LOGIN“ก่อนจะเริ่มสอบปากคำ ผมมีเรื่องอะไรจะพูดสักหน่อย ได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมา
“เชิญครับ คุณชายนภัทร”
“ขอคำถามสั้นๆ กระชับที่สุดและรู้เรื่องราวมากที่สุด ฉันอดนอนมาจะสองวันแล้วเพราะไปทำงานมา ดันมาเกิดไฮแจ็คบนเครื่องบินอีก อีกทีจะสามวันอยู่ร่อมร่อ ฉันต้องการนอน”
สิ้นสุดคำพูดของทายาทลำดับที่สองของหนึ่งในเจ็ดตระกูล เหล่าตำรวจที่เร่งมาที่เกิดเหตุต่างพากันมองหน้าตาของอีกฝ่ายทันทีโดยมินัดหมาย กลับพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับใครบางคนในกลุ่มของตนเองเหลือเกิน
ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ตระกูลยิ่งใหญ่หรือคนทั่วไปในยุคนี้จะต้องโดนสอบปากคำกันทั้งหมด เพื่อปกป้องข้อมูลจากองค์กรไม่หวังดีทั้งหลายที่ยังคงลอยนวลอยู่ในปัจจุบัน
ไม่มีใครรู้เป้าหมายแน่ชัด ว่าองค์กรเหล่านี้มีไว้เพื่ออะไร เนื่องจากเป้าหมายที่ถูกลอบสังหารในแต่ละครั้งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน บางครั้งคนที่ไม่ได้มีอิทธิพลก็ถูกฆ่าเหมือนกัน
เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในประเทศ จึงเลือกเจ้าหน้าที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในตอนนี้ มาทำงานนี้แทนคนอื่นที่มียศน้อยกว่า นั่นก็คือ ร้อยตำรวจโท ชัชวิน
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของคุณชายนภัทร จะเริ่มเลยนะครับ”
“อืม”
ชัชวินผู้มีความเคยชินมาจากสมาชิกในครอบครัว กับวิธีการพูดเรื่องอดนอนและการอยากพักผ่อนให้เร็วที่สุด จึงตัดสินใจดำเนินขั้นตอนให้รวดเร็วผิดปกติ
สำหรับผู้มีความเฉลียวฉลาดที่อยู่ในระดับที่บันทึกอยู่ในหอเกียรติยศของระดับประเทศระดับต้นๆ และหอเกียรติยศของระดับโลกนั้น การทำความเข้าใจพวกเขาเป็นเรื่องที่ยากเกินไป
แต่การปรับตัวตามพวกเขาให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะคนมีสมาชิกในครอบครัวเป็นแบบนี้เหมือนกัน จึงจบเร็วกว่าปกติหลายชั่วโมง
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ”
“ถ้างั้นผมกับคนของคนสามารถกลับบ้านได้เลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
ไม่นานเกินรอเขาก็ได้พักผ่อนสมใจ ไม่ว่าใครจะถามเรื่องอะไรก็ตาม ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะคุยด้วยหรอก การพักผ่อนคือสิ่งที่ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
“ฉันจะพักผ่อน ถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามเรียก”
“ครับ คุณชาย”
ณ ห้องทำงานของผู้นำตระกูล
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าลูกจะไม่มา เพราะฉะนั้นเล่ามาให้หมดว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พวกนี้อีกแล้ว”
เสียงของผู้นำช่างเหมือนเหล็กกล้าที่แทบจะพร้อมทับให้ใครตายไปข้างหนึ่ง จิตสังหารรุนแรงจนพ่อบ้านและเลขาส่วนตัวทั้งสองฝั่งแสบผิวไปหมด
“ผมจะรายงานเรื่องนี้เอง ส่วนนายไปจัดแจงเรื่องการจัดงานวันเกิดของคุณชายเล็กดีกว่า ถึงท่านจะพักผ่อนแต่พวกเราต้องทำให้เสร็จ มันเหลืออีกแค่ไม่กี่สัปดาห์แล้ว” กันต์ออกคำสั่ง
“ได้ เดี๋ยวไปจัดการต่อให้ครับ” แจ็คขานรับ
กริ๊ก!
“แจ็คที่เป็นเลขาออกไปแล้ว รายงานมาซะ! เป็นพ่อบ้านของลูกชายฉันไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงของผู้นำเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์โกรธจัด
“ลูกค้ารายสำคัญของบริษัทอยากกินข้าวที่ดูไบครับ ทางเราเลยจัดการซื้อตั๋วหน้าสนามบินเพื่อไปเดี๋ยวนั่นในเที่ยวบินที่เร็วที่สุด แต่ลูกค้าท่านนั้นกลับลีลาเลือกช้อปปิ้งจนผ่านไปครึ่งวันถึงเซ็นต่อสัญญาครั้งนี้ และนายน้อยตัดสินใจกลับเลือกเที่ยวบินที่สามารถกลับได้ทันทีเหมือนกัน...”
“กันต์ ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ เล่ามาให้มันหมด ถ้าคิดว่าเหนื่อยเพราะพูดนาน เดี๋ยวทำให้ไม่ต้องพูดไปตลอดชีวิตเลยดีไหม”
พิพัฒน์เริ่มไม่อยากควบคุมความโกรธ แต่อยากอาละวาดมากกว่าเพราะเหมือนคนในบังคับบัญชาจะยังคงลีลาอยู่แบบนี้
“ท่านพิพัฒน์ได้โปรดใจเย็นก่อนครับ” พ่อบ้านของพิพัฒน์เข้ามาห้ามปราม
“เฮ้อ...พูดต่อสิ”
“ระหว่างนั้นฝนตกหนัก มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศเลยต้องรออยู่สองสามชั่วโมงและคุณชายเล็กได้งีบนิดหน่อยเท่านั้น ตอนขึ้นเครื่องเลยคิดว่าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
แต่ว่ามันคือเที่ยวบินที่หาอย่างเร่งด่วน ไม่มีการเตรียมพร้อมอะไร ผ่านไปครึ่งชั่วโมงมีการปล้นเครื่องบินเกิดขึ้น เหมือนต้องการชิงตัวใครสักคนบนเครื่อง
พอเริ่มมีการไล่กวาดล้างคนขึ้น พวกเราสองคนพยายามไม่ปลุกนายน้อยด้วยการสู้ให้เงียบที่สุด แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ ทำให้ปะทะเข้ากับพวกนั้น แต่มีอีกกลุ่มมาช่วยสกัดไว้ ไม่งั้นลำพังพวกเราแค่สามคนจำนวนมันมากเกินไปครับ”
“พวกตำรวจว่ายังไงบ้าง ใครเป็นคนสอบสวนเรื่องนี้”
“เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษของกระทรวงกลาโหม ว่ากันว่าเป็นหน่วยลับของกองบัญชาการพิเศษ ร้อยตำรวจโท ชัชวิน ครับ”
“ไปช่วยจัดแจงเรื่องงานวันเกิดลูกชายของฉันให้เรียบร้อย เดี๋ยวภรรยาของฉันกลับมาทันวันเกิดลูกแน่นอน”
“ครับ ท่านผู้นำ”
การส่งหน่วยลับมาแบบนี้คงเป็นคดีใหญ่น่าดู แต่ว่าในเมื่อมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลของพวกเรา อย่าเพิ่งใส่ใจไปเลยแล้วกัน ยังไงองค์กรพิเศษของโลกที่เขากับภรรยาสังกัดอยู่นั้น มีข้อมูลมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว
ในที่สุดก็ถึงวันเกิดของเขาอย่างเป็นทางการครบรอบอายุยี่สิบปีสักที เพราะเหมือนว่าจะมีเรื่องบางอย่างให้ต้องรับรู้หลังบรรลุนิติภาวะอย่างเต็มตัว แม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแบบสากลไปตอนอายุสิบแปดปีแล้วก็ตาม
นภัทรไม่ได้สนใจว่าใครจะจัดงานวันเกิดกันเวลาไหน แต่เขาเลือกจัดงานช่วงกลางวันแทนกลางคืน และออกไปใส่บาตรแต่เช้าตรู่พร้อมครอบครัว
“เวลาเปิดตัวเริ่มกี่โมง”
“สิบเอ็ดโมงครับ คุณชาย” แจ็คตอบ
“อืม งั้นเตรียมตัวซะ ฉันจะไปงานเลย”
“ครับ คุณชาย”
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างมากมายไม่เหมือนพันปีก่อน การขนส่งสะดวกสบาย ผังเมืองดีเยี่ยม แต่ไปก่อนเวลาดีที่สุด เผื่อมีอะไรต้องแก้ไขระหว่างนั้น
คุณชายเล็กของบ้านหลังนี้ ได้ส่งการ์ดเชิญทุกคนที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานทั้งหมด รวมถึงสถานที่ใหญ่โตพอจะรองรับได้ แต่ไม่ใคร่จะใส่ใจด้วยซ้ำว่าใครจะมาบ้าง กลับสนใจประเด็นหลังจบงานที่บ้านจะบอกอะไรมากกว่า
โดยที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าตนเองเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้าน ไม่ใช่ผู้นำตระกูล ภรรยาผู้นำ หรือว่าที่ผู้นำคนต่อไป ความเรียบง่าย เงียบขรึม มารยาทดี ใส่ใจ ของเด็กคนนี้ครองใจสมาชิกครอบครัวในบ้านมานาน
จนถึงขนาดมีชื่อเรียกกันลับๆ ว่าผู้ถือสายจูงของตระกูลภูทนินทร์ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เกือบเกิดเรื่องปะทะเกิดขึ้น ก็เพราะบุตรคนที่สองห้ามเอาไว้ตลอด
และทั้งสามกลับฟังเป็นอย่างดี คนที่สามารถถือครองใจผู้มีอำนาจต่างหากคือผู้มีอำนาจที่แท้จริงในบ้านหลังนั้น
“ทำไมคนถึงมางานวันเกิดของผมเยอะขนาดนี้ครับเนี่ย ขนาดเลี่ยงพิธีการสำคัญไปหลายอย่าง เป็นการรอประกาศเล็กๆ ช่วงกลางงาน แต่คนเยอะกว่างานวันเกิดของพี่อีกนะ” นภัทรพูดออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่ดีเหรอ หมายความว่ามีคนอยากมาแสดงความยินดี อยากมีไมตรีจิตกับน้องชายของพี่ไง ปัญหาอยู่ตรงไหนกันนะ” นนท์ภัทรตอบคำถามด้วยคำถาม
เอ็นดูน้องชายของฉันเหลือเกิน พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกมีฉายาเป็นหมาล่าเนื้อกับคนจูงมานานมาก แต่เรื่องไม่เคยถึงหูเลยสักครั้งเพราะไม่มีใครคิดจะบอกออกไป การปกป้องครอบครัวมันแปลกตรงไหนกัน ไอ้เวรพวกนั้นต่างหากที่บัดซบ
“ผมโคตรมีปัญหากับทุกอย่าง จำนวนของขวัญ ขนาดของงาน จำนวนแขก จำนวนคนมาทักทาย ทั้งที่ผมไม่ใช่ว่าที่ผู้นำตระกูลสักหน่อย เขาควรมาผูกมิตรกับพี่นนท์ไม่ใช่เหรอ ถ้าบอกให้เข้าใจก็บ้าเต็มทน” นภัทรบ่นไม่หยุดแถมตั้งใจพูดเสียงดังให้คนรอบข้างได้ยิน
ปฏิกิริยาตอบรับแตกต่างจากการคาดการณ์ของนภัทรไว้มาก เพราะไม่มีใครทำเหมือนไม่เต็มใจมาที่นี่ แถมยังมาส่งยิ้มให้กันอีก ตกลงปัญหามันอยู่ที่ตรงไหนกันแน่
“ไม่ต้องคิดเยอะไปหรอก ถ้าเขามีน้ำใจก็รับไว้เถอะ ดีกว่ามาด้วยจุดประสงค์ไม่ดี จริงไหมล่ะ”
“ถ้าพี่นนท์พูดแบบนั้น ผมคงเลิกคิดเหมือนกัน”
