LOGINความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ข้อนิ้วมือขวาซึ่งบวมช้ำจนผิวหนังปริแตกและมีคราบเลือดแห้งกรัง ไม่ได้ทำให้กฤษ
ทันทีที่เห็นเขาก้าวเดินออกมา ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีพีชก็คลี่เป็นรอยยิ้มหวานหยด... รอยยิ้มที่เธอมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะได้รับคำขอบคุณ หรืออย่างน้อยก็สายตาที่ซาบซึ้งใจจากเขาชมพูถอดแว่นกันแดดออก ก้าวเดินเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยท่วงท่ามั่นใจ“เป็นไงคะพี่เก่ง? เซ็นสัญญาเรียบร้อยไหมคะ”ฟึ่บ!!กฤษฏ์ไม่ได้รอให้เธอพูดจบประโยค เขาเดินเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็ว ก่อนจะง้างมือที่กำเศษกระดาษสัญญาบางส่วนที่เขาคว้าติดมือมาด้วย ปาอัดใส่หน้าของชมพูอย่างแรง!ขอบกระดาษที่คมกริบบาดเข้าที่โหนกแก้มเนียนของหญิงสาวจนเกิดรอยแดงจาง ๆ เศษกระดาษร่วงหล่นลงพื้นแทบเท้าของทั้งคู่ ชมพูชะงักกึก รอยยิ้มหวานค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า แววตากลมโตสั่นไหวและเต็มไปด้วยความสับสน“พี่เก่ง... นี่มันอะไรกันคะ?”เธอถามเสียงสั่น พยายามมองข้ามสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาที่เริ่มหยุดมองดูพวกเขาสองคน“อย่าสะเออะมายุ่งกับชีวิตฉันอีก!”กฤษฏ์ตะคอกลั่นถนน เสียงของเขาดังก้องจน รปภ. หน้าตึกยังต้องหันมามองแววตาของเขาที่มองลงมาที่เธอไม่มีความปรานีใด ๆมันเต็มไปด้วยความรั
แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในเพนต์เฮาส์สุดหรู ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้จิตใจของกฤษฏ์สว่างไสวขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มที่เพิ่งจัดการหนวดเคราตัวเองออกไป ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองอย่างพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติยังคงไร้รอยขีดข่วน ไร้ซึ่งรอยฟกช้ำใด ๆ เพราะเมื่อวานก้องภพไม่ได้สวนหมัดกลับมาแม้แต่หมัดเดียวมีเพียงข้อนิ้วมือขวาของเขาเท่านั้นที่ยังมีพลาสเตอร์ยาสีเนื้อปิดทับรอยปริแตกเอาไว้ กฤษฏ์สูดลมหายใจลึก มือหนายกขึ้นจัดแต่งคอเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ ที่สะอาดที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตู้เสื้อผ้าให้เข้าที่บนโต๊ะกระจกด้านหลัง บทภาพยนตร์ปกสีดำสนิทเรื่อง ‘The Perfect Neighbor (เดอะ เพอร์เฟกต์ เนเบอร์)’ วางเด่นหราอยู่มันคือตั๋วเที่ยวเดียวที่จะพาเขากลับไปเหยียบหน้าทุกคนที่เคยดูถูกทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง... บทละครไม่ได้เสกข้าวให้กินได้ในวันพรุ่งนี้ และไม่ได้จ่ายค่าส่วนกลางคอนโดมิเนียมราคาแพงระยับที่กำลังจะบิลมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหลังจากถูกเจ้าสัวโกเมนตัดหางปล่อยวั
ติ๊ด... แกร็ก!เสียงปลดล็อกทำงาน ห้องเพนต์เฮาส์แห่งนี้คือ ‘ป้อมปราการ’ และ ‘พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์’ ที่เขาหวงแหนที่สุดตลอดเวลาที่ผ่านมา กฤษฏ์ไม่เคยอนุญาตให้ผู้หญิงคนไหน ไม่ว่าจะเป็นนางเอกคู่จิ้น หรือไฮโซสาวคนไหนก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตนี้ เพราะคนเพียงคนเดียวที่เขาปรารถนาจะให้เป็น ‘เจ้าของ’ และก้าวเข้ามาในฐานะราชินีของที่นี่ คือ เฌอริลิณญ์... ผู้หญิงที่เขารักจนหมดหัวใจทว่าความจริงที่แสนโหดร้ายคือ ลินไม่เคยแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เลยสักครั้งเดียวชายหนุ่มผลักประตูบานหนักเข้าไป ทิ้งตัวพิงบานประตูด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาตึงเครียดจนถึงขีดสุด เขายกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้า ถอดรองเท้าผ้าใบโยนทิ้งไว้ลวก ๆ ก่อนจะถือบทละครสีดำเดินลากเท้าเข้าไปในห้องนอนเพื่อหวังจะทิ้งตัวลงพักผ่อนให้ลืมโลกคลิก...ทันทีที่มือหนาผลักบานประตูห้องนอนให้เปิดออก แสงไฟสีวอร์มไวต์ในห้องกลับสว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ กฤษฏ์ชะงักกึก สัญชาตญาณระวังตัวทำงานเต็มที่เมื่อจมูกได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่หอมหวานเย้ายวนลอยปะทะหน้า มันไม่ใช
ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ข้อนิ้วมือขวาซึ่งบวมช้ำจนผิวหนังปริแตกและมีคราบเลือดแห้งกรัง ไม่ได้ทำให้กฤษฏ์รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับความขมขื่นที่กำลังกรีดลึกอยู่ในอกซ้ายท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องโดยสารรถเอสยูวีคันหรู ที่แล่นฝ่าความมืดมิดของยามค่ำคืน ภาพเหตุการณ์ในห้องอาหารยังคงฉายวนซ้ำไปมาคล้ายม้วนฟิล์มที่ถูกกรอเล่นไม่รู้จบคำตวาดของเจ้าสัวโกเมนผู้เป็นพ่อที่ตราหน้าว่าเขาเป็น ‘ขยะ’ และ ‘ลูกเนรคุณ’ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่ทำให้กฤษฏ์รู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่งกลับเป็นสายตาของก้องภพวินาทีที่หมัดของเขาซัดเปรี้ยงเข้าที่โหนกแก้มของพี่ชาย ก้องภพไม่ได้ตอบโต้ ไม่ได้สวนหมัดกลับ ทั้งที่ตัวโตพอ ๆ กัน และเคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาด้วยกันตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ก้องภพทำมีเพียงแค่การล้มลงไปกองกับพื้น และช้อนสายตาขึ้นมองเขา...สายตาที่ไม่ได้มีความโกรธแค้นเจือปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มันมีแต่ความร้าวราน ความเป็นห่วง และความผิดหวังอย่างลึกซึ้ง... สายตาของพี่ชายที่รักน้องชายอย่างแท้จริง“อย่ามาทำเป็นคนดีให้กูดูแย่ไปกว่านี้
กฤษฏ์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบดำมืดจดจ้องไปยังจาน สเต๊กเนื้อวัวชั้นดีตรงหน้าโดยไม่คิดจะแตะต้อง รังสีความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้แม่ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด แต่ก้องภพกลับทำตัวเป็นพ่อพระผู้เปี่ยมล้นด้วยความเมตตาก้องภพระบายยิ้มอ่อนโยน เอื้อมมือไปตักเครื่องเคียงใส่ลงในจานของน้องชายด้วยท่าทางห่วงใย“กินเยอะ ๆ นะเก่ง ตอนอยู่ข้างในนั้น... แกคงลำบากมามาก”ก้องภพพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่คำว่า ‘ข้างใน’ กลับกรีดลึกประจานสถานะคนขี้คุกของกฤษฏ์กลางโต๊ะอาหาร“ออกมาแล้วก็เริ่มต้นใหม่นะ พี่จะคอยสอนงานให้แกเอง ไม่ต้องห่วง เรื่องอดีตก็ให้มันผ่านไป ถือซะว่าพี่เป็นคนคอยประคองแกก็แล้วกัน”ฟางเส้นสุดท้ายในใจของอสูรกายขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้นเองคำว่า ‘เริ่มต้นใหม่’ และ ‘พี่จะคอยสอนงาน’ จากปากคนที่แย่งชิงความรัก และความภาคภูมิใจทุกอย่างไปจากเขา มันไม่ใช่คำปลอบโยน แต่มันคือยาพิษที่เคลือบด้วยน้ำตาลในสายตาของเขาก้องภพกำลังสวมบทบาทเทวดาผู้มาโปรด เพื่อเหยียบหัวเขาให้จมมิดลงไปในดิน ย้ำเตือนว่าเขาคือไอ้ขี้แพ้ที่ต้องพึ่งพาบารมีของพี่ชายที่แสน
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ชมพูฉีดทิ้งเอาไว้ยังคงลอยวนเจือจางอยู่ในอากาศของเพนต์เฮาส์หรู แม้ว่ากฤษฏ์จะเพิ่งตะเพิดร่างบางนั้นออกไปพร้อมกับปิดประตูกระแทกใส่หน้าอย่างไม่ไยดีไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ร่องรอยของเธอยังคงรบกวนโสตประสาทของเขาอย่างร้ายกาจกฤษฏ์ยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่กลางห้องโถงที่สว่างจ้า แสงไฟดาวน์ไลต์ทุกดวงถูกเปิดขึ้นเพื่อตอกย้ำความโดดเดี่ยวของเขาความโกรธเกรี้ยวที่เพิ่งปะทุใส่หญิงสาวผู้เปรียบเสมือน ‘โดมิโนตัวแรก’ แห่งหายนะในชีวิตเขายังไม่ทันมอดดับลง อาการสั่นเทาจากแรงโทสะยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วมือเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้ม กุมขมับที่เต้นตุบ ๆ ด้วยความปวดร้าว ภาพของชมพูที่กรีดร้องและขัดขืนน้องชายฝาแฝดอย่างฟ้าย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว‘พี่จะต้องซมซานกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ชมพูอยู่ข้าง ๆ พี่!’เสียงของเธอแหลมปรี๊ดบาดหูราวกับคำสาปแช่งที่เขาไม่มีวันสลัดหลุดครืด... ครืด...เสียงสั่นเตือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกเรียกสติของเขาให้กลับมา กฤษฏ์เหลือบตามองหน้าจอที่แตกร้าวเป็นรอยบากยาว ปรากฏชื่อ ‘คุณท่าน’ สว่า







