LOGIN"อลิส!!!"
หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆเมื่อได้ยินเสียงเรียกอันแผ่วเบา ดวงตากลมกะพริบถี่ๆก่อนจะกับพี่ชายที่กำลังลูบใบหน้าสวยเพื่อเรียกสติ
คนตัวเล็กฉีกยิ้มอย่างเคอะเขินเมื่อนึกถึงฝันเมื่อครู่พลางหลบสายตาของชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองจับผิดอาการแปลกๆของน้องสาวก่อนจะค่อยๆประคองหญิงสาวขึ้นนั่งอย่างช้าๆ
"ฝันหวานอยู่รึไง.....หยิกพี่ซะเจ็บไปหมดเลย" อรัญเอ่ยแซวพลางยื่นท่อนแขนแกร่งที่มีรอยแดงให้กับเธอได้ดู มือเรียวลูบแขนพี่ชายพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนเป็นการรู้สึกผิด
"หล่อไหม" เขาโน้มตัวลงจ้องใบหน้าสวยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลพร้อมกับยื่นแก้วน้ำให้
"หึ!!?"
"ผู้ชายในฝันหล่อไหม" เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยถามพลางดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ
"ไม่ตอบ!! แสดงว่าหล่อน้อยกว่าพี่"
ความมั่นหน้าของพี่ชายทำเอาคนตัวเล็กแทบสำลักน้ำรีบคืนแก้วน้ำให้กับเขาทันที อรัญฉีกยิ้มกว้างเอี้ยวตัวไปหยิบกระดาษทิชชู่ที่อยู่ด้านข้างมาเช็ดปากให้กับน้องสาว
"หลงตัวเองจริงๆเลย แต่จะว่าไป...พี่รัญของลิสก็หล่อที่สุ๊ด"
"อ่า!! สบายใจแล้ว" คนตัวเล็กชมพี่ชายพลางยื่นมือไปบีบแก้มหนาของเขา อรัญโอบกอดน้องสาวเอาไว้แน่นมือหนาลูบแผ่นหลังบางพร้อมกับโน้มตัวลงหอมศีรษะของเธอ
"หิวไหม.... เดี๋ยวพี่ไปเอาข้าวต้มมาให้" หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนที่ชายหนุ่มจะยันกายลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปในโซนของครัว
"เอ่อ! พี่รัญ.....คนที่บริจาคหัวใจให้ลิส.....เค้าชื่อภูรินทร์ใช่ไหม"
"อือ! มีอะไรรึเปล่า"
อรัญออกมาพร้อมกับถ้วยข้าวต้มชามใหญ่พลางเลื่อนโต๊ะเข้ามาใกล้ๆกับเตียงก่อนจะเดินกลับไปเอาขนมและผลไม้ของโปรดน้องสาวพร้อมกับน้ำหวานของชอบก่อนที่เขาจะหย่อนตัวลงนั่งข้างกายเหมือนเดิม
"เขามาบอกให้ลิสดูแลหัวใจของเค้าด้วย"
"ชายในความฝัน!! คือคุณภูรินทร์เหรอ" คนตัวเล็กพยักหน้าตอบรับพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆพี่ชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นมือมาป้อนข้าวต้มให้
"เขามาหาลิสตั้งแต่เมื่อไร" เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวจะเห็นหรือฝันถึงวิญญาณ
"ตั้งแต่วันแรกที่ลิสรู้สึกตัว....เขาไปเรียกลิส "
ดวงตากลมเป็นประกายมองใบหน้าหล่อของพี่ชายก่อนจะมองเลยไปด้านหลังของเขา รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยจนอรัญรู้สึกได้ว่าน้องสาวไม่ได้ยิ้มให้กับเขาแต่น่าจะยิ้มให้กับคนด้านหลังแทน
"อย่าบอกนะว่า"
น้ำเสียงและสีหน้าที่ตื่นเต้นของอรัญไม่ได้ทำให้วาโยที่พึ่งเข้ามาไม่ได้ตกใจอะไรมากนักเพราะเขาเองก็สนิทสนมกับสองพี่น้องโตมาด้วยกันก็พอจะรับรู้ในสิ่งที่ทั้งสองคุยกันก่อนหน้าได้
"เห็นผีรึไง.... ถึงได้ทำหน้าตาดีใจขนาดนั้น"
"พูดอย่างกับเห็น!!!" อรัญสวนกลับพลางยื่นมือไปบีบก้นของอีกฝ่ายเป็นการทักทายก่อนจะทำหน้านิ่วเพราะคุณหมอหยิกเข้าที่หน้าท้องแกร่งอย่างแรง
"โยๆเจ็บ!! โอ๊ย" คนชอบแกล้งถึงกับต้องร้องขอมือหนากุมมือของคุณหมอเอาไว้แน่นส่งสายตาขอร้องอีกฝ่าย
คุณหมอวาโยแสยะยิ้มมุมปากอย่างชอบใจก่อนจะหันไปดูอาการของคนป่วยที่กำลังหัวเราะสมน้ำหน้าพี่ชาย อรัญระบายยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นน้องสาวดีขึ้นพลางยื่นมือไปลูบผมนุ่มของเธออย่างเอ็นดูก่อนที่พี่ชายทั้งสองจะช่วยกันพยุงคนตัวเล็กเข้าไปทำธุระส่วนตัว
ก๊อก ก๊อก!!
"ขออนุญาตครับนาย" สีหน้าและท่าทีที่จริงจังของพัฒพงษ์ทำให้สองชายหนุ่มรู้ได้ทันทีเลยว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่ๆ อรัญมองใบหน้าน้องสาวก็จะส่งยิ้มให้อีกฝ่ายพลางพยุงขึ้นเตียงอย่างช้าๆโดยมีคุณหมอวาโยช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง
"อยู่กับโยก่อนนะ.....เดี๋ยวพี่มา"
"ค่ะ!!"
คนตัวเล็กตอบรับเพียงสั้นๆพลางบีบมือของพี่ชายเอาไว้แน่น อรัญระบายยิ้มออกมาเพื่อให้น้องสาวสบายใจก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากนูนของเธอย่างแผ่วเบาพร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะก่อนจะหันไปยิ้มให้คุณหมอวาโยที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนที่เขาจะเดินนำลูกน้องออกไปจากห้องพัก
"เป็นยังไง......เจอตัวพวกมันรึยัง??"
"ยังไม่เจอเลยครับ.... ผมตามไปเช็คที่บ้านพักตากอากาศของพวกมันแล้ว.... คาดว่าไอ้สุริยาคงพาลูกมันหนี.... แต่นายไม่ต้องห่วงนะครับ ผมให้ไอ้ชิดกับไอ้จันคอยตามประกอบแล้วยังไงลูกมันก็ต้องติดต่อมา"
ชายชุดดำรีบรายงานความคืบหน้าให้กับเจ้านายหนุ่มได้รู้ทันที น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทั้งจริงจังและหนักแน่นแม้ว่าเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่างานนี้จะได้ตัวคนที่ต้องการตอนไหนแต่เพื่อเอาตัวรอดจากฝ่ามือหนักของผู้เป็นนาย ชายหนุ่มจึงต้องทำทุกอย่างให้ถูกใจ
"แล้วผู้หญิงเป็นใคร?"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อได้เห็นรูปภาพจากกล้องวงจรปิดที่พัฒพงษ์ยื่นมาให้ แต่ยังไม่ทันที่ชายชุดดำจะได้ตอบคำถามของเจ้านาย ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกก่อนจะปรากฏให้เห็นว่าเป็นคุณหมอวาโยที่เดินออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย อรัญรีบส่งคืนรูปภาพให้อีกคนทันที
"รัญ!! โอเคไหม"
เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใยเอ่ยถามพร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองที่พัฒพงษ์อย่างจับผิด อรัญเบี่ยงขึ้นมาปกปิดคุณหมออย่างมีพิรุธ มือหนาโอบไหล่แกร่งของอีกฝ่านก่อนจะส่งสัญญาณให้พัฒพงษ์ออกไปก่อน
"ไปกินข้าวกัน"
"ไม่ได้! โยมีเคสด่วน....คุณพยาบาลพึ่งโทรมาตามเมื่อกี้....เอ่อโยฉีดยาให้น้องแล้วนะตอนนี้หลับไปแล้ว"
"งั้นเดี๋ยวเดินไปส่งที่ห้อง"
อรัญอมยิ้มมุมปาก มือหนาเลื่อนลงจากไหล่ไปโอบเอวหนาของอีกฝ่ายพลางดันตัวของคุณหมอให้เดินนำหน้าไป คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยในพิรุธของชายหนุ่มก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนหันกลับมาประจันหน้าอีกครั้ง
"อย่าบอกนะ.....ว่าใช้ให้พัฒไปจัดการไอ้อาทิตย์"
"ยังไม่เจอตัวมันเลย....โธ่โย! ไม่ต้องห่วงหรอก.....รัญไม่เอามันถึงตายหรอกน่า" น้ำเสียงและสายตาออดอ้อนทำให้คุณหมอวาโยถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะยังไงก็คงไม่สามารถห้ามปราบคุณมาเฟียได้เลย
"ไปได้แล้ว...เดี๋ยวคุณพยาบาลว่าเอานะ" อรัญว่าพลางดึงท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มให้เดินตามอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะแยกตัวออกไปสั่งงานลูกน้องที่เดินสวนขึ้นมาพอดี
'จะจ้องอีกนานไหมท่าน'
ภูรินทร์ที่กำลังนั่งจ้องคนตัวเล็กที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นและก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อเขาหันไปเกือบจะชนเงาดำที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเหมือนกัน ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือหนาลูบหน้าอกแกร่งของตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ
'อย่ามาแบบนี้อีกนะครับ ผมหัวใจจะวาย'
'ท่านเป็นวิญญาณ หัวใจอยู่นี่'
เงาดำว่าพลางชี้ไปที่หญิงสาวที่กำลังหลับลึกเพราะฤทธิ์ของยาที่คุณหมอพึ่งจะฉีดให้ไปเมื่อครู่
ภูรินทร์ระบายยิ้มออกมาอย่างชอบใจก่อนจะผลักตัวออกจากเตียงเพื่อที่จะได้ไปคุยในเรื่องที่เขาอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้โดยที่ชายหนุ่มยังคงหันไปมองอลิสอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วงแม้ว่าตนจะไม่สามารถทำอะไรได้นอกเหนือไปกว่าแค่ยืนมองอยู่ใกล้ๆเท่านั้น
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้
“คิด“มือเรียวทั้งสองเย็นเฉียบ ใบหน้าสวยแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศหรือเพราะน้ำเสียงที่จริงจังของชายหนุ่มตรงหน้า เธอหลุดเข้าไปในภวังค์ได้ยินแต่เสียงตึกตักจากหัวใจดวงน้อยๆที่ดังทะลุออกมาก่อนที่อลิสจะสะดุ้งเมื่อจู่ๆมือหนาตินภพก็ถือวิสาสะจับแก้มนิ่มทั้งสองข้างข
ณ.บ้านพักประตูรั้วไม้สีขาวถูกเปิดออกอย่างเชื่องช้าเมื่อได้รับสัญญาณจากรีโมทก่อนที่รถตู้สีดำสนิทจะแล่นเข้าไปอย่างช้าๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ทำให้ทางเข้าบ้านแทบไม่มีแสงแดดทะลุผ่านเข้ามาได้เลย บ้านสวนแห่งนี้ลมเย็นแทบยังถูกควบคุมอณุหภูมิให้คงที่เพราะส่วนมากที่นี่จ
ณ.โรงพยาบาลพิริยะช่วงบ่ายของวัน ภายในห้องทำงานสีขาวกว้างขวางรายล้อมไปด้วยกระจกบานใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าม่านใหญ่สีขาวเพราะแสงแดดจากด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของห้องนี้หรูหราคุมโทนเข้ากันไปหมดก่อนที่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดังขึ้น“ฉันตรวจเช็คกับโรง
ณ.บ้านโชติญกุล“สั่งแล้วใช่ไหม……ให้กลับบ้านทำไมดื้อแบบนี้”“โอ๊ย!!!! พี่รัญ”คนตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาบีบจมูกเล็กของเธออย่างแรงเป็นการทำโทษก่อนจะกระชากตัวเข้ามาโอบกอดอย่างแน่นพลางส่งสายตาคาดโทษเพื่อนสาวคนสนิทอย่างกานดาที่กำลังยืนก้มหน้าสำนึกผิดอยู่ด้านหลัง“อย่าโทษน้องๆเลยรัญ……โยผิดเองแหละที







