Masuk"ลิส! โยเป็นยังไงบ้าง"
เสียงทุ้มแตกตื่นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น อลิสผลักตัวออกจากอ้อมของคุณหมอหนุ่มทันทีโผล่เข้ากอดพี่ชายเอาไว้แน่นเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง
"พี่รัญ~"
คนตัวเล็กเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงดีใจปนสะอื้น แขนเรียวกระชับอ้อมกอดของคนตัวโตด้วยความเป็นห่วง อรัญถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคุณหมอวาโยไม่ได้เป็นอะไร มือหนากระชากท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่ายเข้ามาสวมกอดด้วยอีกคน
"นายไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ? "
"อะไร!? ฉันก็สบายดี.....แล้วงานที่สั่ง....แกไปจัดการรึยัง!"
เขาปลอบประโลมน้องสาวพลางหันไปตอบคำถามของลูกน้องแบบกวนๆ ตินระบายยิ้มออกมาอย่างรับสารภาพเมื่อเขาไม่ได้ไปทำงานที่สั่งก่อนจะมาที่นี่
"พี่รัญ! ทำไมไม่รับโทรศัพท์...รู้ไหมลิสกับพี่โยเป็นห่วงมากแค่ไหน"
"พี่ขอโทษ! ไฟเขียวตลอดทางพี่ก็เลยรีบเร่งมา...ก็เลยไม่รู้ว่าเราโทรเข้า"
ลูบผมนุ่มของน้องสาวพร้อมกับส่งสายตาอย่างสำนึกผิด ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่พลางดึงอลิสเข้ามากอดอีกครั้ง
"รัญไม่ได้แวะเข้าไปที่คลับใช่ไหม"
"ไม่อ่ะ! รัญตรงมาที่นี่เลย...ก็! ลิสบอกว่าโยวูบ"
"อ่อ! ดีขึ้นแล้วแหละ"
นัยน์ตาคมเหลือบมองหญิงสาวก่อนจะส่งสายตาคาดโทษเมื่อรู้เหตุผลของท่าทีแปลกๆก่อนหน้านี้ของอลิส อีกฝ่ายพึมพำขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะมุดใบหน้าสาวเข้าหาอกแกร่งของพี่ชาย
"เอ่อ! นายครับ"
"รู้แล้ว!"
เสียงทุ้มเข้มตอบกลับชายหนุ่มชุดดำที่พึ่งเดินเข้ามา ตินพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มเมื่อเห็นสัญญาณสายตาของอรัญ เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าต้องทำยังไงแม้ว่าคุณหมอวาโยจะออกปากห้ามก็ตาม
ณ.บ้านสุริยกิจ
ผัลวะ
"งานแค่นี้มึงก็ทำไม่สำเร็จเหรอวะ ก็อุตส่าห์ล่อมันออกมาให้มึงจัดการได้ง่ายๆ"
ชายชุดดำแทบล้มไปกองกับพื้น เมื่อโดนหมัดหนักของผู้เป็นนายกระทบเข้ากับใบหน้าอย่างแรง เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาจากมุมปากก่อนที่เขาจะโดนกระชากคอเสื้ออย่างแรงให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาปีศาจที่เต็มไปด้วยความโกรธ
"ผมขอโทษครับนาย.... จู่ๆมันก็กลับรถ....ผมก็เลยต้องเปลี่ยนแผน"
"แค่นี้ก็ไม่ได้เรื่อง!!!! มึงไปจัดการเก็บหลักฐานให้หมด....อย่าให้มันสาวมาถึงตัวกูได้....เข้าใจไหม!!"
"ครับ!!"
ชายชุดดำรีบรับคำสั่งของผู้เป็นนายทันที ก่อนที่เขาจะรีบออกไปจากห้องทำงานสุดหรูเพราะกลัวว่าแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะจะลอยตามออกมาจากด้วย
'ไอ้อรัญ!!! ถ้าลูกกูเป็นอะไรไป....กูไม่เอามึงกับน้องสาวไว้แน่!'
