LOGIN“รบกวนครูมุกด้วยนะครับ พอดีที่โฮมสเตย์ที่คุณเกวพักเกิดปัญหานิดหน่อย ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้วถ้าจะหาที่พักใหม่ก็ลำบาก”
ลีรภัทรเอ่ยขอมุกดาเพื่อให้เกวลินได้มีที่พักสักคืน ในช่วงเวลาเช่นนี้ถ้าหาที่พักใหม่ก็คงมีแต่ต้องขับรถไปไกลอีกหลายกิโลเพื่อเข้าไปพักในตัวเมือง
“ได้ค่ะ เข้ามาสิคะคุณเกวเดี๋ยวฉันจัดที่นอนให้” หญิงสาวตอบรับ ก่อนจะหันไปแจ้งเกวลินให้เข้าไปในบ้านพักของเธอ
“ครูมุกเข้าไปก่อนเถอะค่ะพอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณลีสักหน่อย”
“ค่ะ งั้นฉันรออยู่ในบ้านนะคะ” มุกดาพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะเหลือบมองและยิ้มมาที่ลีรภัทร แล้วเดินเข้าบ้านไป
“มีอะไรจะพูดกับผมเหรอ”
“ฉันไม่พักที่นี่ได้มั้ย ให้ฉันไปพักที่บ้านป้าคุณก็ได้ ฉันพึ่งเจอคุณมุกวันนี้เองนะเราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นมานอนค้างคืนด้วยได้สักหน่อย”
“ผมกับป้าก็ไม่ได้สนิทกับคุณเหมือนกัน อย่าเรื่องมากเลยคุณแค่คืนเดียวเอง อีกอย่างที่ผมไม่ให้คุณไปนอนที่บ้านป้าเพราะผมขี้เกียจตอบคำถามน่ะ เดี๋ยวป้าก็ต้องถามอีกว่าเกิดเรื่องอะไร คุณว่าจริงมั้ยล่ะ”
“มันก็จริงของคุณ”
“คุณมีอะไรอีกเหรอเปล่า ถ้าไม่มีผมจะได้กลับบ้านสักที”
“ไม่มี คุณกลับไปเถอะ”
แต่ไม่ทันที่ลีรภัทรจะได้ก้าวขาเดินจากออกไป หญิงสาวก็เอ่ยทักชายหนุ่มเอาไว้ จนทำให้ชายหนุ่มเองก็ขุ่นข้องต่อเธออยู่เล็กน้อย
“อะไรของคุณอีก”
“ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ช่วยฉัน ขอบคุณที่หาที่พักให้ฉันด้วย”
สีหน้าที่ดุดันของลีรภัทรเมื่อสักครู่ก็โอนอ่อนลงทันทีเมื่อได้ยินคำขอบคุณจากเกวลิน ชายหนุ่มมองไปที่ดวงตาที่จริงใจของหญิงสาวก่อนจะเผยยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย เขาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้หญิงสาวมากล่าวขอบคุณอะไรด้วยซ้ำ
“อืม คุณรีบไปพักผ่อนเถอะ”
“คุณลี จริงๆ คุณพูดดีๆ กับฉันแบบนี้ก็ได้นะ ไม่ใช่พอเจอหน้าเอาแต่ดุใส่ฉันอย่างเดียว ท่าทางและน้ำเสียงของคุณตอนที่อยู่โฮมสเตย์มันอบอุ่นมาก อย่างน้อยฉันก็อยากให้เราเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีต่อกัน ฉันเองก็พอดูคนออกบ้าง คุณน่ะไม่ใช่คนไม่ดีอะไร บางทีเราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”
“ใครเขาอยากจะเป็นเพื่อนกับคุณ” ลีรภัทรแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับเดินจากออกไป คำพูดของเกวลินเมื่อสักครู่เหมือนจะทำให้ชายหนุ่มผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย
หลังจากที่ลีรภัทกลับออกไปแล้วเกวลินก็เดินขึ้นมายังชั้นสองของบ้านพัก พอมาถึงก็เห็นมุกดากำลังจัดเตรียมที่นอนให้เธออยู่พอดี
“เดี๋ยวคุณเกวนอนเตียงนะคะฉันนอนพื้นเอง”
“จะดีเหรอคะ คุณเป็นเจ้าของบ้านนะ”
“ก็เป็นเจ้าของบ้านนี่แหละค่ะถึงต้องดูแลแขกเป็นอย่างดี แต่ห้องนอนเล็กๆ แบบนี้ไม่รู้คุณเกวจะนอนได้หรือเปล่า”
“ก็เล็กอย่างที่ครูว่าแหละค่ะ บ้านนี้ทั้งหลังยังเล็กกว่าเรือนคนใช้ที่บ้านฉันเลย เอ่อ…ฉันไม่ได้จะดูถูกนะคะ คือฉัน…”
“ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ”
“ครูมุกอย่าโกรธฉันเลยนะคะ ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีจริงๆ ” เกวลินรีบเดินเข้าหามุกดาเพื่ออธิบายที่เธอพูดอะไรไม่ทันได้คิดออกไป ยิ่งเห็นหน้าเจื่อนๆ ของมุกดาก็ยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม
“ฉันไม่โกรธหรอกค่ะ ที่คุณเกวพูดมาก็ถูกแล้ว”
“อย่าพูดอย่างนี้สิคะ งั้นฉันให้ครูมุกว่าฉันคืนก็ได้ ครูจะว่าหรือจะด่าฉันยังไงฉันยอมหมด” น้ำเสียงที่จริงจังของเกวลินทำให้มุกดาหลุดขำออกมา ดูเหมือนว่าหญิงสาวไม่ได้มีเจตนาที่จะพูดถากถางเธอจริงๆ เห็นท่าทีของเกวลินในตอนนี้จะให้เธอโกรธลงได้ยังไง
“พอได้แล้วค่ะ ฉันไม่ได้โกรธคุณ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
“พูดจริงใช่มั้ย ฉันเองก็นึกว่าจะทำให้ครูมุกไม่ประทับใจตั้งแต่แรกที่เจอซะแล้ว ถ้าต่อไปฉันพูดอะไรไม่ดีอีก ครูมุกดุฉันได้เลยนะคะ ว่าแต่…ครูมุกกับคุณลีไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” คำถามไม่มีที่มาที่ไปของเกวลินทำให้มุกดาชะงักงันในทันที หญิงสาวไม่คาดมาก่อนว่าเกวลินจะถามเรื่องส่วนตัวเช่นนี้กับเธอ
“อะไรทำให้คุณเกวคิดแบบนั้นคะ”
“ก็พวกคุณสองคนดูสนิทกันมาก ดูเข้าใจกันและก็เกรงใจกันด้วย ตอนที่คุณลีบอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกับคุณฉันไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว งั้นฉันถามครูมุกอีกทีก็แล้วกัน ตกลงครูมุกกับคุณลีไม่ใช่แฟนกันจริงๆ เหรอคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ จริงๆ ฉันเองก็พึ่งย้ายมาสอนที่นี่ได้เดือนกว่าเอง ก็พึ่งรู้จักกับคุณลีได้ไม่นาน อาจจะเป็นเพราะคุณลีนิสัยดีมั้งคะ ก็เลยทำให้ฉันสนิทกับเขาได้ง่าย”
“ครั้งแรกที่เขาเจอครูมุกเขาทำหน้ายังไงคะ หน้าแบบนี้เหรอเปล่า” เกวลินยืนกอดอกทำจมูกย่นคิ้วขมวดแทบจะชนกัน หญิงสาวอยากอธิบายลักษณะตอนที่เห็นลีรภัทรครั้งแรกให้มุกดาได้เข้าใจ แต่ท่าทางของเธอดูจะพิลึกไปสักหน่อยจนครูสาวต้องหลุดขำออกมาอีกครั้ง
“ทำไมเหรอคะ ตอนคุณเกวเจอคุณลีครั้งแรก เขาทำหน้าแบบนี้เหรอคะ”
“ก็ใช่สิคะ ก็เดือนที่แล้วฉันไปที่บ้านเขา ไม่ทันได้ทำอะไรเขาก็ทำหน้ายักษ์ใส่ฉัน”
“เดือนที่แล้ว? ไหนว่าคุณเกวเป็นรุ่นน้องเขาไม่ใช่เหรอคะ แล้วพึ่งเจอเขาเดือนที่แล้วได้ยังไง”
มุกดาเริ่มสับสน ดูเหมือนคำตอบของเกวลินจะสวนทางกับข้อมูลที่บอกกับป้าน้อยก่อนหน้านี้นัก เกวลินเองเมื่อถูกถามกลับถึงได้รู้ตัวว่าได้พูดพลาดบางอย่างไป
“อ่อ…ฉันหมายถึงเจอกันครั้งล่าสุดค่ะ คือตั้งแต่เขาเรียนจบเราก็ไม่ได้ติดต่อกัน ฉันเองก็จำตอนครั้งแรกที่เจอกับเขาไม่ได้ด้วยสิ ก็เลยเล่าถึงครั้งล่าสุดที่เจอกับเขาแทนค่ะ” เกวลินรีบอธิบาย เธอหวังว่ามุกดาจะไม่ติดใจถามไถ่เธอต่อก็พอ
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับ
“ห้องน้ำอยู่ไหนคะ เหนียวตัวมาทั้งวันฉันอยากอาบน้ำแล้ว” เกวลินรีบเปลี่ยนเรื่อง ขืนยังอยู่สนทนาต่อคงได้หลุดพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไปแน่
เช้าวันต่อมา
ลีรภัทรตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวเข้าสวนดอกไม้ วันนี้ชายหนุ่มยังมีดอกไม้อีกหลากหลายพันธุ์ที่ต้องจัดการลงแปลงดินที่ได้เตรียมเอาไว้ แต่เมื่อเปิดประตูบ้านออกมาก็เห็นเกวลินกำลังเดินไปมาอยู่หน้าบริเวณประตู เขาเองก็นึกว่าหญิงสาวจะกลับไปแล้วเสียอีก
“นี่คุณยังอยู่อีกเหรอ”
“คุณลืมแล้วเหรอว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ แล้วทำไมคุณตื่นสายขนาดนี้เนี่ย ฉันมายืนรอคุณตั้งนานแล้วนะ”
“มีเบอร์ผมแล้วนี่ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนว่าจะมาแต่เช้าแบบนี้ล่ะ ช่างเถอะ…คุยธุระของคุณมาดีกว่า แต่ถ้าเรื่องขายบ้านกับสวนผมไม่คุยด้วยหรอกนะ เพราะยังไงผมก็ไม่ขาย”
“เปล่า ฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นอีก”
“ยังไง?”
