LOGINในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน
"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาส
พันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง"
"มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่"
"กูเปล่า"
ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"
ปึก!
ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ
"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ
"ไม่ได้เขิน"
"เออ ๆ"
"ไม่ได้ชอบด้วย"
"คร้าบ ๆ"
"กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ
"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"
พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง"
"มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"
คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้องโผล่หัวมาตลอด แต่วันไหนมันไม่มีสอน มึงหายเงียบ"
ธามพยักหน้าสำทับ "เออ เมื่อก่อนกูคิดว่ามึงมารับไอ้เมฆในฐานะเพื่อนผู้แสนดี แต่หลัง ๆ กูเริ่มไม่แน่ใจละ"
พันไททิ้งตัวนั่งไขว่ห้างบนสแตนด์เชียร์ท่าทางสบาย ๆ "กูก็มารับมันไง"
"เหรออออ..." คอปเตอร์ลากเสียงยาว ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ "มารับเพื่อนแต่ต้องมาก่อนเวลาตั้งชั่วโมงเนี่ยนะ? วันก่อนกูโทรหาไอ้เมฆ มันบอกยังสอนไม่เสร็จเลย แต่มีหมาแถวนี้มานั่งสตาร์ตเครื่องรอหน้าโรงเรียนแล้วครับ"
ธามหัวเราะลั่น "แถมยังเลือกทำเลทอง จอดตรงทางเดินออกของเด็ก ม.6 เป๊ะ ๆ"
"บังเอิญ" พันไทตอบหน้าตาย
"บังเอิญทุกวัน? บังเอิญเวลานี้ตลอด?"
"อือ"
"ไอ้สัส!" คอปเตอร์ขำจนแทบหายใจไม่ทัน "แถจนสีข้างถลอกหมดแล้วกูเชื่อเลย"
"กูด้วย" ธามส่งลูกบาสให้คอปเตอร์ "เชื่อแบบไม่เชื่ออ้ะนะ"
ฟึ่บ! ปึก!
ขวดน้ำพลาสติกในมือหนาถูกปาใส่หน้าอกเพื่อนสนิททันที "เสือก"
"โอ๊ย! เจ็บนะเว้ยไอ้พัน กูยังพูดไม่จบเลย" คอปเตอร์ลูบกึ่งกลางอกป้อย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง "แต่เอาจริง ๆ นะมึงนี่ก็แปลก... ตอนน้องยังอ้วนกลม มึงก็มอง ตอนน้องร้องไห้ขี้มูกโป่ง มึงก็เป็นห่วง แล้วตอนนี้น้องเริ่มโตเริ่มมีผู้ชายมาขายขนมจีบ..."
กึก.
คราวนี้สีหน้าของพันไทนิ่งสนิทลงทันตา แววตาคมกริบตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน จนธามกับคอปเตอร์ที่จับตาดูอยู่หลุดหัวเราะพรืดพร้อมกัน
"เห็นไหม! พูดถึงเรื่องนี้ทีไรแม่งหน้าตึงทุกที" คอปเตอร์ชี้หน้าเพื่อนขำ ๆ "มึงชอบน้องเขามานานแล้วไอ้พัน"
"กูเปล่า"
"เปล่าบ้านมึงดิ งั้นมึงอธิบายมา" ธามเลิกคิ้วกวน ๆ "ถ้าไม่ได้ชอบ... มึงจะขับรถมานั่งรอหน้าโรงเรียนทุกวันทำไม ทั้งที่ไอ้เมฆเลิกสอนตั้งห้าโมง แต่มึงมาโผล่หน้าสลอนตั้งแต่สี่โมงเย็น"
คราวนี้พันไทเงียบกริบ... เงียบจนสองเพื่อนซี้เริ่มยิ้มกว้างด้วยความผู้ชนะ
"เออ ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะบาสเล่น "แต่สายตามึงตอนมองน้องเบาหวานน่ะ... เหมือนหมาหวงก้างชัด ๆ ใครเข้าใกล้ก็แทบจะงับหัวเขาละ"
คราวนี้พันไทเงียบกริบไปจริง ๆ แววตาคมเข้มไม่ได้ดุดันเหมือนตอนคุยกับเพื่อน เขาขยับสายตาทอดมองผ่านรั้วสนามบาสไปยังเส้นทางหน้าโรงเรียน... ตรงจุดที่มีเด็กผู้หญิงตัวกลมคนหนึ่งกำลังเดินถือกล่องนมสตรอว์เบอร์รี่กลับบ้าน
ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากขึ้นมาน้อย ๆ โดยที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“เพราะพี่จะถือให้”คำพูดตัดรำคาญแบบนั้นทำให้ฉันยืนนิ่งเป็นตอไม้อยู่กับที่หลายวินาที คนอะไร... ชอบทำให้หัวใจคนอื่นเต้นวุ่นวายแล้วก็เดินหนีไปหน้าตาเฉย“หวาน!” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันหันกลับไปมองต้นกำลังเดินแกมวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าสงสัย “เมื่อกี้... รุ่นพี่คนนั้นคือใครเหรอ”ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของพันไทที่กำลังเดินไกลออกไป ก่อนตอบตามตรง “พี่พันไท เพื่อนพี่ชายเราเอง”ต้นมองตามแววตาที่เคยเป็นมิตรเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีจนสังเกตได้ “อ๋อ... พันไท”“ต้นรู้จักเหรอ”“เคยได้ยินชื่อน่ะ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะส่งยิ้มกลับมาตามปกติ “ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหม”“ทำไมเหรอ”“เรามีอะไรจะให้”“อะไรเหรอ”“เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้” เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินแยกเข้าห้องเรียนไป ฉันได้แต่มองตามอย่างงุนงง ต้นดูแปลกไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... เหมือนเขากำลังมองพี่พันด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออกทว่าฉันไม่มีเวลาคิดมาก เพราะเสียงอาจารย์ดังขึ้นเตือนให้เข้าเรียน ตลอดช่วงเช้า ต้นนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ... เขามองฉันบ่อยมาก บ่อยจนฉันเริ่มเกร็ง“มีอะไรติดหน้าหวานหรือเปล่า” ฉันถามออกไปในที่สุดต้นสะดุ้งเล็กน้อย “เปล
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่เพราะมีสอบ ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญ... แต่เป็นเพราะข้อความสั้น ๆ จากใครบางคนเมื่อคืนนี้ที่บอกว่าจะมารับพี่พันไทแค่คิดถึงชื่อนี้ ฉันก็แทบอยากเอาหมอนฟาดหน้าตัวเอง จะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย! ก็แค่รุ่นพี่ของพี่ชายมารับไปโรงเรียนตามประสาคนรู้จักเท่านั้นเองฉันยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเป็นรอบที่สาม ก้มสำรวจชุดนักเรียนอย่างถี่ถ้วน เรียบร้อยดี ผมยาวถักเปียเรียบร้อย กระเป๋านักเรียนจัดพร้อม ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นจังหวะหัวใจที่เต้นระสับผิดปกติไปหมด“หวาน! ลงมาได้แล้ว!” เสียงพี่เมฆร้องเรียกจากชั้นล่าง“มาแล้วค่ะ!” ฉันรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงบันได แต่พอเปิดประตูออกมาถึงหน้าบ้านก็ต้องหยุดกึกรถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่หน้ารั้ว เจ้าของรถยืนพิงประตูฝั่งคนขับ เสื้อช็อปวิศวะพาดไว้บนแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือกำลังไถโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อคมคายเงยขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงประตู ร่างสูงกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจดเท้าจนฉันต้องก้มมองตัวเองตามโดยอัตโนมัติ“ทำไมมองแบบนั้นคะ”“ช้า”“อะไรนะ”“ให้รอตั้งนาน”ฉันอ้าปากค้าง “พี่เพิ่งมาถึงไม่ถึงห้านาทีเองนะ!”“สำหรับพี่
ฉันไม่รู้เลยว่าเย็นวันนั้น มีสายตาของใครบางคนกำลังมองตามฉันมาจากอีกฝั่งของสนามเพราะสิ่งเดียวที่แล่นอยู่ในหัวตอนนี้คือ... กล่องนมสตรอว์เบอร์รี่ในมือ กับประโยคทิ้งท้ายของพี่เมฆ‘ถ้าพี่ไม่ได้คิดไปเอง... พี่ว่าไอ้พันมันกำลังคิดไม่ซื่อกับน้องสาวพี่แล้วล่ะ’ฉันพยายามสลัดความคิดนั้นออกจากหัวตลอดทางเดินกลับบ้าน ไม่มีทางหรอก... พี่พันไทเนี่ยนะจะมาชอบฉัน? ตั้งแต่จำความได้ เขาก็เอาแต่เรียกว่าเด็กอ้วน ยัยเบาหวานบ้าง ยัยกลมบ้าง ถ้าชอบกันจริง ผู้ชายที่ไหนจะตั้งหน้าตั้งตาแกล้งผู้หญิงทุกครั้งที่เจอหน้า เพี้ยนแล้ว... ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่เอาคำพูดไร้สาระของพี่เมฆมาคิดจริงจังฉันก้มมองกล่องนมในมืออีกครั้ง แต่แค่เห็นรูปสตรอว์เบอร์รี่บนกล่อง หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลก็แค่ของกิน... ใช่ มันก็แค่ของกิน!ฉันย้ำกับตัวเองรอบที่ร้อยก่อนจะเดินเข้าบ้าน“กลับมาแล้วค่ะ”“อ้าว หวาน” เสียงแม่ดังมาจากในครัว ฉันถอดรองเท้าแล้วเจาะกล่องนมยกขึ้นดื่มแก้เขิน ทว่ายังไม่ทันดูดได้สองอึก เสียงพี่เมฆก็ลอยมาจากห้องนั่งเล่น“นมใครซื้อให้”ฉันชะงักกึก “พี่เมฆจะถามอะไรอีกเนี่ย”“ก็ถามเฉย ๆ”“พี่พันไทซื้
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ
"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก
คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงีย
"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้น

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





