกาศแจ้งไว้

ฟุบ! เทียนไขเอนหัวซบไหล่ผมอย่างหมดแรง

“มาทำไม” เทียนไขถามขึ้นในขณะที่ดึงชายเสื้อผมไปเช็ดน้ำตา

“ก็บอกให้มาไม่ใช่เหรอ” เสื้อเปียกหมดแล้วยายนี่

“ยังไม่ได้พูดสักคำ”

“แค่มองก็รู้แล้ว เงียบแล้วก็นั่งอยู่เฉยๆ” เทียนไขนั่งสงบนิ่ง มือเล็กของเธอกำชายเสื้อผมไว้แน่น เรานั่งคอยกันสักพักพวกผู้ใหญ่ก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าตึงเครียด

“หมอบอกว่าแม่เป็นอะไรเหรอพ่อ” เทียนไขตรงเข้าไปถามพ่อของเธอทันที

“หมอแจ้งว่าแม่เป็นเส้นเลือดในสมองตีบ”

“แล้ว...หมอว่ายังไงอีกคะ” เธอถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เทียน ใจเย็นๆก่อนนะลูก ป้ากับลุงจะให้คุณหมอผ่าตัดคุณแม่ทันที แล้วก็เรื่องค่าใช้จ่ายหนูไม่ต้องกังวลนะ ทุกอย่างป้าจะจัดการเอง คุณแม่จะไม่เป็นอะไร” แม่ของผมดึงเทียนไขเข้าไปกอดปลอบแล้วอธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ให้เธอฟัง

“เทียนขอบคุณคุณป้ากับคุณลุงมากนะคะ จะให้เทียนตอบแทนทั้งสองคนยังไงดีคะ ต้องให้เทียนทำยังไงถึงจะตอบแทนได้หมดคะ” ผู้ใหญ่ทั้ง 3 คนหันมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นคุณแม่ที่เป็นฝ่ายพูด

“เรากลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่านะ ป้ามีเรื่องอยากขอร้องเทียนอยู่พอดี” เทียนไขพยักหน้าอย่างเข้าใจง่าย และเดินตามหลังผมไปที่รถ พวกผู้ใหญ่อยู่จัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะตามไปเจอกันที่บ้าน

ปึง!

“ขอถามอะไรสักอย่างสิ” ผมพูดขึ้นในขณะที่พวกเราอยู่บนรถ เทียนไขหันมาจ้องหน้าเพื่อรอคำถาม

“...”

“เรื่องไปเรียนต่อที่อังกฤษ...เธอจะไปกับฉันใช่มั้ย”

“ไม่” คำตอบของเธอทำเอาผมกำพวงมาลัยรถแน่น เพราะครั้งนี้บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่บังคับ

“อือ”

ผมไม่ถามซักไซ้เธอต่อ เหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปที่บ้านทันที ภายในรถมีแต่ความเงียบ ไม่มีใครพูด หรือถามอะไรต่อทั้งนั้น แค่คิดว่าต้องไปใช้ชีวิตโดยไม่มีเธอก็ไม่อยากทำอะไรแล้ว เขาเสพติดเธออย่างไม่รู้ตัวมานานแค่ไหนแล้วนะ

(เทียนไข)

ณ บ้านของธาดา เวลา 19.00 น.

“เทียนไขเรื่องที่ไปเรียนต่ออังกฤษกับธาดาหนูตัดสินใจหรือยังลูก” คุณป้าถามขึ้นในขณะที่เรากำลังนั่งทานข้าวเย็นด้วยกัน ธาดานั่งก้มหน้านิ่งไม่แตะอาหารตรงหน้าเลย

“ค่ะ” ฉันจะทำยังไงดีล่ะ ฉันอยากใช้ชีวิตแบบของตัวเองโดยที่ไม่ต้องตัวติดกับเขาตลอดเวลา เพราะโดยนิสัยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว เมื่อโตขึ้นเลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องห่างจากเขาได้แล้ว ธาดาก็เป็นผู้ชายแล้วก็กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ด้วย ทำไมคุณป้าต้องอยากให้ฉันอยู่ดูแลเขาตลอดเวลา

แต่สิ่งที่คุณลุงกับคุณป้ามอบให้มาตลอดเป็นสิ่งที่ฉันไม่กล้าปฏิเสธเรื่องการไปเรียนต่อได้ แต่อีกใจหนึ่งฉันก็ยังอยากเลือกตามที่ตัวเองตัดสินใจไว้แล้ว

“หนูตัดสินใจจะไปใช่มั้ย” ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างหันมาสนที่ฉันคนเดียว ยกเว้นธาดา

“หนูขอคุยกับคุณป้าหน่อยได้มั้ยคะ” คำขอของฉันทำให้พวกท่านทั้ง 2 ต้องหันมองหน้ากันทันที

“ได้สิ” คุณป้าลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าฉันไปยังห้องหนังสือทันที

ปึง!

