LOGIN"เขา ใคร พนักงานรักษาความปลอดภัยของมอเหรอ" โคลอี้เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
"เปล่า เป็นนักศึกษาคณะวิศวะ ตัวสูงๆ ใส่เสื้อช็อปสีเลือดหมู มีรอยแผลเป็นตรงหางคิ้วด้วย หน้าตาเขา... น่ากลัวมาก ตอนที่เขาบีบคอคนของแม่เลี้ยงฉัน เขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติมากเลยแก สายตาเขาไม่มีความลังเลเลยสักนิด"
โคลอี้เบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินลักษณะของคนช่วยชีวิตเพื่อน มือที่จับอยู่ออกแรงบีบแน่นขึ้นจนอลิซรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ สีหน้าของโคลอี้เปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนก
"แกบอกว่าแผลเป็นตรงหางคิ้ว สูงๆ หน้าตาดุๆ"
"ใช่ แกคุ้นเหรอ"
"คุ้นสิ ทั้งมอตอนนี้ไม่มีใครไม่พูดถึงเขา ผู้ชายคนนั้นชื่อครอส เป็นทายาทธุรกิจกาสิโนที่เมืองนอก เพิ่งดรอปเรียนไปสองปีแล้วเพิ่งกลับมาเรียนปีสามวันนี้วันแรก มีข่าวลือว่าที่เขาต้องดรอปเพราะไปจัดการคนทรยศในแก๊งจนต้องขึ้นศาล แกฟังฉันให้ดีนะอลิซ อยู่ห่างจากผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุด เขาเป็นตัวอันตรายระดับที่ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย"
คำเตือนของโคลอี้ทำให้อลิซกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท่าทางการลงมือที่เด็ดขาดและเลือดเย็นเมื่อเช้ายืนยันคำพูดของเพื่อนได้เป็นอย่างดี เธอเชื่อสนิทใจว่าเขาคือตัวอันตรายอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ
ช่วงบ่าย อลิซเดินเข้ามาในห้องเรียนรวมขนาดใหญ่สำหรับวิชาเลือกเสรีหมวดจิตวิทยา วิชานี้มีนักศึกษาจากหลายคณะมาเรียนรวมกัน เธอเลือกที่นั่งแถวกลางๆ ค่อนไปทางหน้าห้อง หยิบสมุดจดและแท็บเล็ตขึ้นมาเตรียมพร้อม พยายามสลัดเรื่องวุ่นวายออกจากหัวเพื่อจดจ่อกับการเรียน
อาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาพร้อมกับเริ่มต้นบรรยายเนื้อหา ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งเวลาผ่านไปสิบห้านาที ประตูหลังห้องเรียนถูกผลักเปิดออก
อุณหภูมิในห้องบรรยายที่เย็นฉ่ำอยู่แล้วคล้ายจะลดฮวบลงกะทันหัน นักศึกษาหลายคนที่นั่งอยู่แถวหลังสุดพร้อมใจกันกลั้นหายใจเมื่อร่างสูงใหญ่ของครอสเดินล้วงกระเป๋าเข้ามา เขาไม่ได้เอ่ยปากขออนุญาตอาจารย์ที่กำลังสอน เพียงแค่กวาดสายตาหาที่นั่งว่างตรงมุมหลังสุดของห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและเหยียดขายาวๆ ออกมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร
อาจารย์ชะงักไปชั่วครู่แต่ก็เลือกที่จะทำเมินและสอนต่อไป ไม่มีใครกล้ามีปัญหากับทายาทผู้ทรงอิทธิพล
ครอสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเบื่อหน่าย เขาเกลียดการนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีคนเยอะๆ แบบนี้ จนกระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับแผ่นหลังบอบบางที่คุ้นตา ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกมัดรวบเป็นหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวเนียน เขาจดจำสัดส่วนและท่าทางการนั่งหลังตรงแบบนั้นได้ทันที
เด็กศิลปกรรมที่หลังตึกวิศวะเมื่อเช้า
ครอสไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่วางสายตาไว้ที่จุดนั้นนิ่งๆ สังเกตการขยับตัวเล็กๆ น้อยๆ ของเธอเวลาจดเลกเชอร์ นิ้วเรียวที่เคาะปากกาเบาๆ ตอนกำลังใช้ความคิด ความขัดแย้งในตัวผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาสนใจ ภายนอกดูอ่อนแอจนโดนรังแกได้ง่ายๆ แต่แววตาตอนที่กอดกระเป๋าใบนั้นกลับสู้ไม่ถอย
"เอาล่ะนักศึกษา สำหรับรายงานชิ้นใหญ่ของเทอมนี้ อาจารย์จะใช้วิธีสุ่มรายชื่อจากระบบให้ทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มละห้าคน ไม่มีข้อยกเว้นหรือการขอเปลี่ยนกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น"
เสียงประกาศของอาจารย์เรียกความสนใจจากทุกคนในห้อง อลิซถอนหายใจเบาๆ เธอไม่ชอบการสุ่มกลุ่มเพราะมักจะเจอกับคนที่ไม่ยอมทำงาน แต่ก็ต้องยอมรับสภาพ
รายชื่อถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์หน้าห้อง อลิซไล่สายตาหาชื่อตัวเองจนเจอในกลุ่มที่เจ็ด
นางสาวอลิซา...
นายธนภัทร...
นางสาวกานต์...
นายพิชญะ...
นายครอส...
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นชื่อสุดท้ายในรายชื่อกลุ่มของตัวเอง อลิซหันขวับไปทางหลังห้องโดยอัตโนมัติ และวินาทีนั้นเองที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว…ทำไมต้องมาเรียนรวมด้วยนะ
ครอสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักกดลึกเป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันมากกว่าจะเป็นมิตร
อลิซรีบหันหน้ากลับมาทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าเดินตรงไปหาอาจารย์ที่หน้าโต๊ะบรรยาย
"อาจารย์คะ ขอโทษนะคะ คือหนูขออนุญาตย้ายกลุ่มได้ไหมคะ พอดีหนูไม่สะดวก..."
"อาจารย์แจ้งกฎชัดเจนแล้วนะนักศึกษา ไม่มีการเปลี่ยนกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น ทำงานร่วมกับคนอื่นให้ได้ มันคือการฝึกทักษะการเอาตัวรอดในสังคม กลับไปนั่งที่ได้แล้ว"
คำปฏิเสธที่เด็ดขาดทำให้อลิซต้องยอมถอย เธอกลับมานั่งที่เดิมด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก
หลังเลิกคลาส อาจารย์สั่งให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มแยกย้ายกันไปจับกลุ่มคุยเรื่องหัวข้อรายงาน อลิซและเพื่อนอีกสามคนเดินมารวมตัวกันที่โต๊ะตัวหนึ่งริมทางเดินหน้าห้องเรียน ทุกคนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของครอสเดินล้วงกระเป๋าตรงเข้ามาหา
ครอสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับอลิซ แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ขากว้างวางพาดกันอย่างสบายใจ เขาไม่ได้พูดอะไร แค่กวาดสายตามองหน้าสมาชิกกลุ่มทีละคนด้วยแววตาที่ทำให้เพื่อนผู้ชายสองคนในกลุ่มถึงกับเหงื่อตก
ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ
"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '
แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย
แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที
"อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"
อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก







