เข้าสู่ระบบความเงียบโรยตัวปกคลุมโต๊ะทำงานนานเกินไปจนบรรยากาศอึดอัดแทบขาดใจ อลิซก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นอยู่บนตัก เธอรู้ว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้งานจะไม่มีทางเดินหน้า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี เธอยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงและช้อนสายตาขึ้นสบกับผู้ชายฝั่งตรงข้ามตรงๆ
"เราต้องเริ่มแบ่งหัวข้อกันแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แม้จะมีความสั่นไหวเจืออยู่เล็กน้อยแต่ก็ดังฟังชัด
เพื่อนอีกสามคนหันมามองอลิซด้วยสายตาทึ่งๆ ที่เธอกล้าเป็นคนเปิดบทสนทนา
ครอสไม่ได้ขยับตัว เขายังคงกอดอกจ้องหน้าเธอนิ่ง ดวงตาสีเข้มดุดันคู่นั้นพยายามจับจ้องลึกเข้าไปในแววตาของเธอเพื่อหาความขลาดกลัว แต่สิ่งที่เขาพบคือความพยายามที่จะต่อสู้กับความกลัวของตัวเอง
"หัวข้อหลักคือวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์จากบาดแผลในวัยเด็ก ฉันจะเป็นคนรวบรวมข้อมูลส่วนแรกเอง ธนภัทรกับกานต์ช่วยหาเคสสตาดีมาสองเคส ส่วนพิชญะรับผิดชอบเรื่องสไลด์นำเสนอ" อลิซหันไปแจกแจงงานให้เพื่อนคนอื่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมาสบตาครอสอีกครั้ง
"ส่วนคุณ... พี่ครอส ช่วยรับผิดชอบเรื่องจัดหน้าเอกสารและสรุปรูปเล่มตอนจบได้ไหมคะ"
สรรพนามที่หลุดปากเรียกออกไปทำให้อลิซอยากจะกัดลิ้นตัวเอง เธอได้ยินคนอื่นเรียกเขาแบบนั้นเลยเผลอเรียกตาม ทว่ามันกลับทำให้คิ้วเข้มของคนฟังกระตุกขึ้นเล็กน้อย
เพื่อนทั้งสามคนนั่งตัวเกร็ง รอคอยพายุอารมณ์จากทายาทมาเฟียที่ถูกเด็กปีสองสั่งงาน
ครอสมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่พยายามปั้นหน้านิ่งอย่างเต็มความสามารถ มุมปากของเขายกขึ้นเพียงนิดเดียว เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่พยักหน้าลงช้าๆ หนึ่งครั้ง
เพื่อนร่วมกลุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"ถ้างั้น วันนี้แยกย้ายกันแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะสร้างกลุ่มแชทแล้วดึงทุกคนเข้าไป" อลิซรีบสรุปงาน เก็บของลงกระเป๋าด้วยความรวดเร็ว เธออยากจะหนีไปจากความกดดันตรงนี้ให้เร็วที่สุด
เพื่อนคนอื่นรีบขอตัวแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว อลิซลุกขึ้นยืน สะพายกระเป๋าเตรียมจะเดินออกไปอีกทาง ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ของครอสก็ลุกขึ้นยืนและก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้
ความสูงที่แตกต่างกันมากทำให้อลิซต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้เธอเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ครอสกลับก้าวตามเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนกับขอบโต๊ะ
อลิซกำสายกระเป๋าแน่น พยายามบังคับสายตาไม่ให้หลบหนี
ครอสก้มหน้าลงมาใกล้เล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเธอในระยะประชิด เขาเห็นความหวาดระแวงในดวงตาคู่นั้นชัดเจน แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้
"ฉันไม่ชอบทำงานกับคนอ่อนแอ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ
เขาหยุดประโยคไว้แค่นั้น นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะขยับตัวออกห่างและเดินล้วงกระเป๋าจากไป ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้อลิซต้องยืนนิ่งงัน
"หวังว่าเธอจะไม่ใช่แบบนั้นนะ"
