LOGINในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้
ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุด
บัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง
“ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่”
ให้ตายเถอะ! การต่อสู้บนเครื่องบินมันยากลำบากทั้งสถานที่ สภาพความกดอากาศของความสูงเหนือพื้นดิน การสั่นสะเทือนของเครื่องบินระหว่างการต่อสู้ คนที่ทำได้สมบูรณ์แบบปานนั้นเป็นคนอดนอนมากกว่างั้นเหรอ
ช็อกจนพูดอะไรไม่ออกแต่ยังสามารถควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติได้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากครอบครัวของเขานั้นเป็นรากฐานจากอดีตขุนนางเก่า
แม้ว่าเวลาผ่านไปนานศักดินาจะไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก เป็นเพียงยศส่วนหนึ่งในการรับราชการเท่านั้น แต่ผู้คนส่วนมากก็ยังปฏิบัติกับคนที่เคยมีอดีตเป็นยศขุนนางมากกว่าสามัญชนอยู่ดี
“ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นต่างหากครับ ไม่มีใครอยากอดนอนหรอก มันเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย”
นภัทรตอบออกมาพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย คนที่บอกว่าเกิดมาบนกองเงินกองทอง ชีวิตก็คงจะสุขสบายนั้นไม่จริงหรอก ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน ทุกคนมีปัญหาของตัวเองทั้งนั้นรวมถึงเขาด้วย
“ก็จริงครับ แต่ถึงเวลามันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหน้าที่การงานของพวกเรามันเยอะกว่านั้น”
มอร์ซินเห็นด้วยพลางถอนหายใจเหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่าจะเกิดมาเป็นคนสุดท้าย นอกจากต้องร่วมงานวงสังคมแล้วยังต้องทำอะไรหลายอย่างของตระกูลอีกต่างหาก แถมยังมีพวกหวังจะได้เป็นสะใภ้เล็กของตระกูลใหญ่เต็มไปหมด
ไม่รู้จะเรียกว่าโชคหล่นทับหรือยังไงที่พ่อของพวกเขารู้จักกันและเลือกให้หมั้นกันในนามเพื่อรักษาชีวิตและเสถียรภาพทางการค้าไปในตัวด้วย ทุกวันนี้ถึงยังมีลมหายใจอยู่
หลังจากการทักทายกันเล็กน้อยของพวกเขานั้น ก็มีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาทักทายกันมากมาย เพราะหวังอยากสานต่อธุรกิจด้วยมากกว่าเรื่องแต่งงานทางการเมือง สงสัยคงพากันเพ่งเล็งไปที่ลูกชายคนโตของครอบครัวนี้มากกว่า
“ขอเชิญคุณนภัทรขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยครับ”
“ผมไม่มีอะไรจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องเป็นทางการมากเท่าไหร่ ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานวันเกิดของผมในวันนี้ เนื่องจากผมจัดงานช่วงเวลากลางวัน คงจะรบกวนเวลางานของใครหลายคนไว้มาก ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ผมมีเรื่องจะประกาศอยู่ประมาณสามสี่เรื่อง โดยเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้นั้น ได้รับอนุญาตจากเจ้าตระกูลและผู้สืบทอดตระกูลเป็นที่เรียบร้อย”
“...” เกิดเสียงซุบซิบของแขกผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมากทันที เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ทุกเรื่องนั้นน่าจะส่งผลกระทบกับพวกเขาไม่มากก็น้อยแน่นอน
“ประการที่หนึ่ง ผู้สืบทอดทั้งหมดของตระกูลคือพี่ชายของผมไม่ผิดแน่นอน แม้ว่าผมจะไม่ใช่ผู้สืบทอดแต่ก็จะได้ร่วมบริหารและได้กิจการบางส่วนของตระกูล
รวมถึงเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการดำเนินกิจการสืบต่อไป หากผู้สืบทอดคนปัจจุบันเกิดล้มป่วย หรือติดงานต่างประเทศกะทันหันเป็นเวลานาน ผู้สืบทอดลำดับถัดไปสามารถดำเนินงานแทนได้ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขทางเอกสารทาง”
“...” ช่างเป็นวิธีการประกาศที่วางแผนมาอย่างดีและแยบยลที่สุดในการปกป้องผู้สืบทอดทั้งสองให้รอดปลอดภัย
“ประการที่สอง เหมือนผมจะได้รับรู้ข้อมูลบางส่วนว่าผมมีคู่หมั้นอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก ข่าวลือในอดีตว่าความจำเสื่อมนั้นเป็นความจริงแต่ขาดหายไปแค่ช่วงไปต่างประเทศเท่านั้น
เรื่องอื่นยังคงเหมือนเดิม รวมถึงการใช้ชีวิตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมายันปัจจุบัน มีการบอกกล่าวในอดีตผมเคยสนิทกับเขา เพราะฉะนั้นขอประกาศว่าผมจะไม่ถอนหมั้นและแต่งงานกับคนนี้
แม้ว่าจะยังไม่มีความทรงจำนั้นเลย แต่ก็ไม่คิดจะตอบรับจดหมายเทียบเชิญขอแต่งงานจากครอบครัวอื่น ที่ขยันส่งมาหาตั้งแต่ผมอายุสิบเจ็ด”
“ประการที่สาม หลังจากวันนี้อีกหนึ่งเดือนผมจะเข้าไปรับตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ จากตำแหน่งเดิมที่เคยได้รับตอนอายุสิบเจ็ด เตรียมตัวเรื่องงานและเอกสารทั้งหมดตลอดสามปีที่ผ่านมาให้ผมให้เรียบร้อย”
“ประการที่สี่ เนื่องจากผมเป็นสมาชิกหนึ่งในเจ็ดตระกูลที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบันของราชอาณาจักร ในส่วนพื้นที่เขตดินแดนที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนั้น
ภายในสามเดือนผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ในการตรวจสอบปัญหาต่างๆ และจะเริ่มคลี่คลายปัญหาในเดือนที่สี่ทันที โดยการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลทุกหน่วย”
“ประกาศทั้งหมดมีเท่านี้ครับ ขอเชิญสนุกกันต่อได้เลยครับ”
แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงปรบมือเริ่มจากเหล่าสมาชิกตระกูลใหญ่จากตระกูลทั้งเจ็ดเริ่มต้นขึ้นก่อน ทำให้คนอื่นเกรงใจและเริ่มพากันปรบมือร่วมยินดีกับประกาศทั้งหมดดังกล่าวแทน
คงหมดหวังกับการสานสัมพันธ์กับลูกชายคนเล็กของตระกูลไปโดยปริยาย เพราะเหมือนจะมีตัวจริงอยู่แล้ว แถมประกาศเรื่องงานของบริษัทและดินแดนออกมาตามเวลาแบบนี้ เหล่าผู้ร่วมงานต้องวิ่งเต้นกันจนนอนไม่หลับแน่
“ขอแสดงความยินดีกับลูกด้วยนะ แม่ภูมิใจกับนัดมาตลอด ไม่เคยมีใครไหนที่จะผิดหวังสักครั้ง เพราะฉะนั้นในฐานะที่โตเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ แม่ขออวยพรให้สิ่งที่ลูกจะทำต่อไปข้างหน้านี้ประสบความสำเร็จและมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด”
เธอตั้งใจเลี้ยงของเธอด้วยความรักมาตั้งแต่แรก ถึงอายุของสองพี่น้องจะห่างกันสี่ปี แต่เธอมีความคิดจะดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงสามปีแรกเกิดของบุตรด้วยตนเอง และมันก็ประสบผลความสำเร็จมากกว่าที่คิด ที่ลูกชายทั้งสองคนไม่รู้สึกห่างเหินหรือตีตัวออกห่างจากเธอผู้เป็นแม่
“ขอบคุณครับแม่ แม้ว่าการดูแลของครอบครัวของพวกเราจะแปลกไปหน่อย แต่ผมเห็นด้วยกับวิธีการของมัน ไม่งั้นป่านนี้พวกเราไม่มีทางมีลมหายใจอยู่แน่”
นภัทรรู้สึกขอบคุณจากใจจริง แม้ว่าช่วงเวลาที่อยู่กับแม่จะไม่มากมายนัก แต่สามารถสัมผัสถึงความรักจากเธอได้เสมอ
