แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: Happy Better
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-14 18:38:52

บริษัท พฤกษา กรุ๊ป

08:00 น.

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ที่ปักหมุดครอบคลุมตั้งแต่บ้าน คอนโด ไปจนถึงโรงแรมและรีสอร์ท กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์  เมื่อถึงเวลาที่ พฤกษา กรุ๊ป ต้องเปลี่ยนมือสู่ผู้บริหารคนใหม่

“นายพงศ์พัฒน์ พฤกษาอนันต์ ได้ลงนามโอนหุ้นทั้งหมดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ให้แก่นายพระเพลิง พฤกษาอนันต์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทจะตกเป็นของนายพระเพลิง พฤกษาอนันต์ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

เสียงประกาศของทนายประจำตระกูลและบริษัทดังชัดถ้อยชัดคำ ท่ามกลางบรรดาผู้ถือหุ้นและผู้บริหารที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ เมื่อสิ้นเสียงนั้น นายพงศ์พัฒน์ได้ส่งมอบเอกสารสัญญาให้แก่ลูกชาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการส่งต่ออาณาจักรธุรกิจของตระกูล

ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางแฟลชจากกล้องนักข่าวที่สาดส่องไม่ขาดสาย บันทึกช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งสำคัญของ พฤกษา กรุ๊ป

15:00 น.

ณ.กองละคร

ทีมงานกองถ่ายกำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมอุปกรณ์เซฟตี้ เนื่องจากฉากช่วงบ่ายเป็นฉากตกน้ำของพระเอก นางเอก และนางร้าย ซึ่งต้องถ่ายทำในสถานที่จริง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจว่าทุกคนปลอดภัยที่สุด

“ไอริน...ฉากนี้เราจะตกน้ำเพราะตบพระเอกพลาด พี่ขอแบบ...วงสวิงแขนสวยๆเลยนะ”

“ได้ค่ะ!”

ไอรินตอบรับบรีฟจากคุณผู้กำกับ ก่อนที่เธอจะยื่นกระบอกน้ำส่วนตัวให้กับทีมงานสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมก้มศีรษะให้เล็กน้อย

“ซัน...พอไอร์กำลังจะตบเรากระชากเข้าตัวอย่างแรงเลยนะจะได้ตกน้ำพร้อมกันไปเลย”

“โอเคครับ”

ชายหนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็รับคำสั่งของผู้กำกับอย่างเรียบร้อย เขาหันไปส่งยิ้มตาเยิ้มให้กับไอริน ก่อนจะก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ช่างช่วยซับหน้าให้

เสียงของผู้กำกับกำลังบรีฟให้กับนักแสดงดาวรุ่งอย่างไอรินและคู่จิ้นอย่างซัน เธอซักซ้อมจังหวะกับพระเอกอยู่พักใหญ่ก่อนจะเริ่มการแสดงที่ผู้กำกับขอเทคเดียวผ่าน

ซัน สหภัทร พระเอกใหม่ที่เคยประกอบคู่กับไอรินมาแล้วถึงสามเรื่อง ด้วยกระแสของละครที่ทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันในเรื่องแรกทำให้ทั้งสองถูกแฟนคลับจำนวนมากลุ้นให้คบกันอยู่หลายครั้ง

“คัท! ผ่านครับ”

ทันทีที่สิ้นเสียงผู้กำกับ ทีมงานหลายคนรีบกรูกันเข้ามาที่ริมตลิ่ง บ้างคว้าผ้าเช็ดตัว บ้างยื่นแขนช่วยดึงนางเอกคนสวยขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล เสียงผู้ช่วยตะโกนสั่งงานแข่งกับเสียงเครื่องปั่นไฟที่ทำงานดังครืดคราด ขณะเดียวกันทีมเซฟตี้ก็ลงไปประคองในน้ำเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างปลอดภัย

เพราะนี่ไม่ใช่ฉากจำลองในสตูดิโอ หากแต่เป็นแม่น้ำจริงที่ทั้งกระแสน้ำแรงและพื้นดินลื่น ทำให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความยากลำบากกว่าที่ใครคาดคิด

“โอเคไหมไอร์”

“สบายมาก พี่คิม”

คิมมี่เบียดฝ่าทีมงานเข้ามาหาไอรินทันทีที่เห็นเธอสั่นไปทั้งตัว ก่อนจะยื่นถุงน้ำร้อนสอดเข้าไปใต้ผ้าเช็ดตัวที่คลุมร่างไว้ ให้ความอุ่นซึมซาบเข้าไปแทนที่ความหนาวเหน็บ

ตั้งแต่บ่ายจนถึงตอนนี้ ไอรินต้องกระโดดลงน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งว่าย ทั้งแช่ บางครั้งถึงขั้นต้องดำน้ำอยู่นานกว่านักแสดงคนอื่นหลายฉาก ความเหนื่อยล้าและความหนาวเย็นจึงเกาะกินร่างกายเธออย่างเห็นได้ชัด

“เหลืออีกสี่ฉากไหวแน่นะ”

น้ำเสียงและแววตาของคิมมี่ผู้จัดการคนงาม เอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวว่าสาวน้อยจะเป็นไข้เสียก่อน แม้เธอจะบอกว่าสบายมากก็เถอะ

“ไหวๆ...ถ่ายฉากน้ำหมด ฉากอื่นๆก็สบายๆแล้ว”

“โอเค.....เอ่อพี่ต้องไปเอาชุดของเย็นนี้  ไอร์อยู่ได้นะ”

เธอจ้องมองใบหน้าสวยไร้เครื่องสำอางของสาวน้อย ก้านนิ้วยาวเกลี่ยปอยผมเปียกของไอริน ก่อนลูบศีรษะเบาๆ

“ได้ๆเหลือแค่สี่ฉากเอง...พี่ไม่ต้องเฝ้าไอร์หรอก”

“งั้นเดี๋ยวพี่รีบกลับมารับ”

ไอรินพยักหน้าตอบรับผู้จัดการ ก่อนที่เธอจะเดินแยกกับเขาไปห้องแต่งตัว เพื่อเปลี่ยนชุด รอตกน้ำในซีนถัดไป ส่วนคิมมี่ก็รีบขับรถออกจากกองถ่าย เพราะต้องรีบไปเอาชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงปิดกล้องของละครอีกเรื่องในคืนนี้

ทั้งที่ในใจของไอรินนั้น ‘ไม่อยากไปเลยงู้ย’

17:00 น.

ร้านกาแฟ

“ลาเต้ของคุณเพลิงและคุณคิมมี่ได้แล้วครับ”

เสียงพนักงานร้านกาแฟดังขึ้นจากหน้าเคาน์เตอร์ เรียกชื่อสองลูกค้าที่นั่งรออยู่ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของร้าน กลิ่นหอมของกาแฟสดลอยคลุ้งไปทั่ว ขณะที่แก้วกระดาษสองใบถูกยกมาวางบนถาดรอการรับไป

“ขอบคุณค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

สองเสียงเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับเป็นจังหวะประสานที่ลงตัว ก่อนที่มือของทั้งคู่จะเอื้อมออกไปหยิบแก้วกาแฟตรงหน้า  นิ้วแทบจะเฉียดกันเล็กน้อย ท่ามกลางไออุ่นที่ลอยขึ้นจากแก้วลาเต้

เสียงคุ้นเคยทำให้พระเพลิงหันมองหน้าของชายคนข้างๆทันที เขาคือคิมมี่ผู้จัดการของคนตัวเล็กที่เจอกันเมื่อเช้า เขาเพียงยิ้มให้น้อยๆพลางกวาดสายตามองไปรอบๆร้านหาเธอ

“เจอกันอีกแล้วนะพ่อรูปหล่อ.....ยัยไอร์อยู่กองละครค่ะ”

“อ่อครับ”

เขาเรียกสติของตัวเองกลับมา ตอบรับคำตอบของคนข้างๆ คิมมี่คงเห็นว่าพระเพลิงเอาแต่มองไปรอบๆ เลยคิดว่าน่าจะหาคนสวยแน่ๆ และสีหน้าของชายหนุ่มก็บอกแบบนั้น

“เมื่อเช้าคิมมี่ยังไม่ได้รู้จักชื่อคุณเลย”

เมื่อทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านกาแฟ เสียงของคิมมี่ก็ดังขึ้น พร้อมกับแววตาอ้อนวอนราวกับลุ้นว่า ชายหนุ่มสุดหล่อจะยอมบอกชื่อของเขาหรือไม่

“ผมเพลิงครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยขื่อของตัวเองด้วยเสียงหนักแน่น เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่นอกร้าน ก่อนจะล้วงกระเป๋าตังค์ของตัวเองออกมา หยิบนามบัตรใหม่เอื้อมที่พึ่งทำมาให้กับคิมมี่

“พระเพลิง พฤกษาอนันต์ ประธานกรรมการ บริษัท พฤกษา กรุ๊ป”

“ผมพึ่งได้รับตำแหน่งเมื่อเช้าเลยนะครับเนี่ย”

น้ำเสียงอ่อนน้อมดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ก็ต้องรีบหลบตา เมื่อเห็นแววตาของคิมมี่ที่มองใบหน้าหล่ออย่างหยาดเยิ้มจนเขาแทบขนลุกไปทั่วถึงขนาดหายใจไม่ทั่วท้องเลย

“ยินดีด้วยนะคะท่านประธาน ถ้ามีโครงการใหม่แล้วต้องการพรีเซ็นเตอร์ จ้างยัยไอร์ได้นะคะ เดี๋ยวคิมมี่ลดให้พิเศษ

‘นั่นแหละครับที่ผมต้องการ เหมือนคุณคิมจะอ่านใจผมออกนะเนี่ย’

“ตายจริง! คุยเพลินเลย...เดี๋ยวคิมของตัวไปรับยัยไอร์ก่อนนะคะ ไปช้าเดี๋ยวโดนบ่น”

“แล้วเจอกันนะครับ”

ทั้งสองคนเดินแยกจากกันไปคนละทิศทาง อันที่จริงพระเพลิงก็อยากจะขอตามคิมมี่ไปหาคนตัวเล็กด้วย ถ้าเกิดว่าเขาไม่ติดที่จะต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงของบริษัทคืนนี้

งานเลี้ยงอำลาผู้บริหารคนเก่าและยินดีต้อนรับผู้บริหารคนใหม่...

เวลา 22:00 น.

ณ.คลับ Elysium

คลับหรูที่เหล่าคนดังเกือบทุกวงการเข้ามาใช้บริการ คืนนี้เป็นคืนวันศุกร์ทำให้มีแขกที่ใช้ห้องVIPเป็นจำนวนมาก พนักงานในร้านต่างพากันวุ่นวายเพื่อให้บริการทั้งลูกค้าสายจร ประจำและกลุ่ม VIP

ห้องVIPสำหรับกองละครอาถรรพ์รัก

เหล่านักแสดงและทีมงานต่างมาเลี้ยงฉลองและดูละครตอนแรกของพวกเขา แค่เรตติ้งตอนแรกละครของพวกเขาก็นำเรื่องอื่นที่ฉายวันเดียวกันไปสูงมาก ผู้จัดและผู้กำกับต่างดีใจชวนชนแก้วกับเหล่านักแสดงกันยกใหญ่จนเวลาล่วงเลยมาจนละครจบ

“กระแสคู่ระหว่างไอรินกับซันยังไม่ตกเลยนะ เอาแต่ปังๆ”

“ใช่ๆ...ชนหน่อยพวกเรา แค่ตอนแรกก็กวาดเรตติ้งเพียบ”

เฮ ! กริ้ง!

