LOGIN“คุณได้เบอร์ผมมาจากไหน”
ลีรภัทรเอ่ยถามหญิงสาวปลายสายด้วยความข้องใจ การที่เกวลินโทรมาหาเช่นนี้ค่อนข้างแปลกใจสำหรับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก
“คุณรู้ได้เลยเหรอว่าเป็นฉัน”
“ก็เสียงคุณ!…” ลีรภัทรชะงักเล็กน้อย เกือบจะหลุดปากไปเสียแล้วว่าจำเสียงของหญิงสาวได้จากที่ฝันถึงครานั้น คำบอกรักที่หญิงสาวเอ่ยออกมายังคงวนเวียนมาให้นึกถึงอยู่เสมอ
“เสียงฉันทำไมคะ?”
“เปล่า เอาเป็นว่าผมจำเสียงคุณได้แล้วกัน ทีนี้บอกได้หรือยังว่าเอาเบอร์ผมมาจากไหน”
“จากป้าน้อยของคุณไง”
“นี่คุณ!”
“ใจเย็นๆ หน่อยสิคุณ ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่อาคุณหลอกเอาเงินฉันไปหรอกน่า ฉันแค่บอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน คุณจะไม่ให้ฉันมีช่องทางติดต่อคุณบ้างเลยหรือไง”
“แล้วคุณโทรมามีอะไร”
“คิดถึงคุณไง” คำตอบของเกวลินทำให้ลีรภัทรนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ความเงียบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวต้องรีบขยายความ เพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะเข้าใจผิดคิดหนักกับคำพูดสองแง่สองง่ามของเธอ
“ฉันหมายถึงคิดถึงบ้านและสวนดอกไม้ของคุณน่ะ นั่นแน่…เงียบแบบนี้คงเข้าใจว่าฉันชอบคุณสินะ ไม่ต้องห่วง…อย่างคุณไม่ใช่แบบที่ฉันจะชอบหรอก” คำอธิบายของเกวลินทำให้ลีรภัทรหลุดขำเล็กน้อย
“คุณนั่นแหละที่คิดไปไกล ผู้หญิงเหลาะแหละอย่างคุณ…ผมไม่วันชอบหรอก ถ้าไม่มีอะไรก็แค่นี้นะ…ผมจะนอนแล้ว” เอ่ยจบ ชายหนุ่มก็รีบวางสายในทันที โดยไม่ให้โอกาสปลายสายได้ตอบกลับเลย
เกวลินหลังจากที่ถูกลีรภัทรตัดสายไปก็หน้าหงิกหน้างอ หญิงสาวครุ่นคิดไม่เข้าใจคำว่าเหลาะแหละที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงเท่าไหร่นัก
“เป็นอะไรเหรอเกวหน้ามุ่ยเชียว” ปานวาดที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นผู้เป็นลูกสาวทำหน้างอก็อดถามด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“แม่คะ เหลาะแหละคืออะไรเหรอคะ”
“นี่ลูกสาวแม่ไปอยู่ออสเตรเลียนานจนลืมภาษาไทยแล้วหรือไง แล้วลูกไปได้ยินคำนี้มาจากไหนล่ะ”
“ก็…จากเพื่อนคนหนึ่งค่ะ เขาบอกว่าหนูเป็นผู้หญิงเหลาะแหละ แล้วตกลงไอ้คำว่าเหลาะแหละมันแปลว่าอะไรคะ”
“ก็ประมาณว่า ไม่จริงจังเอาแน่เอานอนไม่ได้น่ะ”
“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง ฝากไว้ก่อนเถอะ” หญิงสาวพึมพำไปถึงลีรภัทร พอรู้ความหมายก็อดที่จะเคืองขุ่นไม่ได้
“เป็นอะไรเกว”
“เปล่าค่ะ แล้วแม่มาหาเกวมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก เห็นพ่อบอกว่าเกวกลับมาแล้วแม่เลยขึ้นมาดู คิดดีแล้วเหรอลูกที่จะเปิดคาเฟ่ที่เชียงใหม่ ที่นั่นมันไกลจากบ้านเรามากเลยนะ เปิดอยู่แถวนี้ไม่ดีกว่าเหรอ เดี๋ยวแม่ให้พี่กานช่วยดูที่ทางให้”