“พี่จะไปคุยกับแขกคนอื่นบ้าง หาเพื่อนคุยให้ได้ล่ะ”
“ครับ หวังว่าจะมีคนที่ผมรู้จักอยู่”
ใบหน้าหล่อเหลามองเห็นอีกคนยืนอยู่คนเดียว เลยตั้งใจว่าจะเดินไปทักทายหลังจากเกิดเรื่องบนเครื่องบินในเที่ยวโดยสารเดียวกัน
“ไม่เจอกันนานเลยครับ ไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้าง หลังจากเรื่องวันนั้น” มอร์ซินเป็นฝ่ายเอ่ยทัก
ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาจะจำอีกฝ่ายไม่ได้เลยก็ตามหลังจากห่างกันในเรื่องอุบัติเหตุครั้งนั้น แถมช่วงรักษาตัวก็แทบไม่ได้สนใจข่าวอื่นนอกจากดูแลตนเอง
แต่พอรับรู้ความสามารถของอีกฝ่ายมาตลอดผ่านข่าวลือในแวดวงสังคมจักรวรรดิ ยิ่งโตก็ช่างเป็นคนน่าเหลือเชื่อมากขึ้นทุกวัน แถมมาเห็นความสามารถด้วยดวงตาตนเองอีกครั้ง
หลังจากผ่านมากว่าห้าปีนั้น รับรู้ได้เลยว่าเด็กคนนี้ฝึกฝนมามากแค่ไหน พยายามอย่างมากมายเพียงใด ความสามารถ หน้าตา ฐานะ สมบูรณ์แบบจนน่ากลัวยังกับทายาทปีศาจตัวน้อยมากกว่าลูกมนุษย์ซะอีก
“สวัสดีครับ ไม่เจอกันนานเลย ลอร์ดอลัน”
“ผมได้พักผ่อนอย่างเพียงพอจนไม่มีใต้ตาแล้วครับ”
เมื่อรู้ว่าลูกชายของเพื่อนมาทักทาย นภัทรให้การตอบรับอย่างเป็นมิตรทันที อาจด้วยความที่เกิดเรื่องความเป็นความตายมาด้วยกัน ทำให้ไว้ใจอย่างรวดเร็ว
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้
ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุด
บัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง
ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบแบบนี้ กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นบางอย่าง ผ่อนปรนบางอย่าง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ในยุคสมัยสามสหัสวรรษแห่งนี้ปฐมบทการพบเจอกันอย่างเป็นทางการ ของคู่หมั้นหมายตามเอกสารของทั้งสองตระกูล เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดบัดนี้ ถึงเวลาเปิดม่านการแสดงหวนคืนถึงเรื่องราวบางอย่างที่ถูกหลงลืมไปให้กลับมาอีกครั้ง “ยินดีด้วยนะครับ ที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่” ให้ตายเถอะ! การต่อสู้บนเครื่องบินมันยากลำบากทั้งสถานที่ สภาพความกดอากาศของความสูงเหนือพื้นดิน การสั่นสะเทือนของเครื่องบินระหว่างการต่อสู้ คนที่ทำได้สมบูรณ์แบบปานนั้นเป็นคนอดนอนมากกว่างั้นเหรอ ช็อกจนพูดอะไรไม่ออกแต่ยัง
