Share

บทที่ 2 ร้านสัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-02 12:38:41

ครืน..

“นั่งก่อนนะ”

“แปปนะครับ”

ทว่าในขณะที่เดินตามขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่น เป็นจังหวะเดียวกับช่างสักหันมาพยักหน้าให้เขานั่งลงพอดี แต่เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอจึงหมุนตัวไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเตรียมผิว และเตรียมตัวเองสำหรับทำการสักแทน 

“ว่าไงพี่”

(มึงอยู่ไหน ทำไมไม่เข้าสนาม)

“ไหนพี่บอกผม ช่วงนี้ติดงานโรงบาลไง”

(ใช่ แล้วยังไง)

“ผมก็นึกว่าพี่จะไม่มาสักพักไง”

(กูไม่เข้าไป มึงก็ต้องซ้อมอยู่ดี นี่ถ้าเด็กที่สนามไม่โทรมาถามหามึงกับกู คงไม่รู้ว่ามึงไม่เข้าสนามมาสามวันแล้ว เอาไง..จะแข่งไหม ถ้าไม่จะได้ให้ไอ้คีถอนสปอนเซอร์ ไม่ต้องอัดฉีดมึง)

“ใจเย็นดิพี่..มาเป็นชุด ไปกินรังแตนที่ไหนมานี่ เออๆ เดี๋ยวบ่ายเข้าไป”

(มึงอยู่ไหน)

“ร้านสัก กำลังจะสักพี่โทรมาขัดจังหวะเนี่ย เห็นไหมช่างทำหน้าบึ้งเลย”

วันหนึ่งหันขวับ ขณะยืนหันหลังสวมถุงมืออยู่ พลางขมวดคิ้วเป็นปม เธอเกือบจะอ้าปากท้วงแล้ว หากไม่ติดว่าเขาคือลูกค้า และเธอเองไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครอยู่เหมือนกัน เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดที่มีแพลนจะนอนทั้งวัน แต่กลับต้องลุกมาทำงานแทนเจ้านาย จึงรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย ถือว่าโชคดีไป  

(เกี่ยวไรกันวะ เออแค่นี้แหละ บ่ายมึงเข้ามาละกัน กูเสร็จจากนี่ เผื่อจะได้เข้าไป)

“โอเคพี่ ไปหาอะไรหวานๆกินซะนะ ผมว่าพี่ขาดน้ำตาลว่ะ”

ประโยคนี้เขาเหลือบตามองใบหน้าสะสวย ที่เหมือนจะแอบฟังอยู่ เพราะทันทีที่พูดจบเธอก็ช้อนตาขึ้นมามองด้วย

“ใช้เวลาสักจริงๆ เร็วสุดคือหกโมง คุณเล่นนัดเพื่อนบ่าย จะไม่สักแล้วหรือยังไง”

“คุณแอบฟังผมคุยโทรศัพท์?”

“ฉันไม่ได้หูหนวกนะคุณ พูดเสียงดังขนาดนั้นถึงจะไม่ได้ยิน”

เพิร์ธถึงกับหลุดหัวเราะ เบือนหน้าไปทางอื่นราวกับกำลังคิด ช่างใจอยู่ว่าควรจะไปทางไหนดี ระหว่างสักให้เสร็จ กับไปสนามแข่งตามที่รับปากไว้ แต่พอนึกถึงหน้าเหนือเมฆ จินตนาการไปว่าถ้าเขาเบี้ยวนัด ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับเขา เพียงแค่นั้นก็หันขวับมาทางเธอทันที

“ภายในเวลานั้น ช่างทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นก็ได้ครับ ไว้คราวหน้าผมจะมาต่อ”

เพราะมันค่อนข้างเสี่ยงชีวิตจนเกินไป

หญิงสาวฟังอยู่เงียบๆไม่ได้มองหน้าหรือแสดงท่าที เนื่องจากเหตุการณ์ในตอนนี้คล้ายกับเคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้ว ถึงขนาดทำให้เธอหวนกลับไปนึกถึง การถูกขัดจังหวะด้วยคนปลายสาย แต่น่าอายไปกว่านั้นจนทำให้ต้องลอบกลืนก้อนเหนียวหนืดลงคอก็คือ จำได้ว่าในตอนนั้นเธอเปิดหน้าอกให้เขาเห็นไปแล้วด้วย

“อืม ยื่นแขนมาสิ”

“ครับ”

#ช่วงค่ำ

สนามแข่งรถ 

เสียงท่อรถGT3 ดังระงมมาแต่ไกล เพิร์ธที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนนักแข่งด้วยกันหันมอง เมื่อเห็นว่าเป็นลูกพี่ของเขาถึงกับลุกพรวด ยกแขนขึ้นสุดปรบมืออย่างชอบใจ 

“โหแม่ง อย่างเอา”

“มาจริงดิ”

“สาบานว่ามึงไม่เห็น”

โต้เถียงกับเพื่อนในกลุ่ม เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะโผล่มาตอนกลางคืนในวันธรรมดาแบบนี้ได้ เพราะปกติติดเคสตลอด 

“เหลือจะเชื่อ”

“กูเป็นก่อนมึงตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาเป็นหมอ เชี่ยจับทั้งมีดผ่าตัด จับทั้งพวงมาลัย นี่มันเทพลงมาจุติชัดๆ”

ใครก็ต่างรู้ดีนี่ไม่ใช่การสปอยล์เกินกว่าเหตุ ทว่าเป็นเรื่องจริงที่ใครหลายคนต่างต้องยอมรับ ว่าเขา *เหนือเมฆ เป็นทั้งนักแข่งมืออาชีพและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง ที่สามารถนำทั้งสองอย่างมารวมกันอย่างลงตัว สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่ายาก แต่สำหรับคนที่มีใจรักการแข่งรถชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจมักมองว่าเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว 

ในขณะเดียวกันเขาก็รักครอบครัว การเรียนหมอส่วนหนึ่งมาจากการคาดหวังจากครอบครัว อีกส่วนหนึ่งเป็นความฝันของเขาเอง และเพราะสาเหตุนี้เขาจึงทำมันทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน แน่นอนว่าหากสามารถทำตามความฝันของพ่อแม่ได้ พร้อมกับทำตามฝันของตัวเองไปด้วย เมื่อไม่มีอะไรผิดพลาด จึงไม่มีใครห้ามเรื่องแข่งรถ ถึงลึกๆครอบครัวจะไม่สนับสนุนก็ตามทีเพราะมันเสี่ยงอันตราย 

 “ไหนรอยสักมึง สักตรงไหน กูดูสิ”

มาถึงเหนือเมฆก็เตรียมสับรุ่นน้องอย่างเพิร์ธเลยทันที ให้สมกับที่กล้ายกสิ่งนี้สำคัญกว่าการลงสนามซ้อมแข่ง

เจ้าของรอยสักบ่ายเบี่ยงด้วยการเดินหนีในทีแรกกลับถูกเขาดึงคอเสื้อเอาไว้ซะก่อน กลายเป็นว่าเพิร์ธต้องทำตามและยอมจำนนแต่โดยดี เขาเลิกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นรอยสักที่อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มเดินเส้นตามลายที่เลือกเอาไว้

“แค่เนี่ย?”

“ใช่สิ ก็พี่เล่นโทรมาขัดจังหวะ เสียดายได้อยู่กับช่างแค่แปปเดียวเอง”

“สรุปมึงไปสัก หรือไปเสี่ยวช่าง?”

“โหพี่ อย่าพูดแบบนั้นผู้หญิงเขาเสียหายหมด.. แต่ถ้าได้เสี่ยวก็ดีดิ ผู้หญิงอะไรไม่รู้โคตรน่ารัก แต่ดูท่าจะยากว่ะพี่.. ดุชิบหาย”

เหนือเมฆเลิกคิ้วสูงให้กับประโยคนั้น เพราะเขามองว่ามันไร้สาระจึงส่ายหน้าเอือมระอา 

“แบบนี้มึงก็ต้องไปสักให้เสร็จอะดิ”

“ใช่สิ พี่จะให้มันจบแค่นี้รึไง”

“แบบนี้ก็ดีนะกูว่า เหมาะกับมึงดี ลายไรวะ..นกฮูก?”