“มีอะไรอยากคุยกับป้าเหรอเทียน” เมื่อเสียงประตูปิดดังขึ้น คุณป้าก็หันมาถามฉันทันที

“ทำไมหนูต้องอยู่ดูแลธาดาตลอดเวลาคะ” ฉันถามออกไปตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา คุณป้ามีท่าทีตกใจเมื่อได้ยินคำถาม

“ธาดาเสพติดการมีหนูอยู่ด้วยตลอดเวลา” เสพติดฉัน

“ยังไงคุณป้า”

“เคยสังเกตมั้ยว่า เวลาที่หนูอยู่กับธาดา เขาจะตั้งใจทำทุกอย่างออกมาได้ดีเสมอ เขาจะไม่ใจร้อน และใจดีกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง”

“...” ฉันยืนนึกในสิ่งที่คุณป้าพูด แต่ด้วยที่เราอยู่ใกล้กันตลอดเวลาทำให้ฉันเห็นแต่มุมนั้นของเขาเสมอ

“ถ้าหนูจำได้ ธาดาเคยมีเรื่องชกต่อยจนเด็กคนนั้นต้องเข้าไอซียู…”

“ค่ะ”

ฉันจำได้ดี เด็กคนนั้นเข้าไปหาเรื่องเขา ซึ่งโดยปกติจะเป็นฉันที่จัดการกับพวกที่มาวุ่นวายกับเขา ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ตอนนั้นฉันไปเก็บตัวแข่งวอลเลย์บอลของโรงเรียนที่ต่างจังหวัด 1 อาทิตย์ แล้วฉันก็ขาดการติดต่อเขาไป แค่ตอนนั้นที่ห่างจากเขา

“ธาดาจะอยู่กับแค่เทียนไขคนเดียว เขาบอกกับแม่ว่าให้ติดต่อเทียนไขให้ได้ จนเราต้องทำตามที่เขาบอกแล้วเขาก็สงบ”

“...”

“มีแค่เทียนเท่านั้นที่ทำให้ธาดาสงบได้ แล้วการที่เขาจะขึ้นเป็นผู้บริหาร ป้าจำเป็นต้องขอร้องให้หนูเทียนอยู่กับธาดาก่อน”

“ค่ะ” งั้นก็หมายความว่าต้องอยู่ตลอดงั้นสิ

“แล้วนี่แหละเป็นเรื่องที่ป้าจะขอร้องหนูเทียน...อยู่กับธาดานะ” คุณป้าดึงมือไปกุมไว้แน่น ฉันจ้องมองใบหน้าของเธอ ก่อนจะพยักหน้ารับคำขอร้อง เพราะเรื่องที่คุณป้าช่วยแม่ไว้ ฉันก็หาอะไรมาตอบแทนท่านไม่ได้อยู่แล้ว

“เทียนจะอยู่ดูแลธาดาเองค่ะ” คุณป้ายิ้มกว้างพร้อมกับดึงฉันเข้าไปกอด ชีวิตฉันก็ดำเนินไปแบบจำเจซ้ำซากเหมือนเดิมอีกแล้วสินะ เมื่อคุยกันเสร็จฉันกับคุณป้าก็เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารตามเดิม ธาดาเงยหน้าสบตาฉันด้วยสายตาเหมือนคนไม่มีวิญญาณ

“ตัดสินใจได้แล้วใช่มั้ยเทียน” คุณพ่อหันมาถามฉันทันทีที่นั่งลง

“ค่ะพ่อ”

“ผมขอตัว” ธาดาลุกจากเก้าอี้ทันที

“จะไปไหนธาดา เดี๋ยวเราต้องพาเทียนไปทำพาสปอร์ตด้วยนะ”

“ฮะ” เขาหันกลับมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

“ฮะ อะไรล่ะ ลูกต้องไปเรียนต่อกับเทียนไขที่อังกฤษไง” ธาดาหันมามองฉันด้วยความงุนงง ฉันได้แต่พยักหน้าให้เขาเพื่อเป็นการยืนยันอีกเสียง