จบเสียงของผู้กำกับและผู้จัดเหล่าแก้วนับสิบและเสียงเฮก็ดังสอดประสานกันดังทั่วห้องVIP ทุกคนต่างเต็มที่ให้กับงานเลี้ยงฉลองหลังจากที่เหนื่อยกันมาหลายเดือน

“ไอร์ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“ไหวไหม? เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน”

คิมมี่คว้าข้อมือของเธอพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เพราะสีหน้าซีดเซียวที่สะท้อนแสงสลัวของห้อง VIP ยิ่งเห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังจะป่วยหนัก

“ ไม่เป็นไร พี่รออยู่นี้แหละ”

เธอเอี่ยวตัวไปด้านหลังพี่คิมมี่ กระซิบเบาๆให้พี่คิมรู้แค่คนเดียว ก่อนจะเดินแอบออกจากห้อง เธอโกหกผู้จัดการส่วนตัวเพราะรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย ไม่อยากให้แกเป็นห่วง

ห้องVIPสำหรับบริษัท พฤกษา กรุ๊ป

“ผมต้องขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ที่ไว้ใจให้ผมได้เข้ามาบริหาร ผมสัญญาว่าจะทำให้บริษัทของเรายิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก”

“พวกเรามั่นใจในตัวท่านประธานอยู่แล้วครับ”

เสียงของธันวากล่าวอวยเจ้านายตัวเองอย่างออกหน้าออกตา เหล่าผู้ถือหุ้นและผู้บริหารคนอื่นๆตามพากันส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ

“พ่อกลับไปก่อนเลยครับ.....ผมขออยู่คุยกับคนอื่นๆอีกแป๊บ”

“เจอกันที่บ้านลูก”

ชายภูมิฐานตบบ่าลูกชายเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มแต่แสนจะปลื้มใจ ในที่สุดเขาก็ได้พักผ่อนเสียที ส่งต่อบริษัทที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูกชายเพียงคนเดียว

“ไปกันเถอะครับ พ่อเลี้ยง”

หลังจากพูดคุยกันไม่นานทุกคนก็ต่างพากันกลับ ธันวาไปส่งพงศ์พัฒน์พ่อของพระเพลิงขึ้นเครื่องกลับเชียงใหม่ไปก่อน เนื่องจากเขายังต้องอยู่เป็นเพื่อนเจ้านายส่งท่านผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ

“กลับเลยไหมครับท่านประธาน”

“กลับก่อนเลยครับ ผมขอแวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย”

“งั้นไว้เจอกันครับท่านประธาน”

“เดินทางกลับอย่างปลอดภัยครับ”

ท่านประธานหนุ่มไฟแรงเดินไปส่งเหล่าผู้ถือหุ้นและผู้บริหารคนอื่นๆที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับเข้ามาในร้านอีกครั้งเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ เขาเดินเบียดเสียดกับเหล่านักท่องราตรีจำนวนมากที่มาใช้บริการคลับVIP จนมาถึงห้องน้ำ

พระเพลิงที่เอาแต่ก้มดูโทรศัพท์เลยได้มองทางข้างหน้าที่ค่อยข้างแคบและด้วยความที่คนมาใช้ห้องน้ำเป็นจำนวนมากทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินสวนตรงทางเดินทำให้ชนเข้ากับผู้หญิงอีกคนที่กำลังออกมาจากห้องน้ำอย่างแรง สองแขนโอบกอดคนตัวเล็กอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เธอล้ม

“ขอโทษค่ะ”

“ขอโทษครับ”

สองเสียงประสานกันอย่างลงตัวพร้อมกับสายตาของทั้งคู่ที่สบตากันพอดี เหมือนเวลาหยุดชะงักคนสวยกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสของสายตา ชายหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน

“ยัยเตี้ย!”

“เฮ้ย! ลุง”

ผมโคตรดีใจเลยที่ได้เจอยัยเตี้ยอีกแล้ว เสียงที่แหบพร่าของเธอดูเซ็กซี่มากและตัวก็นุ่มมากเลย ผมกระชับโอบกอดให้แน่นขึ้นพร้อมกับดันเธอให้ติดกับพนัง

“จะบังเอิญไปป่ะ”

“พรมลิขิตต่างหาก”

“ ......”

พูดเองก็เขินเอง ยังดีนะที่ตรงนี้ค่อนข้างจะสลัวๆไม่งั้นเธอคงเห็นว่าหน้าผมแดงแน่ๆเลย คืนนี้ยัยเตี้ยใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงขายาวและรองเท้าผ้าใบทำให้เธอน่ารักเข้าไปอีก

“ดื่มหนักไปรึเปล่า?”

