เข้าสู่ระบบ“เย้ สอบเสร็จแล้ว ไปฉลองกันดีกว่าลิซ”
ในที่สุด การเรียนในภาคเรียนแรกก็จบลง หลังจากวันที่มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้น เธอสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนและทำงานหาเงินจนแทบไม่มีเวลาจะคิดอะไรเหมือนเดิม กลายเป็นว่าความผิดพลาดในคืนนั้นถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังจนแทบจะลืมมันไปแล้ว
“แต่คืนนี้ยังต้องไปนอนคอนโดริวน่ะสิ”
“ขอสักคืนไม่ได้เหรอ ที่ผ่านมาแกอ่านหนังสือโคตรหนักเลยนะ ให้แกไปฉลองสอบเสร็จแล้วนอนกับฉันสักคืนไม่ได้เลยหรือไง”
“แกก็รู้ว่าหมอนั่นงกจะตาย”
“ลองดูก่อนไหม”
“อืม ก็ได้ จะโทรไปขอเดี๋ยวนี้แหละ”
อลิษาโทรหาคิริวที่ตอนนี้มาจอดรถรอรับเธอยังจุดเดิมนานแล้ว เขากดรับสายอย่างรวดเร็วราวกับนั่งจ้องหน้าจอตลอดเวลาเพื่อรอให้เธอโทรหาอย่างไรอย่างนั้น
“ไง สอบเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันจอดรถรออยู่ที่เดิมนะ”
“เอ่อ ริว คือฉันจะขออนุญาตไปฉลองกับเมี่ยง คืนนี้ก็จะนอนห้องเมี่ยงนะ ได้ไหม”
“ได้ยังไง พรุ่งนี้วันเสาร์ เธอก็ต้องกลับไปนอนกับแม่ แล้วฉันรอเธอมาตั้งเกือบครึ่งเดือนแล้วนะยัยแม่มด ฉันจะลงแดงตายอยู่แล้ว จะให้น้ำฉันมันไหลออกมาทางหูเลยหรือไง”
คิริวโวยวายเสียงดังลั่นรถ ใบหน้าถมึงทึงไม่พอใจ ก่อนสอบถึงสองสัปดาห์ เธอตั้งกฎไม่ให้เขาจับเธอกิน เพราะเธอต้องทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือและติวกับเพื่อน
“ตะโกนมาได้ ก็แค่อีกวันเดียวเอง นายเข้าห้องน้ำอีกคืนหนึ่ง ได้ไหมริว”
“ไม่ได้ ไม่ยอม ฉันไม่อนุญาตให้เธอทิ้งฉันไปไหนทั้งนั้น”
ถ้าทิ้งตัวลงดิ้นกับพื้นตรงนี้ได้ เขาคงทำไปแล้ว พยายามอย่างยิ่งที่จะวางอำนาจกับเธอ แต่เสียงที่เปล่งออกไปมันอ่อนเสียจนแทบจะกลายเป็นการขอร้องอ้อนวอนเสียแล้ว
“ริว แต่มันแค่...”