“ที่นี่มันวุ่นวายเกินไปค่ะ เกวอยากให้คาเฟ่ของเกวได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ดอกไม้และป่าเขา ถ้าแม่เห็นที่นั่นแม่ก็ต้องชอบเหมือนเกวแน่ๆ”
“ยังไงแม่ก็ขัดเกวไม่ได้อยู่แล้ว การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ ลองหาเพื่อนสักคนมาร่วมลงทุนสิจะได้แบ่งเบาภาระเกวได้บ้าง”
“เกวก็คิดไว้เหมือนกัน แต่หุ้นส่วนของเกวคนนี้เหมือนจะเข้าใจอะไรยากด้วยนะสิ แต่ไม่เป็นไร ยังไงเกวต้องเปิดคาเฟ่ให้ได้”
“งั้นแม่ขอให้เกวทำสำเร็จนะ นอนได้แล้วลูก” ปานวาดลูบผมลูกสาวพร้อมกับหอมไปที่หน้าผากด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินเปิดประตูออกจากห้องนอนไป
เกวลินนึกถึงคำพูดของผู้เป็นแม่เมื่อสักครู่ ถ้าเธอหว่านล้อมให้ลีรภัทรมาร่วมเป็นหุ้นส่วนคาเฟ่ของเธอได้คงจะดีไม่น้อย เพราะที่นั่นมีสวนดอกไม้ที่ชายหนุ่มเป็นเจ้าของอยู่แล้วด้วย ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงตัวไปหมด แค่คิดหญิงสาวก็อิ่มเอมใจเป็นอย่างมาก
1 เดือนต่อมา จังหวัดเชียงใหม่
“กลับมาแล้วเหรอลี ครูมุกก็มาด้วย งั้นวันนี้ครูมุกอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะ” ป้าน้อยกล่าวทักทายผู้เป็นหลานชายกับมุกดาด้วยความกระตือรือร้น ดูเหมือนว่าเธอเองก็กำลังวุ่นอยู่กับการทำมื้อเย็นอยู่ด้วย
“ให้มุกช่วยนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกครู ตอนนี้ป้าได้เพื่อนของลีมาช่วยแล้ว ป้าว่าครูมุกกับลีนั่งรออยู่เฉยๆ ดีกว่า ห้องครัวคนเยอะก็อึดอัดเปล่าๆ”
“เพื่อนลี? ใครครับ”
“ก็เพื่อนรุ่นน้องที่เคยเรียนมหาลัยเดียวกับลีไง” ป้าน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่คำตอบนั้นกลับทำให้ลีรภัทรสับสนมากกว่าเดิม
“ฉันเองค่ะรุ่นพี่”
เกวลินปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าทุกคนพร้อมกับถ้วยแกงที่อยู่ในมือ การมาของเธอทำให้ลีรภัทรตกใจอยู่เล็กน้อย มุกดาเองก็มองเกวลินด้วยความสงสัย เธอเองก็ไม่ยักรู้ว่าลีรภัทรมีเพื่อนเป็นผู้หญิงด้วย เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอไม่เคยเห็นเกวลินมาก่อนเลย
“ต้องขอบคุณหนูเกวมากเลยนะ ถ้าไม่ได้หนูเกวมาช่วยป่านนี้มื้อเย็นก็คงยังไม่เสร็จหรอก” ป้าน้อยยิ้มอย่างพอใจ
“คุณออกไปข้างนอกหน่อยสิผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ลีรภัทรส่งสายตาไปที่เกวลินก่อนจะเดินนำออกไปยังนอกตัวบ้านก่อน โดยที่มีเกวลินเดินตามออกไปอย่างไม่รีรอ
“คุณทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ จะมาปั่นหัวผมกับป้าผมเหรอ”
“ทำไมคุณชอบคิดอะไรซับซ้อนจัง ป้าคุณก็บอกคุณแล้วไงว่าฉันมาช่วยทำกับข้าว คุณลองชิมดูหน่อยสิว่าฝีมือฉันพอใช้ได้มั้ย”
“แล้วทำไมคุณต้องโกหกว่าเป็นรุ่นน้องของผมด้วย”
“หรือคุณจะให้ฉันบอกว่าเป็นแฟนคุณล่ะ” เกวลินโต้กลับ
“ผมจริงจังนะ คุณเกวลิน…คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่”
