เข้าสู่ระบบคลับXX
รถยนต์คันรถสีดำสนิทแล่นเข้าสู่คลับบาร์ในเครือความดูแลของตระกูลโชติญกุล มือหนาคว้าเสื้อสูทสีดำสนิทที่วางอยู่เบาะข้างๆขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆบริเวณลานจอดรถใต้ดินที่เอาไว้สำหรับวีไอพี ขาแกร่งทั้งสองเดินตรงไปยังจุดต้องสงสัยเมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่อยู่ด้านหน้าก่อนที่จะหยุดชงักกะทันหันเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้น
(อะไร) เสียงทุ้มตะคอกใส่ปลายสายอย่างหัวเสียเมื่อเขาโทรมาขัดจังหวะได้แบบพอดี
(นายครับ! คลับสาขารัชดาโดนตำรวจลงครับ)
(เคลียร์แขกวีไอพีออกไปหมดรึยัง)
(เรียบร้อยครับนาย.....แต่...) น้ำเสียงตอบรับอย่างหนักแน่นแต่ประโยคสุดท้ายกลับอ่อนลงเหมือนกับเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นจนเขาไม่กล้าเจ้านายจะเอ่ยบอกกับผู้เป็นนาย
(แต่อะไร!!! ก็รีบพูดออกมาสิวะ) อรัญตวาดใส่ปลายสายอย่างดังเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่อ่ำๆอึ้งๆไม่ยอมพูดสักที จนชายชุดดำแอบสะดุ้งโหยงตกใจน้ำเสียงของเจ้านาย
(ตำรวจเจอสารเสพติดครับนาย......ตอนนี้กำลังไล่ตรวจทุกคนไม่เว้นแต่ผู้จัดการครับ)
(ได้ไงว่ะ!!!! ดูสถานการณ์เอาไว้ให้ดี.....เดี๋ยวฉันรีบไป)
(ครับนาย!!)
สิ้นเสียงของลูกน้องอรัญก็กดวางสายทันทีพลางยัดมันใส่เข้าไปด้านในเสื้อสูทตัวนอก ชายหนุ่มไม่ได้เดินกลับไปที่รถแต่เขากลับรีบเดินเข้าลิฟต์ตรงขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่บนชั้นสามของคลับ
ติ้ง!
ประตูลิฟต์สีดำสนิทถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ดวงตาคมมองชายชุดดำสองคนที่ยืนคุมอยู่ด้านหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉยก้าวเดินไปตามทางลาดยาวที่มีแค่เพียงแสงไฟสลัว อรัญเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของตัวเองกำลังจะเปิดประตูเข้าไปด้านในแต่ก็ถูกเสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นเสียก่อน
"เอ่อ! นายครับ...."
"รู้แล้ว! เดี๋ยวแกไปรับอลิสแทนฉันด้วย"
เขาเอ่ยออกคำสั่งพลางยื่นมือไปรับแฟ้มเอกสารจากชายชุดดำที่ยืนอยู่ด้านข้างก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องทำงาน
เมื่อขาแกร่งก้าวเข้ามาด้านในห้องทำงานที่เคยมืดมิดก็สว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ กุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ BMW R 1250 RT ขึ้นมาพร้อมกับปืนสั้นสีดำก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้องสาว
(ลิส! เดี๋ยวพี่ให้ตินไปรับนะ)
(อือ! พี่รัญทำงานเถอะ...เดี๋ยวลิสโทรหาตินเอง)
(โอเค! ถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกพี่ด้วย.....รักเรานะ)
(รักพี่รัญเหมือนกัน.....ดูแลตัวเองด้วยนะพี่ชาย)
สองพี่น้องบอกรักกันอย่างเช่นทุกครั้ง ใจจริงเขาแทบจะไม่อยากห่างน้องสาวเลยเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุเหมือนครั้งที่แล้วที่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทางธุรกิจมืดของที่บ้านทำให้อรัญเองแข็งแกร่งมากขึ้นและการที่คลับสาขารัชดาถูกตำรวจลงก็คงไม่พ้นเป็นฝีมือของคู่แข็ง
โรงพยาบาลพิริยะ
ณ.ห้องพักแพทย์
ห้องสี่เหลี่ยมสีขาวขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ห้องนอนรวมที่กว้างขวางมีห้องแต่งตัวและห้องน้ำเชื่อมติดกันส่วนห้องนั่งเล่นของแพทย์ถูกตกแต่งอย่างสวยงามมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ประตูห้องพักถูกเปิดออกอย่างเงียบมากที่สุดเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนการพักผ่อนของว่าที่แพทย์คนอื่นๆ
"ลิสกับกานจะเรียนทางชันสูตรจริงเหรอ" เสียงน่ารักสดใสเอ่ยถามขึ้นพลางโน้มตัวลงวางแก้วน้ำทั้งสองลงบนโต๊ะกระจกด้านหน้าก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับสองสาว
"อือ! ลิสก็เลยอยากให้ดาร์ช่วยพูดกับพี่รัญพี่โยหน่อย ถ้าพี่เขาขอความคิดน" คนถูกขอนิ่งไปพักใหญ่คิดทบทวนในสิ่งที่อลิสเอ่ยขอถึงแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าทั้งสองแค่ปีเดียวแต่ด้วยความที่ดาร์รินเป็นเด็กทุนของโรงพยาบาลมาตั้งแต่เด็กทำให้เรียนจบเร็วกว่าเพื่อนรุ่นราวคาวเดียวกัน
"นะดาร์....."
