Masukพิมมาดาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เธอแสร้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง ทั้งที่ในใจสั่นระรัวดั่งกลองรบ เมื่อสัมผัสได้ว่าสายตาคมกริบคู่นั้นยังคงวนเวียนอยู่แถวเรียวขาและเนินอกของเธอไม่เลิกรา
“พี่ว่าฉลามตั้งใจขับรถจะดีกว่านะ” หญิงสาวเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ราบเรียบที่สุด ทว่ากลับมีความแหบพร่าแฝงอยู่จนคนฟังรู้สึกวูบวาบ
“ผมขอโทษครับ...” ฉลามตอบพลางหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์หนุ่มฉกรรจ์
“ก็พี่ทั้งสวยทั้งหุ่นดีขนาดนี้... ขนาดผมใส่แว่นตาดำปกปิด พี่ก็ยังจะรู้ทันผมอีกนะครับ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของเขาทำให้พิมมาดาหน้าร้อนผ่าว ผิวขาวเนียนละเอียดขึ้นสีระเรื่อจนเห็นได้ชัด เธอหันกลับมามองสบตาเขาผ่านเลนส์สีเข้ม แววตาของเธอวาววับด้วยมาดผู้จัดการสาวที่พยายามจะคุมเกม
“พี่ผ่านมาหมดแล้วฉลาม... เธอคิดอะไรอยู่พี่รู้หมดแหละ อยู่ที่ว่าพี่จะพูดหรือเปล่า” ฉลามยกยิ้มกริ่มที่มุมปาก มือหนาที่กุมพวงมาลัยบีบกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของเขาไม่ได้ดูเกรงกลัวต่อคำขู่ของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูคึกคะนองเหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อที่มีเขี้ยวเล็บ
“รู้หมดเลยเหรอครับ?” เขาแกล้งลากเสียงยาวพลางลดความเร็วรถลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดเธอในพื้นที่จำกัดนี้ให้นานขึ้น
ภายในรถเอสยูวีที่ยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้า ความเงียบถูกทำลายลงด้วยถ้อยคำสารภาพที่หนักแน่นและดิบเถื่อนจนคนฟังถึงกับใจสั่นสะท้าน ฉลามจงใจละสายตาจากท้องถนนเพียงชั่วครู่เพื่อหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เขาปรารถนา
“งั้นผมขอบอกพี่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ผมโคตรชอบพี่เลย เมื่อไหร่พี่จะยอมให้ผมจีบซะทีครับ?”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่มีเสน่ห์เหลือร้าย ราวกับค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กำแพงน้ำแข็งที่พิมมาดาพยายามสร้างขึ้นจนแตกละเอียด ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยเม้มแน่นขยับเผยอออกเล็กน้อย ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก ความเยือกเย็นในฐานะผู้จัดการธนาคารผู้สุขุมมลายหายไป สิ้นเหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกมวลความต้องการของชายหนุ่มคุกคามจนหน้าร้อนฉ่า
“จะพูดอะไร... เกรงใจลูกพี่บ้าง” เธอกระซิบตอบเสียงพร่า พยายามใช้อ้างถึงเจ้าเอยเพื่อเรียกสติทั้งของเขาและของเธอเอง
“เจ้าเอยหลับไปแล้วครับ...” เขาปรายตาไปทางกระจกหลังก่อนจะเห็นเด็กน้อยพิงศีรษะหลับสนิทไปกับเบาะหนัง แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้แหบพร่ากว่าเดิม
“ตอนนี้... มีแค่ผมกับพี่เท่านั้น” ผิวเนื้อของพิมมาดาสั่นสะท้าน ความร้อนวูบวาบแล่นจากปลายนิ้วขึ้นมาสู่กึ่งกลางกายสาวอย่างห้ามไม่ได้ มือหนาของฉลามละจากพวงมาลัยมาวางแหมะลงบนหน้าขาเนียนของเธอ แรงกดเบา ๆ ทว่าเน้นย้ำทำเอาเธอเกร็งตัวจนอกอวบกระเพื่อมไหว
“ปล่อยนะฉลาม... ตั้งใจขับรถไป” แม้จะปากจะดุ แต่ขาเรียวกลับไม่ได้ขยับหนีสัมผัสสากระคายที่กำลังลากไล้ช้า ๆ อยู่บนหน้าขาของเธอ
“ผมก็กำลังขับอยู่นี่ไงครับ... แต่ถ้าพี่ไม่อนุญาตให้ผมจีบดี ๆ ผมอาจจะเปลี่ยนจากจีบเป็นทำอย่างอื่นแทน จนพี่ตั้งตัวไม่ติดก็ได้นะ” สายตาของเขาที่ตวัดกลับมามองเธออีกครั้งนั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหายและเย้ายวน พิมมาดารู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ ของเด็กหนุ่มอีกต่อไป แต่มันคือเกมเดิมพันที่ใช้ร่างกายและหัวใจเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน และเธอก็กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนนี้อย่างราบคาบ
ไม่นานนักเสียงของเด็กน้อยที่งัวเงียตื่นก็เอ่ยขึ้นถาม
“ถึงไหนแล้วคะพี่ฉลาม”
“ครึ่งทางแล้วครับเจ้าเอย”
“เจ้าเอย... คุณแม่ใจร้ายจังเลยครับ รู้ทันพี่ไปหมดทุกเรื่องเลย” เขาหันไปฟ้องเด็กน้อยที่กำลังสนุกกับการมองวิวข้างทางเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่เริ่มจะร้อนระอุเกินไป
“คุณแม่ไม่ใจร้ายหรอกค่ะพี่ฉลาม คุณแม่แค่ชอบดุเวลาเจ้าเอยซน... พี่ฉลามซนเหรอคะ?” เสียงใสไร้เดียงสาของลูกสาวทำให้พิมมาดาถึงกับนิ่งอึ้ง ขณะที่ฉลามหลุดขำออกมาอย่างชอบใจ
“ใช่ครับ... พี่ซนมาก โดยเฉพาะมือ”
“วันหลังพี่ก็อย่าซนสิคะ” สายตาที่เขาส่งมาหาพิมมาดาหลังจากพูดจบนั้นมันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำให้อวัยวะภายในช่องท้องของเธอเบียดเสียดมวนคว้าง ความสัมพันธ์ที่ฉาบหน้าด้วยสถานะพี่น้อง กำลังจะถูกแผดเผาด้วยไฟรักที่ฉลามจงใจจุดขึ้น และพิมมาดาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... เธออยากจะดับมันจริง ๆ หรืออยากจะปล่อยให้มันมอดไหม้ไปพร้อมกับเขาในทริปนี้กันแน่
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว







