Se connecter“คุณถอยไปเลยนะ”
เกวลินผลักอกลีรภัทรให้ออกห่างจากตัวเธอ การที่ชายหนุ่มแนบชิดกับเธอเช่นนี้มันทำให้เธอหวาดกลัวอยู่มากนัก ไหนจะสายตาเว้าวอนมองมาที่เธออีก
“ทำไม…แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ ถ้ากลัวก็กลับไปสิ”
ลีรภัทรแสยะยิ้มอย่างพอใจ แววตาที่จับจ้องไปที่ดวงตาเบิกโตของหญิงสาวก็ค่อยๆ ลดระดับลงมองไปยังปากแดงอมชมพูของเธอแทน ความรู้สึกที่ได้ลิ้มรสปากน้อยๆ นี้เป็นเช่นไรกันนะ มันจะแตกต่างจากความฝันเมื่อครั้งนั้นหรือไม่ ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดอยู่แบบนั้น ไม่นานก็ต้องปล่อยวางความคิดนั้นออกพร้อมกับเดินถอยห่างออกมา ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าเขาตอนนี้จะตื่นกลัวเขามากเสียเหลือเกิน
“กลับไปได้แล้ว ถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ผมก็ไม่รับประกันว่าคุณจะปลอดภัยหรอกนะ ไม่ว่าจากสัตว์หรือว่าจากคน”
คำพูดและการกระทำของลีรภัทรทำให้เกวลินฉุกคิดบางอย่างได้ ที่แท้ชายหนุ่มก็ตั้งใจทำแบบนี้ให้เธอกลัวเพื่อจะให้เธอออกไปจากที่นี่เท่านั้น รู้เช่นนี้เรื่องอะไรที่เธอจะยอมแพ้เขาง่ายๆ ล่ะ
“อ๋อ…ที่แท้คุณก็แค่จะขู่ให้ฉันกลัว เสียใจด้วยนะคุณชายลี ฉันเกวลินเป็นผู้หญิงที่แกร่งกว่าที่คุณคิดเยอะ ขู่ฉันแค่นี้ไม่ทำให้ฉันล้มเลิกความคิดที่จะอยู่ที่นี่ได้หรอก”
“คุณนี่ดื้อจริงๆ งั้นอยากอยู่ก็อยู่ไปเลย เกิดอะไรขึ้นกับคุณก็ไม่ใช่ความผิดผมแล้ว” ลีรภัทรส่ายหน้าให้กับความดื้อดึงของเกวลิน ชายหนุ่มเองยอมแพ้ให้หญิงสาวแล้วจริงๆ เมื่อเธอแน่วแน่กับความคิดของตัวเองแบบนี้เขาก็คงขัดใจเธอไม่ได้
เกวลินมองค้อนตามหลังรถคันสีฟ้าที่พึ่งขับออกไปก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ในที่สุดเธอก็สามารถทำให้ลีรภัทรยอมแพ้ต่อเธอ ครั้งนี้ถือว่าเธอวางแผนมาได้เป็นอย่างดี
หลังจากที่ลีรภัทรขับรถเข้าสวนไปแล้วหญิงสาวก็กลับเข้ามาในรถบ้าน เธอมองไปยังทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างตัวรถเห็นใบไม้พลิ้วไหวตามแรงลมก็เริ่มหวั่นใจ หวังแค่ว่าคืนนี้จะไม่มีพายุเข้ามาก็พอ
เวลาผ่านพ้นไปสักพักใหญ่ๆ เสียงฟ้าร้องทำให้เกวลินตื่นขึ้นมาหลังจากที่เผลอหลับไป หญิงสาวรีบดีดตัวลุกจากเตียงเดินตรงไปแหวกผ้าม่านหน้าต่างของรถเพื่อมองสำรวจด้านนอก ดูท่าวันนี้จะมีพายุเข้าจริงๆ เสียแล้ว
ระหว่างที่มองไปรอบๆ นอกหน้าต่างอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากประตูรถ ราวกับว่ากำลังมีใครกำลังทุบประตูอยู่อย่างนั้นและก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อยๆ เกวลินรีบจ้ำอ้าวไปที่หน้าประตูด้วยความตื่นตระหนก หวังแค่ว่าข้างนอกนั่นเป็นสัตว์ป่าไม่ใช่คนก็พอ ถ้าเป็นแบบนั้นอยู่ในรถเธอก็พอจะปลอดภัยได้อยู่บ้าง
เกวลินยังคงจ้องไปที่บานประตูรถอย่างนิ่งเงียบด้วยความจดจ่อ ก่อนจะสะดุ้งตกใจแรงเมื่อมีเสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้หญิงสาวเข้าใจได้ในทันทีว่าที่อยู่นอกประตูรถนั้นเป็นคนอย่างแน่นอน พอรู้แบบนี้ก็หวาดกลัวเป็นอย่างมากจึงรีบเดินไปหยิบมือถือที่อยู่บนเตียงเพื่อโทรขอความช่วยเหลือจากลีรภัทร ตอนนี้คนที่อยู่ใกล้เธอที่สุดก็มีแค่ชายหนุ่มแล้ว แต่ไม่ทันได้กดโทรออกน้ำเสียงที่คุ้นเคยก็ตะโกนเรียกเธอออกมาก่อน
“คุณเกว…คุณอยู่มั้ย!”
“คุณลี…นั่นคุณเหรอ”
“ก็ผมนะสิ รีบๆ เปิดประตู”
เมื่อมั่นใจว่าเป็นลีรภัทรหญิงสาวก็รีบเปิดประตูให้ชายหนุ่ม ทันทีที่เธอเปิดประตูลีรภัทรก็เดินขึ้นรถพร้อมกับตรงไปยังเบาะคนขับอย่างไม่รีรอ
“กุญแจรถล่ะ”
“จะทำอะไร คุณจะพาฉันออกไปจากที่นี่เหรอ ฉันไม่ไป!”
“เลิกโวยวายแล้วฟังผมนะ ผมจะขับรถเข้าไปในสวนของผม คุณไม่เห็นเหรอว่าพายุกำลังจะเข้า หรืออยากจะอยู่ที่นี่ให้พวกกิ่งไม้ต้นไม้ทับคุณตายล่ะ”
“เข้าใจแล้ว กุญแจอยู่นี่” หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาพร้อมหยิบกุญแจที่วางอยู่ข้างๆ ยื่นไปให้กับชายหนุ่มในทันที
ไม่ถึงนาทีลีรภัทรก็ขับรถเข้ามาถึงสวนดอกไม้ ชายหนุ่มจอดรถบ้านของหญิงสาวไว้ไม่ไกลจากตัวบ้านของเขาเท่าไหร่นัก
“คุณเข้าไปในบ้านผมก่อนสิ” ชายหนุ่มยื่นกุญแจรถคืนให้เกวลินพร้อมกับเดินลงจากรถนำหญิงสาวเข้าไปในบ้านก่อน
เกวลินเมื่อถูกเชื้อเชิญจากลีรภัทรก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ เธอเองก็ไม่รีรอรีบเดินลงจากรถตามชายหนุ่มเข้าบ้านไปแบบติดๆ พอเข้ามาในบ้านก็รู้สึกประหลาดใจมาก ครั้งก่อนที่เธอมาบ้านหลังนี้ยังดูซอมซ่อไม่ได้ดูน่าอยู่เหมือนเช่นวันนี้เลย และที่สำคัญตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงอยากมาอยู่ที่นี่นัก
“อบอุ่นจัง ทั้งหมดนี่คุณตกแต่งเองหมดเลยเหรอ”
“อืม ก็ทั่วๆ ไปไม่ได้ดูหรูหราสักหน่อย ทำไมคุณต้องตาโตดูประหลาดใจขนาดนั้นด้วย”
“ที่แท้ก็เป็นบ้านหลังนี้สินะ”
“คุณว่าอะไรนะ!”