“เธออวยพรขนาดนี้ แล้วมันจะเหลืออะไรให้ฉันทำกับล่ะเนี่ย” พิพัฒน์บอกพลางกุมขมับอย่างสิ้นหวัง
“ฮ่าๆๆ พ่ออย่าคิดมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นคำอวยพรแบบไหน ถ้ามาจากครอบครัวของเรา ผมรับไว้ทั้งหมดนั่นแหละ”
“พ่อขอให้ลูกสมหวังและไม่ผิดหวังไปกับสิ่งที่ได้เลือกแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่ในประกาศของงานวันเกิดวันนี้ คือหลักฐานมัดตัวของลูกทุกอย่าง นับจากนี้ทุกคนจะเริ่มจับตามองกับการก้าวเดินต่อไปของลูก หากมีปัญหาเกิดขึ้นขอให้ใจเย็น และค่อยๆ คิดถึงเรื่องราวของมัน หากเรื่องมันใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้เอง ยังมีพ่อคนนี้อยู่เสมอ”
สำหรับยุครุ่งเรืองผสมความวุ่นวายแบบนี้แล้วนั้น พิพัฒน์ไม่ได้คาดหวังให้ลูกชายคนเล็กต้องเจริญรอยตามตนเองหรือพี่ชายคนโต ขอเพียงเติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัยก็พอแล้ว
“ขอบคุณมากครับพ่อ รวมถึงขอบคุณที่คอยฟังคำพูดของผมตลอดชีวิต แม้ว่าในโลกใบนี้มักจะโหดร้ายกับคำพูดของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ผมรู้สึกดีที่พ่อเชื่อผมเสมอ ผมมีความสุขมาก”
สำหรับครอบครัวคนมีเงินแล้วมักได้เห็นหน้าพ่อน้อยกว่าหน้าของแม่ แต่สำหรับเขานั้นได้พบเจอพ่อแม่เดือนละหลายครั้งอยู่เหมือนกัน แถมตอนช่วงทารกถึงสามขวบก็อยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึงขนาดพาไปถึงบริษัทอีกด้วย
ถือว่าหาได้ยากสำหรับบ้านคนมีเงินที่มักจะให้มีพี่เลี้ยงหรือแม่นมมาดูแลตั้งแต่เกิด แต่เขาเพิ่งได้เจอพี่เลี้ยงช่วงสามขวบขึ้นไป ถือว่าใส่ใจมากสำหรับคนที่งานยุ่งรัดตัวขนาดนี้
“สงสัยคนที่สิ้นหวังมากที่สุดอาจจะกลายเป็นผมแทนแล้วมั้ง พ่อกับแม่อวยพรใหญ่โตขนาดนี้ พี่ชายอย่างผมจะพูดอะไรต่อล่ะทีนี้”
ทั้งสองคนตั้งใจจะสร้างความเครียดให้กับคนที่เป็นพี่ชายคนโตหรือไงกัน เล่นเอาคำอวยพรที่เน้นใจความหลักไปหมดแล้ว มันยังเหลืออะไรให้นนท์ภัทรอยู่ไหมนะ
“พี่คงจะเครียดน่าดูเลยนะครับ ขมวดคิ้วซะขนาดนั้น”
“แหงสิ พี่ชายคนนี้กำลังพยายามใช้ความคิดอยู่”
“ขอให้นายมีความสุขมากกว่าความทุกข์ ไม่สามารถห้ามไม่ให้มีความทุกข์ได้ แต่ขอให้ผ่านไปได้เร็วที่สุด และมีช่วงเวลาที่มีความสุขมากกว่า พี่ภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้มากถึงมากที่สุดในโลก”
การมีน้องชายที่ฉลาดกว่าตัวเองไม่ใช่ความทุกข์เลยสักนิด กลับกันซะอีกเพราะว่านนท์ภัทรเอาไปอวดจนทั่วโรงเรียนเลยล่ะว่ามีน้องฉลาดขนาดนี้ จนใครต่อใครก็พากันหาว่าหลงน้องชายมากเกินไป
“ขอบคุณครับพี่นนท์ การอวยพรก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ” นภัทรแหย่
“โคตรยาก ถ้าเลือกได้ไม่อยากอวยพรหลังสุด แต่ดันเกิดเป็นลูกมันไม่มีทางเลือก” นนท์ภัทรตอบพลางยีหัวตนเองอย่างหัวเสีย
“ฮ่าๆๆ พี่ตอบตรงเกินไปแล้วครับ”
และหลังจากงานวันเกิดของลูกชายคนเล็กของตระกูลภูทนินทร์จบลงไปแล้วนั้น กำลังจะสร้างคลื่นระลอกใหญ่ในวงการราชอาณาจักร ทั้งในแง่การทำธุรกิจและระบบการปกครองแบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่างตระกูลใหญ่กับหน่วยงานรัฐบาล ถือเป็นการประกาศที่ทำให้คนขี้เกียจร้อนๆ หนาวๆ ไปตามกัน
“หลังจากงานแล้ว ลูกชายของพ่อขึ้นไปรอชั้นบนสุด เราจะคุยธุระกันที่นั่น”
“ครับพ่อ”
สีหน้าแบบนี้ของพ่อคงหมายถึงเรื่องที่ว่าจะคุยหลังบรรลุนิติภาวะสินะ เอาเถอะ...ไม่มีอะไรจะน่ากลัวไปกว่าถูกฆ่าตายโดยคนแปลกหรอก