ภาสกรทิ้งตัวลงบนเก้าทำงานอย่างแรง นัยน์ตาคมจับจ้องรูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่มุมโต๊ะด้วยสายตาที่โกรธแค้น มือหนาทั้งสองกำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูนนูนขึ้นมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
"พ่อคะ! ยุ่งอยู่รึเปล่า"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงสดใสที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อาภากรชโงกหน้าเข้ามาในห้องทำงานดูอาการของผู้เป็นพ่อเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายกำลังจะยุ่งอยู่
"ไม่ยุ่งแล้ว! เข้ามาสิลูก"
ภาสกรปรับน้ำเสียงให้กลับมาปกติมากที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกสาวสุดที่รักจับสังเกตได้เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะเป็นห่วงกันไปใหญ่ หญิงสาวค่อยๆเดินเข้ามาด้านในเมื่อสิ้นเสียงของชายวัยกลางคน มือเรียวดึงเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานออกก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวนั่งลง
"พ่อคะ! คุณอาพันเสียแล้วนะคะ"
"เกิดอะไรขึ้น"
"คุณอากับเพื่อนไปสังสรรค์เลี้ยงฉลองที่คลับ...ตอนกำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน รถบรรทุกน้ำมัน...." อาภากรแจ้งข่าวสารที่สำคัญให้กับภาสกรได้รู้ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากึ่งสะอื้นเมื่อคนเป็นอาแท้ๆได้เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน
"ตอนนี้แม่กำลังไปดูศพที่โรงพยาบาลค่ะ เจ้าหน้าที่พึ่งโทรเข้ามาแจ้ง"
ชายวัยกลางคนถึงกับนิ่งไปเมื่อได้รับข่าวร้ายที่ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อนเลย พันแสงน้องชายแท้ๆต้องมาตายเซ่นวิญญาณเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่อยากจะกำจัดอรัญคู่แข่งคนสำคัญทางธุรกิจ
นัยน์ตาคมเหม่อลอยก่อนจะดึงสติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของลูกสาว เขายันกายลุกขึ้นเต็มความสูงคว้าโทรศัพท์เครื่องที่วางอยู่ข้างๆก่อนที่จะเดินตามอาภากรตรงไปยังโรงจอดรถของบ้าน
ณ.บ้านโชติญกุล
ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามตามสไตล์มินิมอล โทนสีขาวม่วงสีโปรดของอลิส เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งทั้งหมดถูกคัดสรรมาอย่างดี พื้นไม้หินอ่อนสีขาวเย็นเฉียบด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่
บนเตียงใหญ่ไซต์คิงปรากฎหญิงสาวเจ้าของห้องที่กำลังหลับใหลอยู่ในความฝัน ผ้าม่านสีม่วงอ่อนพาสเทลปลิวสไวเมื่อโดนลมเย็นของแอร์ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนทำให้แสงสว่างจากด้านนอกสอดส่องผ่านเข้ามาในห้องที่แสนจะมืดมิดได้
'อรุณสวัสดิ์ครับ'
เสียงทุ้มอ่อนโยนที่แสนจะคุ้นหูดังขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ทำไมครั้งนี้รู้สึกว่ามันใกล้มาก มากซะจนคิดว่าเจ้าของเสียงเหมือนกำลังกระซิบข้างใบหู มันเย็นๆยังไงบอกไม่ถูก สัมผัสที่อบอุ่นแบบนี้คืออะไรกันนะ
“คุณภู!!”
ความงัวเงียที่พึ่งลืมตาตื่น เมื่อครู่จู่ๆก็ตาสว่างขึ้นเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังนอนกอดกับชายหนุ่มที่คุ้นเคย ความรู้สึกและความสงสัยมากมายตีกันในหัวมั่วไปหมด อลิสพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนของภูรินทร์แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะกอดรัดเธอแน่นมากขึ้นไปอีก
“ทำไม!!! ลิสถึงกอดคุณได้”
'คงเป็นเพราะ....ลิส! ทำบุญให้ผมทุกเช้ามั้ง'
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้.....เป็นเรื่องจริงรึเปล่าแต่ฉันรู้สึกดีมากเลย นอกจากพี่รัญฉันก็ไม่เคยได้รับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นแบบนี้มาก่อนเลยตั้งแต่ป๊าม๊าเสียไป
“รู้สึกดีจัง”
'ตื่นได้แล้ว.... ลิสนอนกอดผมทั้งคืนไม่เบื่อรึไง'
“ไม่ค่ะ!! ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ”
