MasukNew meeting and new relationship. – II
2/4
“พี่พาลิน” ฉันร้องเรียกเมื่อเห็นพี่สาวเดินเข้ามา “ลมอะไรหอบมาคะ”
“ลมคิดถึงน่ะสิ” ฉันส่ายหัวไปมาเบา ๆ ให้กับพี่สาวปากหวานคนนี้ ทั้งที่เราพึ่งเจอกันเมื่อวันก่อน “พ่อบอกให้พี่มาเตรียมตัวเราที่จะไปเจอว่าที่เจ้าบ่าวพรุ่งนี้”
“ณินไม่อยากแต่งงาน” ฉันเบะปาก
“เอาน่า ไปดูก่อนเผื่อหล่อก็ได้นะ” ฉันถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ “เดี๋ยวพี่กับพี่วินจะช่วยพูดอีกแรงแล้วกัน แต่ให้ผ่านพรุ่งนี้ไปก่อนนะ”
พี่สาวหยิกแก้มฉันเบา ๆ ก่อนจะมองด้วยสายตารักใคร่เหมือนอย่างเคย เราสองคนสนิทกันมากแม้จะห่างกันหลายปี แต่กับพี่วินก็สนิทมากเหมือนกัน
"ไม่เอาสิ" หมาน้อยของพี่อย่างอแงเลยน๊า พี่สาวส่งกำลังใจมากให้ "พี่รู้ว่าณินไม่อยากมีความรัก แต่ลองไปดูก่อน ไม่คลิกกันก็ไม่เสียหายอะไร ถือว่าไปเยี่ยมญาติสักคนก็แล้วกัน"
“ไม่ว่าจะคิดยังไงณินก็ไม่อยากแต่งงานอยู่ดี” ฉันพูดอย่างเศร้า ๆ “ณินไม่รู้จักเขาเลย แล้วณินเองก็ไม่คิดอยากแต่งงานด้วย พี่ก็รู้”
“พี่รู้... แต่เราจะอยู่เกาะแกะพี่ พี่วินไปจนแก่เลยไง?” พี่สาวเอียงคอถาม
“ใช่ ณินจะอยู่กันลูกอีกคนของพี่ ๆ ตลอดไป” ฉันซบหน้าลงกับไหล่พี่สาว
“แต่ถ้าณินได้แต่งงานพี่ก็จะสบายใจว่าณินจะมีคนดูแล ปู่กับย่าก็จะได้สบายใจด้วยที่ณินได้แต่งงาน” ฉันถอนหายใจอีกหน พี่ ๆ อยากให้มีใครสักคนคอยดูแลเพราะเป็นห่วง ในขณะที่ฉันนั้นรู้สึกว่าการอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะยากอะไรเลย ถึงจะเหงาบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นไร
“ณินดูแลตัวเองได้นะ” ฉันงอแง
“พอเลย ไม่พูดเรื่องเศร้าละ ไปทำสวยกัน” พี่สาวลากฉันออกมาแล้วขึ้นรถเธอ ตอนนี้พี่สาวรับผิดชอบงานในเครือบริษัทซึ่งเป็นธุรกิจการประกันภัย ทั้งสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงพวกประกันภัยอุบัติเหตุ กับประกันสุขภาพก็ด้วย
พ่อวางมือให้เธอทำเต็มตัว แต่ว่าบริษัทนำเข้ารถซึ่งเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของบ้านพ่อยังไม่ได้ส่งต่อให้ใคร พี่วินเองก็ประกาศชัดว่าไม่ทำแน่
พี่วินน่ะเขาเป็นคนฉลาดมาก เขาจบมหาลัยตั้งแต่อายุได้สิบแปดปี เริ่มธุรกิจสตาร์ทอัปเกี่ยวกับเกม และ E-sport ตอนอายุสิบเก้า ตอนนี้เขารวยมากเลยนะ และพี่ชายฉันจะสนับสนุนการเงินฉันเสมอเลยและเขาให้บัตรไม่จำกัดวงเงินฉันมาด้วยหนึ่งใบ เขาก็ไม่มีภรรยาและไม่เคยคิดจะมี
พ่อรู้ดีว่าพี่วินไม่อยากมีความรัก แต่ท่านก็ไม่เคยบังคับพี่ชายฉันเลย อาจจะเคยพูดถึงเรื่องการแต่งงานบ้าง แต่พอพี่ชายยืนกรานว่าไม่ พ่อก็ถอดใจ
“ณินว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยที่ณินต้องแต่งงาน” ฉันเริ่มบ่นระหว่างที่กำลังเดินเลือกชุดที่จะต้องใส่ไปธุระพรุ่งนี้ “ณินไม่เห็นว่าการแต่งงานมันจะดีตรงไหน”
“มันดีนะ” พี่สาวเริ่มแย้ง “เวลาที่ต้องรอสามีกลับบ้าน รอกินข้าวด้วยกัน มันดีจะตาย”
“แต่พี่กับพี่เอ็กซ์รักกัน” ฉันเถียงแม้ว่าตอนแรกเริ่มของคความสัมพันธ์ พี่สาวฉันไม่ได้มีท่าทีอยากจริงจังก็เถอะ แต่พอพี่พาลินเปิดใจก็กลายเป็นว่าดีมาก และฉันก็ดีใจที่เธอได้แต่งงานกับคนที่เป็นรักแท้ของเธอ พี่เอ็กซ์เองก็เข้ากันได้ดีกับครอบครัวเรา “ไม่ได้ถูกจับแต่งงานกันแบบณินนี่นา”
“พี่ว่าชุดนี้สวยนะ” แล้วพี่สาวก็เปลี่ยนเรื่องเมื่อเดินมาถึงชุดหนึ่งซึ่งเป็นเดรสผ้าทวิสชมพูอ่อนยาวประมาณเข่าของฉัน “น้องสาวพี่สวยใส่อะไรก็สวย”
“แต่ณินว่าชุดนี้สวยกว่านะ” ฉันหยิบเดรสยาวสีเหลืองลายดอกยาวถึงข้อเท้าขึ้นมา “สดใสดี”
“งั้นพี่ซื้อให้สองชุดเลยดีมั้ย” พี่สาวเสนอและฉันก็สนองให้อย่างไม่ต้องสงสัย “พรุ่งนี้พี่วินบอกว่าจะไปกับเรา กับพ่อด้วยนะ พี่ว่าก็คงดีเหมือนกันณินจะได้รู้สึกดีขึ้น หรือว่าจะให้พี่กับพี่เอ็กซ์ไปด้วยดี”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่พี่วินก็โอเคแล้ว” ฉันตอบไปและพี่สาวก็ลูบไหล่ฉัน ก่อนจะส่งชุดให้พนักงานไปคิดเงินพร้อมกับวางบัตรเครดิตลงกับถาดรอง
ชีวิตฉันถึงแม้จะไม่ได้โชคดีเรื่องความรักทั้งจากผู้ชายและจากคนเป็นพ่อ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ไม่ได้ขัดสนทางการเงิน เลยทำให้งานอดิเรกของฉันน่าจะเป็นการใช้เงินเพื่อคลายความเครียด ความทุกข์ ความเศร้า ความเหงาในใจนั่นล่ะ
พ่อฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าฉันจะใช้เงินไปกับอะไร มากหรือน้อยแค่ไหน ฉันได้รับบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินตั้งแต่อายุสิบสาม พอพี่ชายฉันเริ่มประสบความสำเร็จด้านธุรกิจฉันก็มีเพิ่มมาอีก ไหนจะเงินปันผลจากหุ้นในธุรกิจปีละหลายล้านบาท
ชีวิตฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ แต่ก็นะการอยู่เฉย ๆ ทำให้เริ่มฟุ้งซ่านและฉันก็ชอบที่จะทำให้ตัวเองยุ่งกับการเรียนการทำงานอยู่ตลอด เลยไม่ได้อยู่เฉย ๆ และในขณะเดียวกันเพื่อนฉันก็ทยอยแต่งงานมีครอบครัวไปทีละคน ๆ ทีละคน ทั้งเพื่อนสมัยมัธยม สมัยมหาลัยก็ด้วย
