เข้าสู่ระบบ
เรื่องของลุงจอมหื่น กับ สาวต้องห้าม
ไฮโซอัญ หรืออัญชญา ถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่มัธยมสวมเขา มือที่สามของเธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง กันต์ เมื่อน้องสาวของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้นอดีตแฟน ความวุ่นวาย ความรัก ความเจ็บปวด ของเขาและเธอจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม ********* ‘มึงช่วยไปดูอัญให้กูหน่อย น้องกูกำลังมีปัญหา’ เสียงของไอ้อาร์ตมันบอกให้เขาไปดูน้องมัน ปกติมันมีแต่ห้ามเขาไม่ให้เข้าใกล้น้องมัน ทำไมรอบนี้มันถึงให้เขาไปดูได้ ‘เออ มึงช่วยคุยกับคนขับรถกูที’ คนขับรถหรือผู้ช่วยของกันต์เป็นคนไทย และแน่นอนว่าคุยกับอาชวินรู้เรื่อง “แต่เดี๋ยวนะ เมื่อคืนกูดูอย่างเดียวหรือแม่งทำอย่างอื่นไปด้วยวะ” แต่รอยบนตัวเขาและรอยบนตัวเธอนี่สิ บอกได้คำเดียวว่าฉิบหาย ฟายเรียกพ่อก็คราวนี้ “อื้อ ลุงกันต์ตื่นแล้วเหรอ” เดี๋ยวนะ! ใครลุง “อัญ เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น” “จะเกิดอะไรขึ้น เราก็โบ๊ะบ๊ะ อะฮึ่ม บ๊วบ ๆ กันไง ลุงกันต์จำไม่ได้เหรอ” เธอขยับตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียง พลางดึงผ้าห่มมาคลุมเต้างามที่เขาดูดจนเป็นรอยทั้งสองข้าง ยังจะมาถามอีกว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น เลือดไปเลี้ยงแต่ส่วนล่างหรือไง มันถึงไม่ได้วิ่งไปเลี้ยงสมอง ความจำเลยไม่มีเลย “แล้วใครเป็นลุงมิทราบ พี่ไม่ได้อายุมากกว่าพ่อเธอ จะได้มาเรียกลุง” กันต์ไม่สบอารมณ์กับสรรพนามที่หญิงสาวเรียก เขาบ่นพร้อมกับหยิบขวดน้ำใกล้มือขึ้นมาดื่มดับความกระหาย “ได้ค่ะ ผัวขา” “แค่ก ๆ” เสียงสำลักของชายหนุ่มเรียกรอยยิ้มจากคนขี้แกล้ง “อัญ!” “ขา...ไม่เรียกผัวแล้วจะให้เรียกอะไรคะ เราโบ๊ะบ๊ะ อะฮึ่ม บ๊วบ ๆ กันแล้วนะคะ” ************** เรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อจาก My Dear เด็กเลี้ยงไฮโซ เพื่อให้ความฟินกระจายให้ลำดับการอ่านตามนี้นะคะ 1. ฉันเป็นเด็กท่านประธาน (อรรถพร แพรพลอย) 2.My Dear เด็กเลี้ยงไฮโซ ( อาร์ต อัยย์) 3.My Dear เด็กเลี้ยงตัวแสบ (กันต์ อัญ)ความปวดหัวเล่นงานเขาตั้งแต่ขยับตัว ร่างกายก็เช่นเดียวกัน รู้สึกถึงความปวดร้าวไปทั้งร่าง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายเขาถึงได้ปวดร้าวยิ่งกว่าวิ่งรอบสนามกีฬาสิบรอบ
“เชี่ย!” กันต์สบถออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อคืนเขาเมาจนลากใครขึ้นเตียงมาด้วยเนี่ย
เชี่ยแล้วไง!