ข้อความสุดท้ายของผู้ชายคนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวของอลิซแม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนขนาดเล็กในหอพัก ซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้างเพื่อระบายความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในอก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกหวาดหวั่นของเธอได้มากขนาดนี้ แววตาดุดันและน้ำเสียงราบเรียบของเขาเหมือนมีแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้คนฟังไม่กล้าแม้แต่จะต่อรอง
อลิซสูดลมหายใจเข้าลึก หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหน้าต่างสนทนากลุ่มที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อช่วงบ่าย สมาชิกทั้งห้าคนอยู่ในนั้นครบถ้วน แต่ยังไม่มีใครพิมพ์ข้อความอะไรลงไป นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความนัดหมายลงบนหน้าจอเพื่อเริ่มงานส่วนของตัวเอง
'พรุ่งนี้ช่วงบ่ายฉันจะไปหาข้อมูลทำรายงานที่หอสมุดกลาง มีใครสะดวกไปช่วยกันหาไหมคะ'
ข้อความถูกส่งออกไปพร้อมกับสถานะการอ่านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่ตามมากลับเป็นข้อความปฏิเสธจากเพื่อนร่วมกลุ่มทีละคน
'เราติดซ้อมกีฬาคณะ ขอโทษทีนะอลิซ' ธนภัทรตอบกลับมาเป็นคนแรก
'เราต้องกลับบ้านต่างจังหวัดด่วนจ้ะ ไว้เราช่วยรวบรวมข้อมูลตอนพิมพ์นะ' กานต์พิมพ์ตอบกลับมาติดๆ กัน
'เรามีเรียนชดเชยวิชาเอกยาวถึงเย็นเลย ฝากอลิซดูหัวข้อไปก่อนได้ไหม' พิชญะเป็นคนสุดท้ายที่ปฏิเสธ
อลิซถอนหายใจยาว เธอพอจะเดาคำตอบเหล่านี้ได้อยู่แล้ว การทำงานกลุ่มแบบสุ่มมักจะลงเอยด้วยการที่ใครคนใดคนหนึ่งต้องรับภาระหนักที่สุดเสมอ หญิงสาวเตรียมจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่าเธอจะไปจัดการคนเดียว ทว่าเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
หน้าจอแสดงชื่อบัญชีผู้ใช้ที่ตั้งเป็นอิโมจิรูปไม้กางเขนเพียงตัวเดียว ไม่มีรูปโปรไฟล์ ไม่มีสถานะใดๆ ทั้งสิ้น
'ฉันไป'
ข้อความสั้นๆ แค่สองพยางค์ทำให้อลิซเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวาบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอซ้ำไปซ้ำมาเพื่อความแน่ใจ ไม่คิดฝันว่าทายาทธุรกิจกาสิโนผู้แสนจะเย็นชาและน่าเกรงขามจะยอมสละเวลามานั่งหาข้อมูลทำรายงานในหอสมุดกับเธอ
'เจอกันบ่ายสองโมงตรง หน้าทางเข้าหอสมุดค่ะ' อลิซพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว พยายามควบคุมปลายนิ้วไม่ให้สั่น
ไม่มีข้อความตอบรับจากเขาอีก มีเพียงสถานะว่าอ่านแล้วเท่านั้น
"อลิซ... อลิซ ลืมตามองพี่สิ" เสียงทุ้มสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเรียกชื่อเธอซ้ำๆ แต่คนในอ้อมแขนทำเพียงแค่ครางอืออาในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงจัดเพราะพิษไข้"พี่ครอส พาอลิซไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ สภาพแกไม่ไหวแล้วจริงๆ" โคลอี้วิ่งตามออกมาด้วยความเป็นห่วง"ฉันจัดการเอง เธอไม่ต้องตามมา" ครอสตอบเสียงห้วน ตัดบททุกความช่วยเหลือ เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นและวิ่งกลับไปที่รถ จัดการวางร่างของอลิซลงบนเบาะข้างคนขับ ปรับพนักพิงให้เอนลงเพื่อความสบาย ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธออย่างเบามือที่สุด"ไม่เอา... ไม่ไปโรงพยาบาล... หนูเกลียดกลิ่นยา..."เสียงละเมอแหบแห้งหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก อลิซส่ายหน้าไปมา มือเล็กปัดป่ายเปะปะกลางอากาศด้วยความทรมานครอสชะงักมือที่กำลังจะสตาร์ทรถ เขาหันไปมองคนที่กำลังนอนกระสับกระส่าย รู้ดีว่าความทรงจำวัยเด็กที่เลวร้ายของเธอผูกติดอยู่กับโรงพยาบาลตอนที่แม่ของเธอป่วยหนัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน"โอเค ไม่ไปโรงพยาบาล พี่จะพาหนูกลับบ้านของเรานะ"รถสปอร์ตพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับไปยังเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ครอสใช้มือข้างซ้ายบังคับพวงมาลัย ส่วนมือขวาเอื้