“ก็ฉันจะมาอยู่ที่นี่ ฉันก็เลยอยากผูกมิตรกับคนที่นี่ไว้ก็แค่นั้น”
“แล้วทำไมต้องเป็นป้าผมด้วย”
“นี่คุณยังกลัวว่าฉันจะพูดเรื่องอาของคุณอยู่อีกเหรอ ใจแคบจังเลยคุณเนี่ย”
“ผมไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว คุณมาก็ดีเหมือนกันผมจะได้เอาเงินให้คุณ เรื่องจะได้จบสักที”
“หยุดเลยนะฉันไม่ได้มาเอาเงินสักหน่อย ฉันมีข้อเสนอมาให้คุณ ไว้ค่อยคุยหลังจากกินข้าวเสร็จก็แล้วกัน” หญิงสาวยักคิ้วยิ้มหวาน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปข้างในตัวบ้าน ท่าทีของเธอทำให้ลีรภัทรหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ผ่านไปสักครู่ทุกคนก็ร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันรวมทั้งลุงจันทร์ที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน ดูท่ามื้อนี้จะเป็นมื้อในรอบหลายปีที่ครอบครัวของลีรภัทรมีแขกเข้ามาร่วมทานมื้อเย็นด้วยกัน กว่าที่ทุกคนจะทานเสร็จและเก็บกวาดภาชนะให้เรียบร้อยก็ตกค่ำพอดี
“ลี…ไปส่งหนูเกวหน่อยสิ ค่ำมืดแบบนี้ขับรถคนเดียวป้าเป็นห่วง” ป้าน้อยเอ่ยแจ้งต่อหลานชาย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าน้อยเดี๋ยวเกวกลับเองได้ค่ะ โฮมสเตย์ที่เกวพักอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้านนี่เอง”
“ยังไงป้าก็เป็นห่วงอยู่ดี นะลี…ไปส่งน้องหน่อยนะ รถของหนูเกวก็จอดไว้ที่นี่แหละพรุ่งนี้่ค่อยกลับมาเอา” ป้าน้อยย้ำไปที่ลีรภัทรอีกครั้ง
“ก็ได้ครับ งั้นผมไปส่งครูมุกที่บ้านพักก่อนแล้วกัน” ลีรภัทรตอบรับผู้เป็นป้าก่อนจะหันมาแจ้งต่อครูสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ รอยยิ้มละมุนที่ลีรภัทรและมุกดามอบให้กันทำให้เกวลินเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน หญิงสาวได้แต่โล่งใจที่ตัวเองไม่ได้กุเรื่องว่าเป็นแฟนสาวของลีรภัทรไป ไม่อย่างนั้นคงได้จบเห่แน่
หลังจากที่ลีรภัทไปส่งมุกดาที่บ้านพักเรียบร้อยก็ขับรถออกจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งไปยังโฮมสเตย์ที่เกวลินพักอยู่ ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่ตลอดทางหญิงสาวเอาแต่นั่งเงียบซึ่งดูผิดแปลกไปกว่าทุกครั้งนัก
“ทำไมอยู่ดีๆ ก็เงียบล่ะ ปกติคุณจะพูดมากไม่ใช่เหรอ”
“แฟนคุณไม่โกรธฉันใช่มั้ยที่คุณมาส่งฉัน”
“แฟน? คุณหมายถึงใคร”
“ก็ครูมุกไง ฉันกลัวว่าเธอจะคิดมากน่ะ”
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกยังไงครูมุกก็ไม่คิดมากอยู่แล้ว”
“เธอใจกว้างขนาดนั้นเชียว”
“เปล่า ก็ผมกับครูมุกไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วเธอจะต้องคิดมาทำไม”
“อ้าว! นี่ฉันดูผิดเหรอ แต่สายตาของครูมุกดูชอบคุณมากเลยนะ คุณเองก็เหมือนจะชอบเธอด้วย”
“พูดไปเรื่อย งั้นคุณก็นั่งเงียบไปเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา
ไม่นานนักลีรภัทรก็ขับรถมาส่งเกวลินถึงที่โฮมสเตย์ ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ เหมือนโฮมสเตย์ดังกล่าวจะดูเงียบผิดปกติไปสักหน่อยทั้งๆ ที่ยังเป็นช่วงหัวค่ำอยู่เลย
“ขอบคุณนะที่มาส่งคุณกลับไปได้แล้ว ไว้พรุ่งนี้ฉันไปเอารถจะแวะไปคุยกับคุณเรื่องข้อเสนอที่ได้บอกคุณไว้ นี่คุณ…คุณฟังฉันอยู่หรือเปล่า”
“อ่อ…คุณว่าอะไรนะ!” ลีรภัทรเอ่ยถามหญิงสาวอีกรอบ ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงให้ความสนใจกับบรรยากาศที่เงียบงันของโฮมสเตย์ที่นี่อยู่
“คุณ…ทำไมผมไม่เห็นคนอื่นๆ เลย เวลานี้คงไม่มีใครเข้าห้องพักกันหรอกมั้ง”
“น่าจะมีฉันคนเดียวที่เข้ามาพัก เห็นพนักงานบอกว่าโฮมสเตย์พึ่งเปิดใหม่คงยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า งั้นผมกลับก่อนแล้วกัน”
หลังจากที่บอกลาหญิงสาวลีรภัทรก็เดินตรงมายังรถที่จอดเอาไว้ ระหว่างทางก็สังเกตเห็นว่าที่โฮมสเตย์นี้มีแต่พนักงานชายโดยไม่เห็นพนักงานหญิงเลยสักคนก็รู้สึกเอะใจขึ้นมา ถึงเขากับเกวลินจะไม่ได้สนิทสนมกันแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เมื่อคิดได้เช่นนั้นเลยตัดสินใจเดินกลับเข้าไปหาเกวลินอีกครั้ง
พอไปถึงก็เห็นว่ามีพนักงานชายคนหนึ่งเอาแต่ซักไซ้ถามเกวลินแต่เรื่องส่วน สีหน้าของหญิงสาวในตอนนี้ก็ไม่สู้ดีนัก ลีรภัทรเลยแสดงตัวว่าเป็นแฟนหนุ่มของเธอเพื่อตอบโต้พนักงานชายดังกล่าว
“ทำไมคุณถึงเอาแต่ถามแฟนผมว่ามาพักที่นี่กับใครบ้าง ทำไมเหรอครับ” ลีรภัทรเข้าไปโอบเอวเกวลินเอาไว้ การปรากฏตัวของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวคลายความกังวลลงในทันที
“เปล่าครับ ผมเห็นเธอยืนอยู่คนเดียวเลยแค่จะเข้ามาถามเผื่อเธอต้องการให้ช่วยอะไร ถ้าคุณมาแล้วงั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” พนักงานชายดังกล่าวตอบกลับ เขาเองก็ดูจะไม่ชอบใจนักที่ลีรภัทรเผยตัวขึ้นมา
“งั้นผมขอเช็คเอาท์แล้วกัน ผมกับแฟนจะไม่พักที่นี่แล้ว คุณเข้าไปเก็บของเถอะผมจะรอคุณอยู่หน้าห้องนี่แหละ” ลีรภัทรเอ่ยแจ้งต่อพนักงานชายด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะหันกลับมามองเกวลินด้วยสายตาที่โอนอ่อน ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้หญิงสาวรู้สึกกลัวมากแค่ไหน
หลังจากที่เก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อย เกวลินก็ควงแขนลีรภัทรไว้แน่นเพื่อเดินมายังจุดที่จอดรถโดยที่ชายหนุ่มเป็นคนถือกระเป๋าของเธอ สีหน้าของเกวลินยังคงไม่สู้ดีเท่าไหร่ เธอยังคงหวาดกลัวและตกใจกับเรื่องเมื่อสักครู่อยู่
“ถึงรถแล้ว คุณก็เนี่ยนะไม่ระวังตัวเอาซะเลย…”