“งั้นเหรอ” ธาดาพึมพำและนั่งลงตามเดิม ก่อนที่จะเริ่มตักข้าวเข้าปาก

“กินข้าวได้แล้วเหรอลูกชาย” คุณลุงแกล้งพูดแหย่ลูกชายของเขา ในที่สุดก็กินข้าวลงสักที แล้วนั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันจะต้องตัวติดกับเขาตลอดขนาดนี้ยังไงล่ะ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 122

    (น้องชื่ออะไรครับ)(พรนับพรรณ ปริยากรสกุล ชื่อเล่นพันดาวค่ะ) พันดาวแนะนำตัวเองแล้วทุกอย่างก็ดูเงียบไป“ทำไมเงียบล่ะพันดาว”(…) ไม่มีเสียงตอบรับทุกอย่างเงียบ แม้แต่เสียงรอบข้าง“ส่งเสียงไอก็ได้พันดาว”(…) ยิ่งเงียบแบบนี้ฉันก็อยู่นิ่งต่อไปไม่ไหว แต่จังหวะที่หันหลังกลับไปมองก็มีเสียงแทรกดังลอดเข้ามาในห

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 121

    “คุณพ่อไปรับทีไรจะมีแต่คุณครูมองตลอดเลย” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขียนฝันฟ้องฉันแบบนี้ เขียนฝันหวงพ่อสุด ๆ“ไม่เป็นอะไรค่ะ ทุกคนสามารถมองคุณพ่อได้ เพราะคุณพ่อเขารู้ว่า...ต้องมองที่ใคร” ฉันปาดสายตามองไปยังธาดา ซึ่งเขาก็อมยิ้มและเดินเข้ามาข้างกันแล้วยกยกมือโอบไหล่“พ่อมองแค่แม่ของเขียนฝันกับน้องพันดาวมาตลอดต

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 120

    “ไม่ต้องหรอกครับ ผมสั้นน่ารักนะ พี่ชอบผู้หญิงผมสั้น”“...เอ่อ ปะ ไปก่อนนะคะ!” เธอถูกชมจนเสียอาการจนรีบกล่าวลาแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที“แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดก็คือเทียนไข” พออยู่กันสองคนก็มากวนประสาทฉันแทน“เฮ้อ...”เช้าวันต่อมา“เทียนตัดผมสั้นเหรอ” เสียงธาดาดังขึ้นจากด้านหลังในระหว่างที่ฉันกำลังยืนรอเข

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 119

    (ช่วงวัยเด็กของเทียนไขกับธาดา (ช่วงเกรด7หรือมัธยมชั้นปีที่ 1) ปึง!ประตูห้องครัวหอพักคนงานถูกเปิดออกเต็มแรง พร้อมกับเด็กชายผู้เป็นคุณหนูของบ้านนี้ และยังเป็นเพื่อนสนิทของลูกสาวหัวหน้าแม่บ้านอย่าง...เทียนไข“เทียนไข! ทำไมไม่บอกว่าจะสอบเข้าด้วยคะแนนเต็มเพื่อไปอยู่ห้องคิงล่ะ เรานึกว่าเทียนจะเลือกทำคะแ

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 118

    “ยุงไม่กัดแต่ปวดหัวมากเลย อะไรกันสองคนนี้” เมื่อนั่งฟังอยู่นานฉันก็ทนต่อไปไม่ไหวจนต้องขอพูดอะไรบ้าง“เด็กเวรนี่กวนประสาทค่ะ”“ถ้าจะด่าคนอื่นไม่ต้องมีคะขา”“โอเค ไอ้เด็กเวรนี่กวนตีน” ไม่สำนึกเลยสินะ“ก็เลยมาเลี้ยงเบียร์ย้อมใจแบบนี้เหรอ”“นั่งฟังมันบอกรักเมียตัวเองอยู่นี่ไง ไม่มีใครใจดีเท่าฉันแล้วนะ”

  • Love Textbook ตำรารักพิชิตหัวใจ   บทที่ 117

    “หายไปไหนของเขา”เสียงบ่นพึมพำกับตัวเอง สายตาสอดส่องมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวธาดาที่ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนสักพักแล้ว โทรศัพท์ก็ไม่พกติดตัวนี่เดินรอบแล้วเหลือแต่ที่หอพักคนงาน แต่ปกติธาดาจะไม่ได้ไปที่นั่นถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ป้าขวัญคะ เห็นคุณธาดามั้ย” ในระหว่างที่กำลังหยุดยืนคิดอยู่หน้าบ้านใหญ่ ป้าขวัญ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status