“มั้ง”

ผมถามเพราะรู้สึกว่ายัยเตี้ยจะไม่ค่อยมีสติเท่าไร แขนยังคงโอบกอดเธออยู่ แต่ยัยเตี้ยก็ไม่ได้ดิ้นหนีผมนะ เหมือนเธอจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมาที่ผมด้วยซ้ำ

“ไม่ไหวใช่ไหม”

“ลุง! อยากกลับแล้วอ่ะ”

พระเพลิงก้มลงข้างใบหูของหญิงสาว แล้วกระซิบข้างหูเธอ ไอรินพูดเสียงอ่อยลงทำให้เขากระชับโอบกอดให้แน่นขึ้น ส่วนมือเล็กของเธอก็โอบกอดชายหนุ่มไว้เช่นกัน ใบหน้าหวานซุกไซร์เข้าหาอกแกร่งของเขา เธอหลับตาพริ้ม ในระหว่างที่เขาพยุงเธอ คิมมี่ผู้จัดการก็ออกมาตามหญิงสาวเหมือนกัน

“คุณเพลิง.....ยัยไอร์เป็นอะไรคะ?”

“น่าจะเมามากครับ ผมจะพากลับ”

เขามองใบหน้าสวยของคนในอ้อมกอดอีกครั้งพลางลูบแก้มใสอย่างอ้อนโยน ในแววตาคมนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย

“งั้นคุณพายัยไอร์ออกไปรอด้านนอกก่อนนะคะ คิมขอเข้าไปเอากระเป๋าก่อน”

“ได้ครับ”

ผมตอบรับคุณคิมก่อนจะกระชับคนตัวเล็กในอ้อมกอดของผมให้แน่นขึ้น ในใจอยากจะถามคุณคิมทำไมปล่อยให้ดื่มหนักขนาดนี้แต่เมื่อเห็นว่าคุณคิมกับยัยเตี้ยใส่เสื้อแบบเดียวกันก็พอใจเข้าใจว่ามาสังสรรค์กันภายในเพราะห้องที่พวกผมกินเลี้ยงอยู่ข้างห้องของกองถ่ายละคร เธอกับคุณคิมน่าจะมาจากมางานเลี้ยงของห้องนี้

พระเพลิงโอบกอดคนตัวเล็กเดินผ่านักท่องราตรีจำนวนมากจนออกมาด้านนอกของคลับได้ เขาดันเธอออกจากอกแกร่งของเขา มือหนาอีกข้างประคองใบหน้าหวานให้ขึ้นมาสบตา

“ทำไมต้องดื่มหนักขนาดนี้”

น้ำเสียงหนักแน่นแฝงไปด้วยความไม่พอใจ แขนทั้งสองข้างโอบรัดประคองเธอแน่นขึ้น

“สามแก้วเองนะ”

“เอารถมารึเปล่า”

“ขายทิ้งไปแล้ววว”

ผมเปลี่ยนเอามือทั้งสองข้างมาประคองใบหน้าของยัยเตี้ย ก่อนจะตบเบาๆให้เธอได้สติ เมื่อกี้ผมหูฟาดรึเปล่า แค่ชนนิดเดียวเธอถึงกับขายรถทิ้งเลยเหรอ

“ไม่ชอบใช้ของมีตำหนิ”

“บ้านรวยเหรอเราอะ ชนนิดเดียวขายทิ้งเลย”

เธอยิ้มอ่อนๆหลับตาพริ้ม ผมเลยอดแซวยัยเตี้ยไม่ได้ ผมเลื่อนแขนลงมาโอบเอวบางของเธอเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างผมดันเธอให้เข้ามาหาอกก่อนจะลูบผมเธอเบาๆ ตอนที่จับแก้มเธอรู้สึกได้เลยว่าตัวรุมๆเหมือนเธอจะเป็นไข้ ไม่นานคุณคิมก็เดินออกมา

“เหมือนไอร์จะเป็นไข้นะครับ ตัวรุมๆ”

เขาเอ่ยเสียงอ่อน พลางสัมผัสที่แก้มใสของคนในอ้อมแขนเบาๆ

“สงสัยวันนี้เล่นฉากตกน้ำเยอะไปค่ะ รีบกลับดีกว่าพรุ่งฉันกับไอร์ต้องบินไปเชียงใหม่แต่เช้า.....คุณเพลิงเอารถมาไหมคะ?”

