Masukพิมมาดาเดินตามมาส่งเขาที่หน้าบ้าน ก่อนจะตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจก่อนเขาจะเดินออกจากบ้านเธอไป
“พี่ถามตรง ๆ นะ ที่ฉลามมาทำความรู้จักพี่... เพราะอะไรเหรอ?” ฉลามชะงักฝีเท้า เขาหันมาสบตาหญิงสาวรุ่นพี่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาขยับเข้ามาใกล้ริมรั้วจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“ผมจะไม่โกหกพี่ ผมยืนยันว่าผมชอบพี่ครับ”
“จริงเหรอ!!! แล้วไม่รังเกียจที่พี่อายุมากกว่าหรือไง?” พิมมาดาถามเสียงสั่น แผ่นอกภายใต้เสื้อเนื้อบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว
“ไม่ครับ... ผมชอบพี่”
“แต่ว่าพี่เคยมีสามีมาแล้ว แถมยังมีลูกอีกหนึ่งคน... เธอจะรับได้จริง ๆ เหรอ?”
ฉลามยกยิ้มอย่างมาดมั่น เขาเอื้อมมือหนามากุมมือบางของเธอผ่านช่องว่างของรั้ว บีบกระชับจนความอบอุ่นซึมลึกเข้าสู่หัวใจ
“รับได้สิครับ... แล้วผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นเองครับว่าผมรับได้ทุกอย่างที่เป็นพี่”
พิมมาดายืนนิ่งอยู่ตรงริมรั้ว แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องทะลุเนื้อผ้าคอตตอนบางเบาของชุดลำลองที่เธอสวมใส่ จนเผยให้เห็นไรผมและเรียวขานวลเนียนรำไร เธอเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นชาย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัว
“พี่ถามอะไรหน่อยสิ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว?” น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยแกมอาทร ใบหน้าสวยหวานเอียงเล็กน้อยอย่างรอคอยคำตอบ
“ครอบครัวผมย้ายไปอยู่ต่างประเทศครับ... เหลือผมเฝ้าบ้านคนเดียว” ฉลามหยุดก้าวเดินแล้วหันกลับมาสบตาเธออย่างเรียบง่าย ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองร่างระหงของหญิงสาวรุ่นพี่อย่างสำรวจจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
“แปลกเนอะ... บ้านออกจะหลังใหญ่โต” พิมมาดาเลิกคิ้วประหลาดใจ พลางจินตนาการถึงความอ้างว้างในบ้านหลังนั้นที่เขาต้องเผชิญเพียงลำพัง
ฉลามยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นทว่าแฝงไปด้วยความนัยลึกซึ้ง เขาขยับกายเข้ามาใกล้รั้วอีกนิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวที่ลอยมาตามลม
“อันที่จริงผมอยากอยู่หอมากกว่าครับ... แต่พ่อกับแม่เขาไม่อยากขายบ้าน แล้วอีกอย่างเวลาท่านบินมาหาผม จะได้ไม่ต้องไปนอนโรงแรม”
“อยู่บ้านคนเดียวแบบนี้... ไม่เหงาเหรอเหรอคะ?” เธอถามออกไปโดยไม่ทันคิด แต่พอเห็นสายตาที่วาววับขึ้นของเขาเธอก็แทบจะอยากถอนคำพูด
“เหงาสิครับ...ถึงต้องมาหาพี่นี่ไง” ฉลามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ลมหายใจทุ้มต่ำพร่ามัวลง
“แต่ตั้งแต่มีพี่พิมกับเจ้าเอยมาอยู่ข้างบ้าน... ผมก็เริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้น่าอยู่ขึ้นมากเลยครับผมไม่ค่อยเหงาแล้ว” สายตาที่เขามองมานั้นไม่ได้บอกแค่ความเหงา พิมมาดาหน้าแดงซ่าน เธอรู้สึกเหมือนชุดลำลองที่สวมอยู่มันบางเกินไปจนไม่อาจปกปิดความสั่นไหวของหัวใจได้เลย
“ไปอาบน้ำเถอะ...” เธอรีบตัดบทก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลกว่านี้
“ครับ...พี่พิมอย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยนะครับ” ฉลามทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ชวนให้คิดลึกซึ้งและสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยท่วงท่าองอาจ ทิ้งให้พิมมาดายืนใจสั่นระรัวอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง... ทะเลที่เขากำลังจะพาเธอไปในวันนี้ คงจะไม่ใช่แค่การพักผ่อนธรรมดาเสียแล้ว
“เจ้าเอย ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พี่ฉลามจะพาเราไปเที่ยวทะเลนะคะ” พิมมาดาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเล็กของลูกสาวที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา ชุดลำลองคอกว้างของเธอทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างที่ยังคงกรุ่นไปด้วยกลิ่นกายหอมละมุนยามเช้า
“จริงเหรอคะคุณแม่!!!” ทันทีที่ได้ยินชื่อของพี่ชายข้างบ้านเด็กน้อยที่เคยงัวเงียก็เบิกตาโพลงแล้วเด้งตัวขึ้นจากที่นอนราวกับติดสปริง ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนพิมมาดาอดที่จะหมั่นไส้ในเสน่ห์ของหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นไม่ได้
“จริงค่ะ... แต่เจ้าเอยต้องทานข้าวก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นแม่ไม่ให้ไปจริงๆ ด้วย”
“ค่ะคุณแม่! เจ้าเอยจะรีบทานให้หมดเลย”
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว







