Se connecterเขาถามด้วยสีหน้าและแววตาที่โคตรเจ้าเล่ห์ เพียะ! จันทร์เจ้าขาหมั่นไส้และเขินอายจนอดที่จะยื่นมือไปตีแขนเขาไม่ได้ “คุณป๋าพูดอะไรคะลูกยังไม่หลับนะ” เธอทำเสียงดุใส่ “แง๊! แง๊!” ภพจันทร์ที่เห็นแม่ตีพ่อแถมยังทำเสียงดุก็เข้าใจในแบบเด็กๆ ว่าทั้งคู่กำลังทะเลาะกัน จึงเบ้หน้าแล้วร้องไห้โฮเสียงดังลั่น “โอ๋ๆ ภพจันทร์ไม่ร้องนะลูก แม่ไม่ได้ตีพ่อนะคะ” จากที่ง่วงๆ จันทร์เจ้าขาก็ถึงกับตาสว่าง เธอรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามปลอบลูกสาวด้วยการกอดและการหอม “ภพจันทร์ไม่ร้องนะลูกน้า” ติณนภพช่วยปลอบอีกแรง เขาหยิบเป็ดน้อยที่เพิ่งอาบน้ำด้วยกันเมื่อครู่มาเขย่าตรงหน้าลูก ทว่าทารกน้อยก็ไม่ยอมหยุดงอแงเสียที สิบนาทีผ่านไป...ภพจันทร์ยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุดจนจันทร์เจ้าขาและติณนภพเริ่มถอดใจ ไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรทำไมถึงได้ปลอบยากกว่าเดิม ทุกทีหากเป็นเมื่อก่อนใช้เพียงเวลาไม่นานเจ้าตัวเล็กก็ยอมเงียบและผล็อยหลับไปนานแล้ว “คุณป๋าคะเอายังไงดี ลูกไม่ยอมหยุดร้องเลย” สีหน้าผู้เป็นแม่มีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “ป๋าก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้ลูกร้องเพราะหนูตีป๋าจริงๆ น่ะเหรอ” ติณนภพทำท่าครุ่นคิด “ก็แล้วถ้าใช่เราจ
ตอนพิเศษ ห้าปีต่อมา หาดทรายสีขาวถูกย้อมเป็นสีทองด้วยแสงจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน กลิ่นไอจากน้ำทะเลและสายลมบางเบาที่พัดผ่านช่วยทำให้ผู้คนบริเวณนั้นรู้สึกสดชื่นไปตามๆ กัน ทารกน้อยวัยหนึ่งขวบกำลังคลานเตาะแตะอยู่บนผ้าปูขนฟูนุ่ม ฝ่ามือน้อยๆ สัมผัสลงบนเม็ดทรายเนียนละเอียด ภพจันทร์เอียงคอมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย ก่อนที่สองมือเล็กจะยกขึ้นแล้วตีลงบนหาดทรายเบาๆ เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังตามหลังมาบ่งบอกถึงความชอบใจ “แอ๊ะ~ แอ๊ะ~” ภพจันทร์ส่งเสียงเรียกชายหนุ่มและหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แล้วชูมืออวบอั๋นขึ้นให้ดูเม็ดทรายที่เกาะอยู่ตามผิวเนียน “ภพจันทร์ลูก เล่นทรายไม่ได้นะคะ” จันทร์เจ้าขารีบคว้าตัวลูกสาวขึ้นมาอุ้ม พร้อมใช้ทิชชูเปียกสำหรับเด็กเช็ดทรายออกจากมือให้อย่างอ่อนโยน ด้วยกลัวว่าลูกจะเผลอเอาเข้าปาก ทว่าความหวังดีของเธอกลับทำให้เด็กน้อยปั้นหน้าบูดหน้าบึ้ง ก่อนจะคำรามร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่น “แง๊! แง๊!” ภพจันทร์ดีดดิ้นทำทีจะไปหาคนเป็นพ่อ เพราะภาพจำของเธอคือพ่อมักจะคอยตามใจอยู่เสมอ “ภพจันทร์อย่าดื้อได้มั้ยคะ แม่บอกว่าเล่นไม่ได้ไง” คนเป็นแม่เริ่มทำเสียงดุกับกิริยาที่ไม่น่ารักของ
ชาญฉลาดรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงชายหนุ่ม “ไม่ต้องห่วงไม่ต้องร้อง กระสุนโดนแค่เฉียดๆ ฉันไม่ตายหรอก” พูดจบติณนภพก็หมดสติลงเนื่องจากเสียเลือดมาก จันทร์เจ้าขาแทบหัวใจสลายร้องเรียกเขย่าตัวเขาเท่าไหร่ก็ไร้การตอบสนอง ชาญฉลาดจึงรีบพาชายหนุ่มไปส่งโรงพยาบาลทันที โชคดีที่มาถึงทันเวลา เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก กระสุนก็โดนแค่ถากๆ เสียเลือดเยอะไปหน่อย แต่ที่โรงพยาบาลก็มีเลือดสำรองให้ ดังนั้นติณนภพจึงพ้นขีดอันตรายและไม่นานเขาก็ฟื้นขึ้นมาเจอคนรัก สองเดือนต่อมา รีสอร์ท สองชายหนุ่มหญิงสาวยืนโอบกันดูพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นที่ระเบียงบ้านอย่างเฉกเช่นทุกวัน วันนี้เขากอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิมหน่อยเพราะอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว กลัวว่าจะไม่สบายก่อนถึงวันหมั้น เขาไม่อยากรีรออะไรอีกแล้ว “คุณป๋าคะ” จันทร์เจ้าขาเอ่ยเรียกเสียงหวาน “ครับ” “รักเจ้าขามั้ย” “รักสิ ยังต้องถามอีกหรือไง” ติณนภพยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะจูบริมฝีปากว่าที่คู่หมั้นเบาๆ หนึ่งที “ถามสิคะ ถึงแม้เจ้าขาจะรู้ได้จากการกระทำของคุณป๋าแล้ว แต่พอได้ยินกับหูมันก็รู้สึกใจฟูไปอีกแบบนะ” เธอคลี่ยิ้มหวานพร้อมเขย่งเท้าขึ้นไปจุ๊บเขาคืนบ้าง “รักครับ คุณป
บทที่ 86 คฤหาสน์บรมรักษ์ 20:00น. รถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ถึงเวลาที่ต้องแยกกันแล้ว ร่างสูงใจแป้วอย่างเฉกเช่นทุกวันยามที่ต้องส่งเธอขึ้นนอน เพราะนี่หมายความว่าอีกหนึ่งชั่วโมงเขาต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านของตัวเอง “ไม่อยากแยกจากหนูขาเลย อยากให้เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม” เขาทำเสียงอ้อนพร้อมเอนศีรษะไปซบที่ไหล่ของคนตัวเล็ก “อยากอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมก็รีบยกขันหมากมาขอสิคะ” เธอพูดปนขำเล็กน้อยพร้อมดันศีรษะเขาออกเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงจากรถ ติณนภพนึ่งอึ้งก่อนจะตบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเตือนว่าเขาไม่ได้ฝันไป เมื่อรู้แจ้งแล้วก็รีบร้อนวิ่งตามเธอลงไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น ทว่า... “กลับกันมาแล้วเหรอ กูรอพวกมึงตั้งนาน” ร่างของมิเชลปรากฏขึ้นพร้อมกับมือที่จับปืนจ่อไปทางจันทร์เจ้าขา หญิงสาวที่กำลังจะเดินเข้าบ้านชะงักฝีเท้า หน้าซีดเผือดโดยพลัน “ม..มิเชล!” “เจ้าขา!” ติณนภพรีบวิ่งไปบังร่างของจันทร์เจ้าขาเอาไว้ทันที ไม่รู้ว่าคนบ้าอย่างยายนี่จะลั่นปืนออกมาตอนไหน อย่างไรเธอก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน “แหม รักกันดีจังเลยนะถึงขั้นยอมตายแทนกันได้เลยเหรอ?” เจ้า