เสียงเขาสบถคงดังเกินไปจนคนข้าง ๆ หันกลับมา สองเต้างามฟูนิ่มไม่ต่างจากซาลาเปา แต่เจ้านั่นยังไม่ทำให้เขาตกใจเท่ากับใบหน้าของเธอ ใบหน้าที่ตอนนี้เลอะไปด้วยคราบเครื่องสำอาง
“ผู้ชายจะเลี้ยงเด็กเป็นหรือเปล่า” ฟังจากคำพูดของเธอ ป้าแจ๊ดดูจะไม่ชอบหน้าพ่อกานต์สักเท่าไร “เคยเลี้ยงลูกอยู่ครับ ไม่ทราบว่าครูเคยมีลูกหรือเปล่าครับ” คำพูดฟังเหมือนคำถามทั่วไป แต่บาดลึกลงหัวใจของคนอย่างอาจารย์แจ๊ดหรือป้าแจ๊ดของอัญชญา เพราะเธอโสดสนิท ลูกสักคนไม่เคยมี จะมีได้อย่างไร ในเมื่อผัวสักคนยังไม่เคยมี “ป้ากลับก่อนนะอัญ ไว้จะแวะมาใหม่” คนไม่เคยมีลูกค้อนให้คนแก่หัวโล้น เคยมีลูกใช่ว่าจะเลี้ยงหลานเก่งกว่าเธอ คอยดูเถอะว่าใครจะเลี้ยงหลานได้ดีกว่ากัน “พ่อไปแกล้งป้าแจ๊ดทำไม” กันต์บ่นพ่อเบา ๆ ตอนที่ป้าแจ๊ดปั่นจักรยานออกจากเขตรั้วบ้านไปแล้ว “ไม่ได้แกล้ง ก็แค่ถามว่าเคยมีลูกไหม ทำไมต้องโมโหด้วย” “ลุงหนานกานต์มาแล้วก๋า กินข้าวเจ้า” เสียงสายใจแม่บ้านมาเรียกกานต์ไปรับประทานอาหารพร้อมกับตากับยาย ทางเหนือจะเรียกพระที่สึกแล้วว่าหนาน ถ้าอายุมากหน่อยก็เรียกลุงหนาน “เดี๋ยวนี้มีตำหน่งตำแหน่ง จากหลวงตากลายมาเป็นหนาน” กันต์แซวพ่อของตัวเอง ดูกานต์จะไม่ได้ใส่ใจ เดินเข้าใต้ถุนบ้านตรงไปยังห้องอาหารที่ติดห้องครัว “หนูขอจิ้นพ่อกานต์กับป้าแจ
“มากั๋นแล้ว” “อัญลูกรักของป้า” “ป้าแจ๊ด! คิดถึงจังเลย งือ” อัญชญาโผเข้ากอดแจ๊ดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่เธอ “ไม่ต้องคิดถึงเยอะตอนนี้ ป้ากลับมาอยู่บ้านเราแล้ว” “อ้าว! ป้าไม่เป็นอาจารย์แล้วเหรอคะ” ป้าแจ๊ดเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ อัญชญาเจอป้าแจ๊ดตอนเด็กที่เธอปิดเทอมและมาอยู่กับตายาย “แก่แล้ว เลิกทำดีกว่า เหนื่อยแล้ว” “อัญต้องบอกแม่แล้วว่าป้าแจ๊ดกลับมาอยู่บ้าน ดีเลย จะได้ช่วยเลี้ยงหลาน เนี่ย ๆ อัญจะท้องแล้วนะคะ” อัญชญามั่นใจว่าครั้งนี้อย่างไรก็ท้องแน่นอน “ท้องแล้วเหรอพ่อกันต์” ป้าแจ๊ดที่สนิทกับกันต์ด้วยเช่นกัน เพราะเขาเคยพาอัญชญาไปเยี่ยมภรัณที่เชียงใหม่ จึงได้มีโอกาศแวะไปหาป้าแจ๊ดด้วยเช่นกัน “ยังไม่รู้ครับป้า วันนี้แหละครับ” “อ้าว รออะไร รีบไปตรวจเลย ปวดฉี่หรือยัง ป้าอยากเลี้ยงหลานแล้ว” ป้าแจ๊ดรุนหลังอัญชญาไปทางห้องน้ำให้รีบไปตรวจ “เฮีย ตื่นเต้น” “เข้าไปตรวจทั้งสองคนเลย” ป้าแจ๊ดบอกเพราะห้องน้ำในบ้านมีขนาดใหญ่ เข้าไปพร้อมกันทั้งสองคนไม่ใช่ปัญหา
หลังจากที่ทั้งสองแต่งงานกันแล้ว ย้ายตัวเองมาอยู่ที่จังหวัดแพร่ ดูแล้วงานหลักของทั้งคู่คือการหาร้านกาแฟใหม่ ๆ ทดลองรสชาติ “หนูว่าตั้งแต่เรียนจบ หนูว่างมากเลย เครียดมากที่สุดน่าจะเป็นการหากาแฟกินนี่แหละคะ” อัญชญาบ่นกับสามีที่วันนี้แต่งตัวดีกว่าทุกวัน เพราะต้องเข้าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไปตรวจโรงงานประจำเดือนแทนผู้เป็นตา “ดีแล้ว พี่อยากให้เราท้องเร็ว ๆ ไม่อยากให้เครียด” กันต์ว่าพลางลูบแก้วกาแฟ นึกถึงลูกสาวลูกชายในวันข้างหน้า “ยิ้มอะไรคะ” “คิดถึงลูกของเรา เฮียว่าต้องแสบเหมือนคนเป็นแม่แน่เลย” อัญชญาเบะปาก ใครกันแน่ที่แสบตอนเด็ก ๆ เขาก็ใช่ย่อยเถอะ “วันนี้จะกลับไปตรวจ หนูว่ารอบนี้น่าจะติดนะคะ เมนส์หนูไม่มาสองอาทิตย์แล้ว” หลังจากพยายามกันมาหลายเดือน อัญชญายังไม่ท้องสักที อาชวินก็เกทับกันต์หลายครั้งแล้ว นี่ใกล้จะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเขากับอัญชญาต้องไปจับเด็กทั้งสามมาขังไว้ที่แพร่ ให้คนเป็นพ่อแม่ได้ทุกข์ใจเล่น “หรือเพราะพี่แก่แล้ว เลยติดยาก” กันต์อดโทษตัวเองไม่ได้ เพราะเขาอายุสามสิบกว่าแล้ว น้ำยาของเขาไม่ค่อยดีเหมือนไอ้พวกเพื่อนชั่วม
อยู่กับธรรมชาติ ป่าเขาและคนรัก ไม่ต้องมีรถติด ไม่ต้องมีประชุม “เฮียว่าเราจะคิดถึงแสงสีไหมคะ” อัญชญาถามเขาในขณะที่ทั้งสองกลับมาจากสัมภาษณ์ซีอีโอ ตอนนี้ทั้งสองแช่อยู่ในสระว่ายน้ำของคอนโด อย่างที่เคยบอกว่าชั้นนี้มีทั้งหมดสี่ห้องและมีสระว่ายน้ำที่ใช้ร่วมกัน แต่เพราะอีกสองห้องเป็นของภรัณและธรรนธ์ซึ่งทั้งสองแทบจะไม่ได้แวะมากรุงเทพฯ เลย ทำให้สระว่ายน้ำแห่งนี้ถูกครอบครองโดยสองหนุ่มสาวที่อยู่ประจำ “คิดถึงก็แค่บินมา เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวก” กันต์ว่า กดจมูกหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวสองสามที “เนอะ คิดถึงก็แค่บินมา ปิดเทอมก็พาพวกเด็ก ๆ ไปขังไว้ที่โน่น” พวกเด็ก ๆ ที่ว่าไม่พ้นลูกของอาชวิน กันต์และอัญชญาวางแผนไว้แล้วช่วงปิดเทอมว่าจะขโมยลูกของอาชวินไปขังไว้ที่แพร่ จะว่าขังคงไม่ได้หรอก เพราะเด็ก ๆ ชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บปู ปลูกผัก ตกปลา หรือแม้แต่การไปขุดจิกุ๋ง “เฮียเคยคิดนะว่าอยากไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แถวต่างจังหวัด แต่ตอนนั้นนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร” “แต่อัญคิดตลอดเลยนะว่าอยากไปอยู่กับตายายถ้าเรียนจบแล้ว และอยากอยู