สายของวันถัดมาฉันกับพ่อและพี่ชายก็เดินทางมาที่สัตหีบ และมาที่บ้านของเพื่อนพ่อซึ่งรับรู้อีกทีว่าเป็นนายทหารเรือตำแหน่งใหญ่โตในจังหวัดนี้
ฉันจำได้ว่าคุณปู่กับคุณย่าเคยพูดถึงอยู่สองสามครั้ง ว่าเมื่อก่อนเป็นเพื่อนของพ่อที่โตมาในระแวกบ้านเดิมของปู่กับย่า
ไม่นานนักคนขับรถก็จอดรถลงที่บ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านสองชั้นขนาดประมาณสี่ห้องนอน และในรั้วเดียวกันก็มีบ้านชั้นเดียวอีกหนึ่งหลัง ตัวบ้านก็ค่อนข้างร่มรื่นและมีสวนดอกไม้สวนหย่อมที่ใหญ่พอสมควร และไม่นานนักก็มีชายหญิงวัยเท่ากันกับพ่อเดินออกมาต้อนรับ
“นี่ธาวินลูกชายคนโตของฉัน ส่วนนี่ญาณินลูกสาวคนเล็ก” พ่อแนะนำฉันให้รู้จักกับอาไตรรงค์และอาพิมาลาซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ
ฉันก็ตกใจมากเมื่อคุณอาคนนั้นเป็นผู้หญิงที่ฉันช่วยเอาไว้ที่วัดเมื่อหลายวันก่อน และฉันก็พึ่งไปเยี่ยมท่าเป็นหนที่สองที่โรงพยาบาลเมื่อวานซืนแล้วฉันก็เจอกับเต
“ตายจริง นี่หนูคนนั้นไงพี่ที่ช่วยฉันที่โรงพยาบาล” คุณอาพิมาลาบอกสามีเพื่อให้มองฉันชัด ๆ และฉันเองก้จำได้ดีเพราะว่าเคยเจอคุฯอาไตรรงค์แล้วหนหนึ่งเหมือนกัน
“พี่นนท์ ลูกสาวพี่น่ะน่ารักมากเลยนะ วันที่พิมเป็นลมหมดสติถ้าไม่ได้หนูคนนี้ประคองคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว” คุณอากอดแขนฉันแล้วลูบแขนฉันไปด้วย
“คุณอาหายดีแล้วใช่ไหมคะ” ฉันเริ่มถามบ้างและพอเห็นว่าเป็นคนที่เคยเจอกันสองหนแล้วฉันก็รู้สึกว่ามันผ่อนคลายลงกว่าตอนที่คิดเอาไว้มาก
“ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ” ท่านตอบฉันพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและจริงใจ “ไป ๆ เข้าบ้านกันก่อน”
“แล้วนี่ลูกชายแกไปไหนล่ะ” ฉันได้ยินเสียงพ่อถามคุณอาไตรรงค์ที่เดินตามหลังเราเข้ามา และคุณอาพิมก็กอดแขนฉันไม่ยอมปล่อย ราวกับว่าดีใจหนักหนาที่ได้เจอฉันและดีใจที่ฉันนั้นเป็นลูกสาวของพ่อ
“มีงานด่วนที่เรือต้องออกไปแต่เช้า แต่เห็นว่ากำลังกลับมา” คุณอาไตรตอบพ่อและเราก็ไปนั่งกันโซฟาและฉันก็ต้องนั่งข้างคุณอาพิมอย่างเสียไม่ได้ แล้วพี่ชายฉันเลยต้องนั่งโซฟาเดี่ยวอีกตัวที่อยู่ใกล้ฉันแทน “อย่างนี้แหละหนูญาณิน เป็นทหารเรือถ้ามีภารกิจด่วนก็ต้องไปทันที เลี่ยงไม่ค่อยได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบเสียงเบา ดูเหมือนภายในบ้านจะยังไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากมายนัก
คุณอาเล่าว่าพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน แต่ท่านซื้อที่บ้านหลังนี้ไว้สักพักแล้ว ด้านหลังเป็นสวนผักและสวนผลไม้เล็ก ๆ คุณอาอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ที่บ้านหลังนี้ และถึงแม้ว่าอาการป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมาเยือนท่านแต่ก็เห็นว่าท่านพยายามอย่างมากที่จะทำตัวแข็งแรงที่สุด
“หนูญาณินรู้มั้ยจ๊ะ ว่าหน้าตาเหมือนหนูเหมือนดาริณ คุณแม่หนูมากเลย” คุณอาพิมาลาพูดพร้อมกับเอียงหน้ามามองฉันก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบแก้มและน้ำตาคลอขึ้นมา
ฉันโตมาแบบไม่เคยเจอตัวจริงของแม่เลยแต่ใคร ๆ ก็พูดกันว่าฉันเหมือนแม่ฉันมาก และฉันก็เห็นรูปแม่นะ มันก็เหมือนจริง ๆ แหละ แต่แม่จะตัวเล็กกว่าฉัน ทั้งคุณปู่คุณย่า แล้วก็คุณตาคุณยายก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฉันเหมือนแม่มาก โดยเฉพาะรอยยิ้ม
“ตอนที่แม่หนูท้องหนูอยู่ เธอพูดกับอานะว่ามีลูกตั้งสามคนแล้วก็อยากจะให้ลูกเราใครสักคนแต่งงานกัน แล้วอาก็ดีใจนะที่เป็นหนู” คุณอายังคงพูดไปและน้ำตาคลอไปซึ่งฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย ภายในใจฉันไม่รู้สึกอะไรกับการแต่งงานเลยสักนิด “ถ้าหนูกับลูกชายอาได้แต่งงานกันอาก็คงจะไปเจอหน้าแม่หนูได้อย่างสบายใจสักที”
“อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ” ฉันจับมือท่าน “คุณอาจะต้องหายนะคะ”
“จริงพิม ไม่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้สักหน่อย” พ่อเสริมคำพูดของฉัน
“แล้วหนูคิดยังถึงยอมตกลงล่ะ หน้าตาก็สวยอาไม่คิดว่าจะโสดมาจนถึงตอนนี้เลยนะ” คุณอาไตรถามฉันแล้วก็ยิ้มให้
“คือหนู....” ฉันอยากบอกว่าฉันไม่อยากแต่งงาน ถ้าพูดออกไปตอนนี้เลยก็น่าจะดีแต่ว่าในตอนนั้นเองก็มีคนใหม่เดินเข้าประตูมา
ฉันก็ตกใจมากที่เห็นว่าคนนั้น ๆ คือเต เขายืนอยู่หน้าประตูและฉันเห็นว่าทุกคนหันไปมองเขาเป็นตาเดียว เขาเองก็มองมายังฉันด้วยสีหน้าที่แปลกใจเหมือนกัน
Fly like a butterfly– IV3/3Tey Techaphon Talk“นั่นอะไรน่ะ” ผมสะดุ้งเฮือกตอนที่ญาณินทัก จนกระทั่งต้องหยุดการขยับตัว “เมื่อกี้รูปอะไร เห็นนะ เปิดกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”“อะไร ไม่มีอะไรเลย” ผมพูดแล้วก็พยายามกดกากบาทรูปออกแต่ณินเลือกเก้าอี้มาหาแล้วคว้าเม้าท์ออกจากมือผมไปคลิกเองวันนี้ญาณินออกมาทำงานของนอกออฟฟิศ ผมเลยให้ณินแวะมารับผมที่สตูดิโอเพื่อที่จะพาไปเลือกสูทด้วยกันใกล้จะถึงแฟชั่นโชว์ของญาณินที่จะจัดขึ้นแล้ว เธออยากให้ผมไปออกงานกับเธอเป็นงานแรกทั้งเปิดตัวแบรนด์และเปิดตัวแฟนด้วยโฮ๊ะ ๆ ๆ แฟนผมน่ารักไหมล่ะ“เอามือออก” แม่นายส่งผมแล้วจ้องหน้า“มันไม่มีอะไร” ผมย้ำอีกแต่ญาณินเบ้ปากแล้วก็คลิกรูปที่ผมพึ่งกดปิดไปขึ้นมา พอเธอเปิดแล้วเลื่อนดูก็หันหน้ามามองผมพร้อมกับสายตาตั้งคำถาม“เป็นสต๊อกเกอร์เหรอเต” เธอว่าแล้วจ้องหน้าผมอีก เธอคงหมายถึงผมเป็นโรคจิต ถ้ำมอง แอบมองล่ะมั้ง ถึงมันจะเข้าข่ายไปหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าใช่ทั้งหมดนะ เพราะผมไม่ได้ตามเธอสักหน่อยนี่นา มันก็แค่เรื่องบังเอิญที่ผมตั้งใจก็เท่านั้นเอง“เปล่าสักหน่อย กาแฟตรงคาเฟ่หน้าออฟฟิศของเธอมันอร่อยดีเตเลยไปดื่มบ่อย ๆ แค่นั้นเอง” ผมพยายามพูด
Fly like a butterfly– IV2/3ช่วงเย็นฉันกับเตมาซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตเพื่อทำอาหาร วันที่ไปทานข้าวบนเรือฉันขอบคุณเตเรื่องที่เขาช่วยพาฉันไปหาหมอ แล้วฉันก็ได้รู้ว่าที่เตไม่ได้ไปเยี่ยมก็เพราะเขาต้องไปต่างประเทศแต่วันที่เตพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเขาก็นั่งรอกับพี่วินจนฉันเข้าห้องพักฟื้นถึงได้กลับตอนที่ฉันถามว่าอยากให้ฉันทำอะไรให้แทนคำขอบคุณที่เขาช่วยเตบอกว่าอยากทานข้าวกับฉันอีก ฉันก็ตกลงนะแต่เตก็พึ่งมาบอกวันนี้ว่าอยากให้ฉันทำอาหารให้เขาทาน“เต” ไปหยิบยางรัดผมในกระเป๋าให้หน่อยได้ไหม ฉันบอกเตตอนที่กำลังแกะห่อเส้นสปาเกตตีเพื่อจะต้มเส้นฉันปล่อยผมไว้แต่ถ้าทำอาหารแล้วปล่อยผมมันก็จะไม่ถูกสุขลักษณะ แล้วก็น่ารำคาญด้วย เขาเดินไปตามคำขอของฉันแล้วก็มาหยุดยืนข้างหลัง“ณินทำเองก็ได้” ฉันพูดเพราะเขารวบผมฉันขึ้นก่อนจะมัดรวบเป็นหางม้าให้“เคยทำให้ออกบ่อย” เตพูดแล้วก็ฉวยโอกาสกอดฉันจากทางด้านหลัง“นี่ อย่ามารุ่มร่าม” ฉันบ่นแล้วก็หันไปจะดุเขา หากแต่ว่าเตก็ไวกว่าดันฉันให้หันหน้ามาตรงกันก่อนจะขยับตัวจนฉันชิดกับโต๊ะวางของ“ทำไมจะรุ่มร่ามไม่ได้ในเมื่อณินคืนดีกับเตแล้วนี่” เขายิ้มกวน“ไม่ใช่สักหน่อย ยังไม่ได้บอกว่าให
Fly like a butterfly– IV1/3เตทำไมต้องเป็นคนแบบนี้นะ ถ้านิสัยไม่ดีไปเลยฉันก็คงไม่แอบมารู้สึกผิดทีหลังแบบนี้หรอก แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าหลังจากการหย่าร้างไปทุกอย่างก็คือจบก่อนหน้านี้ฉันก็มีความคิดอยากมูฟออนไปข้างหน้าเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอจังหวะที่ใช้ และยังไม่ได้เจอคนที่ถูกใจจนมาได้ยินคำพูดพวกนี้ของเต เขาดูไม่ได้เป็นคนจมปลักนะแต่ดูเหมือนอยากเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับฉันมากกว่า“ว้าย