“คุณหยุดพูดได้มั้ย แค่นี้ฉันก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว พอคุณกลับไปผู้ชายคนนั้นก็เดินตามฉันมาถึงหน้าห้อง ถ้าฉันเปิดประตูเข้าห้องแล้วเขาตามฉันเข้าไปไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ฉันได้แต่กัดฟันข่มความกลัวเพื่อที่จะพูดกับเขาดีๆ กลัวว่าถ้าพูดไม่เข้าหูเขาก็จะทำร้ายฉัน ตอนนั้นฉันได้แต่ร้องเรียกหาคุณในใจ ภาวนาให้คุณเดินกลับมาหาฉัน ตอนที่เห็นคุณกลับมารู้มั้ยว่าฉันโล่งใจแค่ไหน เพราะฉะนั้นคุณช่วยเข้าใจฉันหน่อยได้มั้ย ฉันไม่พร้อมจะรับคำต่อว่าอะไรจากคุณทั้งนั้น” หญิงสาวคลายมือออกจากแขนชายหนุ่ม น้ำตาที่อั้นไว้ก่อนหน้านี้ก็หลั่งไหลไม่ขาดสาย
“ผมไม่พูดอะไรแล้ว คุณอย่าร้องเลยนะ อยู่กับผมไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอก ขึ้นรถเถอะ”
“คุณจะพาฉันไปไหน”
“ไปหาที่พักใหม่ไง รับรองปลอดภัยสำหรับคุณแน่นอน”
“หมายถึงให้ฉันไปพักที่บ้านคุณเหรอ”
“จะบ้าเหรอ ผมเองก็เป็นผู้ชาย คุณไม่กลัวผมเหรอ”
“ไม่รู้สิ คุณเกลียดฉันจะตาย คุณคงไม่คิดลามปามฉันหรอกมั้ง อีกอย่างป้าน้อยก็เป็นคนดี คุณเองก็เป็นหลานป้าน้อยอย่างน้อยก็คงได้เชื้อดีๆ มาบ้างแหละ ไม่งั้นเมื่อกี๊คุณคงไม่ช่วยฉันหรอก” เกวลินตอบกลับก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถที่จอดเอาไว้ ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขึ้นรถมือใหญ่ของลีรภัทรก็ผลักประตูปิดไปก่อน ชายหนุ่มก้มมองไปที่ดวงตากลมโตของเกวลินด้วยความจริงใจ
“ผมไม่ได้เกลียดคุณ”
แววตาอ่อนโยนของลีรภัทรทำให้เกวลินรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยสบตาชายหนุ่มอย่างใกล้ชิดเช่นนี้มาแล้วแต่ทำไมความรู้สึกครั้งนี้ถึงได้ต่างออกไป หรือเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นแววตาที่อบอุ่นและอ่อนโยนจากชายหนุ่มที่มองมาที่เธอกันแน่ เลยทำให้เธอรู้สึกสั่นไหวได้ถึงเพียงนี้
“อืม…เข้าใจแล้ว”
เกวลินรีบหันหน้าหนีเพื่อหลบสายตาที่อบอุ่นของลีรภัทรในทันที ดูเหมือนตอนนี้เธอจะรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย จนลีรภัทรต้องหลุดขำด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอ
เกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“เรื่องจริงครับ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพลาดพลั้งหรือขาดสติแต่อย่างใด แต่เป็นความเต็มใจของเราทั้งคู่ ครั้งล่าสุดที่เกวไปหาผมที่เชียงใหม่…”“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว” นทีเอ่ยขัดขึ้น พูดแค่นี้ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว และก็เชื่อด้วยว่าเป็นการสมยอมด้วยกันทั้งคู่“เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยลีถึงมาสู่ขอเกว” ปานวาดถามเสริม แม้จะขุ่นเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ อีกอย่าทั้งสองก็รักกันเรื่องแบบนี้ระหว่างคู่รักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเองยังนับถือด้วยซ้ำที่ลีรภัทรกับลูกสาวของเธออดทนมาได้ขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่บ้านหลังเดียวกันด้วยซ้ำ“ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นผมก็ตั้งใจจะแต่งงานกับเกวอยู่แล้วครับ”“ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันไม่เห็นด้วย