FAZER LOGIN"ฤทธิ์เยอะนักนะนังเด็กนี่ เอามานี่"
การยื้อแย่งทวีความรุนแรงขึ้น อลิซถูกผลักจนแผ่นหลังกระแทกกับกำแพงปูน ความเจ็บแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลังแต่เธอยังคงกอดกระเป๋าไว้แนบอก ไม่ยอมปล่อยให้เงินก้อนสุดท้ายถูกแย่งไป
ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร บริเวณมุมอับสายตาหลังแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ ครอสกำลังยืนอัดควันบุหรี่เข้าปอด สายตาคมกริบมองผ่านกลุ่มควันสีเทาไปยังภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้า สันกรามคมนูนขึ้นจากการขบกัด เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเสียงโวยวายที่ทำลายเวลาพักผ่อนของเขา
ชายหนุ่มไม่ได้มีความคิดอยากจะเป็นฮีโร่ช่วยหญิงสาวแปลกหน้า โลกของเขาเต็มไปด้วยการต่อสู้แย่งชิง คนอ่อนแอก็แค่ต้องยอมรับสภาพไปตามระเบียบ เขาแค่รำคาญเสียงกรีดร้องที่ดังรบกวนเวลาสูบบุหรี่ของเขาเท่านั้น
ครอสพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากมุมมืด ท่วงท่าการเดินของเขาเชื่องช้าแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก ดวงตาดุดันจดจ้องไปยังชายฉกรรจ์สองคนที่กำลังรุมรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ
"ส่งกระเป๋ามาอีหนู อย่าให้กูต้องลงไม้ลงมือ" ชายฉกรรจ์คนแรกง้างมือเตรียมจะตบหน้าอลิซเพื่อตัดรำคาญ
หมับ
ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธคว้าหมับเข้าที่ลำคอของชายคนนั้นจากด้านหลัง ครอสออกแรงบีบเพียงนิดเดียว ร่างหนาของมันก็ชะงักกึก หมัดที่ง้างอยู่กลางอากาศตกลงข้างลำตัวทันที ชายอีกคนที่กำลังล็อกแขนอลิซหันขวับมามองด้วยความตกใจ
"มึงเป็นใค..."
คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุดันที่ไร้ซึ่งความปรานี ครอสเพิ่มแรงบีบที่ฝ่ามือจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน ชายโชคร้ายในกำมือเริ่มดิ้นทุรนทุราย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจ สองมือพยายามแกะฝ่ามือเหล็กที่ล็อกคอตัวเองออกแต่ไม่เป็นผล
"เสียงดังน่ารำคาญ" น้ำเสียงทุ้มกดต่ำ ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบจนเสียดกระดูก
ครอสสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ร่างของชายคนนั้นก็ลอยไปกระแทกกับถังขยะใบใหญ่จนล้มลุกคลุกคลาน ชายอีกคนที่เห็นเพื่อนเสียท่ารีบปล่อยแขนอลิซแล้วล้วงมีดพับออกจากกระเป๋ากางเกง ใบมีดสะท้อนแสงแดดยามสายจนเห็นความคมกริบ
"อย่าแส่เรื่องของคนอื่นว่ะไอ้หนุ่ม ถอยไปซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว" มันขู่พร้อมกับแกว่งมีดไปมา
ครอสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อนักศึกษาออกช้าๆ ดวงตาคู่คมตวัดมองใบมีดสลับกับใบหน้าของคนถือด้วยแววตาสมเพช มุมปากหยักยกขึ้นเพียงนิดเดียวแต่มันกลับดูเย้ยหยันจนคนมองรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
"ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว กูจะหักแขนมึงแล้วเอามีดนั่นยัดใส่ปากมึงซะ"
คำขู่ที่เปล่งออกมาไม่ได้ใช้เสียงตะคอก แต่ความเด็ดขาดและจิตสังหารที่แผ่ออกมาทำให้พวกมันรู้สัญชาตญาณว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ขู่เพื่อล้อเล่น ชายคนที่โดนบีบคอตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน รีบดึงแขนเพื่อนที่ถือมีดให้ถอยหลัง
"ฝากไว้ก่อนเถอะมึง" พวกมันทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งหนีเตลิดไปทางหลังมหาวิทยาลัยด้วยความหวาดกลัว
ความเงียบกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง อลิซทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นปูน สองแขนยังคงกอดกระเป๋าของตัวเองไว้แน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตกใจที่ยังไม่จางหาย เธอช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้
เขาไม่ได้หันมามองเธอ ไม่มีการยื่นมือมาช่วยพยุง ไม่มีการเอ่ยถามความเป็นอยู่ ครอสเพียงแค่มองตามหลังพวกมันไปชั่วครู่ ก่อนจะปล่อยมวนบุหรี่ในมือลงบนพื้น ปลายรองเท้าผ้าใบราคาแพงเหยียบขยี้ลงบนเปลวไฟสีแดงจนดับสนิท
เขาเตรียมจะก้าวเดินจากไปโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่บนพื้น
"ขะ... ขอบคุณค่ะ" เสียงหวานสั่นพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง
สองเท้าของชายหนุ่มชะงักอยู่กับที่ ครอสค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองคนบนพื้น สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ซีดเผือด เปลือกตาบอบบางแดงช้ำ คราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิทเกาะอยู่ตรงหางตา เขาไล่สายตามองลงมายังสองแขนที่กอดกระเป๋าแน่น
ดวงตาของเธอสั่นไหว เต็มไปด้วยความหวาดระแวง แต่กลับมีความดื้อรั้นซ่อนอยู่ลึกๆ ความย้อนแย้งในแววตาคู่นั้นทำให้เขาหยุดมองนานกว่าปกติ
ครอสไม่ได้ตอบรับคำขอบคุณ เขายัดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกง มองกดลงมาจากความสูงที่เหนือกว่ามาก
"จะนั่งมองหน้าฉันอีกนานไหม ลุกขึ้นสิวะ"
โรงอาหารของคณะศิลปกรรมศาสตร์ในช่วงสายยังคงมีนักศึกษาบางตา อลิซนั่งใช้ส้อมเขี่ยข้าวในจานไปมาโดยไม่ตักเข้าปาก ความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อเช้ายังคงทิ้งร่องรอยไว้ในรูปแบบของอาการมือสั่นเล็กน้อยทุกครั้งที่นึกถึงสายตาดุดันและน้ำเสียงราบเรียบของผู้ชายคนนั้น
"แกแน่ใจนะว่าพวกมันไม่ได้เอาเงินแกไป" โคลอี้ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอลิซถามย้ำเป็นรอบที่สาม มือเรียวเอื้อมมาจับมือที่กำลังสั่นของเพื่อนไว้แน่นเพื่อเรียกสติ
"อืม ไม่ได้ไป เขาเข้ามาช่วยไว้ก่อน" อลิซตอบเสียงแผ่ว วางส้อมลงบนจานอย่างหมดความอยากอาหาร ภาพที่ผู้ชายคนนั้นสะบัดข้อมือเหวี่ยงผู้ชายตัวโตลอยกระเด็นยังคงฉายชัดในหัว
"เขา ใคร พนักงานรักษาความปลอดภัยของมอเหรอ"
"อลิซ... อลิซ ลืมตามองพี่สิ" เสียงทุ้มสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเรียกชื่อเธอซ้ำๆ แต่คนในอ้อมแขนทำเพียงแค่ครางอืออาในลำคอ ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงจัดเพราะพิษไข้"พี่ครอส พาอลิซไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ สภาพแกไม่ไหวแล้วจริงๆ" โคลอี้วิ่งตามออกมาด้วยความเป็นห่วง"ฉันจัดการเอง เธอไม่ต้องตามมา" ครอสตอบเสียงห้วน ตัดบททุกความช่วยเหลือ เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นและวิ่งกลับไปที่รถ จัดการวางร่างของอลิซลงบนเบาะข้างคนขับ ปรับพนักพิงให้เอนลงเพื่อความสบาย ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธออย่างเบามือที่สุด"ไม่เอา... ไม่ไปโรงพยาบาล... หนูเกลียดกลิ่นยา..."เสียงละเมอแหบแห้งหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก อลิซส่ายหน้าไปมา มือเล็กปัดป่ายเปะปะกลางอากาศด้วยความทรมานครอสชะงักมือที่กำลังจะสตาร์ทรถ เขาหันไปมองคนที่กำลังนอนกระสับกระส่าย รู้ดีว่าความทรงจำวัยเด็กที่เลวร้ายของเธอผูกติดอยู่กับโรงพยาบาลตอนที่แม่ของเธอป่วยหนัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน"โอเค ไม่ไปโรงพยาบาล พี่จะพาหนูกลับบ้านของเรานะ"รถสปอร์ตพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับไปยังเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ครอสใช้มือข้างซ้ายบังคับพวงมาลัย ส่วนมือขวาเอื้