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องวาดภาพ อลิซนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบมาตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ได้ลุกไปไหน มือเล็กที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกขยับพู่กันตวัดลงบนผืนผ้าใบอย่างต่อเนื่อง เธอรับงานวาดภาพเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยเงินเก็บที่ร่อยหรอ แม้ปัญหาเรื่องหนี้สินของพ่อจะถูกปัดเป่าไปแล้วด้วยฝีมือของผู้ชายคนนั้น แต่เธอก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อชีวิตของตัวเองอยู่ดีดวงตากลมโตเริ่มพร่ามัว หยาดเหงื่อซึมชื้นตามกรอบหน้าทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานอย่างเต็มที่ อาการปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่ขมับลามไปถึงท้ายทอย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกระพริบตาเพื่อไล่ความเวียนศีรษะ แต่ภาพตรงหน้ากลับยิ่งหมุนเคว้งเธอวางพู่กันลงบนจานสี มือสั่นเทาเอื้อมไปจับขอบโต๊ะเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น ร่างกายหนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง อลิซตัดสินใจเดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปล้างหน้าในห้องน้ำ หวังว่าน้ำเย็นๆ จะช่วยเรียกความสดชื่นกลับมาได้บ้างสองเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินของคณะอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อผลักประตูห้องน้ำหญิงเข้าไปได้ อลิซก็พาร่างที่สั่นเทาของตัวเองไปหยุดอยู่หน้าอ่างล้างหน้า เ
"คุณ... คุณเป็นใคร จับผมมาทำไม" พ่อของอลิซถามเสียงสั่นเทา พยายามถอยกรูดหนีแต่ถูกลูกน้องของครอสเตะสกัดไว้ครอสไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยักพเยิดหน้าให้ลูกน้อง ลูกน้องคนสนิทเดินนำแฟ้มเอกสารไปโยนลงตรงหน้าชายวัยกลางคน"ดูซะ ว่ามึงสร้างหนี้อะไรไว้ที่กาสิโนของกู" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวพ่อของอลิซรีบตะครุบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดู ใบหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อเห็นตัวเลขหนี้สินหลักล้านและลายเซ็นค้ำประกันที่เป็นชื่อลูกสาวตัวเอง"ผม... ผมไม่รู้เรื่องนะครับ! ผมไม่ได้เป็นคนเซ็นค้ำ เมียผม... เมียผมเป็นคนทำ!" ชายวัยกลางคนรีบแก้ตัวเสียงหลง โยนความผิดให้ภรรยาใหม่ทันที"กูรู้" ครอสตอบหน้าตาย "และกูก็รู้ด้วยว่ามึงเป็นคนอนุญาตให้เมียมึงเอาชื่อลูกสาวมึงมาใช้ เพราะมึงไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้กู""ผมขอโทษครับเสี่ย! ผมขอเวลาหน่อย ผมจะหาเงินมาคืนให้ทุกบาททุกสตางค์เลยครับ ไว้ชีวิตผมเถอะ!" พ่อของอลิซก้มลงกราบแทบเท้าครอสอย่างหมดสภาพครอสมองภาพนั้นด้วยความรังเกียจ เขาใช้ปลายรองเท้าผ้าใบเตะเข้าที่ไหล่ของชายวัยกลางคนอย่างแรงจนล้มหงายหลัง"เงินของมึง กูไม่อยากได้" ครอสผุดลุกขึ้นยืน ก้มหน้าลงมองคนที่นอนตัวสั่นอยู่บนพื้น "แต่ก
"อลิซ! แกใส่ชุดนักศึกษาใหม่มาเรียน! แถมกลิ่นน้ำหอมแกก็เปลี่ยนไป!" โคลอี้ชี้หน้าเพื่อนด้วยความตื่นตระหนก "เมื่อคืนแกไม่ได้กลับหอ แกไปนอนที่ไหนมาฮะ อย่าบอกนะว่า...""