مشاركة

บทที่ 5

last update تاريخ النشر: 2026-08-10 10:41:21

บทที่ 5

         ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ

--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน—

         ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว

         เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด

         ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี

         ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับทุกคนกลับกลายเป็นคนก้าวร้าว เอาแต่ใจ และเริ่มทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจ สุดท้ายเขาก็หนีออกจากบ้าน ใช้ชีวิตอย่างเด็กมีปัญหา จนพ่อต้องตัดสินใจส่งเขาไปเรียนต่างประเทศ

         ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเขาจะไม่ต้องทนเห็นผู้หญิงคนนั้นอีก ในเมื่อไล่เธอออกไปจากบ้านไม่ได้ ครามจึงเลือกที่จะไปเอง…

         จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ความจริงที่ไม่เคยรู้ก็เผยออกมาทีละน้อย ครามถึงได้รู้ว่า การแต่งงานของ คนิน และ พริ้งพราว (พ่อและแม่ของเขา) แท้จริงแล้วเป็นเพียง “ข้อตกลงทางธุรกิจ” ที่ไม่เคยมีความรักเป็นพื้นฐานเลยตั้งแต่ต้น

         แต่กับ ดวงดาว ผู้หญิงอีกคน…เธอคือคนที่พ่อของเขารักสุดหัวใจ

         แม้จะมีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คนินก็ยังคงไปมาหาสู่กับดวงดาวอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องนี้พริ้งพราวเองก็รู้ดีและไม่เคยเอ่ยปากห้าม เพราะทั้งสองตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกว่า จะ “อยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อน” มากกว่า “สามีภรรยา”

         นั่นหมายความว่า พริ้งพราวยอมรับได้ที่คนินจะมีดวงดาวอยู่ในชีวิตเพราะเธอเข้าใจดีว่าการรักใครสักคนแต่ไม่อาจได้อยู่ด้วยกันนั้น เจ็บปวดเพียงใด

         และในวันที่รู้ว่าพริ้งพราวตั้งครรภ์ก็เป็นวันเดียวกันกับที่คนินได้รับข่าวว่า ดวงดาว เองก็กำลังอุ้มท้องเช่นกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนั้นคือวันที่คนินยิ้มกว้างที่สุดในชีวิต

         คนินไม่เคยแบ่งแยก ไม่เคยรักลูกคนใดมากกว่ากันเพราะสำหรับเขา…เด็กทั้งสองคือ “เลือดเนื้อเชื้อไข” ที่เกิดจากความรัก...

         ครามเติบโตมาในครอบครัวที่พร้อมสรรพทุกอย่าง เขาได้รับความรักและการดูแลจากทุกคนรอบข้าง อยากได้สิ่งใดก็มีคนคอยหยิบยื่นให้เสมอ ชีวิตของเขาเหมือนอยู่ในโลกที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งพ่อและแม่คอยอยู่เคียงข้าง จนกระทั่งเขาเชื่อสนิทใจว่าทั้งสองรักกันอย่างกลมเกลียวเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป

         ตรงกันข้ามกับ คเชนทร์ ผู้ที่เติบโตขึ้นมาโดยมีเพียงแม่คนเดียวเป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของแม่เป็นคนแรกและทุกคืนก็หลับไปพร้อมเสียงกล่อมอ่อนโยนของแม่ แม้จะไม่เคยมี “ครอบครัวพร้อมหน้า” เหมือนใครแต่คเชนทร์ก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดแคลนอะไรเลย นั่นหมายความว่าไม่มีพ่อเขาก็อยู่กับแม่เพียงสองคนได้

         และคเชนทร์รู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าพ่อของตัวเองคือใครและก็รู้ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของผู้ใหญ่ในทุกอย่าง ถามว่าคเชนทร์นั้นโกรธพ่อตัวเองไหม...ไม่โกรธหรอกแต่ไม่รักมากกว่า รู้สึกเหมือนเป็นแค่ลุงข้างบ้านเท่านั้น

         แม้จะรู้ว่าที่ตัวเองเติบโตมาได้ส่วนหนึ่งก็เพราะคนินคอยส่งเสียเลี้ยงดู แต่ทำอย่างไรได้เขาทำใจรักผู้ชายที่ใจโลเลแบบนั้นไม่ลงเลยจริง ๆ

--กลับมาปัจจุบัน—

@บ้าน

         ณ ห้องบาร์ส่วนตัวบนชั้นสอง แสงสว่างสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเล็ก ๆ ตกกระทบบนขวดไวน์เรียงรายและแก้วคริสตัลที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ร่างสูงนั่งเอนพิงเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาคมมองแก้วไวน์ในมือ พลางหมุนวนเบา ๆ ให้รสกลิ่นหอมกรุ่นลอยขึ้นแตะจมูก

         ครามกระดกไวน์เข้าปากช้า ๆ ปล่อยให้รสขมหวานซึมเข้าสู่ปลายลิ้นราวกับพยายามกลบเกลื่อนความเศร้าและความเครียดที่อยู่ภายใน

“ดวงดาวคือรักแรกและรักเดียว...พ่อเคยบอกแกแล้วคราม”

“เหอะ!”

         ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มบาง ๆ พร้อมเค้นหัวเราะในลำคอเพียงนึกถึงคำพูดของคนเป็นพ่อเมื่อตอนเย็น กล้าพูดออกมาได้ไงว่าผู้หญิงคนนั้นคือรักเดียว...แล้วแม่เขาละ ไม่รักเลยรึไง สักนิดก็ไม่มีเลยงั้นเหรอ?

         ยิ่งคิดก็เหมือนยิ่งทำร้ายตัวเองแต่ถึงอย่างนั้น…เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารแม่จับใจ แม้จะรู้อยู่เต็มอกแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่ใคร ๆ มองว่ารักกันดี แต่ในมุมกลับกันหากทั้งสองไม่เคยมีความรักให้กันตั้งแต่แรก แล้วเขาล่ะ...เขาเป็น “ลูก” ที่เกิดจากความตั้งใจจริง ๆ หรือแค่ความพลั้งเผลอในค่ำคืนหนึ่งกันแน่?

         บางคนอาจจะมองว่าเขานั้นไม่ปล่อยวางและยึดติดกับอดีต แต่ถ้าลองคิดว่าผู้หญิงที่พ่อรักกำลังจะมาแย่งทุกอย่างของเขาไปล่ะ ทั้งเงิน ทั้งบ้านและบริษัทที่แม่รัก...หากเป็นแบบนั้นจริง จะให้ครามนิ่งนอนใจและรักพวกนั้นเหมือนญาติใกล้ชิดรึไง ไม่ใช่คนใจแคบหรอกแต่ครามก็รักพวกนั้นไม่ลงเหมือนกัน แม้กระทั่งพ่อของตัวเองเขายังไม่อยากจะใช้คำว่ารักเลย

“พ่อใครวะแม่งเห็นแก่ตัวชิบหาย!”

         ครามสบถเสียงทุ้ม พร้อมยกเครื่องดื่มกระดกลงคอจนหมดแก้ว ก่อนวางลงบนบราเสียงดัง เคร้ง!

“กำลังด่าใครอยู่คะ?”

         ทว่ากลางความมืด เสียงหวานคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังครามรีบหันไปตามเสียงก็พบร่างบางในชุดนอน

“เจนิส…ยังไม่นอนเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยเบา ๆ แตกต่างไปจากน้ำเสียงห้าวที่เพิ่งพูดกับตัวเองเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“ก็บอกแล้วไงว่าจะรอ” เพราะตอนเย็นเธอบอกเขาว่าจะรอทานข้าวด้วยกันแต่ก็รอไม่ไหวเลยเปลี่ยนมาเป็นรอนอนพร้อมกัน

“อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยน่ะ” ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจปนเป็นห่วงพร้อมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือตัวเองที่บอกว่าตอนนี้ตีหนึ่งครึ่งแล้ว

         หญิงสาวส่ายหน้าพลันอย่างปฏิเสธพร้อมเดินเข้าไปใกล้ร่างหนา ยกมือเล็กขึ้นกุมมือใหญ่เอาไว้พลางส่งสายตาให้ชายหนุ่มราวกับรู้อยู่ลึก ๆ ว่าเขาไปเจอเรื่องอะไรมา

“กินแล้วค่ะ แต่รอพี่กลับมาไง” ว่าพร้อมระบายยิ้มหวานให้คนเก่งของเธอ

         พอได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก นึกว่าเธอจะบ้าบิ่นยอมอดข้าวอดน้ำรอกินพร้อมเขาสะอีก

         ไม่นานร่างบางก็ถูกเขารวบกอดเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อวางบนไหล่บางพร้อมหลับตาพริ้มราวกับเธอคือพลังกายและพลังใจของเขา ครามกล้าพูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า...เจนิสคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา หากไม่มีเธอเขาก็คงยังเป็นคนเสเพลแบดบอยที่ใครหลาย ๆ คนขยาดไม่อยากเข้าใกล้แน่นอน

“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 9

    บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 8

    บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 7

    บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 6

    บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 5

    บทที่ 5 ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน— ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับท

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 4

    บทที่ 4 ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งบ้าน ทั้งที่พักพิงและที่พึ่งทางใจของครามตั้งแต่วัยเยาว์ เคยเป็นสถานที่ที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นของครอบครัว ทว่าตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม บ้านหลังเดิมที่เคยเป็นดั่งสวรรค์กลับกลายเป็นขุมนรกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและบาดแผลทางใจ ทุกย่างก้าวที่เท้าเขาเหยียบย้ำลงบนพื้นแห่งนี้ เหมือนยิ่งตอกย้ำให้หัวใจแกร่งต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตึก ตึก ตึก! เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงบ้าน ชายร่างสูง 188 เซนติเมตรในชุดสูทเรียบหรูเดินตรงเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน แววตาคมเข้มเหลือบมองไปยังห้องรับแขกเพียงครู่แต่ก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึมและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทุกสายตาในห้องนั้นจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว ราวกับรอคอยการมาของชายหนุ่มผู้นี้มาเนิ่นนานแล้ว ไม่รู้ว่าทุกคนเฝ้ารอด้วยความคาดหวังหรือความเกลียดชังกันแน่ ครามเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน“ลูกมาแล้ว กินไรมารึยังลูก?” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องทันทีที่เห็นครามที่เดินเข้ามา ใบหน้าอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความกังวลฉายชัดใ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status