“เปล่า คุณลี…คุณให้ฉันมาอยู่ที่นี่กับคุณเถอะนะ” หญิงสาวหันกลับมาสบตาลีรภัทร เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่ออ้อนขอต่อชายหนุ่มเจ้าของบ้าน
“คุณนี่ไม่รู้จักพอจริงๆ เห็นผมใจดีให้เข้าบ้านหน่อยก็จะขอโน่นขอนี่เพิ่ม ฝันไปเถอะผมไม่ให้คุณอยู่ด้วยหรอก”
“ทำไม…คุณคิดว่าฉันพิศวาสคุณงั้นเหรอ ฉันไม่ได้จะนอนร่วมเตียงกับคุณสักหน่อย บ้านนี้ก็ใหญ่พอที่จะอยู่สองคนได้สบายๆ ฉันเองก็จะจ่ายค่าเช่าให้คุณไม่ได้มาขออยู่ฟรีด้วย”
“ที่นี่มีแค่สองห้องนอน ห้องนี้เป็นของผม ส่วนห้องนั้นเป็นของคุณย่าผม และผมก็คงไม่ให้คุณนอนที่โซฟาหรอกนะ เอาเป็นว่าผมไม่ให้คุณอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้วกัน”
“คุณอยู่กับย่าเหรอ ท่านอยู่ในห้องใช่มั้ยฉันจะได้ไปทักทาย”
“ย่าผมตายไปแล้ว”
“ตายไปแล้ว งั้นก็เป็นผีนะสิ นี่คุณอยู่กับผีเหรอ”
“เพ้อเจ้อแล้วคุณ” ลีรภัทรขมวดคิ้ว
“ฉันแค่ล้อเล่นเองทำไมต้องดุด้วย ถ้าอย่างนั้นคุณคงรักย่ามากสินะถึงได้เก็บทุกอย่างที่เป็นของย่าไว้แบบนี้ ถ้าจะให้ฉันเดาย่าคุณต้องใจดีมากแน่ๆ เสียดายจังที่ฉันไม่มีโอกาสได้เจอท่าน คุณลี…ให้ฉันอยู่ที่นี่เถอะนะ ฉันรับปากว่าจะไม่เข้าไปวุ่นวายที่ห้องย่าคุณแน่นอน และก็จะไม่ทำอะไรที่คุณไม่ชอบด้วย”
“ทำไมคุณถึงเข้าใจอะไรยากจัง ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่มีห้องสำหรับให้คุณอยู่”
“เดือนที่แล้วที่ฉันมา ฉันเห็นว่ามีห้องหนึ่งอยู่ที่หลังบ้าน ห้องที่อยู่ติดกับห้องคุณน่ะ ห้องนั้นคุณไว้ทำอะไรเหรอ”
“เคยเป็นห้องเย็บผ้าของย่าผมน่ะ”
“คุณให้ฉันอยู่ที่นั่นได้มั้ย ถ้าคุณไม่ได้ใช้งานปล่อยไว้ก็ทรุดโทรมเปล่าๆ ถ้าคุณอึดอัดใจที่ต้องเห็นหน้าฉัน งั้น…ฉันสัญญากับคุณจริงๆ ว่าจะอยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเอง คุณเองก็ไม่ค่อยไปหลังบ้านอยู่แล้วใช่มั้ย แบบนี้เราก็ไม่เจอกันแล้ว”
“ยังไงก็ไม่อยู่ดี ตอนนี้พายุสงบแล้ว เชิญคุณก็ออกจากบ้านผมไปได้แล้ว”
“อ้าว! คืนนี้คุณไม่ได้จะให้ฉันนอนอยู่ที่บ้านคุณเหรอ”
“ผมแค่ให้คุณเข้ามาหลบพายุ ส่วนที่นอนของคุณก็อยู่บนรถคันนั้นไม่ใช่หรือไง” ลีรภัทรชี้ไปที่รถบ้านคันสีขาวผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่
“คุณนี่ก็แปลก…เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ฉันออกไปก็ได้” หญิงสาวหน้าหงิกหน้างอ
“อีกอย่าง ผมให้คุณเข้ามาในสวนแค่คืนนี้เท่านั้น พรุ่งนี้คุณก็ขับรถนั่นของคุณออกไปจากสวนของผมด้วย และห้ามไปอยู่ที่หน้าทางเข้าสวนผมเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะแจ้งผู้ใหญ่ให้มาจัดการคุณ”
“อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะฉันไม่สนใจคุณแล้ว” เกวลินโต้กลับพร้อมกับสะบัดตัวเดินเปิดประตูออกจากบ้านไป หญิงสาวหงุดหงิดกับคำพูดและท่าทีของลีรภัทรนัก ส่วนชายหนุ่มนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เกวลินเดินเล่นที่สวนดอกไม้สูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าด้วยความเพลิดเพลิน แสงแดดอุ่นๆ ในเวลานี้ดูผ่อนคลายมากนัก บวกกับดอกไม้สีสดใสหลากสายพันธุ์ที่ล้อมรอบตัวนั้นทำให้เธอมีความสุขมาก ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูสวยงามไปซะหมด
เกวลินเดินเล่นอยู่ได้สักครู่ก็เห็นลีรภัทรกำลังวุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง คนแบบเธอมีหรือจะปล่อยผ่านไป เธอไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปถามไถ่ชายหนุ่ม
“คุณทำอะไรน่ะ”
“ทำงานสิถามได้”
“ฉันรู้ว่าทำงาน แต่งานที่คุณทำมันคืออะไรล่ะ”
“วันนี้จะมีพายุเข้าผมก็เลยทำที่ยึดต้านแรงลมให้พวกดอกไม้ ดอกไม้พวกนี้พึ่งเอาลงดินเมื่อวานรากยังไม่แข็งแรงถ้าเจอพายุเข้าน่าจะต้านแรงลมไม่ไหว เห็นข่าวว่าวันนี้พายุจะเข้าหนักกว่าเมื่อคืนอีก คุณเองก็กลับไปได้แล้วถ้าพายุเข้าจะเอารถลงเขาไม่ได้นะ อีกเดี๋ยวผมก็ต้องไปธุระต่อดึกๆ ถึงได้จะกลับ”
“คุณนี่ก็จ้องแต่จะไล่ฉันกลับจริงๆ เอาน่า…บ่ายๆ ฉันก็กลับแล้ว แต่ตอนนี้ขอชื่นชมดอกไม้ของคุณก่อนนะ”
หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะเดินไปชื่นชมดอกไม้ต่อ ได้มาที่สวนดอกไม้ของชายหนุ่มทั้งทีก็ขอเก็บความสดชื่นกลับไปให้ได้มากที่สุดหน่อย เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าถ้าครั้งหน้าที่เธอมาอีกจะอยู่ได้นานกว่าครั้งนี้อีกมั้ยเพราะชายหนุ่มเอาแต่จ้องจะไล่เธอแบบนี้ตลอดเวลา
ช่วงบ่ายของวัน
เกวลินตรวจดูความเรียบร้อยในรถก่อนที่เธอจะขับออกไปจากสวนดอกไม้ของลีรภัทร หญิงสาวยอมทำตามที่ชายหนุ่มบอกแต่โดยดี เธอเองก็กลัวที่จะทำให้ลีรภัทรไม่พอใจเหมือนกันถ้ากลับมาแล้วยังเจอเธออยู่
เกวลินเดินลงจากรถเพื่อมองบรรยากาศรอบๆ สวนดอกไม้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เริ่มมีลมพัดและแรงขึ้นเรื่อยๆ คงจะเป็นลมพายุตามที่ลีรภัทรบอกเอาไว้เมื่อเช้า
“พายุกำลังมาจริงๆ เหรองั้นรีบกลับดีกว่า”
ระหว่างที่หญิงสาวหันกลับเพื่อจะเดินขึ้นรถก็ฉุกคิดบางอย่างได้ ถ้าพายุวันนี้หนักกว่าเมื่อคืนพวกดอกไม้ที่ชายหนุ่มลงดินไว้เมื่อวานก็คงต้านไม่อยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคงน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย
ช่วงค่ำของวัน
ลีรภัทรขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านสวนท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มรู้สึกกังวลถึงเกวลินขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวได้ออกไปจากสวนดอกไม้แล้วหรือยัง ด้วยความที่เธอเองก็มีนิสัยดื้อรั้นเลยไม่รู้จะยอมทำตามที่ตกลงไว้กับเขาโดยง่ายหรือเปล่า