“ลิซ ไม่เป็นไร แกไปกับริวเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปหาแกที่หอ พาแม่ไปกินหมูกระทะกันดีกว่า”
เสียงของคนงอแงดังเล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์ทำให้มัสยาล่าถอย ขนาดไม่เห็นหน้า ได้ยินแค่เสียง ยังรู้เลยว่าหมอนั่นท่าทางจะใกล้ลงแดงตายแล้วจริง ๆ
เห็นแก่ที่หมอนั่นเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนรักของเธออย่างดี ทั้งให้เงินเดือน ซื้อของใช้ราคาแพงให้ไม่เคยขาด คอยตามรับตามส่งแม้ว่าวันนั้นเขาจะไม่มีเรียนหรือต้องแหกขี้ตาตื่นมาแต่เช้าเพียงใดก็ไม่เคยปล่อยให้เพื่อนรักของเธอต้องโหนรถเมล์มาเรียนอีก
จะว่าเขาเอาแต่ใจตัวเองตามประสาลูกคนรวยและตามประสานายจ้าง ก็ตรงที่เขามักจะใช้งานเพื่อนเธอบนเตียงจนคุ้ม บางครั้งออกจะคุ้มเกินคุ้มด้วยซ้ำ แต่เมื่อวันไหนเพื่อนของเธอซึ่งใต้ตาดำคล้ำมานั่งเรียน อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงต่อมา จะมีเสียงข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีเพื่อนของเธอหลักแสนทุกครั้งไป
งานพาร์ตไทม์ใหม่ของอลิษาที่เจ้าตัวตั้งชื่ออาชีพให้กับตัวเองว่า “เด็กของคิริว” มันช่างน่าอิจฉา ทั้งสุขสม อบอุ่น อิ่มท้อง และสุขสบาย ผู้ชายคนนั้นซึ่งไม่เคยมีประวัติใช้ผู้หญิงคนเดิมซ้ำหลายครั้ง กลับวนเวียนนัวเนียเพื่อนเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีท่าทีจะเบื่อหน่าย ทั้งยังปฏิบัติตัวราวกับว่าเขากับอลิษาเป็นแฟนกันอย่างไรอย่างนั้น จนเธอแย้งหลายรอบว่าอาชีพนี้มันไม่ใช่ “เด็กของคิริว” แต่มันเป็นอาชีพ “แฟนของคิริว” ต่างหาก
“เห็นไหม เมี่ยงยังบอกให้เธอไปกับฉันเลย ฉันเป็นนายจ้างเธอนะ สั่งอะไรก็ต้องทำสิ ไหนว่าจะตามใจฉันทุกอย่างไง”
“อืม ได้ งั้นก็รออยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวเดินไปหา”
อลิษากดวางสาย ก่อนจะถอนหายใจยาว รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปฉลองกับเพื่อนเพราะปกติแล้วทุกครั้งที่สอบเสร็จ เธอสองคนจะฉลองกันแบบนี้มาตลอด
“เมี่ยง ขอโทษทีนะ”
“ไม่เป็นไร แกรีบไปเหอะ เกิดหมอนั่นทรงพระกริ้วจนจับแกกดไม่ได้ลงจากเตียง พรุ่งนี้แกตื่นกลับหอไม่ไหว ฉันกับแม่อดกินหมูกระทะกันพอดี”
“อืม งั้นแกกลับห้องดี ๆ พรุ่งนี้เย็นเจอกัน”
“โอเค บาย อย่าขัดใจหมอนั่นล่ะ รู้ไหม”
“รู้แล้วน่า”
เมื่อถึงวันนัด คิริวพาสามสาวมาถึงร้านหมูกระทะเจ้าประจำ แต่ยังไม่ทันที่จะได้กินหมูย่างหอม ๆ เลยสักชิ้น ก็ต้องพากันมาที่โรงพยาบาลท่ามกลางความโกลาหล เมื่อมัสยาอาเจียนและเป็นลมล้มลงกลางร้านทันทีที่คีบหมูเข้าปาก
มัสยาถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินร่วมชั่วโมง ก่อนที่หมอจะออกมาตามญาติคนไข้ให้เข้าไปฟังผลตรวจพร้อมกัน
“เมี่ยงเป็นอะไรคะหมอ”
