Beranda / วัยรุ่น / Love at first sight รักครั้งแรก / นักฟุตบอลเสื้อสีแดงเบอร์ 8

Share

นักฟุตบอลเสื้อสีแดงเบอร์ 8

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-09 13:44:07

บ่ายสามครึ่ง เรามาถึงสนามตอนการแข่งขันเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังพอดี สกอร์ยังเสมอกันที่หนึ่งต่อหนึ่ง เสียงกรี๊ดของกองเชียร์ดังแข่งกันวุ่นวาย ทั้งที่เป็นแค่แมตช์กระชับมิตร แต่บรรยากาศกลับคึกคักเกินคาด

อัฒจันทร์ข้างสนามแน่นขนัดราวกับเป็นรอบชิงชนะเลิศ โชคดีที่ยังพอมีพื้นที่เล็ก ๆ ให้พวกเราสามคนแทรกตัวเข้าไปนั่งได้

หลังจากกวาดสายตาไปในสนามได้ไม่นาน ฉันก็เห็นเจ้าของร่างสูง ผิวเข้มที่กำลังมองหา เขาสวมเสื้อสีแดงหมายเลข 11 ตัดกับผิวเข้มอย่างพอดี ทำให้เขาดูเด่นสะดุดตากว่าใคร ฉันเผลอยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว

ทว่าในจังหวะถัดมา เสียงกรี๊ดก็ดังสนั่นไปทั่วสนาม พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จนฉันสะดุ้งและรีบหันไปตามเสียง

นักเตะเสื้อสีแดงเบอร์ 8 ของทีมเรากำลังเร่งฝีเท้า ไล่ลูกกลม ๆ ไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว เขาหลบหนึ่งคน สองคน ก่อนตวัดยิงทันที ลูกบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างแม่นยำ เสียงกรี๊ดจึงดังขึ้นถล่มทลายทั่วสนาม

“ใครอะ เบอร์ 8” ฉันถามทั้งที่สายตายังจ้องในสนาม

พลอยหันมามองฉันพลางทำหน้าประหลาด “ดูดี ๆ ไม่รู้จริงดิ”

ดารีบเสริม “นั่นน้องโฟล์คไง!”

ลมหายใจฉันสะดุดไปหนึ่งจังหวะ “อ๋อ…”

“ริน หล่อมาก!” ดาจับแขนฉันเขย่า “สูง ขาว เล่นบอลเก่งอีกต่างหาก”

เสียงกรี๊ดรอบสนามดังขึ้นอีกระลอก “กรี๊ดดด!”

พลอยจับแขนฉันแน่น “แกดูดิ ตอนยิงเมื่อกี้อย่างเท่!”

“ยิงแม่นขนาดนี้ มิน่าล่ะ วันนั้นถึงเข้าหน้ารินเต็ม ๆ ” ดาหัวเราะร่วน

“เลิกแซวได้แล้ว!” ฉันรีบยกมือปิดหน้าผากตัวเองโดยอัตโนมัติ ทำให้ดายิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม

“หล่อกว่าทุกคนในสนามเลยริน กรี๊ดดด!”

“เห็นแล้ว ๆ ” เสียงของพลอยทำให้ฉันแทบหูดับ

เขาดึงชายเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับอย่างไม่ใส่ใจเสียงรอบข้าง แต่นั่นกลับทำให้เสียงกรี๊ดดังยิ่งกว่าตอนเขาทำประตูเสียอีก ไม่น่าเชื่อว่าร่างที่ดูสูงโปร่งค่อนไปทางผอม พออยู่ในชุดกีฬา กลับดูมีกล้ามเนื้อสมส่วนเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดสายตา ท่ามกลางนักเตะทั้งสนาม เขาดูโดดเด่นกว่าใครอย่างปฏิเสธไม่ได้

ฉันลืมสนใจพี่แม็กไปชั่วขณะ

เมื่อเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น เกมจบลงที่ 3 ต่อ 1 ทีมโรงเรียนเราเป็นฝ่ายชนะ เป็นของพี่แม็กหนึ่งประตูและอีกสองเป็นของน้องสุดหล่อเบอร์ 8 ที่ใคร ๆ ก็กรี๊ดกันสนั่น เสียงชื่นชมดังอื้ออึงรอบตัว ฉันได้ยินทุกคำแต่ก็แค่ยิ้มบาง ๆ เพราะต่อให้ใครจะยิงได้กี่ลูก ในสายตาฉัน คนที่เก่งที่สุดก็ยังเป็นพี่แม็กอยู่ดี

เสียงเฮยังไม่ทันจางหาย นักเตะทั้งสองทีมทยอยเดินจับมือก่อนแยกย้ายออกจากสนาม จังหวะนั้นเอง สายตาฉันบังเอิญไปสะดุดกับรุ่นน้องนักเตะเบอร์ 8 เขาเงยหน้าขึ้นมาทางอัฒจันทร์พอดี สายตาคู่นั้นก็กวาดผ่านผู้คนก่อนจะหยุดชะงักตรงตำแหน่งที่ฉันนั่งอยู่ หัวใจฉันไหววูบ ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความบังเอิญ หรือมีความตั้งใจซ่อนอยู่ แต่แววตาที่ทอดมานั้นเหมือนกำลังมอง “ใครบางคน” โดยเฉพาะ ฉันเผลอกลั้นหายใจ ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปทางอื่น

“ริน ๆ น้องโฟล์ค มองมาทางนี้ด้วยอะ!” พลอยกระซิบ

“เขามองรินหรือเปล่า” ดาหัวเราะหึ ๆ

“บ้า คนตั้งเยอะ…” ฉันรีบปฏิเสธ ทั้งที่รู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนวูบวาบ

เสียงรอบตัวเริ่มเบาลง เหมือนทุกอย่างกำลังกลับสู่ปกติ และฉันก็พยายามดึงตัวเองกลับมาสู่จุดเดิม สายตาเลื่อนลงไปยังสนามมองเห็นพี่แม็กยกมือขึ้นลูบท้ายทอย เหงื่อเกาะตามกรอบหน้าและลำตัวจนเสื้อเปียกชุ่ม พลางหัวเราะเดินออกจากสนามกับเพื่อนร่วมทีม ฉันหยิบขวดน้ำที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋า ตั้งใจจะลงไปให้เขา แต่ฝ่าเท้ากลับหยุดชะงัก…

พี่แม็กกำลังเดินเคียงข้าง ‘พี่แต้ว’ ทั้งคู่หัวเราะ พูดคุยกันอย่างสนิทสนม

ฉันก้าวขาไม่ออก สายตาที่เขามองเธอมันเหมือนกับสายตาที่ฉันใช้มองเขาไม่มีผิด มือที่กำขวดน้ำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนพลาสติกบิดยุบ ส่งเสียงกรอบแกรบเบา ๆ อยู่ในอุ้งมือ เจ็บแปลบในอกเหมือนมีใครค่อย ๆ บีบหัวใจให้แฟบลงช้า ๆ

‘พี่แต้ว’ คือดาวโรงเรียน สวย เรียนเก่ง นิสัยดี เรียบร้อย ไปทางไหนก็มีแต่คนมอง ส่วนฉันก็แค่คนนอกสายตาเขาคนหนึ่ง

“สองคนนี้คบกันหรอ ดูสองคนเหมาะกันดีนะ” พลอยพูดขึ้นเบา ๆ

“อืม…ธรรมดาแหละ ดาวก็ต้องคู่กับเดือน รินว่าป่ะ” ดาเสริม

ฉันฝืนยิ้ม “ใช่ เหมาะสมกันทุกอย่าง” คำพูดที่หลุดออกไปเหมือนกลืนเศษแก้วลงคอ

“เรากลับกันเถอะ” ฉันพูดเสียงเบาจนแทบกลืนหายไปกับลม

“โอเค ๆ ไปกัน”

ฉันเก็บขวดน้ำลงกระเป๋า ขวดที่ตั้งใจจะเอาไปให้เขา ตอนนี้มันไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป…

ฉันยืนคอตกต่อแถวกลับบ้าน อยากให้คนข้างหน้าเดินเร็ว ๆ จะได้พ้นจากตรงนี้สักที แต่ก็อดหันกลับไปมองอีกไม่ได้ เดือนโรงเรียนสุดฮอตกับดาวโรงเรียนแสนสวย มีตรงไหนไม่เหมาะสม…

ไม่มี

“น้องริน!”

แล้วเสียงที่ฉันจำได้แม่นก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันก้มหน้าต่ำทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน รีบสาวเท้าเดินไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น

ไม่อยากหันไปมองเลย ไม่อยากเห็นภาพนั้นใกล้ ๆ

ทว่า…ไม่ทัน ปลายนิ้วเขาเกี่ยวสายกระเป๋าฉันไว้ และออกแรงดึงเบา ๆ แบบที่เคยทำเป็นประจำ แบบที่เคยทำเล่น ๆ จนตัวฉันเซไปข้างหลัง ฉันจึงจำใจหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้าคนทั้งคู่

“ตัวเล็ก จะรีบไปไหน”

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ และฝืนยิ้มอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ได้ไปดูบอลไหมเมื่อกี้”

“ไปค่ะ”

“ใครหรอ” พี่แต้วถามเสียงนุ่ม แต่สายตาที่ส่งมา กลับทำให้ฉันรู้สึกตัวเล็กลงอย่างประหลาด

“น้องริน รุ่นน้องในชมรม ที่แม็กเล่าให้แต้วฟังไง” เขาหันไปยิ้มให้เธอ ก่อนจะพูดต่อ “นี่เด็กปั้นแม็กเลยนะ”

คำว่า ‘เด็กปั้น’ ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเจ็บ

“สวัสดีค่ะพี่แต้ว”

“หวัดดีจ้ะน้องริน” เธอยิ้มสวย สมกับเป็นดาวโรงเรียน

“น่ารักจัง มิน่าล่ะ แม็กชมให้ฟังตลอดเลย”

ฉันยิ้มบาง ๆ ให้ทั้งคู่ ไม่ได้รู้สึกดีใจกับคำชมนั้นเลยสักนิด เหลือบมองใบหน้าคมเข้มเพียงเสี้ยววินาที เขาหัวเราะเบา ๆ

“งั้นพี่ไปก่อน กลับบ้านดี ๆ นะ”

ฉันกลืนน้ำลายที่ขมปร่าลงในลำคอ ก้มหน้าเดินช้า ๆ อย่างเงียบ ๆ จนเสียงหัวเราะของพวกเขาห่างออกไป โดยไม่หันกลับไปอีก

ฉันมีสิทธิ์อะไรไปเพ้อฝันว่าเขาจะมาชอบลูกเป็ดขี้เหร่อย่างฉัน ฉันแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าเพื่อกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ไม่ให้มันไหลออกมา

แต่มันก็ยากจริงๆ…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Love at first sight รักครั้งแรก   นักฟุตบอลเสื้อสีแดงเบอร์ 8

    บ่ายสามครึ่ง เรามาถึงสนามตอนการแข่งขันเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังพอดี สกอร์ยังเสมอกันที่หนึ่งต่อหนึ่ง เสียงกรี๊ดของกองเชียร์ดังแข่งกันวุ่นวาย ทั้งที่เป็นแค่แมตช์กระชับมิตร แต่บรรยากาศกลับคึกคักเกินคาด อัฒจันทร์ข้างสนามแน่นขนัดราวกับเป็นรอบชิงชนะเลิศ โชคดีที่ยังพอมีพื้นที่เล็ก ๆ ให้พวกเราสามคนแทรกตัวเข้าไปนั่งได้ หลังจากกวาดสายตาไปในสนามได้ไม่นาน ฉันก็เห็นเจ้าของร่างสูง ผิวเข้มที่กำลังมองหา เขาสวมเสื้อสีแดงหมายเลข 11 ตัดกับผิวเข้มอย่างพอดี ทำให้เขาดูเด่นสะดุดตากว่าใคร ฉันเผลอยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว ทว่าในจังหวะถัดมา เสียงกรี๊ดก็ดังสนั่นไปทั่วสนาม พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จนฉันสะดุ้งและรีบหันไปตามเสียง นักเตะเสื้อสีแดงเบอร์ 8 ของทีมเรากำลังเร่งฝีเท้า ไล่ลูกกลม ๆ ไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว เขาหลบหนึ่งคน สองคน ก่อนตวัดยิงทันที ลูกบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างแม่นยำ เสียงกรี๊ดจึงดังขึ้นถล่มทลายทั่วสนาม “ใครอะ เบอร์ 8” ฉันถามทั้งที่สายตายังจ้องในสนาม พลอยหันมามองฉันพลางทำหน้าประหลาด “ดูดี ๆ ไม่รู้จริงดิ” ดารีบเสริม “นั่นน้องโฟล์คไง!”