“ฉันจะชวนคุณทำธุรกิจด้วยกัน”
“ไม่ทำ!” ลีรภัทรปฏิเสธทันควัน
“คุณอย่าพึ่งไม่สิ ฟังฉันอธิบายก่อนได้มั้ย คุณคิดดูนะ คุณเองก็มีสวนดอกไม้ที่นี่แล้ว ฉันก็แค่เปิดคาเฟ่เพิ่มเข้ามา ลูกค้าที่มาใช้บริการก็จะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของดอกไม้ นั่งจิบกาแฟไปชมดอกไม้ไปมีความสุขจะตาย”
“ไม่เอาผมไม่ชอบความวุ่นวาย ผมแค่อยากมีสวนดอกไม้เล็กๆ ไว้ส่งขายให้ลูกค้าแค่นั้น”
“อ้าว…คุณไม่ได้จะเปิดเป็นสวนดอกไม้ให้คนเข้ามาชมหรอกเหรอ”
“ก็ไม่นะสิ ผมแค่จะขายดอกไม้ ทีนี้คุณเข้าใจหรือยัง”
“ฉันว่าคุณลองคิดดูใหม่ดีกว่า สวนดอกไม้ของคุณมันต่อยอดธุรกิจคุณได้นะ เงินน่ะ…คุณไม่อยากได้มันหรือไง”
“ผมอยากได้ความสงบมากกว่า ที่มีอยู่ตอนนี้ผมก็โอเคแล้วไม่เห็นต้องอยากได้อะไรเยอะแยะเลย แต่ถ้าให้เดา คุณคงเป็นลูกคุณหนูติดดินไม่เป็นสินะ ทุกเรื่องที่คุณคิดก็คือเงิน คือธุรกิจ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าความสุขของผมกับความสุขของคุณมันต่างกัน คุณแบบพวกคุณไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรอก”
“แล้วคุณเป็นใครถึงมาตัดสินความรู้สึกของฉัน คุณก็เหมือนกันแหละ…ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรอก” เกวลินตวาดกลับไปที่ลีรภัทรด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง หญิงสาวจ้องไปที่นัยน์ตาคมเข้มนั้นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มอีก
ลีรภัทรมองตามหลังเกวลินด้วยความหวั่นใจ ทั้งที่สามารถทำให้หญิงสาวเลิกเซ้าซี้เขาได้แล้วแต่ทำไมกลับไม่ได้รู้สึกพอใจเลยสักนิด ภายในใจกลับว้าวุ่นและกังวลเสียมากกว่า
“ลืมไปเลยเรา ยังไม่ได้คืนเงินเลยนี่ ช่างเถอะ…ไว้ค่อยโทรหาใหม่ก็แล้วกัน”
ลีรภัทรส่ายหน้าสลัดความคิดเรื่องของเกวลินออก ดูท่าทางของหญิงสาวแล้วน่าจะโกรธให้เขาอยู่ไม่น้อย บางทีอาจจะทำให้เธอถอดใจและคงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะเขาเองก็ไม่ได้ต้องการให้เกวลินมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน
เวลาผ่านพ้นไปสักพักใหญ่ๆ ลีรภัทรยังคงทำงานอยู่ที่สวนดอกไม้เช่นเดิมอย่างตั้งใจ หวังว่าเหล่าดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ของเขาจะเติบโตมาอย่างดี ให้สมกับที่เขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดลงไป
ช่วงค่ำของวัน
“จะกลับแล้วเหรอลี งั้นเอาขนมที่ป้าทำไปกินที่บ้านด้วยสิ” ป้าน้อยเดินมาพร้อมกับถุงขนมเพื่อยื่นไปให้หลานชายที่กำลังจะเดินพ้นออกจากประตูบ้าน ลีรภัทรเองถ้ามีเวลาก็จะแวะมาที่บ้านของผู้เป็นป้าเสมอ
“ครับ เอ่อ…ป้าครับ วันนี้คุณเกวได้แวะมาหาป้าบ้างหรือเปล่า”
“ไม่นะ อ่อ…เห็นลุงบอกว่ามาแต่เช้าตรู่น่าจะมาเอารถน่ะ ตอนนั้นป้าไปบ้านป้ากบก็เลยไม่ได้เห็นหนูเกว มีอะไรหรือเปล่าลี”
“ไม่มีอะไรครับพอดีคุณเกวเขาลืมของไว้ งั้นผมกลับก่อนนะครับ”
ลีรภัทรพอออกมาจากบ้านผู้เป็นป้าก็ขับรถกระบะคันโปรดมุ่งหน้าขึ้นเนินเขาเพื่อกลับบ้านตัวเอง พอมาถึงก็เห็นรถบ้านคันสีขาวจอดอยู่หน้าบริเวณทางเข้าสวนดอกไม้ จึงรีบจอดรถแล้วเดินตรงมาที่รถบ้านอย่างไม่รีรอ ชายหนุ่มเดินสำรวจรอบๆ รถบ้านด้วยความข้องใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยมีรถบ้านเช่นนี้มาจอดเอาไว้สักครั้ง จะว่าเป็นรถของกลุ่มนักท่องเที่ยวก็ไม่น่าจะใช่ แต่พอเห็นเกวลินเปิดประตูลงจากรถมาก็ยิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ก็คุณไม่ยอมให้ฉันเช่าบ้านฉันก็เลยเช่ารถบ้านมาแทน คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะในรถมีที่นอน มีห้องน้ำครบ ฉันไม่รบกวนคุณแน่นอน อีกอย่าง…ฉันก็ไม่ได้เข้าไปในเขตพื้นที่ของคุณด้วย เพราะฉะนั้นคุณจะไล่ฉันไปไม่ได้” เกวลินผายมือยักไหล่เย้ยหยัน เธอเองก็ดูจะพอใจกับการกระทำของตัวเองนัก
“คุณนี่มันบ้าของแท้เลย ถ้าอยากอยู่ก็อยู่ไปเลย แต่บอกคุณไว้ก่อนนะว่าที่นี่ตอนกลางคืนชอบมีพวกสัตว์ป่าเข้ามา ถ้าคุณได้ยินเสียงอะไรก็เงียบๆ ไว้ละกัน อีกอย่างตรงนี้ก็ห่างไกลผู้คน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณคงไม่มีใครช่วยได้หรอกนะ”
“คุณโกหก! คุณแค่อยากทำให้ฉันกลัวฉันรู้หรอกน่า ฉันไม่เชื่อหรอก” หญิงสาวโต้กลับ ถึงแม้จะรู้สึกหวั่นกับคำพูดของลีรภัทรแต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ ไม่งั้นชายหนุ่มคงได้หัวเราะเยาะเธอแน่
ทันใดนั้นลีรภัทรเองก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าใกล้เกวลินให้มากขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวอย่างไม่ลดละจนคนที่ถูกจ้องเริ่มหวาดระแวงขึ้นมา ระหว่างที่ชายหนุ่มเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หญิงสาวเองก็เดินถอยหลังห่างออกไปเช่นกัน
ไม่นานนักเกวลินก็ถูกลีรภัทรเดินดันจนหลังชนกับตัวรถ ตอนนี้ไร้สิ้นหนทางถอยได้อีกแล้ว ลีรภัทรแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ มือทั้งสองข้างยกขึ้นยันตัวรถเพื่อล้อมตัวหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ โน้มหน้าเข้าใกล้ให้มากขึ้นกว่าเดิมจนทั้งคู่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน
เกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“เรื่องจริงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพลาดพลั้งหรือขาดสติแต่อย่างใด แต่เป็นความเต็มใจของเราทั้งคู่ ครั้งล่าสุดที่เกวไปหาผมที่เชียงใหม่…”“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว” นทีเอ่ยขัดขึ้น พูดแค่นี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และก็เชื่อด้วยว่าเป็นการสมยอมด้วยกันทั้งคู่“เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยลีถึงมาสู่ขอเกว” ปานวาดถามเสริม แม้จะขุ่นเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ อีกอย่าทั้งสองก็รักกันเรื่องแบบนี้ระหว่างคู่รักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองยังนับถือด้วยซ้ำที่ลีรภัทรกับลูกสาวของเธออดทนมาได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วยซ้ำ“ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นผมก็ตั้งใจจะแต่งงานกับเกวอยู่แล้วครับ”“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันไม่เห็นด้วย ให้หมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เธอรับได้มั้ยล่ะ” นทีหันไปถามลีรภัทร“ได้ครับ หมั้นไว้ก่อนก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับด้วยความดีใจ ถึงยังไม่ได้แต่งงานแต่อย่างน้อยก็ยังได้หมั้นกันไว้ก่อน“งั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่าไงคะ” ริมนหันไปถามอดีตสามี“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณนทีที่จะให้หมั้นกันก่อน อีกสักสองสามปี