"แล้วสองคนไม่กลัวรึไง......ถ้าศพมาแบบเละๆหรือไม่ก็ตามกลับบ้านไปด้วย"
ดาร์รินพยายามหาข้ออ้างพูดกล่อมให้สองสาวเปลี่ยนใจแต่แล้วเธอก็ต้องถอนหายใจออกมาเอือกใหญ่อย่างยอมแพ้เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังและหนักแน่นจากดวงตาคู่สวยของทั้งคู่เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่ายังไงอลิสและกานดาก็อยากจะเป็นแพทย์เฉพาะทางนี้
"โอเค! ถ้ารัญกับโยมาถามความเห็น....เดี๋ยวดาร์จะช่วย"
"ขอบคุณนะดาร์ งั้นพวกเราไม่กวนเวลาพักผ่อนของดาร์ดีกว่า.....กลับก่อนนะ"
"อือ! กลับบ้านกันดีๆนะ.....แล้วลิสก็อยากลืมกินยาด้วย"
โบกมือไปมาลาสองสาวพลางเอ่ยบอกกับอลิสด้วยความห่วงใย อีกฝ่ายส่งยิ้มเป็นการตกลงพร้อมกับค่อยๆเปิดประตูห้องพักออกไปอย่างเงียบมากที่สุดโดยบทสนทนาของทั้งสามสาวก็มีวิญญาณหนุ่มอยู่ฟังด้วยและไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้เห็น
"กลับเลยไหม...เดี๋ยวกานไปส่ง"
"ไม่เอา! เดี๋ยวก็ขับรถวนไปมา....นี่เดี๋ยวอีกแป๊บตินก็มาแล้ว"
สองสาวก้าวออกมาจากลิฟต์เดินออกมายังหน้าโรงพยาบาล บรรยากาศตรงหน้าเงียบสงัดแม้ว่าจะอยู่ในเมืองก็ตามแต่นี่เวลามันก็ปาไปเกือบจะห้าทุ่ม ขาเรียวกำลังจะเดินไปยังลานจอดรถแต่ก็ต้องชงักเมื่ออลิสจู่ๆก็หยุดเดินซะงั้น
"มีอะไรรึเปล่าลิส"
"กานกลับก่อนเลย...เดี๋ยวลิสขึ้นไปเอายาชุดใหม่กับพี่โยก่อน"
"อะเค! งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ" โบกมือลากันไปมาก่อนจะที่กานดาเดินแยกตัวออกไปจากเพื่อน อลิสยืนมองจนรถคันหรูแล่นออกไปจากโรงพยาบาลจนลับสายตาไปแล้วเธอถึงเดินกลับเข้าไปด้านใน
'ลิส! โทรหาคุณรัญที ผมรู้สึกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น'
"คุณภูคิดว่าเรื่องอะไร.....ลิสก็รู้สึกใจคอไม่ดีเหมือนกัน"
เสียงใสเอ่ยถามออกไปอย่างแผ่วเบาเมื่อก้าวเข้ามาในลิฟต์ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ด้านในเพียงคนเดียวแต่ก็กลัวว่าจะมีใครมาได้ยินแล้วคิดว่าเธอเพี้ยน
'ไม่รู้!!!แต่ผมรู้สึกได้ว่า.....ต้องมีคนตายเยอะมากแน่ๆ'
หัวใจมันหวิวยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกไม่ดีเลย.....พี่รัญห้ามเป็นอะไรเด็ดขาดเลยนะ.......