ให้หมั้นกันไว้ก่อนแล้วกัน เธอรับได้มั้ยล่ะ” นทีหันไปถามลีรภัทร“ได้ครับ หมั้นไว้ก่อนก็ได้” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับด้วยความดีใจ ถึงยังไม่ได้แต่งงานแต่อย่างน้อยก็ยังได้หมั้นกันไว้ก่อน“งั้นก็ตกลงตามนี้ คุณว่าไงคะ” ริมนหันไปถามอดีตสามี“ผมเองก็เห็นด้วยกับคุณนทีที่จะให้หมั้นกันก่อน อีกสักสองสามปี
พลอยลดายิ้มร่าด้วยความดีใจเมื่อเห็นกานวนิชมาถึง วันนี้หญิงสาวเองก็ตั้งใจจะบอกชายหนุ่มเรื่องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้น“ที่ผมนัดคุณพลอยมาเพื่อจะคุยเรื่องแต่งงาน คือผมคงแต่งงานกับคุณพลอยไม่ได้แล้ว”พลอยลดาหุบยิ้มลงทันที สิ่งที่เธอได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย ความตั้งใจก่อนหน้านี้พังลงไปไม่เป็นท่า ความหวังที่จะได้แต่งงานกับกานวนิชนั้นไม่มีแล้วจริงๆ หรือ“นี่คุณพูดจริงเหรอคะ ไหนคุณบอกว่าต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นคุณก็จะแต่งงานกับฉันไงคะ”“เพราะตอนนั้นผมไม่รู้ใจตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรักคืออะไรก็เลยไม่สนใจ คิดแค่ว่าถ้าเราแต่งงานกันเราต่างคนก็ต่างได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะถ้าผมแต่งงานกับคุณไปคนที่จะไม่มีความสุขไม่ใช่แค่ผมหรือคนที่ผมรัก แต่คนที่จะเสียใจที่สุดจะเป็นคุณ เพราะคุณต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคุณ”“คุณรักฝ้ายเหรอคะ” หญิงสาวน้ำตาคลอปวดใจนักแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากถามให้แน่ใจ“ครับ ก่อนนี้ผมหลอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่ยอมเสียฝ้ายไปเด็ดขาด” ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพลอยลาดก็หยิบแก้วน้ำสาดไปที่ใบหน้าของกานวนิชด้วยความโทสะ ชายหน
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยาก
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่น
“ทำไมไม่ตอบล่ะ ผมถามว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น” ลีรภัทรย้ำถามอีกครั้ง เห็นเกวลินเอาแต่นิ่งเงียบก็ยิ่งอยากรู้“มีเรื่องระหว่างเราที่ไหนกัน ช่วงนี้ฉันแค่ยุ่งๆ” หญิงสาวหลบสายตา“วันนั้นทำไมจู่ๆ คุณก็ไปโดยไม่บอกผมสักคำ โทรไปก็ไม่รับ ถ้าไม่จงใจหลบหน้าผมให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันบอกแล
ลีรภัทรสวมกอดเกวลินไว้แนบแน่น หญิงสาวที่ถูกกอดทำได้แค่ยืนนิ่งสับสนท่าทีของชายหนุ่มที่แสดงออกมา เธอครุ่นคิดแต่ว่าวันนี้ลีรภัทรไปเจอเรื่องแย่ๆ มาหรือไรถึงเผยมุมอ่อนไหวเช่นนี้ให้เห็น“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกฉันได้นะ” หญิงสาวลูบแผ่นหลังชายหนุ่มเบาๆเสียงของเกวลินเหมือนทำให้ลีรภัทรรู้สึกตัว เมื่อ