“ไม่ครับ....ลูกน้องผมไปส่งพ่อที่สนามบิน”

เขาใช้ท่อนแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดพลางตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง พลันมองใบหน้าสวยของเธอ

“งั้นไปส่งยัยไอร์เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะคะ เดี๋ยวฉันไปส่งคุณที่บ้านเอง”

น้ำเสียงของคิมมี่เป็นห่วงอย่างมาก พลางยื่นมือมาสัมผัสแก้มใสของหญิงสาวในอ้อมกอดของชายหนุ่มเบาๆ

“ได้ครับ งั้นผมขออนุญาต”

เมื่อพูดจบก็ย่อตัวลงช้อนอุ้มยัยเตี้ยในท่าเจ้าสาวก่อนจะเดินตามคุณคิมไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ในโซน VIP คุณคิมให้ผมนั่งหลังประคองยัย   เตี้ยเพราะตอนนี้เธอไม่ได้สติแถมตัวเริ่มจะร้อนขึ้นด้วย คุณคิมเลยให้ผมใช้ผ้าห่มที่อยู่เบาะข้างๆ

ผมอุ้มยัยเตี้ยให้นั่งบนตักก่อนจะห่มผ้าให้เธอ เหมือนยัยเตี้ยจะเริ่มหนาวเพราะเธอเริ่มกอดผมแน่นขึ้นเลยๆ คุณคิมแอบมองเราสองคนผ่านกระจกมองหลังตลอดแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแถมยังแอบยิ้มด้วย ตอนนี้ผมสนใจคนในอ้อมกอดผมมากกว่าและก็รู้สึกเป็นห่วงมากๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 10

    ช่วงสายของอีกวันบริษัท พฤกษา กรุ๊ปพระเพลิงเลื่อนประชุมในช่วงเช้ามาเป็นประชุมในช่วงบ่ายแทนเพราะประชุมในวันนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม มีรูปนับสิบปรากฏขึ้นในไอแพดมีทั้งภาพข่าวและรูปแอบถ่าย“กระจายไปทั่วเลยครับ...แฟนคลับต่างพากันดีใจกับคู่นี้เป็นอย่างมาก”“นี่มัน!ปั่นกระแสด้วยตัวเองเลยเหรอว่ะ”ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจ เขากำลังไล่ดูรูปและข่าวต่างๆ ที่ธันวาเอามาให้ดูก๊อก ก๊อก!“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน”ในระหว่างที่พระเพลิงกำลังพิจารณารูปภาพต่างๆ ของไอรินกับซัน ก็ถูกเลขาหน้าห้องขัดจังหวะ เขาปิดไอแพดลงก่อนยื่นมันให้ธันวาที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านหน้า“เข้ามาครับ!”หลังจากสิ้นเสียงท่านประธานหนุ่ม รินเลขาคนสวยก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน เธอเดินไปอยู่หน้าโต๊ะของประธานหนุ่มส่งสายตาให้ธันวาออกไปข้างนอก แต่ก็ไร้ผล ธันวานั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่อย่างนั้น“คุณรินมีอะไรครับ.....เหลืออีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลาประชุม”“อ่อ! รินแค่จะเอาเอกสารการประชุมมา