พลอยลดายิ้มร่าด้วยความดีใจเมื่อเห็นกานวนิชมาถึง วันนี้หญิงสาวเองก็ตั้งใจจะบอกชายหนุ่มเรื่องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น“ที่ผมนัดคุณพลอยมาเพื่อจะคุยเรื่องแต่งงาน คือผมคงแต่งงานกับคุณพลอยไม่ได้แล้ว”พลอยลดาหุบยิ้มลงทันที สิ่งที่เธอได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ความตั้งใจก่อนหน้านี้พังลงไปไม่เป็นท่า ความหวังที่จะได้แต่งงานกับกานวนิชนั้นไม่มีแล้วจริงๆ หรือ“นี่คุณพูดจริงเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นคุณก็จะแต่งงานกับฉันไงคะ”“เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ใจตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไรก็เลยไม่สนใจ คิดแค่ว่าถ้าเราแต่งงานกันเราต่างคนก็ต่างได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะถ้าผมแต่งงานกับคุณไปคนที่จะไม่มีความสุขไม่ใช่แค่ผมหรือคนที่ผมรัก แต่คนที่จะเสียใจที่สุดจะเป็นคุณ เพราะคุณต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคุณ”“คุณรักฝ้ายเหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอปวดใจนักแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากถามให้แน่ใจ“ครับ ก่อนนี้ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่ยอมเสียฝ้ายไปเด็ดขาด” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพลอยลาดก็หยิบแก้วน้ำสาดไปที่ใบหน้าของกานวนิชด้วยความโทสะ ชายหน
“คุณถอยไปเลยนะ”เกวลินผลักอกลีรภัทรให้ออกห่างจากตัวเธอ การที่ชายหนุ่มแนบชิดกับเธอเช่นนี้มันทำให้เธอหวาดกลัวอยู่มากนัก ไหนจะสายตาเว้าวอนมองมาที่เธออีก“ทำไม…แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ ถ้ากลัวก็กลับไปสิ”ลีรภัทรแสยะยิ้มอย่างพอใจ แววตาที่จับจ้องไปที่ดวงตาเบิกโตของหญิงสาวก็ค่อยๆ ลดระดับลงมองไปยังปากแดงอมชมพู
“คุณได้เบอร์ผมมาจากไหน”ลีรภัทรเอ่ยถามหญิงสาวปลายสายด้วยความข้องใจ การที่เกวลินโทรมาหาเช่นนี้ค่อนข้างแปลกใจสำหรับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก“คุณรู้ได้เลยเหรอว่าเป็นฉัน”“ก็เสียงคุณ!…” ลีรภัทรชะงักเล็กน้อย เกือบจะหลุดปากไปเสียแล้วว่าจำเสียงของหญิงสาวได้จากที่ฝันถึงครานั้น คำบอกรักที่หญิงสาวเอ่ยออกมายังคงว
“คุณ..คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า”หญิงสาวโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าลีรภัทร กว่าที่ชายหนุ่มจะรู้สึกตัวหญิงสาวดังกล่าวก็ยืนอยู่แทบแนบชิดตัวเขาแล้ว เมื่อได้สติคืนกลับมาก็ไม่รีรอที่จะถอยหลังออกห่าง แต่สายตาของลีรภัทรกลับยังจับจ้องไปที่ปากแดงอมชมพูของเธออย่างเว้าวอน ก่อนจะสละความว้าวุ่นทั้งหมดและกระแอมออกมาเล็กน
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของหญิงสาวก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไป ลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ไม่ทันที่จะได้ตอบร