“ตอนแม่คลอดพี่อาร์ต อายุแม่เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ พ่อแม่กับพี่อาร์ตอยู่ด้วยกันมาสามสิบกว่าปีแล้ว ส่วนฉันได้อยู่กับแม่กับพ่อแค่ยี่สิบปี หลายครั้งนะที่ฉันนึกน้อยใจ ทำไมฉันไม่ได้เห็นตอนพ่อกับแม่ยังเป็นหนุ่มสาว ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่กับลูกนาน ๆ อยากเห็นเขามีลูกมีหลานโดยที่ฉันยังไม่รีบตาย” นี่คงเป็นความในใจที่อัญชญาไม่เคยได้บอกใคร สำหรับเธอเวลาต่างหากที่สำคัญกว่าทุกอย่าง และถ้าเสียไปแล้วไม่มีทางได้คืน “ความตายมันห้ามกันได้ที่ไหน” “นั่นสิ ไม่รู้หรอกว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสก็รีบใช้อย่างที่ใจฝัน อย่ามัวแต่กลัว” อัญชญาส่งสายตาและคำพูดให้เพื่อนเข้าใจชีวิต “กลัวอะไรไม่ได้กลัว” คนร้อนตัวรีบออกตัวก่อนที่จะโดนเพื่อนว่า “จ้าไม่ได้กลัวเลย แทมมี่คนเก่ง” อัญชญาเย้าเพื่อน ไม่กลัว แต่กลับไม่เคยมีแฟน เล่นกับใครเขาไปทั่ว พอเขาจะเอาจริงวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีคนเคยพูดว่าแทมมี่เพื่อนเธอเป็นคนทอดสะพานให้อีกฝั่งแท้ ๆ แต่พอฝ่ายชายกำลังจะเดินข้ามสะพานกลับรีบยกสะพานขึ้น ทำให้อัญชญานึกถึงภาพสะพานที่จะมีระบบยกให้เรือวิ่งผ่าน นึกถึงผู้ชายพวกนั้นที่เพื่อนเธอทอด
แทมมี่มองบนหลายต่อหลายรอบเพราะความหมั่นไส้เพื่อนของตัวเอง กับแสงของแหวนที่แยงตาเธอไม่หยุด “นี่ ไฮโซอัญคะ หล่อนจะอวดไปถึงไหนคะ” “เพื่อนไม่ได้อวดค่ะแทมมี่ เพื่อนแค่กลัวไม่เห็น” “คุณไฮโซคะ ถ้าไม่เห็นก็ตาบอดแล้วค่ะ เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน แล้วนี่หล่อนยังวางทาบหน้าให้ส่องแดดอีก” แทมมี่บ่นความอวดแหวนที่มีผู้มาขอแต่งงานแล้ว วงเดียวไม่พอ ทั้งแหวนหมั้น ทั้งแหวนขอแต่งงาน ไม่รู้ว่าวันแต่งงานจะมีแหวนวันงานอีกหรือเปล่า “อิจฉาแหละดูออก” อัญชญาเบะปากให้เพื่อน “นี่ถ้าตบคนแล้วไม่โดนปรับ ฉันตบแกแล้ว เห็นแล้วหมั่นไส้” แทมมี่ยังบ่นไม่หยุด ถามว่าอิจฉาไหม ก็อิจฉาแหละ “อย่าเป็นนางร้ายสิ ฉันรู้ว่าแกรักฉัน ว่าแต่อยู่มาจนปีสี่แล้ว แทมมี่ของฉันทำไมยังไม่มีแฟน” อัญชญาแซวเพื่อน แทมมี่ทั้งสูงยาวเข่าดีตามสไตล์ลูกเสี้ยวที่มีเชื้อสายต่างชาติผสม “เอามาทำไมก่อน มีแฟนไปไหนก็ต้องขออนุญาต แถมไม่พอต้องคอยหึงหวง ถามก่อน จะมีไปเพื่อ? สู้อยู่สวย ๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่นไม่ดีกว่า อีกอย่างฉันอยากเป็นผู้เลือก ไม่ใช่เป็นคนถูกเลือก” แทมมี่พูดอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ต