โอ๊ย” ฉันเซถลาตอนแมวของแม่เตกระโดดผ่านฉันเข้าไปยังหน้าต่าง ฉันไม่รู้ว่าข้าวเหนียว แมวของแม่เตมาอยู่ด้านหลังฉันเมื่อไหร่ แต่ว่ามันก็เป็นชั้นวางของที่แมวสามารถปีนได้ แล้วเดาว่าข้าวเหนียวแมวอ้วนคงปีนลงมาจากตรงนั้นแน่เลย“ใครน่ะ” แม่ของเตส่งเสียงมา แต่ฉันที่นั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกระเบื้องก็ลูบหัวตัวเองปอย ๆ เพราะเซไปชนไม้กวาดทางมะพร้าวจนมันฟาดหัวเข้า“หนูเองค่ะ ญาณิน” ฉันส่งเสียงแล้วก็เหมือนจะได้ยินเสียงคนวิ่งออกมา“ณิน” เป็นเตเอง เขารีบมาประคองฉันขึ้นแล้วก็ทำหน้างง ๆ ใส่ “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอก”“ไม่นานหรอก” ฉันว่าแล้วทำหน้าแหยง ๆ ใส่เตก็มองหน้าฉัน“หัวโนเลยเธอ” แหงสิไม้กวาดด้ามเกือบเท่าสองนิ้วมันล้มม
Fly like a butterfly– III4/4“เธอถูกชดใช้ไปแล้ว” หลังจากฉันได้รับการบำบัดสภาพจิตใจ ฉันก็คิดว่าการที่ได้แก้แค้นเตคือจุดปลดล็อกความแค้นของฉันไปแล้วฉันไม่รู้ว่าจะต้องยึดติดไปทำไมเพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับเอฟเฟคความเจ็บปวดมากที่สุดก็คือฉันเองอยู่ดีฉันพยายามปล่อยวางให้มากขึ้น พยายามเดินไปข้างหน้าให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้แล้ว“ไม่ว่าเตจะคิดหาทางไหนแก้ไขความผิดของตัวเอง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่เตต้องการที่สุด แล้วก็เป็นสิ่งเดียวที่เตอยากได้คือการได้อยู่กับเธอแค่นั้นจริง ๆ” เขายิ้มออกมาแล้วตาเขาก็เป็นประกายด้วยน้ำตาที่คลอ แต่มันก็ไม่ได้หยด “เห็นแก่ตัวเนอะ”“.....” ฉันไม่ได้ตอบเพราะพูดอะไรไม่ออก“ตั้งแต่วันที่เลือกจะทิ้งณินไปด้วยวิธีโหดร้ายในวันนั้น เตก็ลงโทษตัวเองโดยการไม่มูฟออนจากเธอ ไม่เคยมอง ไม่เคยคิดผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ” มันเหมือนการสารภาพรักไหมนะ “เธอจะไม่เชื่อก็ได้แต่เตไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา แล้วก็หลังจากหย่ากันปีกว่าเตก็ไม่เคยมองเหมือนกัน”“ญาณินมันมีดีอะไรนักหนานะ” ฉันพูดเพื่อให้สถานการณ์มันผ่อนคลายลงกว่าเดิม“ญาณินคนนั้นทั้งสวย ฉลาด เวลายิ้มโลกก็สดใส ทำอาหารอร่อย เย็
Fly like a butterfly– III3/4“เดี๋ยว นัดแล้ว มาแล้วก็ต้องอยู่ก่อนสิครับ” เขารั้งแขนฉันไว้ “แต่ต่อให้คุณไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้อยู่ดี เรือออกจากท่าแล้วล่ะ”เขาพยักหน้าไปยังกระจกหน้าต่างเรือ ซึ่งเห็นว่าเรือกำลังเริ่มขยับตัวแล้ว“งั้นฉันจะไปที่อื่น” ฉันรู้ว่าบนเรือนี้มีห้องอาหารหลายแบบ“นั่งด้วยกันนี่แหละ จะไปที่อื่นทำไม” เตยังจับแขนฉัน ฉันเลยสะบัดออก“ไม่ตลกแล้วนะเต ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วจะมานัดบอดอีกทำไม แล้วเล่นอะไรอยู่กับคุณสินกันแน่” ฉันรัวคำถามพร้อมความรู้สึกที่ไม่พอใจ ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมเตถึงเป็นเจ้าของห้างทองขนาดใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉันเคยได้ยินข่าวเศรษฐกิจพูดถึงห้างทองนี้อยู่ครั้งสองครั้งแล้วก็รู้จากคุณสินว่ากิจการห้างทองนี้ถูกเทกโอเวอร์ไปแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นศิธราภัทรฉันก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นญาติสายตระกูลหลักของแม่เตเทกโอเวอร์ไปซะอีก“นั่งลงก่อนได้ไหม เดี๋ยวเตอธิบายให้เธอฟัง” พูดจบเขาก็บอกพนักงานให้ออกไปก่อน แล้วก็ส่งสายตาขอร้องแกมขอร้องมาให้ฉัน ไหน ๆ เรือก็ออกแล้วฉันยอมนั่งลง แล้วจ้องหน้าเตแต่ก็ไม่ยอมให้เขาพูดก่อนหรอกนะ“สนุกมากเหรอที่มาเล่นอะไรแบบนี้ฉันน่ะ ถ้ามี
Fly like a butterfly– III2/4“คอยดูนะ ณินจะไปนัดบอดกับผู้ชายที่คุณพ่อนัดให้แล้วณินก็จะมีแฟน แต่งงานก่อนให้ดู” ฉันฟึดฟัดแล้วก็จ้วงเค้กอีกคำด้วยความหงุดหงิด“แต่งงานให้ใครดู” คำพูดพี่วินนี่ไม่เข้าหูเลย“บัดสีบัดเถลิง”“โอ๊ย เป็นไร” พี่ชายถามด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง ฉันหงุดหงิดหน้าบึ้งไปนิดหน่อยแล้วถอนหายใจใส่พี่ชาย “ไหน ใครทำอะไรน้องพี่”“ณินจะมีแฟน” ฉันบอกพี่วินแล้วเหมือนเขาจะจนปัญญากับการถามสาเหตุจากฉันก็เลยทำได้แค่มองนิ่ง ๆ “พี่วินว่าณินสวยไหม”“สวยมาก แต่เริ่มแปลกแล้ว” พี่ชายว่าติดตลกแต่ฉันจิ๊ปากใส่ “สวยมาก น้องสาวพี่สวยมาก”“แล้วพี่คิดว่าถ้าณินไปนัดบอดครั้งแรกแล้วผู้ชายจะขอณินเดทต่อป้ะ” ฉันใช้ศอกเท้ากับโต๊ะแล้วเกยคางกับมือให้พี่ชายมองหน้า “พูดแบบไม่หลงตัวเองนะณินว่าณินก็สวยมากนะ การศึกษาก็ไม่แย่กว่าใคร พ่อณินก็ทำบริษัทใหญ่โตไว้ให้ พี่ชายก็เป็นเจ้าของบริษัทเกมระดับโลก”“แหม....เราเข้าใจพูด” พอถูกชมพี่ชายก็ยิ้ม ๆ “แน่นอนน้องพี่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งฉลาด แถมมีพี่ชายหล่อด้วย ใครจะไม่อยากเดทกับน้องพี่ต่อล่ะ”“ใช่ซีรีส์” ฉันยิ้มแล้วก็ดูดน้ำลำไยสดอึกใหญ่ “ไม่เห็นต้องง้อผู้ชายคนไหนเลย แล้ว






![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