“ฟีนิกซ์โว้ยพี่! มองยังไง เสียหายหมด”

เสียงหัวเราะลั่นของเหนือเมฆเรียกให้น้องสาวของเพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของสนามเดินออกมาจากห้องหนึ่ง

“พี่เหนือคะ พี่เจนเรียกค่ะ”

“อ่า”

 เขาหันไปพยักหน้า ก่อนจะเดินตามแล้วหายเข้าไปในห้องนั้น โดยไม่วายหันมาสั่งรุ่นน้อง 

“ไปดื่มต่อกับกูเปล่า ถ้าไปมึงรอ กูคุยธุระแปป”

“โอเคครับ..”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 150 แล้ววันหนึ่งก็ขึ้นไปหาก้อนเมฆ

    และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 149 เตรียมงานแต่ง

    วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 148 ขอแต่งงาน

    “อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 147 อยากมีลูก

    มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 146 เที่ยวเกาะ

    และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 145 จัดแจงปัญหา

    กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์

  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 73 การจากลา

    ถึงแม้ว่าร่างสูงจะวุ่นอยู่กับการสวมใส่รองเท้า และกดโทรศัพท์ไปด้วย แต่น้ำเสียงทุ้มที่ออกมาจากความจริงจังนั้นทำให้คนฟังอย่างเธอไม่กล้าทักท้วง ทำได้แค่เม้มปากแน่น มองเขาตาละห้อย “ถ้าอย่างนั้นขอบคุณนะคะ ว่าแต่..คุณจะไปแล้วเหรอ” “อืม” เขาพยักหน้า เหลือบมอง

    last updateHuling Na-update : 2026-03-24
  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 65 ไม่มีอะไรแน่นอน

    วันหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงประตู หลังหยุดเดินตั้งแต่สบตากับเขาแล้วไม่ได้เดินต่อ ก่อนถอนหายใจพรืดแล้วก้าวเท้าไปหาเขาใหม่ “ไปเดินเล่นหน้าหาดมาค่ะ” ความเงียบที่มีอยู่ก่อนแล้ว เหมือนจะถูกแต่งเติมไปด้วยคลื่นบางชนิด ที่มันทั้งอึดอัดและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่ได้พูดอะ

    last updateHuling Na-update : 2026-03-23
  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 63 หึงไม่รู้ตัว

    เช้าวันต่อมา เสียงนาฬิกาปลุกที่เหนือเมฆเป็นคนตั้งไว้ดังขึ้น หากแต่คนตื่นกลายเป็นคนไม่ได้ตั้ง ร่างบางขยับเขยื้อนก่อนเปลือกตาจะค่อยๆเปิด เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ต้องตื่นมาแล้วต้องหลับตาปี๋อีกรอบเพราะต้องสู้แสง นั่นเพราะคนที่ทำให้เป็นแบบนั้นในทุกๆเช้ายังหลับเป็นตาย ชนวนเหตุอาจเป็น

    last updateHuling Na-update : 2026-03-23
  • ONS คู่นอนคืนนั้น   บทที่ 62 อย่าทิ้งผมนะ

    เหนือเมฆร้องฮะแต่ไร้เสียง พร้อมหน้าชาไปทั้งแถบ เมื่อจู่ๆเรื่องที่คิดว่าเล็กน้อยสำหรับเขาก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เขาไม่สามารถล้มตัวลงนอนได้เลย เพราะร่างเล็กตรงหน้ากำลังทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา หมับ! “ใจเย็นก่อนสิคุณ คุยกันดีๆ”มือใหญ่คว้าข้อมือเล

    last updateHuling Na-update : 2026-03-23
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status