Masukคนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"
มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"
หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้
เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขา
พันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ
"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"
หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลย
ฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่กี่คำ และเลิกหวัง... ว่าสักวันเขาจะหันกลับมามอง
ในเมื่อคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว ฉันก็ควรจะยอมรับมันเสียที แม้มันจะเจ็บมากก็ตาม
.
.
.
"เบาหวาน!"
เสียงเรียกดังลั่นสนามบาสในเย็นวันหนึ่งทำเอาฉันที่กำลังเดินถือแก้วชานมอยู่ถึงกับสะดุ้ง พอหันไปมองก็เห็นเจ้าของเสียงวิ่งตรงเข้ามา... พี่คอปเตอร์ หนึ่งในแก๊งเพื่อนของพี่ชายฉันเอง
"อะไรคะพี่เตอร์"
"พี่หิว ขอน้ำอึกนึงดิ"
ฉันรีบกอดแก้วชานมไข่มุกแน่นทันที "ไม่ให้ หวานซื้อเอง"
"ใจร้ายว่ะ เด็กอ้วนกินหวานมากไม่ดีนะรู้ไหม"
ฉันหรี่ตาใส่ทันที "พี่เตอร์ก็เรียกหวานว่าเด็กอ้วนอีกคนละ"
"ก็อ้วนจริง..." พี่คอปเตอร์หัวเราะตาหยิบหยี่ "...แต่น่ารักดีออก"
คำชมซื่อ ๆ ทำเอาฉันอ้าปากค้าง ทำตัวไม่ถูกจนต้องหันไปหาที่พึ่ง "พี่ธาม ช่วยด้วย พี่เตอร์เป็นอะไรไม่รู้"
พี่ธามที่ยืนเดาะบาสอยู่ข้าง ๆ หัวเราะลั่น "สงสัยไข้ขึ้น สมองกลับหมดละ"
"ไปกินยาซะ ถ้าป่วยก็อย่ามาเพ่นพ่าน"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นพี่พันไทเดินเข้ามา เสื้อช็อปวิศวะพาดอยู่บนบ่ากว้าง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะดุตามปกติ พอเห็นเขา พี่คอปเตอร์ก็รีบฟ้องทันที
"มาพอดีเลยไอ้พัน เบาหวานงกชานมกูว่ะ"
พี่พันไทปรายตาคมกริบมองฉัน เลื่อนลงมามองแก้วน้ำในมือ ก่อนจะพูดหน้าตาย "ดีแล้ว เดี๋ยวมันติดเบาหวานจริง ๆ"
ฉันแทบจะปาแก้วใส่หน้าเขา "พี่พัน!"
เสียงหัวเราะของพวกผู้ชายดังขึ้นพร้อมกัน ส่วนคนปากเสียกลับทำเพียงยิ้มมุมปากขำ ๆ ราวกับพอใจหนักหนาที่ได้กวนประสาทฉันสำเร็จ
"โง่แล้วยังโกรธอีก" เขาแกล้งแหย่
"ไม่ได้โกรธค่ะ!"
"โกหก หูแดงหมดแล้วนั่น"
ฉันรีบยกมือขึ้นตะปบหูตัวเองทันที ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะลั่นสนามดังขึ้นอีกครั้ง ถึงได้รู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว
"พี่พันไท!"
พี่ธามถึงกับขำจนตัวงอ ส่วนพี่คอปเตอร์แทบจะทรุดลงไปกุมท้องกับพื้น มีเพียงพี่พีทที่ยืนมองพวกเราอยู่เงียบ ๆ สายตาของเขาเลื่อนมาหยุดที่ฉัน ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ มาให้
"ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะหวาน"
ฉันชะงักไปนิดหนึ่ง... ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่เขาเอ่ยทักประโยคเดียว ฉันคงดีใจจนยิ้มแก้มปริ แต่ตอนนี้ หัวใจในอกกลับสงบและนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
"ช่วงนี้หวานอ่านหนังสือเตรียมสอบค่ะ" ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ "อีกไม่นานก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว"
"ตั้งใจดีมาก" พี่พีทยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นมือมาหมายจะลูบหัวฉันเหมือนที่เคยทำมาตลอด
ทว่า... ยังไม่ทันที่ฝ่ามือนั้นจะสัมผัสเส้นผม
หมับ!
ข้อมือของพี่พีทกลับถูกใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศ
ทุกอย่างรอบตัวตกอยู่ในความเงียบทันที ทุกสายตาหันไปมองคนที่ยื่นมือเข้ามาแทรกพร้อมกัน... พี่พันไทนั่นเอง แต่เจ้าตัวกลับยังมีสีหน้านิ่งๆ แววตาว่างเปล่าราวกับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ
"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก
คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบทันที ในขณะคนตรงหน้านิ่งไปนาน... นานเสียจนใจฉันเริ่มเสีย ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ความวิตก ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนอบอุ่น... แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่กรีดหัวใจของฉันจนแตกสลาย"พี่ขอโทษนะหวาน""...""แต่พี่เห็นหวานเป็นน้องสาวมาตลอดจริง ๆ"ประโยคสั้น ๆ ทว่าแฝงความเด็ดขาดขั้วหัวใจ ราวกับมีค้อนปอนด์หนัก ๆ ทุบลงกลางอกจนชาไปทั้งร่าง"แล้ว..." น้ำเสียงของฉันสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้ "แล้วถ้าหลังจากนี้... หวานผอมลงล่ะคะ?"พี่พีทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ "มันไม่เกี่ยวกับรูปร่างหรอกหวาน... พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว"วินาทีนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ล่วงหล่นลงมาในที่สุด เพราะคำตอบนั้นทำให้ฉันตระหนักรู้ลึกถึงความจริง... ว่าไม่ว่าฉันจะอ้วนหรือผอม สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่ใช่คนที่เป็นตัวเลื
"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้นนั้นเข้าจานตัวเองอย่างรวดเร็ว เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้หลุดมือ... ช้าเดี๋ยวอด!คนในบ้านต่างพากันส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมเห็นแก่กินของฉันจนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะพี่ชายแท้ ๆ อย่าง "ม่านเมฆ" ที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกมองฉันด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด"กินขนาดนี้ อีกหน่อยเก้าอี้คงรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วมั้ง... ไอ้เบาหวาน"คำล้อเลียนนั้นทำให้ฉันคว้าหมอนอิงจากโซฟาข้างหลัง ปาใส่พี่ชายตัวดีทันที "พี่เมฆ!""อะไร""บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกเบาหวาน!""ก็ชื่อเล่นไหมล่ะ""ไม่ใช่!""แต่เพื่อนพี่เรียกแบบนี้ทั้งแก๊งนะ"ฉันทำหน้ายู่ทันที... ใช่ ทุกคนเรียกฉันว่า "เบาหวาน" มาตั้งแต่เด็ก เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะฉันอ้วนและกินเก่งมาก มากจนพี่เมฆเคยประชดว่า ถ้าเอาเงินค่าอาหารที่ฉันผลาญไปตลอดสิบแปดปีมารวมกัน คงซื้อรถขับได้คัน