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดบัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่” ให้ตายเถอะ! การต่อสู้บนเครื่องบินมันยากลำบากทั้งสถานที่ สภาพความกดอากาศของความสูงเหนือพื้นดิน การสั่นสะเทือนของเครื่องบินระหว่างการต่อสู้ คนที่ทำได้สมบูรณ์แบบปานนั้นเป็นคนอดนอนมากกว่างั้นเหรอ ช็อกจนพูดอะไรไม่ออกแต่ยัง
“ก่อนจะเริ่มสอบปากคำ ผมมีเรื่องอะไรจะพูดสักหน่อย ได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมา “เชิญครับ คุณชายนภัทร” “ขอคำถามสั้นๆ กระชับที่สุดและรู้เรื่องราวมากที่สุด ฉันอดนอนมาจะสองวันแล้วเพราะไปทำงานมา ดันมาเกิดไฮแจ็คบนเครื่องบินอีก อีกทีจะสามวันอยู่ร่อมร่อ ฉันต้องการนอน” สิ้นสุดคำพูดของทายาทลำดับที่สองของหนึ่งในเจ็ดตระกูล เหล่าตำรวจที่เร่งมาที่เกิดเหตุต่างพากันมองหน้าตาของอีกฝ่ายทันทีโดยมินัดหมาย กลับพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับใครบางคนในกลุ่มของตนเองเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ตระกูลยิ่งใหญ่หรือคนทั่วไปในยุคนี้จะต้องโดนสอบปากคำกันทั้งหมด เพื่อปก
7 มกราคม พ.ศ.3610สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ “ดูท่าว่าต้องรออีกสองชั่วโมงครับ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยให้บินได้ครับ คุณชายเล็ก” กันต์รายงาน “จองร้านอาหารตามที่สั่งไว้แล้วครับ ไปกันเลยไหม คุณชายเล็ก” แจ็คบอก “อยู่ข้างนอกพวกนายสองคนเรียกฉันว่าคุณภัทรก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น ไม่ไ
ณ ห้องทำงานนนท์ภัทร แกร๊ก! “รอสักห้านาที ขอปั๊มเอกสารพวกนี้ก่อน” นนท์ภัทรบอกโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ “รู้ได้ยังไงว่าเป็นผม พี่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองด้วยซ้ำ” นภัทรถามด้วยความแปลกใจ เขายังไม่ทันเอ่ยปากอะไรออกไป ทำไมถึงมั่นใจนักว่าเป็นใคร หรือนี่จะเป็นความสามารถพิเศษของคนที่อายุมากกว่า ไม่เกี่ยวกับความฉลาดแต่เป็นความสุขุมของวัย “ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นแก”&nbs
3 มกราคม พ.ศ.3610 ราชอาณาจักรไทยกรุงเทพครบกำหนดการณ์ระยะเวลาสิบปี ในการบำบัดรักษาอย่างเป็นความลับมาตลอดในที่สุดบุตรชายคนเล็กของตระกูลภูทนินทร์หายขาดจากการแพนิคเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยในที่สุดเรื่องราวบางอย่าง สมควรเข้าที่เข้าทางของมันเสียที “มันถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องเล่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ลูกฟัง อายุของลูกคนเล็กโตพอจะแบกรับความทรงจำที่สูญหายไปได้สักที แม้ว
“กลุ่มของฉันจะไปจัดการเรื่องเรือลำเล็กสำรอง และการกดอุปกรณ์ดับไฟฉุกเฉินให้กลุ่มที่ยังไม่รับรู้สถานการณ์ตื่นตัว ส่วนกลุ่มของน้องไปจัดการเรื่องปุ่มฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือทางน้ำ จะกลุ่มทหารเรือใกล้ชายฝั่ง กลุ่มกองกำลังปกป้องตนเองในประเทศ หรือเหล่าบอดี้กลุ่มบริษัทของเรา” “แล้วเจอกันบนฝั่งอีกทีแล้วกันครับ ผมคิดว่าพ่อแม่พวกเรายังไงก็น่าจะปลอดภัยกันอยู่แล้ว” ทางด้านกลุ่มนนท์ภัทร กรี๊ด! อ๊าก! อั๊ก! เสียงบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายไปหมด ดวงตาพยายามมองหาแผนที่ของเรือจากสถานการณ์นี้ น่าจะมีมุมบอกว่ามันอยู่ตรงไหนบ