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องวาดภาพ อลิซนั่งอยู่หน้าผืนผ้าใบมาตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ได้ลุกไปไหน มือเล็กที่เปื้อนคราบสีอะคริลิกขยับพู่กันตวัดลงบนผืนผ้าใบอย่างต่อเนื่อง เธอรับงานวาดภาพเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยเงินเก็บที่ร่อยหรอ แม้ปัญหาเรื่องหนี้สินของพ่อจะถูกปัดเป่าไปแล้วด้วยฝีมือของผู้ชายคนนั้น แต่เธอก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อชีวิตของตัวเองอยู่ดีดวงตากลมโตเริ่มพร่ามัว หยาดเหงื่อซึมชื้นตามกรอบหน้าทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานอย่างเต็มที่ อาการปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่ขมับลามไปถึงท้ายทอย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกระพริบตาเพื่อไล่ความเวียนศีรษะ แต่ภาพตรงหน้ากลับยิ่งหมุนเคว้งเธอวางพู่กันลงบนจานสี มือสั่นเทาเอื้อมไปจับขอบโต๊ะเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น ร่างกายหนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง อลิซตัดสินใจเดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปล้างหน้าในห้องน้ำ หวังว่าน้ำเย็นๆ จะช่วยเรียกความสดชื่นกลับมาได้บ้างสองเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินของคณะอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อผลักประตูห้องน้ำหญิงเข้าไปได้ อลิซก็พาร่างที่สั่นเทาของตัวเองไปหยุดอยู่หน้าอ่างล้างหน้า เ
"คุณ... คุณเป็นใคร จับผมมาทำไม" พ่อของอลิซถามเสียงสั่นเทา พยายามถอยกรูดหนีแต่ถูกลูกน้องของครอสเตะสกัดไว้ครอสไม่ได้ตอบคำถาม เขาพยักพเยิดหน้าให้ลูกน้อง ลูกน้องคนสนิทเดินนำแฟ้มเอกสารไปโยนลงตรงหน้าชายวัยกลางคน"ดูซะ ว่ามึงสร้างหนี้อะไรไว้ที่กาสิโนของกู" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวพ่อของอลิซรีบตะครุบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดู ใบหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเมื่อเห็นตัวเลขหนี้สินหลักล้านและลายเซ็นค้ำประกันที่เป็นชื่อลูกสาวตัวเอง"ผม... ผมไม่รู้เรื่องนะครับ! ผมไม่ได้เป็นคนเซ็นค้ำ เมียผม... เมียผมเป็นคนทำ!" ชายวัยกลางคนรีบแก้ตัวเสียงหลง โยนความผิดให้ภรรยาใหม่ทันที"กูรู้" ครอสตอบหน้าตาย "และกูก็รู้ด้วยว่ามึงเป็นคนอนุญาตให้เมียมึงเอาชื่อลูกสาวมึงมาใช้ เพราะมึงไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้กู""ผมขอโทษครับเสี่ย! ผมขอเวลาหน่อย ผมจะหาเงินมาคืนให้ทุกบาททุกสตางค์เลยครับ ไว้ชีวิตผมเถอะ!" พ่อของอลิซก้มลงกราบแทบเท้าครอสอย่างหมดสภาพครอสมองภาพนั้นด้วยความรังเกียจ เขาใช้ปลายรองเท้าผ้าใบเตะเข้าที่ไหล่ของชายวัยกลางคนอย่างแรงจนล้มหงายหลัง"เงินของมึง กูไม่อยากได้" ครอสผุดลุกขึ้นยืน ก้มหน้าลงมองคนที่นอนตัวสั่นอยู่บนพื้น "แต่ก
"อลิซ! แกใส่ชุดนักศึกษาใหม่มาเรียน! แถมกลิ่นน้ำหอมแกก็เปลี่ยนไป!" โคลอี้ชี้หน้าเพื่อนด้วยความตื่นตระหนก "เมื่อคืนแกไม่ได้กลับหอ แกไปนอนที่ไหนมาฮะ อย่าบอกนะว่า...""ฉันไปนอนคอนโดพี่ครอสมา" อลิซตอบตามตรง เธอรู้ว่าปิดบังเพื่อนไปก็ไม่มีประโยชน์"แกบ้าไปแล้วเหรออลิซ!" โคลอี้แทบจะกรีดร้อง "แกไปนอนคอนโดผู้ชาย! แถมเป็นมาเฟียหน้าตายนั่นอีก แกโดนเขาทำอะไรหรือเปล่า แกเจ็บตรงไหนไหม""เบาๆ สิโคลอี้ คนมองหมดแล้ว" อลิซรีบดึงแขนเพื่อนให้เดินเลี่ยงไปที่มุมเงียบๆ "ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นสักหน่อย ฉันแค่ไปทำรายงานแล้วเผลอหลับไป เขาก็เลยให้นอนพักที่ห้องแขก""แล้วชุดใหม่นี่ล่ะ""เขาให้คนไปซื้อมาให้เมื่อเช้า" อลิซตอบเสียงอ้อมแอ้มโคลอี้หรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด "แกแน่ใจนะว่าแค่ทำรายงาน ผู้ชายคนนั้นน่ะอันตรายระดับที่ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยนะเว้ย แกกำลังเล่นกับไฟอยู่รู้ตัวไหม""ฉันรู้ แต่เขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอื่นคิดหรอกแก" อลิซยิ้มบางๆ ให้เพื่อน "ฉันดูแลตัวเองได้ แกไม่ต้องห่วงนะ"โคลอี้ถอนหายใจยาว ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของเพื่อน "เออๆ ห้ามให้ไม่ได้ก็ต้องปล่อยแหละ แต่ถ้าไอ้หมอนั่นมันทำแกเสียใจเมื่อไหร่ ฉันจะเ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบเปลือกตาบาง อลิซขยับตัวพลิกหนีแสงแดดอย่างเกียจคร้าน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความนุ่มสบายของฟูกนอนและกลิ่นหอมสะอาดที่ไม่ใช่กลิ่นหอพักของตัวเอง หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ กวาดสายตามองเพดานห้องที่แปลกตา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเธอผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้หลังจากที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนตักของผู้ชายคนนั้นอลิซรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สำรวจเสื้อผ้าบนร่างกายตัวเอง ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วนเหมือนเดิม เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนความรู้สึกแปลกประหลาด เขาแค่กอดเธอไว้แล้วหลับไปจริงๆ หรือนี่เสียงเครื่องครัวกระทบกันดังแว่วมาจากด้านนอกเรียกความสนใจของเธอ อลิซตวัดขาลงจากเตียง เดินออกจากห้องนอนด้วยความระมัดระวัง กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดและเบคอนทอดลอยเตะจมูกภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้อลิซต้องหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ครอสในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกกับกางเกงสแล็กสีดำสนิทกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่หน้าเตาแก๊ส มือข้างหนึ่งถือตะหลิวพลิกเบคอนในกระทะ ส่วนมืออีกข้างกำลังคนกาแฟในแก้วมัค ท่วงท่าทะมัดทะแมงนั้นดูขัดกับหน้าตาโหดๆ และรังสีความน่าเกรงขามที่เขามักจะแผ่ออกมา
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัว ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่และกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่ม ยัดมันใส่มือเธอ"ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น อาบน้ำซะ แล้วก็ล็อกประตูให้ดี" ครอสสั่งเสียงเข้ม "ถ้าเธอเดินเพ่นพ่านออกมาตอนดึก ฉันจะไม่รับประกันความปลอดภัยของเธออีกต่อไป"พูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในโซนห้องครัว ทิ้งให้อลิซยืนมองเสื้อผ้าในมือด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ว่าเขาพูดจริง และเธอก็รู้ตัวดีว่าการอยู่ในห้องนี้สองต่อสองกับผู้ชายที่เพิ่งจะทำให้เธอเกือบหยุดหายใจเมื่อครู่ เป็นเรื่องที่อันตรายแค่ไหนแต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองโดยไม่คิดจะหาข้ออ้างหนีกลับหอพักอีกสายน้ำเย็นฉ่ำช่วยเรียกสติของอลิซให้กลับคืนมาได้บ้าง เธอใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติ เมื่อเช็ดตัวจนแห้งและสวมเสื้อยืดสีดำของครอส เธอพบว่ามันใหญ่เกินไปมาก ชายเสื้อยาวคลุมลงมาจนถึงช่วงต้นขาด้านล่าง บังทับกางเกงขาสั้นที่เขาส่งมาให้จนมิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ติดอยู่บนเนื้อผ้า ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดไว้ตลอดเวลาอลิซเดินออกจากห้องน้ำด้วยความระมัดระวัง ไฟในห้องนั่งเล่นถู







