Masuk“พวกลูกฟังแม่ไว้ให้ดีนะ ต่อให้เป็นเครือญาติกันก็อย่าไว้ใจนักเลย คนพวกนี้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองทั้งหมดของพวกลูกต่างหาก”
“ครับ แม่ / ครับ แม่”
“อย่าขานรับแม่แบบส่งๆ เด็ดขาด ขอบอกไว้ก่อนเลยการทำตัววางใจมันเร็วเกินไป อาจเกิดศึกในสิ่งที่ไม่คาดคิดรอพวกเราอยู่ก็ได้”
เนตรดาวเตือนลูกชายทั้งสองคนด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กกำพร้าแต่เส้นทางชีวิตของเธอไม่ธรรมดาเลยสักนิดเดียว
เป็นนักลงทุนในการแสวงหาผลกำไรตั้งแต่วัยเลขสิบด้วยการเล่นหุ้น ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงง่ายในยุคสมัยของพ.ศ.นี้
รูปร่างหน้าตาสะสวยพอประมาณ ไม่ได้สวยจนโลกแต่สิ่งที่ทำให้ตะลึงได้คือความสามารถในการก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนรายใหญ่ระดับเอเชียด้วยวัยเพียงสิบห้าปีเท่านั้น
ก้าวต่อมาในการบุกตลาดยุโรปในระยะเวลาเพียงสามปีเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นนักลงทุนมือฉมังด้วยวัยสิบแปดปี การจัดการและการเข้าถึงในยุคสามพันปีนี้
ง่ายดายกว่าสามพันปีก่อนนัก ระดับการศึกษานั้นไม่ถึงขนาดมีตัวอักษรนำหน้าแต่จบปริญญาโทสองใบ เกียรตินิยมอันดับสามทั้งสองสาขา ได้รับเชิญให้กลายเป็นสมาชิกองค์กรอิสระ
สาเหตุที่แท้จริงในการถูกเชิญเข้าองค์กรนี้นั้นเพราะว่า...
ตูม!!!
“บ้าจริง! ไม่ทันไรพวกมันก็เริ่มแล้วเหรอ” เธอสบถอย่างหัวเสีย
“ที่รัก คุณต่อสู้อย่างเต็มที่ ส่วนผมจะจัดการขับรถเป็นอย่างดีเอง” พิพัฒน์บอกพลางกำพวงมาลัยไว้แน่น
“รับบัญชาค่ะ ที่รักของฉัน”
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก
เสียงใส่ลูกกระสุนอย่างใจเย็นของภรรยาคนสวย สร้างความประหลาดใจให้กับลูกชายแต่เป็นความเคยชินของผู้เป็นสามี มือเล็กกำกระบอกทั้งสองไว้แน่นอย่างชำนาญมือ
“ไม่ต้องกลัวนะลูกรัก แม่จะปกป้องพวกลูกเอง” เธอเอ่ยพลางปรับกลไกพร้อมยิง
ครืด.....
เสียงเลื่อนประตูหลังคาด้านบนกำลังเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการถกกระโปรงอย่างชำนาญของเนตรดาว ร่างสูงเพรียวโผล่ขึ้นไปด้านบนแล้วลั่นไกทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกระสุนปืนดังอย่างต่อเนื่องและเป้าหมายของมันคือล้อรถมากมายที่ไล่ตามมาทำร้ายหวังลอบสังหารทายาทตระกูล เป็นจุดมุ่งหมายในการสกัดกั้นครั้งนี้
ภายในตัวรถนั้นปลอดภัยดีเพราะถูกสร้างมาให้กันกระสุนระดับดีที่สุด ขอเพียงตั้งใจขับรถกลับบ้านก็ไม่มีปัญหาอะไร ระหว่างนั้นจึงส่งปืนกระบอกอีกที่อยู่ลิ้นชักทั้งสองฝั่งให้
การร่วมมือกันระหว่างสามีภรรยานั้นสามัคคีมากราวกับชำนาญการต่อสู้มานาน ทั้งที่เป็นนักธุรกิจไฟแรงมากความสามารถทั้งคู่
ความลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือทั้งเขาและเธอได้รับเชิญให้กลายเป็นสมาชิกองค์กรอิสระ และเคยเข้าร่วมสงครามปราบโจรสลัดและจอมโจรภูเขามานักต่อนัก
ความคาดหวังที่จะทำให้ครอบครัวนี้ตายด้วยอุบัติเหตุดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าเครือญาติลงมือหนักที่สุดตั้งแต่หล่อนคลอดลูก
รถมอเตอร์ไซค์หลายสิบคันพยายามขับตามประกบรถหรูให้ได้อย่างขยันขันแข็ง ไม่ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องทำให้หนึ่งในสี่คนนี้เสียชีวิตให้ได้
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด กำลังรอพวกมันอยู่.....