อลิษาถามหมอด้วยน้ำเสียงร้อนรน คนถึก ๆ อย่างมัสยา เคยเจ็บป่วยหรือเป็นอะไรกับใครที่ไหนกัน ถ้าถึงขั้นเป็นลมและอาเจียนกลางร้านหมูกระทะแปลว่าต้องเป็นอะไรหนักหนาแน่ ๆ
“คุณมัสยาไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ แค่อาการปกติทั่วไปของคนท้อง”
“ท้อง”
มัสยาเบิกตาโพลง น้ำใส ๆ เอ่อรื้นขอบตาจวนเจียนจะไหลลงมาเต็มที ไม่ต่างจากอลิษาที่ก้าวพรวดไปจับมือเพื่อนรักทันทีเพื่อให้กำลังใจ แม้เธอเองจะตกใจมากจนแทบช็อกก็ตาม
“ครับ อายุครรภ์ประมาณสองเดือนได้แล้วครับ ยังไงรีบมาฝากครรภ์นะครับ จะได้ตรวจโรคของพ่อกับแม่ด้วย”
“อะ เอ่อ ขอบคุณมากค่ะหมอ”
เมื่อหมอวัยกลางคนเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมทันทีจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ไงวะลิซ ก็วันนั้นฉันกินยาแล้ว”
คิริวเดินเลี่ยงออกไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้มัสยา เปิดโอกาสให้สองสาวคุยกันในเรื่องส่วนตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขากับแม่ของอลิษาได้ยินผลตรวจที่หมอบอกแล้ว
คนตัวบางใบหน้าซีดเซียวโผเข้ากอดเพื่อนรัก หัวใจเธอตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม โลกทั้งใบของเธอมันแตกสลายไปในพริบตาเมื่อผลตรวจที่ออกมาปรากฏว่าเธอตั้งครรภ์
“แกใจเย็นก่อนเมี่ยง อย่าร้องไห้ เรามาค่อย ๆ ช่วยกันคิดทางออกดีไหม”
“มันไม่มีทางออกแล้วลิซ อนาคตฉันจบแล้ว ฉันจะอุ้มท้องไปเรียนได้ยังไง นี่เหลืออีกตั้งหนึ่งเทอม”
“ทำไมจะไม่ได้ มันก็เคยมีรุ่นพี่เราท้องอยู่เป็นเทอม อาจารย์ไม่ดับอนาคตเราหรอก ตราบใดที่แกยังไม่คลอดก่อนจะสอบ แกก็มีสิทธิ์เรียนจนจบพร้อมเพื่อน”
ซึ่งจากการคำนวณระยะเวลาดูแล้ว อย่างไรมัสยาก็ไม่มีทางคลอดก่อนจะสอบ นั่นแปลว่าอนาคตเธอไม่ได้ดับวูบอย่างที่กังวลแต่แรก
“อืม ฉันจะตั้งใจเรียนให้จบ ต่อไปนี้ต้องทำงานหนักกว่าเดิม ไม่งั้นฉันไม่มีเงินคลอด ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกินแน่ ๆ”
มือเล็กลูบเบา ๆ บนหน้าท้องที่ยังแบนราบ แม้เด็กคนนี้จะเกิดจากความผิดพลาด แถมเธอยังเกลียดชังผู้ชายคนนั้นที่ยังคอยตามหลอกหลอนเธอทั้งยามหลับและยามตื่น แต่เธอจะไม่มีวันทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเด็ดขาด เพราะลูกของเธอไม่ได้ผิดอะไร ผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เป็นคนทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด
“แปลว่าแกจะไม่บอกสายฟ้าใช่ไหม”
อลิษาเลิกคิ้วตกใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถึงแม้จะเกิดจากความผิดพลาด แต่คนทั้งคนกำลังจะเกิดมา ฝ่ายนั้นควรมีส่วนรับผิดชอบที่พังอนาคตเพื่อนของเธอ
“แกอย่าเรียกชื่อนั้นให้ฉันได้ยินอีก ผู้ชายคนนั้นมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉัน เด็กคนนี้เป็นลูกของฉันคนเดียวเท่านั้น”
มัสยาละล่ำละลักตอกกลับปากคอสั่น แค่คิดถึงใบหน้าหล่อ ๆ ที่วนเวียนเข้ามาในความทรงจำแทบตลอดเวลาก็ให้รู้สึกหงุดหงิด มือเล็กกำแน่นจนสั่นไปทั้งตัว
“แกใจเย็นก่อนเมี่ยง ฉันแค่คิดว่าเขาอาจจะรับผิดชอบ”
อลิษาจับมือเพื่อนพร้อมลูบเบา ๆ บนหลังมือให้เจ้าตัวรู้สึกผ่อนคลาย
“คนเลว ๆ อย่างหมอนั่น มันจะรับผิดชอบอะไรฉัน มันจะพาฉันไปทำแท้งน่ะสิ ฉันจะไม่บอกมันเด็ดขาด”
“เขาอาจไม่ได้เลวขนาดนั้น แต่ในเมื่อแกเลือกแล้วว่าจะทำแบบนี้ ฉันก็จะอยู่ข้างแก แกไม่ต้องทำงานพิเศษเพิ่ม มันอันตรายกับแกและหลานฉัน ค่าคลอดกับค่าเลี้ยงดูในช่วงแรกที่แกยังทำงานไม่ได้ ฉันจะรับผิดชอบเอง”
ดวงตารีเล็กเบิกกว้าง แต่ก็อดซึ้งในน้ำใจของเพื่อนไม่ได้ ทุกครั้งที่เธอมีปัญหาก็จะมีอลิษาอยู่เคียงข้าง และทุกครั้งที่อลิษามีปัญหา ก็จะมีเธออยู่เคียงข้างด้วยเสมอ
“แกจะไปเอาเงินมาจากไหน มันไม่ใช่น้อย ๆ นะลิซ”
“ฉันมีเงิน ถึงฉันไม่มี แฟนฉันก็มี แกไม่ต้องกลัว หลานฉันทั้งคนจะให้ลำบากได้ยังไง ตอนนี้ฉันไม่ได้ตกระกำลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ แกอย่าลืม”
“แต่ฉันไม่อยากรบกวน”
“แกห้ามคิดมากเด็ดขาด กลับกันถ้าแกเป็นฉัน แล้วฉันเป็นแกในตอนนี้ แกก็ต้องทำอย่างฉัน เชื่อสิ”
มันคือเรื่องจริงทั้งหมด เธอทั้งสองคนรักและเป็นห่วงกันมาก เมื่อคนใดคนหนึ่งตกที่นั่งลำบากแล้วอีกคนพอช่วยเหลือได้ ไม่มีทางเลยที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายสู้กับความยากลำบากเพียงลำพัง และนั่นเป็นเหตุผลให้มัสยายอมรับความช่วยเหลือจากอลิษาแต่โดยดี
“แม่ฉีกสัญญานั้นทิ้งไปแล้วนะ เดี๋ยวแม่จะให้เลขาจัดการคืนทุกอย่างให้ฟ้า ทั้งเงินส่วนตัวของฟ้า ของน้องหมาก แล้วก็บ้านของเมี่ยง”“ขอบคุณมากครับแม่”สายฟ้าและมัสยาพนมมือไหว้ขอบคุณคนเป็นแม่ที่ยอมคืนทุกอย่างให้ ไม่รู้ว่าเพราะรักลูกหรือหลงหลานชายตัวน้อยช่างประจบที่ยังนั่งกอดแนบอกคนเป็นย่าอยู่ตลอดเวลากันแน่“เรื่องบ้าน ตอนนั้นแม่ให้ช่างบิวท์อินต่อ ตอนนี้เสร็จหมดแล้วทั้งบ้านทั้งสวน แค่ขนเสื้อผ้าเข้าไปก็อยู่ได้เลย”แม้จะอยากให้ลูกชายกลับไปอยู่ด้วยกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ก็เข้าใจว่าเด็กสมัยนี้ต้องการความเป็นส่วนตัว จึงไม่เรียกร้องให้ลูกลำบากใจ“ขอบคุณมากครับแม่ ถ้าแม่กับพ่อเหงา ก็มานอนบ้านผมบ่อย ๆ ได้นะครับ”“ได้สิ ไว้รอเมี่ยงคลอดแม่จะไปช่วยเลี้ยงหลานนะ”“ทำอย่างกับว่าคุณมีเวลา อย่าลืมนะว่าเจ้าฟ้าเลือกบริหารบริษัทของผม ผมกำลังจะค่อย ๆ วางมือได้ ส่วนคุณล่ะ จะหาใครมาบริหารแทน หลานชายคุณก็มีบริษัทพ่อแม่ตัวเองให้รับช่วงต่อกันหมด”“หลานไม่มี แต่ฉันยังมีลูกสะใภ้นะคะ เมี่ยงจบบริหารมาไม่ใช่เหรอ”“เอ่อ ค่ะ แต่เมี่ยงคงไม่มีความสามารถพอจะทำได้หรอกนะคะ”ลูกสะใภ้แบ่งรับแบ่งสู้ ลำพังแค่เด็กอายุยี่สิบสองปีที่
กานดาเดินดูบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้วในโทนอบอุ่น หลังจากที่มัสยาเซ็นยกบ้านหลังนี้คืน เธอก็ยังปล่อยให้ช่างตกแต่งที่นี่จนเสร็จ รวมทั้งสวนรอบบ้านด้วย“เจ้าฟ้ามันรสนิยมดีนะ ดูเฟอร์นิเจอร์ที่มันเลือกแต่ละชิ้นสิ เข้ากันทั้งบ้านเลย”สงกรานต์ที่เดินตามหลังภรรยาเอ่ยชมลูกชาย ก่อนจะหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนกว้างที่มีเตียงขนาดใหญ่ซึ่งกั้นเป็นคอกสำหรับเลี้ยงเด็กและอุปกรณ์เครื่องใช้ของหลานชายวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบคนที่ควรจะได้เป็นย่าหยิบขวดนมราคาแพงของหลานชายขึ้นดู อยู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็เลือนรางเพราะหยาดน้ำใส ๆ มันเอ่อรื้นคลอหน่วยคนเป็นสามีเห็นดังนั้นจึงเดินมาแตะบ่าภรรยา เธอสูดน้ำมูกแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวก ๆ ไม่ให้ใครเห็นว่าร้องไห้“มันก็หลายเดือนแล้วนะคุณกาน ตอนนี้เจ้าฟ้ามันก็กำลังจะมีหลานสาวให้เราอีกคน คุณไม่คิดจะให้อภัยและยอมรับเมียของลูกจริง ๆ เหรอ”หลายเดือนที่ผ่านมาสายฟ้าติดต่อกับสงกรานต์มาโดยตลอด บ่อยครั้งที่คนเป็นปู่แวะมาหาที่คอนโดเพื่อเล่นกับหลาน จึงได้รู้ว่าสายฟ้ากำลังจะมีทายาทอีกคน“ฉันก็ไม่ได้โกรธเกลียดลูก แต่ฉันแค่น้อยใจที่ลูกเลือกคนอื่น ไม่เลือกฉัน”เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อ
“เป็นไงบ้างเมี่ยง กี่ขีด”สายฟ้ายืนลุ้นอยู่นาน อดใจไม่ไหวจึงเปิดประตูห้องน้ำพรวดเข้ามา เห็นมัสยานั่งอยู่บนชักโครก มือกำแท่งพลาสติกสีขาวแน่น ใบหน้าซีดเผือดแล้วก็อดที่จะตกไม่ได้ จึงรีบตรงดิ่งไปประคองคนตัวบางเข้าสู่อ้อมกอด“เมี่ยง เป็นอะไร ไม่ต้องเครียดนะ ฉันอยู่นี่แล้ว”เธอผวากอดเขาแน่น ตัวสั่นสะท้าน แต่ไม่ยอมปล่อยแท่งสีขาวออกจากมือ“ใจเย็น ๆ เมี่ยง”มือใหญ่ลูบแผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดนอนกระโปรงผ้าพลิ้วไหวเนิ่นนานจนเธอเริ่มตั้งสติได้ จึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา“เธอโอเคไหม”เขาลูบต้นแขนและใบหน้าขาวเนียน สีหน้าและแววตาบ่งบอกความเป็นห่วง“อะ โอเค”“ไหน ผลว่ายังไง”คนตัวโตยกมือข้างที่กำแท่งพลาสติกสีขาวขึ้นมา มองมันสลับกับใบหน้าภรรยา ก่อนจะดึงมันออกมาจากมือเล็กช้า ๆ“ขอฉันดูหน่อย”ทันทีที่แท่งพลาสติกเจ้าปัญหาหลุดออกจากมือเธอ ก็ปรากฏแถบสีแดงเข้มสองขีดเต็มสองตาสายฟ้าคลี่ยิ้ม น้ำตาไหล ดวงตาเปล่งประกายยินดี ไม่ต่างจากคนตัวบางตรงหน้าเลยสักนิด“ท้อง เมี่ยง เธอท้องแล้ว”เขาคว้าเธอเข้ากอด ต่างยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“นายดีใจไหม”“ดีใจสิ ฉันดีใจมาก เรากำลังจะมีลูกอีกคนแล้วนะ คราวนี้ฉันจะได้ดูแลเ
ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนในห้องมองภาษากายของหนุ่มสาวออก จึงเบิกตากว้างตกใจไม่ต่างกัน“เอ่อ สวัสดีค่ะ คุณอา”“สวัสดีจ้ะ”กานดาและสงกรานต์รับไหว้นิศาชล แต่ยังไม่วายเหลือบมองชายหนุ่มหน้าตาดีข้างกาย“เอ่อ พ่อคะ แม่คะ นิศาพาคนรักมากราบพ่อกับแม่ค่ะ”นิศาชลกับฉัตรพลนั่งลงกับพื้นแล้วก้มลงกราบแทบเท้าพ่อแม่ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน“สวัสดีครับ ผมชื่อฉัตรพล เป็นคนรักของนิศาครับ”ผู้ใหญ่ทั้งสี่เหลือบมองหน้ากัน ก่อนเจ้าสัวนทีจะเอ่ยถามลูกสาวก่อนใคร“นี่มันอะไรกัน นิศา ลูกกับ...”“คุณฉัตรค่ะ”“เอ่อ ลูกกับฉัตร เป็นแฟนกันเหรอ มันยังไง เขารู้หรือเปล่าว่าลูกท้องกับสายฟ้า หรือว่าลูกจ้างเขามาแต่งงานด้วย”คิดว่าอย่างไรลูกสาวก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าสายฟ้าไม่ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน จึงอาจคิดอะไรตื้น ๆ ด้วยการไปคว้าเอาใครสักคนมาแต่งงานด้วยล้างอาย“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นพ่อของลูกในท้องนิศาครับ นิศาท้องกับผม ไม่ใช่คุณสายฟ้า”วิมลทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ยกยาดมขึ้นสูดจนสุดปอด“นี่มันอะไรกันลูก มันหมายความว่ายังไง โอย แม่จะเป็นลม”“นิศาขอโทษค่ะแม่ แต่มันเป็นเรื่องจริง วันนั้นนิศาเสียใจมากที่ฟ้าเขาไม่รัก ไม่สนใจนิศา เลยออกไปกินเหล้
“คุณกาน อย่าไปโกรธลูกมันเลย มันรักของมันมาก เราจะไปจับเด็กสองคนแยกกันได้ยังไง”สงกรานต์กุมมือภรรยาที่ยังสั่นเทาไม่หาย ถึงแม้จะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอนแล้ว แต่น้ำตายังไม่ยอมแห้งเหือดไปจากใบหน้าแม้แต่น้อย“ฉันก็ไม่ได้จะจับมันแยกกันแล้วไง ก็ให้เป็นเมียตีทะเบียนแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางหนูนิศาจะยอมเป็นเมียน้อยหรือเปล่าเลย แล้วเราจะโดนอะไรกลับมาบ้างถ้าเราไปคุยกับทางนั้น แค่นี้ยังไม่ดีอีกหรือไง”“ผมเข้าใจคุณนะ แต่ก็เข้าใจลูก ลูกเราอยากแต่งงานมีเมียแค่คนเดียว อยากมีบ้านเดียว ไม่ได้อยากมีเมียน้อย แล้วถ้าหนูนิศายอม แล้วเจ้าฟ้ามันทำแบบนั้นจริง ๆ ไม่เท่ากับเราขังหนูนิศาเอาไว้ให้อยู่ในสถานะเมียน้อยไปชั่วชีวิตเหรอ ระดับหนูนิศา ลูกสาวเจ้าสัวหมื่นล้าน ต่อให้มีลูกติดกับคู่หมั้นเก่าสามสี่คน ยังมีผู้ชายอยากได้เป็นเมียเลย เชื่อผมสิ แล้วเราจะไปตัดโอกาสที่ทางนั้นจะเจอคนดี ๆ ทำไม นอกเสียจากว่าคุณไม่ได้คิดจะให้หนูนิศาเป็นเมียน้อยตลอดชีวิต”คนที่แต่งงานอยู่กินกันมานานย่อมอ่านใจอีกฝ่ายออก อย่างไรภรรยาของเขาต้องเสนอให้อีกฝ่ายแต่งงานก่อน เพื่อรอใบทะเบียนสมรสที่จะได้ในภายหลัง“มันเรื่องขอ
ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่สายฟ้าก็ยังคงไม่กล้านำเรื่องร้อนใจไปบอกมัสยา ที่ปล่อยเวลาล่วงเลยเพราะเขาเลือกแล้วว่าจะไม่ทำตามในสิ่งที่แม่ต้องการ แม้แม่ของเขาจะโทรมาเร่งขอคำตอบแทบทุกวันก็ตามทีในขณะที่สายฟ้ากับมัสยากำลังกินข้าวเย็นอยู่นั้น เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะ“เดี๋ยวฉันไปเปิดเองเมี่ยง เธอกินต่อเถอะ”เมื่อเปิดประตูต้อนรับแขกที่ไม่คิดว่าจะเห็นหน้าที่นี่ ทำเอาสายฟ้าตกใจหน้าถอดสี“ทำไม เห็นหน้าแม่ตัวเองแล้วมันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ”คำทักทายของผู้เป็นแม่ทำเอาสายฟ้าลอบถอนหายใจ ก่อนจะพนมมือไหว้ทักทายพ่อและแม่ แล้วเชิญคนทั้งคู่เข้าไปนั่งในห้องรับแขกมัสยานำน้ำมาเสิร์ฟพร้อมทั้งกล่าวทักทาย แต่ก็มีเพียงพ่อของเขาเท่านั้นที่รับไหว้เหมือนเดิม“เมี่ยงขอตัวไปดูลูกก่อนนะคะ เชิญคุณลุงกับคุณป้าตามสบายค่ะ”สายฟ้ารั้งมือของมัสยาเอาไว้ให้ลงมานั่งข้างกัน“ไม่ต้องไปหรอกย่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ยังไงเธอก็ต้องรู้”กานดาเอ่ยพร้อมเชิดหน้าขึ้น มั่นใจว่าอย่างไรลูกชายของเธอก็ต้องยอมทำตามที่เธอต้องการอย่างแน่นอน“พ่อกับแม่มีอะไรหรือครับ ถึงมาหาผมที่นี่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ก็ต้องเอ่ยถาม เผื่อว่ามันอาจจะไม่เป็น
“ทำไมวันนี้ฟ้ากินน้อยจังคะ แค่นี้ก็อิ่มแล้วเหรอ”นิศาชล ทายาทคนสุดท้องของเจ้าสัวนทีและวิมลผู้เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ร่ำรวยมหาศาล เอ่ยถามคู่หมั้นหนุ่มด้วยความเป็นห่วงเธอกับเขาถูกครอบครัวจับคลุมถุงชน บังคับให้หมั้นกันทันทีหลังเรียนจบ และงานแต่งงานก็คงจะถูกจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ แต่โชคดีหน่อ
“เมี่ยง...”สายฟ้าเรียกชื่อเธอเสียงเบา แววตาลุแก่โทษ แต่อย่าคิดว่ามันจะชดเชยเรื่องชั่วร้ายที่เขาทำกับเธอเอาไว้ได้“หุบปาก ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉัน แล้วก็ไสหัวไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไอ้เลว”โพล่งออกไปแล้วรีบเปิดประตูออกกว้างอย่างรวดเร็ว เขาตามมารั้งมือเธอเอาไว้ ฉุดกระชากกันไปมาเพียงนิดเพราะไม่กล้าใ
“ดูสิ ลูกแกหน้าเหมือนฉันมากเลย น่ารักที่สุด หลานป้า”หลังจากวันแต่งงานของอลิษากับคิริวเพียงแค่วันเดียว มัสยาก็คลอดลูกชายตัวจ้ำม่ำ สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจึงเลื่อนทริปฮันนีมูนไปก่อนเพื่อมาช่วยเลี้ยงหลานคุณป้ายังสาวจำต้องขี้ตู่ว่าหลานชายที่นอนตาแป๋วอยู่ในเตียงนอนเด็กนั้นหน้าเหมือนตัวเองด้วยกลัวว่าเพ
“ไง ได้ข่าวว่าป๋าเหรอ”เมื่อไปส่งมัสยาเรียบร้อยแล้ว คิริวก็ไปส่งอลิษากับแม่ที่หอพัก แต่คนหน้าหนาก็ดันเอ่ยขออนุญาตแม่พาเธอกลับมานอนด้วยที่คอนโดมิเนียมหน้าตาเฉย ทั้งยังรับปากกับแม่ของเธออย่างดิบดีว่าจะไม่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับมัสยา“ป๋าอะไร”“ก็ได้ข่าวว่าเสนอตัวส่งเสียค่าคลอดกับค่าเ