(พี่รัญ!!!) น้ำเสียงตกใจและกะวนกะวายของอลิสดูเหมือนว่าปลายสายจะเชื่อทันที เขารีบถอดหมวกกันน็อคออกอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้คุยกับบอกกันได้อย่างสะดวก
(ลิสเกิดอะไรขึ้น.....เป็นอะไรรึเปล่า)
(พี่รัญ.....พี่โยเป็นอะไรก็ไม่รู้.....อยู่ๆก็วูบไปเลย)
(แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน) อรัญเริ่มกะวนกะวายไม่ต่างจากน้องสาว ตอนนี้งานไม่ได้สำคัญเท่ากับคนในครอบครัวอีกแล้ว
(อยู่โรงพยาบาลนี่แหละ.....ตอนนี้พี่โยอยู่ที่ห้องพัก.....พี่รัญรีบมาลิสรู้สึกไม่ดีเลย)
(ใจเย็นๆนะ...พี่กำลังไป.....แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นโทรทันทีนะ)
คนตัวเล็กตอบกลับเพียงสั้นๆก่อนที่พี่ชายจะกดวางสายไป อรัญต่อสายหาตำรวจที่รู้จักกันให้เข้ามาจัดการสถานการณ์ที่คลับแทนเขาทันที
'เรารีบไปหาคุณโยกันเถอะ'
"อือ!"
ความรู้สึกที่ไม่ค่อยเป็นมิตรแบบนี้.......มันคืออะไรกันนะ
อลิสหันขวับดวงตาคู่สวยหรี่ลงพยายามสอดส่องสายตามองหาเป้าหมายที่ทำให้เธอเสียสมาธิได้ขนาดนี้ ขาเรียวกำลังจะเดินก้าวเข้าไปแต่ก็ถูกภูรินทร์ห้ามเอาไว้เสียก่อน
'มีอะไรรึเปล่า'
"ลิสรู้สึกว่าเหมือนมีคนกำลังจ้องมองมาทางเรา"
'ไม่มีอะไรหรอกมั้ง....ไปเถอะ'
ไอ้พวกนี้! มันเป็นใครกันแน่.....ทำไมถึงต้องตามอลิสตลอดเวลาเลย เริ่มไม่ค่อยชอบใจแล้วนะ.....
ห้องพัก นายแพทย์วาโย เตชะกุล
เธอค่อยๆเปิดประตูห้องพักของคุณหมอหนุ่มอย่างเบาๆ ดวงตาคู่สวยที่ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกวาดมองไปรอบๆห้องก็พบแต่ความว่างเปล่าได้ยินเพียงแค่เสียงของเครื่องปรับอากาศที่ดังขึ้นเป็นระยะ
'พี่โยไปไหนเนี่ย.....แก้วน้ำยังเย็นอยู่แสดงว่าพึ่งออกไป'
คนสวยบ่นพึมพำก้าวเดินไปยังโซฟาสีดำตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่สุดริมหน้าต่างหย่อนตัวลงนั่งพลางล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาไถ่โซเชียลเล่นเพื่อฆ่าเวลา ดวงตาคู่สวยกวางมองไปรอบๆห้องอีกครั้งก่อนจะเห็นโทรศัพท์เครื่องหรูถูกชาร์จแบตเอาไว้ด้านหลังโต๊ะทำงาน
แกร๊ก!!
