LOGIN"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆ
พี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"มีแมลง"
"..."
"เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"
แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา
"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว"
"ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่ม
พี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
มีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้ว
ส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกที
หลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...
ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต
.
.
.
"เบาหวาน!"
ฉันที่กำลังเดินก้าวขาออกจากห้องสมุดถึงกับหลับตาปี๋ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงใคร "อะไรอีกคะพี่พัน"
"ซื้ออะไรมา"
ฉันรีบกอดถุงขนมในมือแน่นขึ้น "ไม่บอกค่ะ"
"กวน... จะกินคนเดียวว่างั้น?"
"ใช่ค่ะ หวานซื้อเอง"
พี่พันไทสาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มมองทะลุถุงพลาสติกในมือฉัน "ขนมปังไส้ครีม ช็อกโกแลตหน้านิ่ม แล้วก็ชานมไข่มุก"
ฉันอ้าปากค้าง "พี่รู้ได้ไงอ่ะ แอบดูเหรอ"
นิ้วแกร่งส่งมาเคาะหน้าผากฉันเบา ๆ หนึ่งที "โง่จริง"
"เอ้า พี่ด่าหวานอีกละ"
"ก็เดาเอา... เพราะเธอซื้อเมนูซ้ำ ๆ เหมือนเดิมทุกวัน"
ฉันหน้าแดงแปร๊ดทันที ก็จริงอย่างที่เขาว่า... ฉันกินเมนูเดิมแทบจะทุกวันจนแทบกลายเป็นโลโก้ประจำตัวไปแล้ว
"เอามานี่"
"ไม่ให้!"
"แบ่งหน่อย"
"ไม่ค่ะ"
"ใจร้ายว่ะ"
"เรื่องของหวาน" ฉันเชิดหน้าใส่แล้วรีบจ้ำอ้าวหนี ทว่ายังไม่ทันไปได้ไกล มือหนาก็ตวัดคว้าถุงขนมจากมือฉันไปหน้าตาเฉย "พี่พัน!"
"หิว"
"หิวก็ไปซื้อเองสิคะ"
"ขี้เกียจ" ชายหนุ่มแกะห่อขนมปังเข้าปากหน้าตาเฉย "เด็กดีต้องแบ่งขนมให้ผู้ใหญ่กินรู้ไหม"
ฉันแทบอยากจะกรี๊ดอัดหน้าเขา คนบ้าอะไรหน้าด้านที่สุดในสามโลก!
.
.
.
สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่ยืนกอดอกมองเขาเคี้ยวขนมปังของตัวเองตุ้ย ๆ ด้วยความเจ็บใจ
"เออ อร่อยดี ครีมเยอะสะใจ พรุ่งนี้ซื้ออีกนะ"
"ไม่ซื้อแล้ว!"
พี่พันไทหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นกล่องนมสตรอว์เบอร์รี่แช่เย็นเจี๊ยบมาให้ ฉันชะงักไปนิด "อะไรคะ"
"ให้"
"ทำไมเอามาให้หวานอ่ะ"
"แลกกันไง"
"แลกกับขนมปังเนี่ยนะ?"
"อืม"
ฉันมองกล่องนมสีชมพูในมือเขาพลางขมวดคิ้ว "พี่พันชอบกินรสนี้เหรอ"
"เปล่า"
"แล้วซื้อมาทำไม"
ชายหนุ่มนิ่งไปนิด แววตาคมไหววูบก่อนจะเสมองไปทางอื่นแล้วตอบเรียบ ๆ "ก็เห็นเธอชอบกิน"
ตึกตัก...
อยู่ ๆ หัวใจในอกก็กระตุกเชื่อฟังไม่เข้าเรื่อง จนฉันต้องรีบคว้ากล่องนมมาแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
.
.
.