ฉันไปนอนคอนโดพี่ครอสมา" อลิซตอบตามตรง เธอรู้ว่าปิดบังเพื่อนไปก็ไม่มีประโยชน์"แกบ้าไปแล้วเหรออลิซ!" โคลอี้แทบจะกรีดร้อง "แกไปนอนคอนโดผู้ชาย! แถมเป็นมาเฟียหน้าตายนั่นอีก แกโดนเขาทำอะไรหรือเปล่า แกเจ็บตรงไหนไหม""เบาๆ สิโคลอี้ คนมองหมดแล้ว" อลิซรีบดึงแขนเพื่อนให้เดินเลี่ยงไปที่มุมเงียบๆ "ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นสักหน่อย ฉันแค่ไปทำรายงานแล้วเผลอหลับไป เขาก็เลยให้นอนพักที่ห้องแขก""แล้วชุดใหม่นี่ล่ะ""เขาให้คนไปซื้อมาให้เมื่อเช้า" อลิซตอบเสียงอ้อมแอ้มโคลอี้หรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด "แกแน่ใจนะว่าแค่ทำรายงาน ผู้ชายคนนั้นน่ะอันตรายระดับที่ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยนะเว้ย แกกำลังเล่นกับไฟอยู่รู้ตัวไหม""ฉันรู้ แต่เขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอื่นคิดหรอกแก" อลิซยิ้มบางๆ ให้เพื่อน "ฉันดูแลตัวเองได้ แกไม่ต้องห่วงนะ"โคลอี้ถอนหายใจยาว ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของเพื่อน "เออๆ ห้ามให้ไม่ได้ก็ต้องปล่อยแหละ แต่ถ้าไอ้หมอนั่นมันทำแกเสียใจเมื่อไหร่ ฉันจะเ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบเปลือกตาบาง อลิซขยับตัวพลิกหนีแสงแดดอย่างเกียจคร้าน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความนุ่มสบายของฟูกนอนและกลิ่นหอมสะอาดที่ไม่ใช่กลิ่นหอพักของตัวเอง หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ กวาดสายตามองเพดานห้องที่แปลกตา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเธอผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หลังจากที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนตักของผู้ชายคนนั้นอลิซรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สำรวจเสื้อผ้าบนร่างกายตัวเอง ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนความรู้สึกแปลกประหลาด เขาแค่กอดเธอไว้แล้วหลับไปจริงๆ หรือนี่เสียงเครื่องครัวกระทบกันดังแว่วมาจากด้านนอกเรียกความสนใจของเธอ อลิซตวัดขาลงจากเตียง เดินออกจากห้องนอนด้วยความระมัดระวัง กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดและเบคอนทอดลอยเตะจมูกภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้อลิซต้องหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ครอสในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงสแล็กสีดำสนิทกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่หน้าเตาแก๊ส มือข้างหนึ่งถือตะหลิวพลิกเบคอนในกระทะ ส่วนมืออีกข้างกำลังคนกาแฟในแก้วมัค ท่วงท่าทะมัดทะแมงนั้นดูขัดกับหน้าตาโหดๆ และรังสีความน่าเกรงขามที่เขามักจะแผ่ออกมา
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่และกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม ยัดมันใส่มือเธอ"ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น อาบน้ำซะ แล้วก็ล็อกประตูให้ดี" ครอสสั่งเสียงเข้ม "ถ้าเธอเดินเพ่นพ่านออกมาตอนดึก ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเธออีกต่อไป"พูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในโซนห้องครัว ทิ้งให้อลิซยืนมองเสื้อผ้าในมือด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ว่าเขาพูดจริง และเธอก็รู้ตัวดีว่าการอยู่ในห้องนี้สองต่อสองกับผู้ชายที่เพิ่งจะทำให้เธอเกือบหยุดหายใจเมื่อครู่ เป็นเรื่องที่อันตรายแค่ไหนแต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองโดยไม่คิดจะหาข้ออ้างหนีกลับหอพักอีกสายน้ำเย็นฉ่ำช่วยเรียกสติของอลิซให้กลับคืนมาได้บ้าง เธอใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติ เมื่อเช็ดตัวจนแห้งและสวมเสื้อยืดสีดำของครอส เธอพบว่ามันใหญ่เกินไปมาก ชายเสื้อยาวคลุมลงมาจนถึงช่วงต้นขาด้านล่าง บังทับกางเกงขาสั้นที่เขาส่งมาให้จนมิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ติดอยู่บนเนื้อผ้า ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดไว้ตลอดเวลาอลิซเดินออกจากห้องน้ำด้วยความระมัดระวัง ไฟในห้องนั่งเล่นถู