เสียงประตูของห้องพักถูกเปิดออกอย่างช้าๆ อลิสเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ส่งยิ้มหวานให้แก่ชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ก่อนจะยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงเดินเข้าไปหาคุณหมอวาโยที่กำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา
"พี่ก็นึกว่าเรากลับบ้านไปแล้ว"
"รอพี่รัญค่ะ"
"แต่รัญบอกพี่ว่าจะให้ตินมารับเรา...มีอะไรรึเปล่า" นัยน์ตาคมหรี่ลงจับพิรุธของหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าหลบสายตา
"ยังไง! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" เสียงทุ้มเข้มกดต่ำลง มือหนาทั้งสองกุมเข้าหากันพร้อมกับส่งสายตากดดัน อลิสนิ่งไปพักใหญ่กำลังหาข้ออ้างที่เหมาะสมแต่แล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
"คุณหนู....คุณหมอ!!! เกิดเรื่องแล้วครับ"
ตินภพชายหนุ่มวัยยี่สิบหก ใบหน้าหล่อคมคายผิวแทนอย่างไทยแท้พรวดพลาดเข้ามาด้านในห้องพักอย่างร้อนรนราวกับว่าใครกำลังจะตาย เสียงหอบดังถี่ๆดังขึ้นเป็นระยะเหมือนกับว่าเขาวิ่งขึ้นบันไดมา
"เกิดอะไรขึ้น!!"
"รถบรรทุกน้ำมันชนกันแล้วเกิดระเบิดตรงหน้าคลับของเราครับ"
"สาขาไหน!!? แล้วมีใครเป็นอะไรรึเปล่า"
คุณหมอวาโยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนไม่ต่างจากอลิสที่พยายามต่อสายหาพี่ชาย มือเรียวสั่นเทาไปหมดเมื่ออรัญไม่ยอมรับสายสักทีก่อนจะโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่นเมื่อได้ยินคำตอบของตินลูกน้อง
"ลิสกลัวว่าพี่รัญจะแวะเข้าไปที่คลับก่อน"
"ใจเย็นๆ พี่ว่ารัญต้องไม่เป็นอะไร"
เขาโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น มือลูบแผ่นหลังบางไปมาค่อยๆปลอบหญิงสาว ดวงตาคมจับจ้องมองที่โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลารอให้อีกฝ่ายโทรกลับตอนนี้วาโยเองก็รู้สึกไม่ต่างจากอลิส
'อลิส คุณรัญจะต้องปลอดภัย เชื่อผมนะ'
"ลิสก็ขอให้เป็นแบบนั่น"
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้
ณ.โรงพยาบาลพิริยะช่วงบ่ายของวัน ภายในห้องทำงานสีขาวกว้างขวางรายล้อมไปด้วยกระจกบานใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าม่านใหญ่สีขาวเพราะแสงแดดจากด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของห้องนี้หรูหราคุมโทนเข้ากันไปหมดก่อนที่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดังขึ้น“ฉันตรวจเช็คกับโรง
ณ.บ้านโชติญกุลแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องที่ถูกติดตั้งไปทั่วบริเวณรอบบ้านมันส่องสว่างจนสนามหญ้าและลานจอดรถบนเนื้อที่กว่าหลายไร่สว่างจ้าซะจนผู้บุกรุกไม่กล้าแม้แต่จะย่างกายเข้ามาแถมทางยาวของรั้วขนาดใหญ่ยังมีชายชุดดำที่ผลัดกันเดินตรวจตราตลอดกันทั้งคืนไม่แม้แต่บริเวณบ้านหลังใหญ่และเร
“พลังเหลือขนาดนั้นเลย”‘แน่นอน! ต้องขอบคุณลิสด้วยนะที่ทำบุญให้ผมทุกเช้า’วิญญาณหนุ่มละสายตาจากโน้ตบุ๊คพลางทิ้งตัวลงหนุนตักของหญิงสาวเมื่อเธอก้าวขึ้นเตียงมานั่งๆข้างกับเขา น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับยื่นตัวขโมยจูบที่แสนหวานจากเธอก่อนที่อลิสจะผลักตัวของจากภูรินทร์เมื่อเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นจากหัว
ความรักคืออะไร??ยากจังกับคำถามนี้ความรักสำหรับผม..... ต้องซื่อสัตย์ ไม่โกหก เอาใจใส่ แค่นี้มั้งแต่...........ผมไม่เคยได้รับมันเลยสักอย่าง ตอนนี้จะสามสิบแล้วคนรักดีๆสักคนมันหายากจังผมจะฝากหัวใจให้ใครดูแลดีนะ หวังว่าเธอคนนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของผมผมเชื่อเรื่องนี้นะ--- ภูรินทร์ เมธิกิต --- ******