เขาโอบกระชับเอวคนตัวโตเอาไว้แน่นพลางหลับตาลงอีกครั้ง ใบหน้าสวยประดับไปด้วยรอยยิ้มเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่จุมพิตลงบนหน้าผากนูนของเธอก่อนที่เสียงทุ้มอ่อนโยนจะดังขึ้นอีกครั้ง
'เดี๋ยวไม่ทันหลวงตานะ'
“ลืมไปเลย!! ลิสขอสิบนาที...คุณภูไปดักหลวงตาไว้ก่อนนะ”
หญิงสาวดีดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาทันทีก้าวลงเตียงอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำเดินตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่เชื่อมกับห้องน้ำความรีบร้อนและร้อนรนของอลิสทำเอาวิญญาณหนุ่มระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
'หน้าตาของท่านสดใสมากขึ้นนะ'
'จะไม่ให้สดใสได้ยังไง.....อยู่กับเนื้อคู่เลยนะท่าน ก็ต้องมีความสุขเป็นเรื่องธรรมดา'
เสียงทุ้มที่คุ้นหูเอ่ยแซวอย่างเปิดเผย ภูรินทร์ค่อยๆหันหน้ากลับมาหาเงาดำทั้งสองที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงริมหน้าตา ใบหน้าหล่อยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะเข้ามาหาทั้งคู่ที่ไม่ได้เจอกันมานานตั้งแต่แยกกันที่โรงพยาบาล
'หายไปไหนกันมา.....ไหนบอกว่าจะไปทำภารกิจแป๊บเดียว'
'ก็ไปหาข้อข้องใจของท่านไง'
'แล้วได้เรื่องไหมครับ'
นัยน์ตาคมจ้องมองเงาทั้งสองด้วยความคาดหวัง รอคอยคำตอบของทั้งคู่ว่าเมื่อไรคำตอบที่อยากรู้มานานจะไขข้อข้องใจได้สักทีแต่อีกฝ่ายกลับอมยิ้มอย่างมีความสุขดวงตาของทั้งสองเป็นประกายเหมือนว่าสิ่งที่กำลังจะพูดเป็นข่าวดีแน่นอน
'ท่านต้องอยู่กับเธอจนกว่า....'
'จนกว่า???'
'เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม.... เราทั้งสองจะมารับท่านเอง'
ห้องอาหารหรูหราที่อยู่ฝั่งปีกซ้ายของบ้าน ด้านในถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงามตามสไตล์ของอิตาลีดั่งเดิม บริเวณโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ปรากฎชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปีกำลังนั่งไถไอแพดอ่านข่าวสารอย่างตั้งใจ
มือหนาอีกข้างยกแก้วกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆวางมันลงที่เดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงสดใสร่าเริงของน้องสาวที่ดังขึ้นจากด้านหลัง
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่ชาย"
“กอดหน่อย”
อลิสสวมชุดนักศึกษาเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวมุมของโต๊ะโน้มตัวลงโอบกอดพี่ชาย ท่อนแขนแกร่งโอบรัดคนตัวเล็กเอาไว้แน่นไม่ต่างจากน้องสาวที่กอดคนตัวโตเอาไว้แน่นเช่นกัน
"แล้วพี่โยยังไม่ตื่นเหรอ"
"ตื่นตั้งแต่เช้ามืด.....แล้วไม่ปลุกพี่ด้วยนะ" อลิสพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆกับพี่ชายก่อนจะหันไปขอบคุณสาวใช้ที่เอาชุดทำบุญมาให้
"จะออกไปใส่บาตรเหรอ"
"ไปด้วยกันไหม....ไหนๆพี่ก็ตื่นเช้าแล้ว"
"ดีเหมือนกันนะ.....จะได้ทำบุญให้ป๊าม๊าด้วย"
อรัญวางพลางยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้มือหนาคว้าตะกร้าที่อยู่ตรงหน้าของน้องสาวขึ้นมาก่อนจะเดินนำคนตัวเล็กออกไปรอหลวงตาที่ทั้งบ้านนับถือ ทั้งสองใบหน้าสดใสเมื่อได้รับคำอวยพรดีๆตั้งแต่เช้าไม่ต่างจากดวงวิญญาณหนุ่มที่สองพี่น้องได้ทำบุญอุทิศให้
"พี่รัญ! เดี๋ยวลิสขับรถไปเองนะ"
"ก็ได้! แต่! ไม่ว่าจะไปไหน...เราต้องบอกพี่ทุกครั้ง เข้าใจไหม!! ...พี่รักเราและก็เป็นห่วงมาก"
"ลิสก็รักพี่รัญ.....เป็นห่วงมากเหมือนกัน"
สองพี่น้องโอบกอดกันแน่นก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปเปิดประตูรถให้กับเธอ อลิสส่งยิ้มให้พี่ชายอีกครั้งก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านและแน่นอนว่าอรัญสั่งให้ตินคอยจับตาดูน้องสาวเอาไว้
เพราะเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าจะมีใครจ้องจะเล่นงานพวกเขาอยู่รึเปล่าและเพื่อความแน่ใจ เขาต้องทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าน้องสาวถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้







![คลั่งรักนายมาเฟีย [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)