Masukเวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียน
หัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป
"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"
บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบทันที ในขณะคนตรงหน้านิ่งไปนาน... นานเสียจนใจฉันเริ่มเสีย ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ความวิตก ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนอบอุ่น... แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่กรีดหัวใจของฉันจนแตกสลาย
"พี่ขอโทษนะหวาน"
"..."
"แต่พี่เห็นหวานเป็นน้องสาวมาตลอดจริง ๆ"
ประโยคสั้น ๆ ทว่าแฝงความเด็ดขาดขั้วหัวใจ ราวกับมีค้อนปอนด์หนัก ๆ ทุบลงกลางอกจนชาไปทั้งร่าง
"แล้ว..." น้ำเสียงของฉันสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้ "แล้วถ้าหลังจากนี้... หวานผอมลงล่ะคะ?"
พี่พีทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ "มันไม่เกี่ยวกับรูปร่างหรอกหวาน... พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว"
วินาทีนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ล่วงหล่นลงมาในที่สุด เพราะคำตอบนั้นทำให้ฉันตระหนักรู้ลึกถึงความจริง... ว่าไม่ว่าฉันจะอ้วนหรือผอม สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่ใช่คนที่เป็นตัวเลือกของเขาอยู่ดี
และในความเงียบงันนั้น... ไม่มีใครรู้เลยว่า ที่อีกมุมหนึ่งของสนาม มีผู้ชายคนหนึ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ
เขาเห็นตั้งแต่วินาทีที่ฉันรวบรวมความกล้าไปยืนต่อหน้าเพื่อนของเขา... เห็นหยาดน้ำตาที่ร่วงริน... และเห็นตอนที่หัวใจของฉันแตกสลายไม่มีชิ้นดี
ดวงตาคมเข้มของพันไททอดมองร่างเล็กที่ยืนร้องไห้อยู่ใต้ต้นหางนกยูงนิ่ง กรามแกร่งขบแน่น สองมือกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
เขาได้ยินทุกคำ... ตั้งแต่วินาทีที่เด็กอ้วนแก้มยุ้ยคนนั้นรวบรวมความกล้าสารภาพรัก จนถึงประโยคปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยจากปากเพื่อนสนิทของเขา
ความจริงเขาควรจะดีใจที่อย่างน้อยพีทก็ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของหวาน แต่ภาพตรงกลับทำให้เขารู้สึกโกรธมากกว่า โกรธที่เด็กผู้หญิงคนนั้นต้องเสียน้ำตา โกรธที่ไอ้พีททำร้ายจิตใจเธอ และโกรธตัวเอง... ที่ทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่าง ๆ
"หวาน..." เสียงเรียกของพีทดังขึ้น
คนตัวเล็กรีบยกหลังมือเช็ดน้ำตาปรก ๆ ก่อนจะฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่ดูยังไงก็รู้ว่าข้างในกำลังแตกสลาย
"ไม่เป็นไรค่ะ หวานเข้าใจ" เธอพยักหน้าซ้ำ ๆ เหมือนพยายามย้ำบอกตัวเองมากกว่าบอกอีกฝ่าย "หวานขอตัวก่อนนะคะ"
พูดจบเธอก็หันหลังขวับ ตอนแรกเป็นเพียงการก้าวเท้าเร็ว ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่ง วิ่งหนีความผิดหวังและหัวใจที่บอบช้ำจนไม่ทันมองทาง
ปึก!
ร่างเล็กชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง
"โอ๊ย!" หวานเซถอยหลังทว่ายังไม่ทันล้ม ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าหมับไว้เสียก่อน พอเงยหน้าขึ้นมองเธอก็ต้องชะงัก "พี่พัน..."
พันไทมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาตรงหน้า ตาบวมเป่ง จมูกและแก้มแดงก่ำไปหมด ดูน่าสงสารจนเขาแทบอยากย้อนกลับไปซัดหน้าไอ้พีทสักหมัด
"ร้องไห้ทำไม" น้ำเสียงทุ้มถามเรียบ ๆ
หวานรีบก้มหน้าหลบสายตา "เปล่าค่ะ"
"ตาบวมขนาดนี้ยังกล้าโกหกอีก โดนปฏิเสธมาล่ะสิ"
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำเอาคนฟังเม้มปากแน่น ก่อนที่หยาดน้ำตาจะร่วงเผาะลงมาอีกครั้ง พันไทลอบถอนหายใจยาว
"โง่"
"..." หวานเงยหน้าพรึบขึ้นมาทันที "พี่พัน!"
