LOGIN7 มกราคม พ.ศ. 3610
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ดูไบ
“ดูท่าว่าต้องรออีกสองชั่วโมงครับ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยให้บินได้ครับ คุณชายเล็ก” กันต์รายงาน
“จองร้านอาหารตามที่สั่งไว้แล้วครับ ไปกันเลยไหม คุณชายเล็ก” แจ็คบอก
“อยู่ข้างนอกพวกนายสองคนเรียกฉันว่าคุณภัทรก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น ไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนมากมาย จะบอกหลายรอบแล้ว ครั้งนี้ถือว่าคิดดีแล้ว”
“ครับ คุณภัทร / ครับ คุณภัทร” ทั้งสองขานรับ
ลูกค้าวีไอพีนัดมาคุยงานที่นี่เพียงเพราะว่าตนเองอยากพักผ่อนที่นี่ ถ้าไม่ติดว่าลูกค้าออกเงินค่าเครื่องบินไปกลับพร้อมที่พักให้จะไม่มาเด็ดขาด ลำพังการเตรียมงานวันเกิดตัวเองก็ยุ่งมากพอแล้ว ฟ้าฝนไม่ได้เป็นใจในการกลับประเทศสักนิด
หลังจากอดทนรอมากกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดก็จะได้บินกลับสักที ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสมีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่มีใครมาวุ่นวายเดินผ่าน ความสั่นสะเทือนกำลังเพิ่มมากขึ้นตามระดับการบินขึ้นบนน่านฟ้ามาพร้อมกับระดับความกดอากาศ
นภัทรเลือกนอนหลับพักผ่อนแทนการกินอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่นระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เนื่องจากก่อนหน้านี้สู้รบปรบมือกับลูกค้ามาก็ปวดหัวมากพอแล้ว ขอเวลาพักผ่อนอย่างสบายใจบ้าง
“รับเครื่องดื่มไหมคะ”
“ไม่ครับ”
คิดถูกที่จองที่นั่งชั้นนี้แต่แรก ดูไม่วุ่นวายและเงียบสงบดี แถมดูเหมือนจะมีแค่กลุ่มของเขากับอีกกลุ่มอยู่บนชั้นนี้ด้วยซ้ำ ถ้าแบบนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง
“ระวังตัวไว้ดีไหมครับ อีกสามคนที่เขามาด้วยกันดูยังไงก็ไม่รู้” อดัมถาม
“ระวังตัวกับคนนอนเหรอ พากันหลับทั้งสามคนเลยนะ” มอร์ซินตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นในชั้นโดยสารด้านล่าง มาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของบรรดาผู้โดยสารทั้งหมด สร้างความหงุดหงิดให้กับเขาเป็นอย่างมาก เพิ่งออกจากจักรวรรดิมายังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็มีเรื่องอีกแล้วเหรอ
ในขณะที่กำลังตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป ดันเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเสียก่อน
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
นภัทรกระโดดข้ามที่นั่งโดยสารไปด้านที่มีคนร้ายหวังจะเข้ายึดผังการบินจากนักบิน แล้วชักดาบยาวทั้งสองออกมาฟาดฟันศัตรูทันทีโดยไม่ให้ทันตั้งตัว
“ชิ! คนจะหลับจะนอน ไอ้เวรเอ๊ย!”
นภัทรสบถด้วยความหงุดหงิด เบื่อจริงๆ ไอ้ลางสังหรณ์ที่รู้สึกว่าเหมือนจะต้องขยับตัวแบบนี้เนี่ย เพิ่งจะพักไปได้ไม่ถึงสามชั่วโมงเลยนะเว้ยเห้ย จะมาไฮแจ็คอะไรในเที่ยวบินนี้
“คุณเป็นอะไรไหมครับ” นภัทรถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรครับ ขอบคุณมาก” มอร์ซินตอบ
เมื่อเห็นท่าทางในการจัดการคนร้ายในสองดาบแบบนี้ ความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาทันที หวนให้คิดถึงเด็กคนนั้น ทั้งแววตา ท่าทางไม่สบอารมณ์นั่นก็ดี รวมถึงฝีมือการต่อสู้ คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
“พวกเราจะเอายังไงดีครับ” มอร์ซินถาม
“พวกผมสามคนจะคอยเฝ้าระวังไม่ให้วุ่นวายกับนักบิน ส่วนพวกคุณลงไปจัดการพวกที่เหลือแล้วกัน จำนวนของพวกคุณมากกว่าพวกเรา” นภัทรตอบ
“เข้าใจแล้ว ทุกคนลงไปจัดการข้างล่างกัน”
ผัวะ! พลั่ก! ตุ้บ!
ไม่รู้เป็นเพราะว่าเหล่าผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสทั้งหมดนั้นมีความสามารถล้นเหลือ หรือว่าพวกโจรปล้นเครื่องบินเที่ยวบินนี้กระจอกจนเกินไป ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ฝ่ายโจรดันเพลี่ยงพล้ำเสียเองแถมยังถูกจับมัดมือและเท้าเอาไว้หมดทุกคน ช่างเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเหล่าผู้โดยสารชั้นอื่น แต่ผู้นำการต่อสู้ทั้งสองฝั่งกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิดเดียว
อีกฝ่ายไม่ได้อ่อนแอขนาดสามารถจัดการอย่างง่ายดาย พวกมันคือทหารรับจ้างระดับแนวหน้าที่มีฝีมือชั้นยอด เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ชั้นที่นั่งแพงที่สุดจะเป็นผู้สืบทอดที่เก่งกาจจากแดนตะวันตกและแดนตะวันออก ดันมานั่งร่วมเที่ยวบินกันต่างหาก
สถานการณ์มันถึงคลี่คลายไว ไม่งั้นเครื่องบินลำนี้อาจจะไม่ได้ลงจอดตามเส้นทางเดิม อาจจะเป็นเส้นทางที่ไม่มีใครรู้จักและเสียชีวิตยกลำอย่างที่เคยเป็นมา
“ฮัลโหล ภาคน่านฟ้าแจ้งเหตุสถานการณ์ ติดต่อจากเครื่องบินเที่ยวบินจากดูไบไปกรุงเทพ แจ้งเหตุฉุกเฉิน มีโจรปล้นอยู่บนเที่ยวบินลำนี้ กรุณาพาหน่วยปราบปรามมาล้อมจับให้หมด”
“ฮัลโหล ภาคพื้นดินรับเรื่อง ขณะนี้กับคุยสายอยู่กับใครครับ”
“นภัทร ภูทนินทร์ บุตรคนที่สองจากตระกูลภูทนินทร์ แจ้งเรื่องกับทางตระกูลให้เร็วที่สุด รวมถึงหน่วยปราบปรามจากหน่วยงานพิเศษหรือจากนครบาลประจำการก็ได้ แต่แจ้งหน่วยกองกำลังป้องกันตนเองของทางตระกูลให้รับทราบด้วย”
“ว่ายังไงนะครับ! ได้ครับ! ภาคพื้นดินจะแจ้งเหตุให้เร็วที่สุด!!!”
ติ๊ด!
“รู้สึกดีเหลือเกินที่ท่านเป็นคนแจ้งเหตุในครั้งนี้ ไม่งั้นเรื่องต้องยุ่งยากกว่านี้แน่” กัปตันเครื่องบินลำดับที่หนึ่งบอกด้วยความดีใจ
ทันทีที่เขารู้ว่าบนเครื่องบินมีทายาทหนึ่งในเจ็ดตระกูลนั่งโดยสารมาด้วยนั้น รู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมาก เรื่องข่าวลือความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งศิลปะการต่อสู้ปกป้องตนเองก็ยังโด่งดังจนเป็นที่รู้จักในประเทศอย่างมาก
รวมถึงถ้าให้คนผู้น้อยไปคุยนั้นบางเรื่องดำเนินการช้ามาก ด้วยความเฉลียวใจของท่านนั้นจึงเลือกจะแจ้งเหตุด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นภายในหนึ่งชั่วโมงจะต้องมีคนมาตามจับกุมและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดแน่นอน
“ไม่ต้องรู้สึกมากเกินไปหรอก ฉันอยากกลับบ้านเร็วด้วย”
“การพูดจาตรงไปตรงมา ก็เหมือนในข่าวลือ”
นภัทรปลีกตัวออกมาจากห้องคนขับเครื่องบินแทนเพราะคิดว่าน่าจะได้รับคำชมท่วมท้นอีกมากมาย แม้จะรู้สึกดีก็ตามแต่อะไรที่มากเกินไปย่อมรู้สึกหนักใจเช่นกัน
“เหมือนคุณจะเป็นคนมีอำนาจในดินแดนนี้ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรเหรอครับ” มอร์ซินตัดสินใจถามออกไป
ตอนแรกว่าจะเก็บความสงสัยเอาไว้ตามคุณสมบัติผู้ดีที่ได้เรียนรู้มาจากดินแดนตนเอง ว่าสุภาพบุรุษที่ดีไม่ควรถามผู้อื่นเหมือนอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป หากไม่ได้สนิทกันมากพอ แต่มันอดสงสัยไม่ได้จริงๆ