บทที่ 85 เธอเสียงสั่นด้วยความกลัวจัด เห็นแบบนี้แต่ก็ขวัญอ่อนเอาเรื่อง “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ตามมาเร็ว” พูดจบก็จูงมือพาเธอเดินต่อไปอีกหน่อย ไม่นานก็เห็นคนคุ้นเคยที่นัดกันไว้ยืนรออยู่ “ป้าศรีไพร” เขาเอ่ยเรียกคนสูงวัยเสียงทุ้มอ่อน ทำเอาคนข้างหลังเบิกตาหน้าซีด เธอจำได้แม่นว่าป้าศรีไพรและสาวใช้อีกคนไม่ชอบเธอขนาดไหน “คุณติณท์” หญิงแก่เห็นเจ้านายที่คิดถึงก็คลี่ยิ้มใจดีให้ “ขับรถมาเหนื่อยมั้ยคะ ป้าจัดเตรียมของไว้ให้แล้ว” มือเหี่ยวย่นยกถาดพวงมาลัยยื่นให้เขา “ขอบคุณครับ” ร่างสูงปล่อยมือจันทร์เจ้าขาแล้วรับถาดจากป้าศรีไพรมาถือไว้ ก่อนหันไปพูดกับคนข้างหลัง “เจ้าขาไหว้ป้าศรีไพรสิ”กระต่ายน้อยก้าวขาออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ถ้อยคำในวันนั้นของหญิงชราเธอยังจำมันได้ดี แต่เธอก็ไม่อาจโกรธหรือเสียมารยาทกับท่านได้ สองมือเล็กประนมขึ้นพร้อมโค้งศีรษะไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะป้า ไม่เจอกันนานสบายดีนะคะ” “สบายดีค่ะคุณเจ้าขา ไม่ต้องเกร็งนะคะ ป้าต้องขอโทษคุณเจ้าขาด้วยที่ตอนนั้นคิดไม่ดีกับคุณเจ้าขา ยังไงอภัยให้ป้านะคะ” หญิงแก่ประสบการณ์อย่างศรีไพรมองปราดเดียวก็รู้ว่าจันทร์เ
บทที่ 84หลังมือเล็กยกขึ้นปาดคราบน้ำตาออกจากแก้ม พูดขู่เขาด้วยน้ำเสียงแข็งขึง ก่อนจะรีบหันหลังเดินออกไป ทินกรอยากตามไปใจแทบขาดแต่ก็กลัวว่าคำข่มขู่ของเธอจะกลายเป็นเรื่องจริง “โธ่เว้ย!” คฤหาสน์บรมรักษ์หลังจากทานข้าวเช้าฝีมือติณนภพจนอิ่มท้องอิ่มใจแล้ว จันทร์เจ้าขาก็กลับขึ้นไปในนอนฝันหวานต่อ ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาเกือบสิบนาฬิกา ร่างเล็กเดินลงมาชั้นล่างด้วยความสดใสกว่าทุกวัน “ตื่นแล้วเหรอครับที่รัก หิวอีกหรือยัง” ติณนภพที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขกเอ่ยทักทายคนรักเสียงหวาน “ค..คุณป๋า! นี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมอุทานด้วยความตกใจ ทำไมเขายังไม่กลับไปอีก ว่างงานนักหรือไง “โธ่ที่รัก ทำไมทักกันแบบนี้ล่ะ” ร่างสูงวางหนังสือพิมพ์ แกล้งทำเสียงสำออยตรงเข้าไปหากระต่ายน้อยที่บัดนี้กลายเป็นนางแมวจอมเจ้าเล่ห์อย่างออดอ้อน “คุณป๋าไม่ไปทำงานเหรอคะ” เธอยังคงข้องใจ แต่ก่อนเห็นงานหนักนักหนา เดี๋ยวนี้มีเวลาว่างให้เธอแล้วหรือไง“ไม่ไปครับ วันนี้จะใช้เวลาอยู่กับเมีย” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วฉีกยิ้มจนตาหยี หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มนี้ทำหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะแค่ไหน “เลิกเ