"ทำไม"
"พี่ด่าใคร"
"ก็ด่าเธอไง" ชายหนุ่มเลิกคิ้ว "โง่จริง ๆ"
คนตัวเล็กอ้าปากค้าง ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนลืมความเสียใจไปชั่วขณะ "หวานไม่คุยกับพี่แล้ว!"
เธอสะบัดตัวเตรียมจะผละหนี แต่พันไทกลับส่งมะเหงกเขกหัวเธอเบา ๆ
"โอ๊ย! เจ็บนะ!"
"เจ็บสิ ดี... จะได้จำ"
หวานถลึงตาใส่ ตาคมดุกลับฉายแววขันในลำคอ ก่อนที่น้ำเสียงของเขาจะปรับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "คนที่ไม่เลือกเรา... เสียใจได้ แต่อย่าเสียใจนาน"
คำพูดจากคนที่ชอบแกล้งเธออยู่ทุกวันทำให้หวานนิ่งงันไป พันไทล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นซองขนมมาตรงหน้า
"เอาไป"
"อะไรคะ"
"ขนม เวลาเศร้า ๆ กินของหวานแล้วจะดีขึ้น"
หวานมองซองขนมสลับกับหน้าเขา ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา "ไหนพี่ชอบว่าหวานอ้วนไง"
"ก็อ้วนจริง" พันไทยักไหล่ "แต่เห็นแก่ที่กำลังร้องไห้อยู่ ตอนนี้อนุญาตให้กินได้"
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ
"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก
คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบทันที ในขณะคนตรงหน้านิ่งไปนาน... นานเสียจนใจฉันเริ่มเสีย ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ความวิตก ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนอบอุ่น... แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่กรีดหัวใจของฉันจนแตกสลาย"พี่ขอโทษนะหวาน""...""แต่พี่เห็นหวานเป็นน้องสาวมาตลอดจริง ๆ"ประโยคสั้น ๆ ทว่าแฝงความเด็ดขาดขั้วหัวใจ ราวกับมีค้อนปอนด์หนัก ๆ ทุบลงกลางอกจนชาไปทั้งร่าง"แล้ว..." น้ำเสียงของฉันสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้ "แล้วถ้าหลังจากนี้... หวานผอมลงล่ะคะ?"พี่พีทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ "มันไม่เกี่ยวกับรูปร่างหรอกหวาน... พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว"วินาทีนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ล่วงหล่นลงมาในที่สุด เพราะคำตอบนั้นทำให้ฉันตระหนักรู้ลึกถึงความจริง... ว่าไม่ว่าฉันจะอ้วนหรือผอม สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่ใช่คนที่เป็นตัวเลื
"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้นนั้นเข้าจานตัวเองอย่างรวดเร็ว เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้หลุดมือ... ช้าเดี๋ยวอด!คนในบ้านต่างพากันส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมเห็นแก่กินของฉันจนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะพี่ชายแท้ ๆ อย่าง "ม่านเมฆ" ที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกมองฉันด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด"กินขนาดนี้ อีกหน่อยเก้าอี้คงรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วมั้ง... ไอ้เบาหวาน"คำล้อเลียนนั้นทำให้ฉันคว้าหมอนอิงจากโซฟาข้างหลัง ปาใส่พี่ชายตัวดีทันที "พี่เมฆ!""อะไร""บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกเบาหวาน!""ก็ชื่อเล่นไหมล่ะ""ไม่ใช่!""แต่เพื่อนพี่เรียกแบบนี้ทั้งแก๊งนะ"ฉันทำหน้ายู่ทันที... ใช่ ทุกคนเรียกฉันว่า "เบาหวาน" มาตั้งแต่เด็ก เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะฉันอ้วนและกินเก่งมาก มากจนพี่เมฆเคยประชดว่า ถ้าเอาเงินค่าอาหารที่ฉันผลาญไปตลอดสิบแปดปีมารวมกัน คงซื้อรถขับได้คัน