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 9

    ช่วงสายของอีกวัน ความแรงของพระอาทิตย์ที่สาดแสงสว่างเข้ามาภายในห้อง ก็ไม่ได้มีผลเพราะภายในห้องที่ปิดมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังเล็ดลอดออกมา ไอรินซุกตัวเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย มือหนากระชับตัวหญิงสาวให้แน่นขึ้น ทั้งๆที่ทั้งสองยังคงหลับสนิทเพราะความง่วงครืด ครืด ! ความสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำให้คนตัวโตควานหาโทรศัพท์อยากรวดเร็ว เขารับสายทันทีเมื่อหยิบมันขึ้นมาได้ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าใครโทรมา(ไอร์....” เสียงเรียกดูสนิทกันมาก “ซันเอง....เดี๋ยวตอนเที่ยงเข้าไปรับที่คอนโดนะ)“......”พระเพลิงถึงกับขมวดคิ้ว เขาลืมตาขึ้นมาดูที่โทรศัพท์อีกครั้ง เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมและกระชับคนตัวเล็กที่กำลังหลับ เขาโน้มตัวลงกดจูบที่หน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา“ไอร์”“อืออ”พระเพลิงกระซิบเรียกหญิงสาวในอ้อมกอดเบาๆข้างใบหูของเธอ หญิงสาวเองก็ตอบรับอย่างแผ่วเบา“ไอริน!”

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 8

    ผ่านไปไม่นานบุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เหล่าทีมงานถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะพวกเขาโดนผู้กำกับบ่นแล้วบ่นอีกจนทุกคนหมดอารมณ์ในการทำงาน ไม่ต่างจากนักแสดงท่านอื่นๆที่รอเข้าฉากกับทั้งสองคนแต่ก็ต้องทำงานกันต่อให้เสร็จไหนๆก็เสียเวลาแล้ว“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ทำให้ต้องรอ พอดีผมท้องเสียครับเลยมาช้า”ซันรีบวิ่งเข้ามาในกองถ่ายยกมือไหว้ผู้กำกับและเหล่าทีมงานรวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆที่อยู่บริเวณโดยรอบแม้ว่าจะไร้การตอบรับจากนักแสดงท่านใหญ่แต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะสนใจ เขาเพียงแค่ทำไปอย่างนั้นเพราะตามมารยาท“น้องซันเป็นยังไงบ้าง”“ผมดีขึ้นแล้วครับพี่หวา”เสียงทุ้มอ่อนลงพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนคนผู้จัดการส่วนตัวราวกับรู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรง“ดีแล้ว....รีบไปเตรียมตัวเถอะคนอื่นเขารอนานแล้ว”“ครับ!พี่หวา”เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปหวาผู้จัดการรีบพาซันพระเอกของเขาไปที่ห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าซันจะมาแล้วแต่ทุกคนก็ยังวุ่นวายพยายามติดต่อหาน้ำหวานแต่เธอก็ยังไม่

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 7

    ณ.กองละครวันอาทิตย์ที่แสนจะหนักหน่วง เนื่องจากไอรินมีคิวถ่ายทั้งวันเช้านี้เลยต้องรีบมาเตรียมตัวก่อนในกลุ่มของนักแสดง หญิงสาวมาถึงก่อนเป็นคนแรกและวันนี้ ไอรินก็พ่วงพี่เลี้ยงมาด้วยถึงสามคน แม้ว่าเธอจะไม่อยากให้มาด้วยก็ตามโดยเฉพาะสองหนุ่ม“สวัสดีค่ะพี่ต่อ” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นไหว้อีกฝ่าย“ไอรินมาแต่เช้าเลย...สองหนุ่มด้านหลังใครเนี่ย..ไม่เคยเห็นหน้าเลย”เขารับไหว้เธออย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันไปหาพี่เพลิงกับพี่ธันที่เดินตามหลังมาพร้อมกับพี่คิม คำถามของเขาทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะความเอาแต่ใจของพี่เพลิงแท้ๆเลย“คนนี้พี่เลี้ยงอีกคนของยัยไอร์ค่ะ....ส่วนคนนี้กิ๊กคิมมี่เอง”“อ่อๆตามสบายนะครับ”พี่คิมชี้ที่พี่เพลิงบอกเป็นพี่เลี้ยงของฉัน แล้วแกก็เดินไปซบไหล่พี่ธันบอกเป็นกิ๊กของตัวเอง พี่ต่อถึงกับพูดไม่ออกเอาแต่พยักหน้างึกๆให้พี่คิมก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้ฉันเพราะแกใช้มุกนี้ซ้ำจนจำแทบจะไม่ได้แล้วมั้ง....เต็นท์