เพราะว่าเมื่อพวกเขาลงมาต่อสู้กับฝั่งตรงข้ามดูเหมือนแต่ละคนจะหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก และเนื่องจากร่ำเรียนภาษาไทยมาตลอดหลายปี แม้จะยังไม่เก่งนักแต่ทุกคนในชั้นห้องโดยสารทั้งหมดน่าจะเป็นคนไทยทั้งหมด
หลังจากการปะทะได้ผลสรุปออกมาหลายคนหน้าเสียมาก ราวกับหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกครั้ง แต่เหตุการณ์สงบลงภายในไม่กี่นาที เมื่อใครบางคนชูตราสัญลักษณ์บนมือขึ้นมานั้น ความเงียบบังเกิดขึ้นแทบจะในทันทีด้วยซ้ำ
สายตาราวกับมีความหวัง ไว้วางใจ ขอบคุณ เอ่อล้นออกมาแม้ว่าจะไม่รู้จักใครเลยสักคน แต่ท่าทาง ปฏิกิริยาชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ ทั้งหมด
“นภัทร ภูทนินทร์ ทายาทคนที่สองของตระกูล หนึ่งในเจ็ดตระกูลที่ปกปักษ์รักษาสมดุลของประเทศในปัจจุบัน ไม่แปลกที่พอเห็นตราประจำตระกูลกับใบหน้าของผม
ทุกคนถึงพากันวางใจแบบนั้น น่าจะพอทราบข่าวของผมบ้างนะครับ ออกจะขึ้นบนหนังสือพิมพ์ธุรกิจระดับเอเชียอยู่ทุกสัปดาห์ รวมถึงความสามารถในการปกป้องผู้คนก็เช่นกัน
การเดินทางครั้งนี้มันไม่ใช่ความลับแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะชนขนาดนั้น เพราะอยากรีบกลับโดยเร็ว...แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุจนกลายเป็นว่าทำให้ผมอดนอนแทน”
เขาตอบจนหมดคำถามทั้งจากคำถามที่ออกมาจากปากและออกมาจากความคิดจนมันดังออกมารบกวนไปหมด การกระทำ คำพูดรู้หมดเลยว่าคิดอะไรอยู่ แถมฝีมือการต่อสู้ยังมีมากอีกด้วย อาจจะเป็นหนึ่งในแขกมาร่วมงานวันเกิดอย่างเป็นทางการของเขาก็ได้ ใครจะไปรู้
“ที่แท้ก็ลูกของบ้านคุณอานี่เอง ช่างมากฝีมือทั้งการเจรจาและการต่อสู้ สมแล้วที่เป็นลูกของท่าน” มอร์ซินกล่าวอย่างชื่นชม
“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผม นภัทร ภูทนินทร์ บุตรคนที่สองของบ้าน”
“ผม อลัน เลอร์ มอร์ซิน บุตรคนที่ห้าของบ้าน”
“ขอเชิญทุกคนเข้าร่วมสอบปากคำทั้งเที่ยวบิน อย่าเพิ่งกลับจนกว่าจะเรียบร้อยด้วยนะครับ ขอความร่วมมือจากทุกคน” ชัชวินบอกทุกคนพลางถือโทรโข่งกระจายเสียง หวังให้ได้ยินทุกคน
“ถ้างั้นรบกวนสอบปากคำผมคนแรกได้หรือเปล่า พอดีมีธุระด่วน มีความจำเป็นต้องรีบกลับ” นภัทรบอกพลางยกมือขึ้นมา
“ได้ครับ คุณชายนภัทร ถ้างั้นขอเชิญทางนี้”
ณ ห้องสอบปากคำชั่วคราวในสนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จะบอกว่าเป็นห้องชั่วคราวก็ไม่ถูกนัก เนื่องจากที่นี่มีส่วนสอบปากคำการตรวจคนเข้าเมืองประจำการอยู่ แต่ว่าการใช้ห้องเหล่านั้นในการจัดการเรื่องครั้งนี้อาจจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
เนื่องจากงานนั้นก็สำคัญเหมือนกัน จึงเลือกใช้สถานที่บางส่วนในการปิดกั้นเอาไว้ และมีห้องแยกต่างหากในการพูดคุยเป็นห้าห้องแทน
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดบัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่” ให้ตายเถอะ! การต่อสู้บนเครื่องบินมันยากลำบากทั้งสถานที่ สภาพความกดอากาศของความสูงเหนือพื้นดิน การสั่นสะเทือนของเครื่องบินระหว่างการต่อสู้ คนที่ทำได้สมบูรณ์แบบปานนั้นเป็นคนอดนอนมากกว่างั้นเหรอ ช็อกจนพูดอะไรไม่ออกแต่ยัง
