Masukเรือยอร์ชลำหรูทะยานแหวกม่านน้ำสีครามมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่เส้นขอบฟ้า กลิ่นอายเค็มจางๆ ของทะเลและความร้อนแรงของแสงแดดช่วยขับเน้นบรรยากาศให้เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง พิมมาดายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ พลางทอดสายตามองเกาะสีเขียวมรกตที่เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในสายตา
“ใกล้ถึงหรือยังคะ” เธอเอ่ยถาม ลมทะเลพัดพาเส้นผมยาวสลวยให้ระไปกับใบหน้าหวาน
“อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครับ” ฉลามตอบเสียงทุ้ม ขณะที่เขาก้าวเข้ามาประชิดร่างระหงในระยะที่แผ่นหลังของเธอเกือบจะสัมผัสกับแผงอกตึงแน่นของเขา
“เจ้าเอยสงสัยจะเพลีย เมื่อกี้เล่นอยู่ดี ๆ ก็บอกง่วง”
“เด็กก็เงี้ยแหละครับ เล่นมากก็เพลีย ให้แกหลับให้สบายเถอะครับ เย็น ๆ จะได้มีแรงเล่นน้ำทะเลกัน”
พิมมาดาพยักหน้าเห็นด้วย ทว่าหัวใจกลับเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อความเงียบสงัดเริ่มครอบงำ และทีมงานบนเรือต่างก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ตามโซนต่าง ๆ ทิ้งให้เธออยู่กับชายหนุ่มรุ่นน้องเพียงลำพังบนพื้นที่ส่วนตัวนี้
“เดี๋ยวพี่ขอเข้าไปดูแกก่อนนะคะ”
“ครับ”
ไมนานนักฉลามก็เปลี่ยนลุคเป็นชายหนุ่มนักรักที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย เขาปลดกระดุมเสื้อเปลือยท่อนบนโชว์แผงอกล่ำสันและลอนหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม ผิวสีแทนเข้มของเขาดูขึ้นเงายามต้องแสงอาทิตย์ ขณะที่พิมมาดาก้าวออกมาจากห้องรับรองในชุดบิกินี่สีสวยที่คลุมทับด้วยผ้าลูกไม้เนื้อบางเบา
ฉลามที่ยืนพิงราวเรือจิบเครื่องดื่มอยู่ถึงกับชะงัก สายตาคมกริบของเขาจ้องมองผ่านเนื้อผ้าลูกไม้สีขาวเข้าไปยังสัดส่วนอวบหยุ่นอย่างเปิดเผย จนพิมมาดาต้องหดไหล่ด้วยความประหม่า
“แดดที่เกาะแรงกว่าที่อื่นนะครับ...” เขาพูดเสียงพร่าขณะเดินเข้าหาเธออย่างช้า ๆ ท่วงท่าของเขามั่นคงและคุกคามจนเธอถอยหลังไปจนชิดขอบเรือ
มือหนาเอื้อมมาหยิบปมผ้าคลุมไหล่ของเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดมันออกอย่างเบามือ ผ้าลูกไม้ร่วงลงไปกองกับพื้นหญ้าเทียมบนดาดฟ้าเรือ เผยให้เห็นผิวขาวจัดที่ตัดกับบิกินี่ตัวจิ๋ว พิมมาดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลงจนต้องหอบหายใจ
“นั่งก่อนสิครับ เดี๋ยวผมช่วยทาครีมกันแดดให้... เดี๋ยวผิวสวย ๆ จะไหม้เอา”
“จะดีเหรอฉลาม...” เสียงของเธอสั่นพร่า มือบางพยายามจะยันแผงอกเขาไว้ แต่กลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน
“อย่าคิดมากสิครับ... ผมแค่ไม่อยากให้ผิวขาว ๆ ของพี่ต้องมีรอยไหม้เพราะแดดแรง ๆ แบบนี้” พิมมาดาไม่ยอมนั่งตามที่เด็กหนุ่มบอก
เขาไม่รอคำตอบ ฝ่ามือหนาที่ชโลมด้วยครีมเย็นเหยียบวางลงบนไหล่เนียนละเอียด ก่อนจะลากไล้ผ่านแผ่นหลังนวลเนียน สัมผัสที่หนักแน่นทว่านุ่มนวลนั้นจงใจลากผ่านส่วนเว้าโค้งของเอวคอดลงไปยังบั้นท้ายกลมมน จนพิมมาดาสั่นสะท้านไปกับสัมผัสรุกรานที่ชวนให้วาบหวามใจ
เรือยอร์ชลำหรูลอยลำอยู่นิ่งท่ามกลางน้ำทะเลใสราวกระจก แสงแดดจัดจ้าแผดเผาให้ทุกสัมผัสร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม ฉลามไม่ยอมถอยห่าง แต่กลับรุกคืบจนแผ่นหลังของพิมมาดาแนบสนิทไปกับราวเหล็กเย็นเฉียบของเรือ ทว่าร่างกายด้านหน้ากลับถูกความร้อนจากกายแกร่งของชายหนุ่มโอบล้อมไว้จนไร้ทางหนี
ฉลามโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนปลายจมูกโด่งโดนเคล้าคลออยู่กับซอกคอขาวกรุ่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสาวที่เริ่มร้อนผ่าวเพราะฤทธิ์แดดทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง ฝ่ามือหนาที่เปื้อนคราบครีมอาบแดดลื่นไหลลากไล้จากแผ่นหลังลงมายังช่วงล่างอย่างหยอกเย้า สัมผัสที่เน้นย้ำอยู่แถวสะโพกผึ่งผายและรอยหยักโค้งของบั้นท้ายทำเอาพิมมาดาเผลอแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว
“ผิวพี่นุ่มกว่าที่ผมจินตนาการไว้ซะอีก... รู้ไหมครับ ว่าผมต้องใช้ความอดทนแค่ไหนเวลาที่อยู่ใกล้พี่” เสียงของเขาแหบพร่า พ่นลมหายใจร้อนๆ รดผิวเนื้ออ่อนบางจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“งั้นก็อดทนต่อไปเถอะ...” พิมมาดาเค้นเสียงตอบพลางเชิดหน้าขึ้น แม้ริมฝีปากจะเอ่ยปฏิเสธทว่าดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำปรือและสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด มือบางที่พยายามดันอกเขาไว้ในตอนแรกบัดนี้กลับขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
“อย่าใจแข็งนักซิครับ...” ฉลามเอ่ยพลางยกยิ้มกริ่มที่มุมปาก สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆ เขาขยับปลายนิ้ววนเวียนอยู่ใกล้ขอบบิกินี่ตัวจิ๋วอย่างจงใจ สัมผัสรุกรานที่เฉียดกรายผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มทำเอาพิมมาดาสะท้านเฮือก ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างจนขาเรียวงามเริ่มอ่อนแรง
“ฉลาม!!!... อย่าซนซิ...” เธอพยายามเตือนเสียงสั่น ทว่าหัวใจกลับเรียกร้องสัมผัสจากเด็กหนุ่มมากกว่าที่เคย
“ไม่ได้ซนเลย แค่อยากให้ครีมกันแดดมันซึมเข้าผิวของพี่จนทั่ว” ฉลามกดจูบลงบนลำคระหงอย่างหนักแน่น ทิ้งรอยรักจางๆ ไว้บนผิวเนียน ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าสวยให้สบตาเขาตรงๆ เพลิงปรารถนาในแววตาของเด็กหนุ่มรุ่นน้องแผดเผาจนพิมมาดารู้สึกเหมือนจะหลอมละลายลงไปกับพื้นเรือในวินาทีนั้นเอง
“พอแล้วฉลาม ห้ามเกินกว่านี้”
“ครับ” ฉลามโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น เขาขยับฝ้ามือวนเวียนอยู่ตรงบั้นเอวงามอย่างหยอกเย้า
ความร้อนแรงของลมทะเลบวกกับสัมผัสรุกเร้าจากชายหนุ่มรุ่นน้อง กำลังจะทำให้ผู้จัดการสาวผู้เคร่งขรึมหลอมละลายลงตรงหน้าเขาในไม่ช้า สายตาที่เขามองมานั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปพร้อมกับเขาบนเกาะส่วนที่กำลังจะเดินทางไปถึง
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว