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ลูกชายทั้งสองของตระกูลลดกระจกรถลงแล้วใช้ดาบสั้นที่เหมาะสำหรับเด็กฟาดฟันศัตรูที่หวังเข้าใกล้รถยนต์ที่นั่งอยู่ด้วยกันทั้งคัน จนในที่สุดก็พากันล่าถอยไปเมื่อขับถึงเส้นทางเข้าใกล้บ้าน
“เก่งมากเลยลูกพ่อ / เก่งมากเลยลูกแม่” ทั้งสองชมพร้อมเพรียงกัน
ในเมื่อพ่อแม่ต่างก็เป็นเสือแล้วจะให้คลอดลูกออกมาเป็นหมาได้ยังไงกันล่ะ มันก็ต้องเป็นลูกเสืออยู่วันยังค่ำ ด้วยวัยเลขสิบก็มีความสามารถเก่งกาจทั้งคู่
“พอเข้าใกล้วันครบรอบบริษัทครั้งนี้ร้อนรนกันน่าดูเลยสินะ ไอ้พวกเวรตะไล” พิพัฒน์สบถออกมาอย่างเหลืออด
“หลังจากมีข่าวลงหนังสือพิมพ์ธุรกิจครั้งล่าสุด พวกมันคงคิดว่าตนเองคงควบคุมพวกเรายากขึ้น เนื่องจากลูกชายทั้งสองต่างมีความสามารถมากกว่าที่คิด” เนตรดาวบอกพลางถอนหายใจ
“อยู่กันแบบสันติก็ได้มั้งครับ จะฆ่าแกงกันไปทำไมก็ไม่รู้” นนท์ภัทรผู้เป็นพี่ชายบ่นพลางเช็ดเลือดที่เปื้อนดาบ
“นั่นสิครับ ทำไมถึงชอบทำเรื่องแบบนี้กันนะ” นภัทรเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
เขาเห็นเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เริ่มรู้ความ ถึงแม้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากมาย บางสิ่งบางอย่างกลับเลวร้ายลงรวมถึงมีเจตนาชัดเจน
แปลกใจมาตลอดว่าทำไมทั้งตนเองและพี่ชายต้องฝึกวิ่งและออกกำลังกายมากกว่าเด็กวัยเดียวกันถึงสองเท่า ไหนจะให้เลือกศิลปะป้องกันตัวก่อนตัวหนังสือด้วยซ้ำ
ทุกอย่างชัดเจนขึ้นเมื่อพี่ชายของเขาอายุครบสิบขวบ และตัวเขาเองอายุเพียงหกขวบเท่านั้น ตอนออกไปเที่ยวข้างนอกครั้งแรกก็เจอการลอบสังหารเกิดขึ้น
หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น เสียงบ่นของพี่ชายไม่เกิดขึ้นอีกรวมถึงเสียงกรนด่าในใจของเขาก็เช่นกัน การแก่งแย่งชิงอำนาจยังคงมีอยู่เสมอไม่ว่ายุคสมัยไหน
ปัญหาชุดใส่ครบรอบบริษัทในครั้งนี้เป็นการเลือกตัดด้วยการเชิญห้องเสื้อมาที่บ้าน เพราะยังไม่อยากให้มันบานปลายไปมากกว่านี้ ขอเพียงประกาศตำแหน่งผู้สืบทอดอย่างชัดเจนในวันนี้ เหตุการณ์ทุกอย่างจะจบลง
“ได้เวลาแล้วค่ะ คุณชายเล็ก”
“จะไปเดี๋ยวนี้”
นภัทรคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันนี้จะไม่มีเหตุการณ์อะไรให้ต้องเปลืองแรงการต่อสู้อีกเพราะคือวันชี้ชะตา
สิ่งที่นภัทรจินตนาการกำลังได้ผล ไม่มีเรื่องอะไรให้วุ่นวายใจในด้านการเอาชีวิต ลอบสังหาร ต่อไปคงเป็นสังเวียนการบริหารงานโดยเฉพาะมากกว่า
“ยินดีด้วยนะครับ พี่นนท์”
“ขอบคุณนะ ภัทร”
ภาพบรรยากาศความสนิทสนมของพี่น้องนั้นเป็นข่าวดีสำหรับสายสุขนิยม แต่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับสายที่จ้องเล่นงานหวังให้พี่น้องแตกคอกัน แผนการนั้นพังไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
“เหมือนจะมองเลยว่าพวกเราไม่ถูกกันไหม น้องคิดว่ายังไงล่ะ”
“ถ้าให้ตอบตรงๆ อย่าลาออกจากตำแหน่งเลยนะครับ ผมไม่อยากเหนื่อยขนาดนั้น ทุกวันนี้ก็เหมือนสายตัวแทบขาดออกจากกันแล้ว”
“ฮ่าๆๆ บอกตรงๆ เหมือนกัน ห้ามออกจากตระกูลนะ อยู่ช่วยงานด้วยกันไปนานแสนนานยิ่งดี”
เสียงหัวเราะของผู้สืบทอดคนปัจจุบันทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลายคนอยากเข้ามาพูดคุยด้วยตามประสาเด็กวัยเดียวกัน แต่เหมือนเห็นท่าทางสนุกสนานของทั้งสองคนแล้ว ปล่อยไว้แบบนั้นอาจจะดีกว่า
“สวัสดีครับ คุณนนท์ภัทร ว่าที่เจ้าตระกูลคนต่อไป”“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือคนที่ทำสัญญาหมั้นกับน้องชายของผมตอนเด็กใช่หรือไม่”มอร์ซินเลือกที่จะทักทายก่อนเนื่องจากอีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นว่าที่พี่เขย แม้ว่าตนเองจะอายุมากกว่าหนึ่งปี แต่ในทางธรรมเนียมแต่เดิมของพวกเรา อายุห่างกันไม่เกินสามปี นับว่าเป็นเพื่อนกันได้ ไม่ถึงขนาดกับต้องนับว่าใครเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง แต่เลือกให้ความเคารพลำดับญาติเป็นสิ่งสำคัญผู้ชายคนนี้ไม่ง่ายเลยสักนิด ถึงจะไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยสักครั้ง แต่การปฏิบัติตัว วางตัว ท่าทาง สีหน้า สมแล้วที่เกิดมาจากแดนของผู้ดีเก่า ช่างสมบูรณ์แบบจนน่าตกใจ ลูกหลานของขุนนางยังไงก็ยังคงสายเลือดที่เข้มข้นแม้ว่าจะไม่ได้มีอำนาจทางการเมืองเท่าเมื่อก่อนสินะ นิสัยจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ความภูมิฐานแบบนี้น่าไว้วางใจได้หนึ่งอย่าง“เรื่องเกี่ยวกับตัวของท่าน ผมทราบมาหมดทุกอย่าง รวมถึงอาการป่วยหลังจากเกิดอุบัต
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดบัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่” ให้ตายเถอะ! การต่อสู้บนเครื่องบินมันยากลำบากทั้งสถานที่ สภาพความกดอากาศของความสูงเหนือพื้นดิน การสั่นสะเทือนของเครื่องบินระหว่างการต่อสู้ คนที่ทำได้สมบูรณ์แบบปานนั้นเป็นคนอดนอนมากกว่างั้นเหรอ ช็อกจนพูดอะไรไม่ออกแต่ยัง
“ก่อนจะเริ่มสอบปากคำ ผมมีเรื่องอะไรจะพูดสักหน่อย ได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมา “เชิญครับ คุณชายนภัทร” “ขอคำถามสั้นๆ กระชับที่สุดและรู้เรื่องราวมากที่สุด ฉันอดนอนมาจะสองวันแล้วเพราะไปทำงานมา ดันมาเกิดไฮแจ็คบนเครื่องบินอีก อีกทีจะสามวันอยู่ร่อมร่อ ฉันต้องการนอน” สิ้นสุดคำพูดของทายาทลำดับที่สองของหนึ่งในเจ็ดตระกูล เหล่าตำรวจที่เร่งมาที่เกิดเหตุต่างพากันมองหน้าตาของอีกฝ่ายทันทีโดยมินัดหมาย กลับพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับใครบางคนในกลุ่มของตนเองเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ตระกูลยิ่งใหญ่หรือคนทั่วไปในยุคนี้จะต้องโดนสอบปากคำกันทั้งหมด เพื่อปก
7 มกราคม พ.ศ.3610สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ “ดูท่าว่าต้องรออีกสองชั่วโมงครับ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยให้บินได้ครับ คุณชายเล็ก” กันต์รายงาน “จองร้านอาหารตามที่สั่งไว้แล้วครับ ไปกันเลยไหม คุณชายเล็ก” แจ็คบอก “อยู่ข้างนอกพวกนายสองคนเรียกฉันว่าคุณภัทรก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น ไม่ไ
ณ ห้องทำงานนนท์ภัทร แกร๊ก! “รอสักห้านาที ขอปั๊มเอกสารพวกนี้ก่อน” นนท์ภัทรบอกโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ “รู้ได้ยังไงว่าเป็นผม พี่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองด้วยซ้ำ” นภัทรถามด้วยความแปลกใจ เขายังไม่ทันเอ่ยปากอะไรออกไป ทำไมถึงมั่นใจนักว่าเป็นใคร หรือนี่จะเป็นความสามารถพิเศษของคนที่อายุมากกว่า ไม่เกี่ยวกับความฉลาดแต่เป็นความสุขุมของวัย “ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นแก”&nbs
3 มกราคม พ.ศ.3610 ราชอาณาจักรไทยกรุงเทพครบกำหนดการณ์ระยะเวลาสิบปี ในการบำบัดรักษาอย่างเป็นความลับมาตลอดในที่สุดบุตรชายคนเล็กของตระกูลภูทนินทร์หายขาดจากการแพนิคเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยในที่สุดเรื่องราวบางอย่าง สมควรเข้าที่เข้าทางของมันเสียที “มันถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องเล่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ลูกฟัง อายุของลูกคนเล็กโตพอจะแบกรับความทรงจำที่สูญหายไปได้สักที แม้ว