“ก่อนจะเริ่มสอบปากคำ ผมมีเรื่องอะไรจะพูดสักหน่อย ได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมา “เชิญครับ คุณชายนภัทร” “ขอคำถามสั้นๆ กระชับที่สุดและรู้เรื่องราวมากที่สุด ฉันอดนอนมาจะสองวันแล้วเพราะไปทำงานมา ดันมาเกิดไฮแจ็คบนเครื่องบินอีก อีกทีจะสามวันอยู่ร่อมร่อ ฉันต้องการนอน” สิ้นสุดคำพูดของทายาทลำดับที่สองของหนึ่งในเจ็ดตระกูล เหล่าตำรวจที่เร่งมาที่เกิดเหตุต่างพากันมองหน้าตาของอีกฝ่ายทันทีโดยมินัดหมาย กลับพบว่าคลับคล้ายคลับคลากับใครบางคนในกลุ่มของตนเองเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ตระกูลยิ่งใหญ่หรือคนทั่วไปในยุคนี้จะต้องโดนสอบปากคำกันทั้งหมด เพื่อปก
7 มกราคม พ.ศ.3610สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ “ดูท่าว่าต้องรออีกสองชั่วโมงครับ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยให้บินได้ครับ คุณชายเล็ก” กันต์รายงาน “จองร้านอาหารตามที่สั่งไว้แล้วครับ ไปกันเลยไหม คุณชายเล็ก” แจ็คบอก “อยู่ข้างนอกพวกนายสองคนเรียกฉันว่าคุณภัทรก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น ไม่ไ
ณ ห้องทำงานนนท์ภัทร แกร๊ก! “รอสักห้านาที ขอปั๊มเอกสารพวกนี้ก่อน” นนท์ภัทรบอกโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ “รู้ได้ยังไงว่าเป็นผม พี่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองด้วยซ้ำ” นภัทรถามด้วยความแปลกใจ เขายังไม่ทันเอ่ยปากอะไรออกไป ทำไมถึงมั่นใจนักว่าเป็นใคร หรือนี่จะเป็นความสามารถพิเศษของคนที่อายุมากกว่า ไม่เกี่ยวกับความฉลาดแต่เป็นความสุขุมของวัย “ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นแก”&nbs
3 มกราคม พ.ศ.3610 ราชอาณาจักรไทยกรุงเทพครบกำหนดการณ์ระยะเวลาสิบปี ในการบำบัดรักษาอย่างเป็นความลับมาตลอดในที่สุดบุตรชายคนเล็กของตระกูลภูทนินทร์หายขาดจากการแพนิคเรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยในที่สุดเรื่องราวบางอย่าง สมควรเข้าที่เข้าทางของมันเสียที “มันถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะต้องเล่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ลูกฟัง อายุของลูกคนเล็กโตพอจะแบกรับความทรงจำที่สูญหายไปได้สักที แม้ว
“กลุ่มของฉันจะไปจัดการเรื่องเรือลำเล็กสำรอง และการกดอุปกรณ์ดับไฟฉุกเฉินให้กลุ่มที่ยังไม่รับรู้สถานการณ์ตื่นตัว ส่วนกลุ่มของน้องไปจัดการเรื่องปุ่มฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือทางน้ำ จะกลุ่มทหารเรือใกล้ชายฝั่ง กลุ่มกองกำลังปกป้องตนเองในประเทศ หรือเหล่าบอดี้กลุ่มบริษัทของเรา” “แล้วเจอกันบนฝั่งอีกทีแล้วกันครับ ผมคิดว่าพ่อแม่พวกเรายังไงก็น่าจะปลอดภัยกันอยู่แล้ว” ทางด้านกลุ่มนนท์ภัทร กรี๊ด! อ๊าก! อั๊ก! เสียงบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายไปหมด ดวงตาพยายามมองหาแผนที่ของเรือจากสถานการณ์นี้ น่าจะมีมุมบอกว่ามันอยู่ตรงไหนบ