  • Love at first sight รักครั้งแรก   ฉันจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า

    คน ๆ นั้นก็คือ น้องหน้าขาวที่เตะบอลใส่หน้าฉันเมื่อวันศุกร์ เขายืนอยู่ท้ายแถวกับกลุ่มเพื่อนอีกสี่ห้าคน แผ่นหลังเสื้อนักเรียนใหม่เอี่ยมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าเสื้อของเขายังอยู่กับฉัน และฉัน…ต้องเอามันไปคืน ด้วยความสูงที่น่าจะราว ๆ 180 เซนติเมตร และรูปร่างที่เหมือนนักกีฬา บวกกับผิวที่ขาวสะอาดตาตัดกับจมูกโด่งคมชัด ต่อให้ยืนท้ายแถว เขาก็ยังดูสะดุดตา ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอมองเขานานแค่ไหน จนกระทั่งเขาหันมาสบตา และยักคิ้วข้างหนึ่งใส่ฉัน หัวใจฉันหล่นวูบ รีบหลบสายตาในทันทีที่ถูกจับได้ว่าแอบมอง ก่อนจะแกล้งก้มลงเช็ดรองเท้านักเรียนทั้งที่ปกติไม่เคยสนใจจะขัดเงาเลยสักครั้ง หัวใจฉันเต้นรัวเร็วแทบควบคุมไม่ได้ ความร้อนแล่นขึ้นมาที่ใบหน้า ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย มันส่งผลให้มือไม้สั่นและท้องไส้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันยกมือขึ้นมาทาบที่หน้าอกอย่างกังวล ฉันจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า? ในความวุ่นวายนั้น ฉันพยายามบอกตัวเองว่า หัวใจที่เต้นผิดจังหวะเมื่อครู่ คงเป็นแค่เพราะอากาศร้อน… เท่านั้น ไม่น่าจะถึงขั้นป่วยอะไร สาย

  • Love at first sight รักครั้งแรก   หน้าเสาธง

    ภาพความทรงจำ เมื่อสิบสองปีก่อนค่อย ๆ พรั่งพรูเข้ามาเป็นฉาก ๆ จะว่าไปแล้ว ชีวิตวัยมัธยมก็เปรียบเสมือนละครเรื่องหนึ่ง ที่เราเป็นทั้งตัวแสดงและคนดูในเวลาเดียวกัน ฉันจำได้แม้กระทั่งกลิ่นหญ้าแห้ง ๆ บนสนามฟุตบอล เสียงหัวเราะของเพื่อน รอยยิ้มของตนเอง หรือแม้แต่กลิ่นหอมจาง ๆ ของใครบางคน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เรื่องราวเหล่านั้นยังคงงดงามเสมอ เสียงดนตรีในงานแต่งลอยแผ่วเข้ามาในโสตประสาท ดึงฉันกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง ภาพในภวังค์ค่อย ๆ เลือนหายไปช้า ๆ ราวกับม่านในโรงละครที่กำลังปิดลง แปลกดีเหมือนกันฉันกลับจำได้แต่เรื่องดี ๆ นึกถึงทีไรก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวทุกครั้ง ส่วนเรื่องที่เสียใจ…ก็มีนะ มีมากพอ ๆ กับเรื่องดี ๆ นั่นแหละ แต่พอเวลาผ่านไป ฉันก็แยกไม่ออกแล้วว่า อะไรคือความทรงจำ และอะไรคือสิ่งที่ฉันเลือกจะจำ ฉันสูดลมหายใจลึก ๆ อีกครั้ง วันนี้คือวันแต่งงานของเขา แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า ละครเรื่องโปรดของฉันกำลังจะปิดฉากลงจริง ๆ หรือมันเพิ่งจะเริ่มต้นใหม่กันแน่ “ริน เสร็จยังลูก สายแล้วเดี๋ยวไม่ทันรถ” เสียงแม่ตะโกนเรียกดังมาจากด้านล่