เย็นวันนั้นฉันกลับมาถึงบ้านพร้อมกล่องนมสตรอว์เบอร์รี่ในมือ พอเดินเข้าห้องนั่งเล่นก็เจอพี่เมฆนั่งกดจอยเกมอยู่บนโซฟา
"นั่นอะไรน่ะหวาน"
"นมค่ะ"
"ใครซื้อให้"
"..." ฉันอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบ "พี่พันไท"
พี่เมฆชะงักกึก มือที่กำลังรัวจอยเกมค้างเติ่งอยู่กลางอากาศทันที "ใครนะ"
"พี่พันไง ทำไมเหรอ"
พี่เมฆวางจอยเกมลงแล้วหันมาหรี่ตามองฉันอยู่หลายวินาที "มันซื้อให้เหรอ"
"อืม"
"ทุกวันเลยป่ะ"
"หือ?" ฉันกะพริบตาปริบ ๆ "ไม่หรอกมั้ง..."
"เมื่อวานน้ำผลไม้ วันก่อนโน้นโดนัท อาทิตย์ที่แล้วข้าวปั้นสามเหลี่ยม แล้ววันนี้ก็นม" พี่เมฆร่ายยาวจนฉันอึ้งไป เพราะพอพี่ชายพูดเตือนความจำขึ้นมา ฉันถึงเพิ่งนึกได้ว่ามันจริงทุกอย่าง
พักหลังมานี้พี่พันไทชอบมีของกินติดมือมาฝากฉันตลอด แต่เพราะทุกครั้งเขาชอบทำหน้าดุเหมือนรำคาญ ฉันเลยไม่ได้เก็บเอามาคิดอะไร
"เออ... แปลกว่ะ" พี่เมฆพึมพำเสียงเครียด
"แปลกตรงไหนพี่เมฆ คิดมากน่า"
"ก็หวังว่าrujจะคิดมากนะเบาหวาน" พี่เมฆหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาจริงจังขึ้นกว่าเดิม "เพราะถ้าพี่ไม่ได้คิดไปเอง... พี่ว่าไอ้พันมันกำลังคิดไม่ซื่อกับน้องสาวพี่แล้วล่ะ"
"บ้า!" ฉันรีบปฏิเสธทันควัน ไม่มีทางหรอก... คนอย่างพี่พันไทเนี่ยนะจะมาชอบฉัน เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
“เพราะพี่จะถือให้”คำพูดตัดรำคาญแบบนั้นทำให้ฉันยืนนิ่งเป็นตอไม้อยู่กับที่หลายวินาที คนอะไร... ชอบทำให้หัวใจคนอื่นเต้นวุ่นวายแล้วก็เดินหนีไปหน้าตาเฉย“หวาน!” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ฉันหันกลับไปมองต้นกำลังเดินแกมวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าสงสัย “เมื่อกี้... รุ่นพี่คนนั้นคือใครเหรอ”ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของพันไทที่กำลังเดินไกลออกไป ก่อนตอบตามตรง “พี่พันไท เพื่อนพี่ชายเราเอง”ต้นมองตามแววตาที่เคยเป็นมิตรเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีจนสังเกตได้ “อ๋อ... พันไท”“ต้นรู้จักเหรอ”“เคยได้ยินชื่อน่ะ” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะส่งยิ้มกลับมาตามปกติ “ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหม”“ทำไมเหรอ”“เรามีอะไรจะให้”“อะไรเหรอ”“เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้” เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินแยกเข้าห้องเรียนไป ฉันได้แต่มองตามอย่างงุนงง ต้นดูแปลกไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... เหมือนเขากำลังมองพี่พันด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออกทว่าฉันไม่มีเวลาคิดมาก เพราะเสียงอาจารย์ดังขึ้นเตือนให้เข้าเรียน ตลอดช่วงเช้า ต้นนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ... เขามองฉันบ่อยมาก บ่อยจนฉันเริ่มเกร็ง“มีอะไรติดหน้าหวานหรือเปล่า” ฉันถามออกไปในที่สุดต้นสะดุ้งเล็กน้อย “เปล