“ก่อนจะเริ่มสอบปากคำ ผมมีเรื่องอะไรจะพูดสักหน่อย ได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมา “เชิญครับ คุณชายนภัทร” “ขอคำถามสั้นๆ กระชับที่สุดและรู้เรื่องราวมากที่สุด ฉันอดนอนมาจะสองวันแล้วเพราะไปทำงานมา ดันมาเกิดไฮแจ็คบนเครื่องบินอีก อีกทีจะสามวันอยู่ร่อมร่อ ฉันต้องการนอน” สิ้นสุดคำพูดของทายาทลำดับที่สองของหนึ่งในเจ็ดตระกูล เหล่าตำรวจที่เร่งมาที่เกิดเหตุต่างพากันมองหน้าตาของอีกฝ่ายทันทีโดยมินัดหมาย กลับพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับใครบางคนในกลุ่มของตนเองเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ตระกูลยิ่งใหญ่หรือคนทั่วไปในยุคนี้จะต้องโดนสอบปากคำกันทั้งหมด เพื่อปก
7 มกราคม พ.ศ.3610สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ “ดูท่าว่าต้องรออีกสองชั่วโมงครับ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยให้บินได้ครับ คุณชายเล็ก” กันต์รายงาน “จองร้านอาหารตามที่สั่งไว้แล้วครับ ไปกันเลยไหม คุณชายเล็ก” แจ็คบอก “อยู่ข้างนอกพวกนายสองคนเรียกฉันว่าคุณภัทรก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น ไม่ไ
ณ ห้องทำงานนนท์ภัทร แกร๊ก! “รอสักห้านาที ขอปั๊มเอกสารพวกนี้ก่อน” นนท์ภัทรบอกโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ “รู้ได้ยังไงว่าเป็นผม พี่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองด้วยซ้ำ” นภัทรถามด้วยความแปลกใจ เขายังไม่ทันเอ่ยปากอะไรออกไป ทำไมถึงมั่นใจนักว่าเป็นใคร หรือนี่จะเป็นความสามารถพิเศษของคนที่อายุมากกว่า ไม่เกี่ยวกับความฉลาดแต่เป็นความสุขุมของวัย “ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นแก”&nbs
3 มกราคม พ.ศ.3610 ราชอาณาจักรไทยกรุงเทพครบกำหนดการณ์ระยะเวลาสิบปี ในการบำบัดรักษาอย่างเป็นความลับมาตลอดในที่สุดบุตรชายคนเล็กของตระกูลภูทนินทร์หายขาดจากการแพนิคเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยในที่สุดเรื่องราวบางอย่าง สมควรเข้าที่เข้าทางของมันเสียที “มันถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องเล่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ลูกฟัง อายุของลูกคนเล็กโตพอจะแบกรับความทรงจำที่สูญหายไปได้สักที แม้ว
“กลุ่มของฉันจะไปจัดการเรื่องเรือลำเล็กสำรอง และการกดอุปกรณ์ดับไฟฉุกเฉินให้กลุ่มที่ยังไม่รับรู้สถานการณ์ตื่นตัว ส่วนกลุ่มของน้องไปจัดการเรื่องปุ่มฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือทางน้ำ จะกลุ่มทหารเรือใกล้ชายฝั่ง กลุ่มกองกำลังปกป้องตนเองในประเทศ หรือเหล่าบอดี้กลุ่มบริษัทของเรา” “แล้วเจอกันบนฝั่งอีกทีแล้วกันครับ ผมคิดว่าพ่อแม่พวกเรายังไงก็น่าจะปลอดภัยกันอยู่แล้ว” ทางด้านกลุ่มนนท์ภัทร กรี๊ด! อ๊าก! อั๊ก! เสียงบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายไปหมด ดวงตาพยายามมองหาแผนที่ของเรือจากสถานการณ์นี้ น่าจะมีมุมบอกว่ามันอยู่ตรงไหนบ







![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)