ลีรภัทรวางใจไม่ได้จริงๆ ชายหนุ่มชิดซ้ายข้างทางเพื่อจอดรถก่อนจะหยิบมือถือโทรหาเกวลิน แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่สายหญิงสาวก็ไม่รับ พอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเป็นกังวลมากขึ้น เพราะตอนที่ชายหนุ่มออกจากบ้านมาก็ได้ล็อกประตูและหน้าต่างบ้านไว้หมด ถ้าเธอยังอยู่ที่นั่นก็จะไม่สามารถเข้าไปหลบพายุฝนที่บ้านของเขาได้ ครั้นจะหลบอยู่ในรถก็ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปอีก
“เกวลิน ทำไมคุณต้องทำให้ผมลำบากใจอยู่เรื่อยเลย” ลีรภัทรบ่นถึงหญิงสาวด้วยความกังวล ชายหนุ่มรีบขับรถเร่งความเร็วเพื่อกลับให้ถึงบ้านสวนโดยเร็วที่สุด
ลีรภัทรกลับมาถึงบ้านก็เห็นรถบ้านของหญิงสาวจอดไว้ที่เดิมอย่างที่เขาคาดเอาไว้จริงๆ ชายหนุ่มรีบลงจากรถเดินเข้าไปดูในรถบ้านแต่ก็ไร้ร่องรอยของหญิงสาว จึงตัดสินใจวิ่งฝ่าฝนตามหาหญิงสาวตามจุดต่างๆ ของสวนสวนดอกไม้ ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มตึงเครียดหนักก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นแผ่นหลังของเกวลินอยู่เบื้องหน้า
“ทำบ้าอะไรของคุณอีก” ลีรภัทรดุไปที่เกวลินอย่างไม่พอใจ
“คุณกลับมาแล้วเหรอ ฉันพยายามหาอะไรมาบังให้ดอกไม้ที่คุณปลุกเมื่อวานแล้วนะแต่มันต้านแรงลมไม่ไหวจริงๆ ฉันก็เลยย้ายพวกดอกไม้ที่คุณยังไม่ได้ปลูกไปไว้ในเรือนเพาะให้ นี่ก็สองต้นสุดท้ายแล้ว” หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ ผิดแปลกจากชายหนุ่มที่มีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
ลีรภัทรมองสำรวจเรือนร่างของเกวลินที่เปียกโชกไปทั้งตัวด้วยความสั่นไหว ไม่นานชายหนุ่มก็คว้าตัวหญิงสาวเข้ามาสวมกอดไว้แน่น เกวลินตกใจกับท่าทีของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก ดอกไม้สองต้นที่ถืออยู่ในมือก็ร่วงลงพื้นดินในทันที
เกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ”“แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ”“เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ”“แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น”“ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ววันต่อมา ช่วงสายของวันเกวลิน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก“เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า”“ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้"“ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย”“คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย”“ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่