  • Love at first sight รักครั้งแรก   สนามฟุตบอล

    “พี่!!!” ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมา เห็นชายกระโปรงตัวเองที่เลิกขึ้นเหนือเข่าเป็นลำดับแรก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านผิวหนัง เสียงหัวเราะ เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบตัวราวกับฉันเป็นตัวตลก ฉันก้มหน้างุดและหลับตาด้วยความอาย จนนึกอยากหายตัวได้เหมือนนางเอกในละครเช้าวันเสาร์…แต่ฉันทำไม่ได้ พรึ่บ!!! เสื้อแขนยาวสีเทาแถบชมพูตัวหนึ่ง ถูกโยนมาคลุมที่ขาของฉันทันที โชคดีที่มันตัวใหญ่มากพอที่จะปิดทุกอย่างได้มิดชิด เสียงหนึ่งที่ฟังดูร้อนรนดังขึ้นใกล้ ๆ “พี่ครับ พี่เจ็บมากไหมครับ ให้ผมดูหน่อย” ฉันเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา เห็นเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย “มะ…ไม่เป็นไร แต่ว่า… ทำไมโลกมันหมุนติ้ว ๆ เลย” “ไหวไหมครับ” เขาขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าผากตัวเอง “พี่หัวโนด้วย” “อ้อ” ฉันยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง แล้วความรู้สึกปวดก็แล่นเข้ามาทันที “ลุกไหวไหม เดี๋ยวผมพาไปห้องพยาบาล” “ไม่เป็นไร…อ๊ะ!” ทันใดนั้น ปลายเท้าฉันก็แตะเข้ากับอากาศ เขาอุ้มฉันขึ้นอย่างง่ายดายโดยที่ฉันไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว เสีย

  • Love at first sight รักครั้งแรก   สิบสองปีก่อน

    วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ฉันชื่อ ‘รินรดา’ หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า ‘ริน’ ก็ได้ กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า ในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนประมาณห้าพันคน กำลังเดินตามหลัง ‘พลอยผกา’ กับ ‘วนิดา’ เพื่อนสนิทไปยังอาคารเรียนหลังหนึ่ง เพื่อเรียนคาบสุดท้ายของภาคเช้าก่อนจะพักเที่ยง ด้วยท่าทางอ่อนแรงราวกับแบตเตอรี่ใกล้หมด แม้ภายนอกจะดูเหมือนมีความกระตือรือร้นที่จะไปเรียน แต่ในใจกลับห่อเหี่ยว เพราะคาบต่อไปเป็นวิชาที่ฉันเกลียดที่สุดรองลงมาจากฟิสิกส์ นั่นก็คือวิชาคณิตศาสตร์!!! ตั้งแต่มอหนึ่งจนถึงวันนี้ สมองของฉันไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับวิชานี้ได้เลย ท่องสูตรคูณได้ถึงแม่สิบสองก็ถือว่าเก่งแล้ว และเทอมก่อนฉันได้แค่เกรดสาม… สำหรับคนอื่นเกรดสามก็อาจจะเพียงพอ แต่สำหรับฉันมันต้องเป็นเลขสี่เท่านั้น เพราะว่าฉันดันอยู่ ‘ห้องกิฟต์’ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าเด็กสมองทื่อเรื่องตัวเลขอย่างฉัน จะไม่ถูกคัดออกกลางทางในเทอมใดเทอมหนึ่ง ดังนั้นคณิตศาสตร์สำหรับฉันจึงไม่ใช่แค่วิชาน่าเบื่อ แต่มันคือความ…กดดัน คนอื่

  • Love at first sight รักครั้งแรก   ฉันมายินดีให้กับรักที่สดใส

    วันศุกร์ที่ 14 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568คุณเคยมีรักครั้งแรกไหม?รักครั้งแรกของคุณเป็นยังไงกันบ้างสำหรับฉัน มันคล้าย ๆ ตอนที่มองเห็นสายรุ้งเจ็ดสีทอดโค้งบนท้องฟ้าหลังฝนหยุดตก ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และสุขใจในยามที่เราตกอยู่ในห้วงของความรัก ราวกับว่าโลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู มองไปทางไหนก็พบเจอแต่ความสดใส รอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ในหัวใจบรรเลงไปด้วยเพลงรักฉันยังจำจังหวะการเต้นระรัวของหัวใจได้ดี ยิ่งเขาขยับเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ หัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวแรงเร็วขึ้นอย่างน่าประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้นเชื่อไหมว่าสิ่งเหล่านั้นมันคือเสน่ห์ของ “รักครั้งแรก” แล้วเรื่องของคุณเป็นยังไงกันบ้าง? สุดท้ายแล้วคุณสมหวังกับรักครั้งแรกหรือเปล่า?ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันอยากจะแก้ไขอะไรไหม คำตอบของฉันคือ “ไม่”ถ้าเลือกได้ ฉันอยากย้อนกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้นอีกครั้งมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันมาที่นี่ในวันนี้ ฉันนั่งเล่าเรื่องนี้อย่างคนที่อยู่ในอาการเหมือนตกหลุมรักอีกครั้งพอมีเวลาเล็กน้อยที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่แสนประทับใจ ก่อนที่จะถึงเวลาสำคัญในช่วงเช้าของวันนี้และฉันคิดว่าฉันสามารถเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status