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่ใช่เพราะมีสอบ ไม่ใช่เพราะมีธุระสำคัญ... แต่เป็นเพราะข้อความสั้น ๆ จากใครบางคนเมื่อคืนนี้ที่บอกว่าจะมารับพี่พันไทแค่คิดถึงชื่อนี้ ฉันก็แทบอยากเอาหมอนฟาดหน้าตัวเอง จะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย! ก็แค่รุ่นพี่ของพี่ชายมารับไปโรงเรียนตามประสาคนรู้จักเท่านั้นเองฉันยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเป็นรอบที่สาม ก้มสำรวจชุดนักเรียนอย่างถี่ถ้วน เรียบร้อยดี ผมยาวถักเปียเรียบร้อย กระเป๋านักเรียนจัดพร้อม ทุกอย่างดูเป็นปกติ... ยกเว้นจังหวะหัวใจที่เต้นระสับผิดปกติไปหมด“หวาน! ลงมาได้แล้ว!” เสียงพี่เมฆร้องเรียกจากชั้นล่าง“มาแล้วค่ะ!” ฉันรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงบันได แต่พอเปิดประตูออกมาถึงหน้าบ้านก็ต้องหยุดกึกรถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่หน้ารั้ว เจ้าของรถยืนพิงประตูฝั่งคนขับ เสื้อช็อปวิศวะพาดไว้บนแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือกำลังไถโทรศัพท์ ใบหน้าหล่อคมคายเงยขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงประตู ร่างสูงกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจดเท้าจนฉันต้องก้มมองตัวเองตามโดยอัตโนมัติ“ทำไมมองแบบนั้นคะ”“ช้า”“อะไรนะ”“ให้รอตั้งนาน”ฉันอ้าปากค้าง “พี่เพิ่งมาถึงไม่ถึงห้านาทีเองนะ!”“สำหรับพี่
ฉันไม่รู้เลยว่าเย็นวันนั้น มีสายตาของใครบางคนกำลังมองตามฉันมาจากอีกฝั่งของสนามเพราะสิ่งเดียวที่แล่นอยู่ในหัวตอนนี้คือ... กล่องนมสตรอว์เบอร์รี่ในมือ กับประโยคทิ้งท้ายของพี่เมฆ‘ถ้าพี่ไม่ได้คิดไปเอง... พี่ว่าไอ้พันมันกำลังคิดไม่ซื่อกับน้องสาวพี่แล้วล่ะ’ฉันพยายามสลัดความคิดนั้นออกจากหัวตลอดทางเดินกลับบ้าน ไม่มีทางหรอก... พี่พันไทเนี่ยนะจะมาชอบฉัน? ตั้งแต่จำความได้ เขาก็เอาแต่เรียกว่าเด็กอ้วน ยัยเบาหวานบ้าง ยัยกลมบ้าง ถ้าชอบกันจริง ผู้ชายที่ไหนจะตั้งหน้าตั้งตาแกล้งผู้หญิงทุกครั้งที่เจอหน้า เพี้ยนแล้ว... ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่เอาคำพูดไร้สาระของพี่เมฆมาคิดจริงจังฉันก้มมองกล่องนมในมืออีกครั้ง แต่แค่เห็นรูปสตรอว์เบอร์รี่บนกล่อง หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลก็แค่ของกิน... ใช่ มันก็แค่ของกิน!ฉันย้ำกับตัวเองรอบที่ร้อยก่อนจะเดินเข้าบ้าน“กลับมาแล้วค่ะ”“อ้าว หวาน” เสียงแม่ดังมาจากในครัว ฉันถอดรองเท้าแล้วเจาะกล่องนมยกขึ้นดื่มแก้เขิน ทว่ายังไม่ทันดูดได้สองอึก เสียงพี่เมฆก็ลอยมาจากห้องนั่งเล่น“นมใครซื้อให้”ฉันชะงักกึก “พี่เมฆจะถามอะไรอีกเนี่ย”“ก็ถามเฉย ๆ”“พี่พันไทซื้
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ
"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก
คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่
"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้น
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงีย