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 6

    หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยได้แต่โทรคุยเท่านั้น ตอนนี้ไอรินได้เรียนจบแล้ว เมื่อสอบตัวสุดท้ายเสร็จหญิงสาวก็ต้องไปถ่ายละครที่ต่างจังหวัดต่อเลย ส่วนพระเพลิงก็ต้องทำงานหนักที่บริษัท เพราะต้องการสร้างความคุ้นชินกับทุกคนให้มากที่สุดจะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ว่าตำแหน่งประธานจะได้มาจากพ่อของเขา แต่หุ้นส่วนทุกคนก็ใช่ว่าจะชื่นชอบทั้งหมดเช่นกัน ถึงพระเพลิงจะเคยทำงานกับบริษัทใหญ่ๆที่ต่างประเทศก็ตามแต่เพนท์เฮ้าส์พระเพลิง 05:00 น.ชายหนุ่มตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงีย เขาตื่นเวลานี้ประจำจนร่างกายเคยชินทั้งทีเมื่อคืนเขากลับถึงบ้านก็ตีสามแล้ว สิ่งแรกที่พระเพลิงทำก็คือหยิบโทรศัพท์ที่อยู่หัวเตียงโทรหาคนตัวเล็กของเขาทันที โดยไม่สนว่าตอนนี้มันพึ่งจะตีห้าเขารอสายอยู่นานจนในที่สุดไอรินก็รับสาย...(ไอร์.....ตื่นยัง)(อืออออออ)เสียงคนสวยงัวเงียสุดๆตอบรับทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในรีสอร์ท(ตื่นได้แล้ว.....เช้าแล้วนะ)(อืออออ กี่โมงแล้ว)

  • MY Destiny | รักของเพลิง   บทที่ 5

    เมื่อคืนผมกับคุณคิมได้ไปส่งไอรินที่ห้อง โชคดีที่คุณคิมมีเพื่อนเป็นหมอ ยัยเตี้ยเลยได้ฉีดยาลดไข้ทันที เมื่ออาการของเธอดีขึ้น คุณคิมเลยอาสามาส่งผมที่บ้าน โดยให้เพื่อนอยู่ช่วยดูแลไอรินไปก่อน ใจจริง! ผมอยากเฝ้าทั้งคืนด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าต้องเดินทางไกลบนเครื่องไฟล์ทบินกลับเชียงใหม่ วันนี้ผมกับไอ้ธันต้องกลับบ้านเกิดที่เชียงใหม่ไฟล์ทเช้าตามที่แม่จองไว้ให้ แล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ผมจะได้เจอไอรินเด็กอ้วนไม่ใช่สิยัยเตี้ยของผมต่างหาก ที่รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน ก็เพราะหลังจากตอนนั้น ที่ผมโทรหาแม่เพื่อขอค็อนแทค แต่แม่ไม่ยอมให้! ผมเลยเอาชื่อของไอรินไปเสิร์จเอาเองเลยแล้วมันก็ขึ้นหน้ายัยเตี้ยเต็มไปหมดตอนนั้นผมนี่แทบบ้าดีใจมากไม่คิดว่าจะเจอกันง่ายขนาดนี้ ตอนอยู่นิวยอร์ก ผมไม่เคยสนใจข่าวสารในเมืองไทยเลยเอาแต่ทำงานเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ก็มีโทรหาแม่เพื่อถามเกี่ยวกับไอรินอยู่บ้างแต่พ่อกับแม่ผมก็เอาแต่พูดว่าน้องสบายดี มีความสุขมากแกไม่ต้องเป็นห่วง“นาย...นายครับ!”“อะ....อะไร”ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อไอ้ธันสะกิดแขนเรียก สายตาหันไปมองตามมือของไอ้ธัน มันชี้ไปทางเข้าเครื่องก็พบไอรินกำลังเดินมากับคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status