Share

บทที่ 2 เด็กนี้มันร้าย

Author: Lovemotu2
last update publish date: 2026-03-05 21:54:47

โมเน่เปิดประตูกว้างออกเพื่อให้ชายหนุ่มที่ลากกระเป๋าใบโตเข้ามาในห้อง และทันทีที่ชายหนุ่มลากกระเป๋าใบโตผ่านหน้าเธอไปกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แบบผู้ชายลอยมาแตะจมูก เธอเผลอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ตั้งตรง ไหล่หนาได้สัดส่วน และความสูงที่ทำให้เขาดูเกินคำว่า “เด็ก” ไปไกล

นี่น่ะหรือ ‘เด็ก’ ในความหมายของแม่

เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความคิดหลากหลายแล่นผ่านในหัว ความสับสนปนความสงสัย

ที่อยากระเบิดมันออกมา แม่คิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงฝากเด็กแบบนี้มาไว้กับเธอ ถึงจะบอกว่าแค่เดือนสองเดือน และยิ่งบอกว่าเผื่อเธอจะเที่ยวน้อยลง หรือจริง ๆ แล้วแม่ส่งเขามาสอดแนมเธอกันแน่

คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเด็กในสายตาของแม่เธอหยุดเดินอย่างกะทันหันเพราะเขาเห็นเงาสะท้อนของหญิงสาวที่ทำหน้าครุ่นคิดไม่มองทางเดิน เขาหมุนตัวกลับมาจนทำให้คนที่ไม่มองทางอย่างเธอเกือบจะชนเข้ากับแผงอกของเขา โชคดีที่เขาคว้าตัวเธอไว้ทัน แต่ร่างสูงก็ดันเข้าใกล้เธอจนทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว ฮึบไว้ก่อน เราจะมาเสียฟอร์มเพราะไอ้เด็กนี่ไม่ได้ ดึงหน้าเข้าไว้โม่เนบอกกับตัวเองพร้อมเชิดหน้ามองเขากลับทันที

“คิดอะไรอยู่ครับ คิดไม่ดีหรืออยู่รึเปล่า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามในขณะที่ตอนนี้ริมฝีปากของเขาอยู่ใกล้ใบหูของเธอ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ก็โดนแก้มและใบหู

“เปล่าไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นละ เขยิบออกไปด้วยร้อน” โมเน่ใช้ทั้งสองมือเล็ก ๆ ของเธอผลักอกชายหนุ่มให้ถอยร่นไป แล้วเดินนำไปยังโซฟา และสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นชุดเดรสสีดำที่เธอโยนทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

“ดะ เดี๋ยวก่อน พี่นั่งตรงนี้ เราเขยิบไปตรงโน้นดีกว่า”

“ทำไมละ นั่งตรงไหนก็เหมือน ๆ กัน” เขาชะงัก มองเธอด้วยสายตาสงสัย

“ไม่เหมือนหรอกเชื่อพี่” เธอรีบนั่งทับชุดเดรสเจ้าปัญหานั้นอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ และปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งถัดออกไปจากเธอบนโซฟา

“หึ เดรสสีดำ รสนิยมดีนี่” เขาบอกเธอเสียงเรียบ “ผมเห็นแล้วไม่ต้องแอบหรอก”

‘เพล้ง’ ความรู้สึกเหมือนกระจกแตกกระจายดังขึ้นในหัว “ฮะ ฮะ ฮ่า” โมเน่หัวเราะกลบเกลื่อน ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้สึกเสียฟอร์มเป็นอย่างมาก “พอดีเมื่อคืนหนักไปหน่อยนะ ภาพมันตัด” เธอพยายามทำให้เรื่องนั้นดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ยิ่งเธอพูดมากเท่าไร ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียฟอร์มมากขึ้นเท่านั้น

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่หนิ แค่บอกว่าเห็นแล้ว” คิรัณเอนพิงพนักโซฟาแล้วมองเธอเงียบ ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาเธอว่าเธอจะทำอะไรต่อไป ในที่สุดเธอก็เปิดปากเอ่ยถามชื่อของเขาขึ้นมา

“เออ นายชื่ออะไร อายุเท่าไรแล้ว”

“ผมนึกว่าพี่จะไม่ถามชื่อผมซะแล้ว” คิรัณยกยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชันนิด ๆ

“ก็ต้องถามอยู่แล้ว คนจะมาอยู่ด้วยกันไม่ถามได้ไง”

“… ผมคิรัณครับ ส่วนเรื่องอายุไม่จำเป็นต้องบอกครับ” คิรัณตอบชื่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เอิ่ม……. โอเค แล้วนายรู้จักชื่อฉันแล้วใช่มั้ย”

“ใช่ครับ คุณป้าบอกแล้ว”

“งั้นหมายความว่าสองเดือนนี้ นายจะมาอยู่กับฉันที่นี่”

“แม่พี่บอกไปแล้วนิ ว่าผมรอคนย้ายออกจากคอนโด”

“มีแค่นั้นจริง ๆ เหรอ?” โมเน่ถามด้วยความไม่มั่นใจเพราะจู่ ๆ ทุกอย่างมันดูปุปปัปไปหมด ไม่ได้มีเวลาให้เธอได้เตรียมตัวหรือแม้กระทั่งเตรียมห้องพักให้คนที่จะมาอยู่

“ครับแค่นั้น” คิรัณตอบกลับเพียงสั้น ๆ เขาเงยหน้าตอบหญิงสาวและก้มลงไถมือถือต่อ โดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวอีกเลย

“เวลาคุยกับผู้ใหญ่ก็ควรมองหน้านะ ไม่ใช่มองที่หน้าจอมือถือ” โมเน่สังเกตพฤติกรรมของเขามาสักใหญ่ เวลาที่เขาคุยกับเธอ เขาไม่ค่อยมองหน้าเอาแต่จ้องที่หน้าจอมือถือตลอดเวลาจนทำให้เธอหงุดหงิด ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเมินเธอได้เท่าไอ้เด็กนี้มาก่อน

“ช่างเถอะ แค่เดือนสองเดือนไม่ได้สร้างความลำบากอะไรมากมาย” โมเน่พูดพร้อมยักไหลเล็กน้อย

“อาจจะ…… หรือมากกว่านั้นก็ได้ครับ” เขาตอบและเงยหน้ามองเธอ การจ้องมองแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกได้ว่าสายตาของเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาแต่เป็นสายตาของเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออยู่ตลอดเวลา เป็นเธอเองที่หลบสายตาเขาอีกครั้ง

“หึ อย่ามาตลก พอคนเช่าห้องนายย้ายออก ก็กลับห้องตัวเองค่ะ” โมเน่รู้สึกตัวเองกำลังจะถูกเด็กรุ่นน้องอย่างคิรัณปั่นประสาทยังไงยังงั้นเธอจึงแกล้งโมโหเพื่อกลบเกลื่อน

“ไม่ตลกเหมือนกันครับ เพราะถ้าเขาไม่ย้ายออกผมก็ไม่มีทางไปเช่าห้องอยู่ เปลือง”

“ห๊ะ เปลือง แล้วอยู่กับฉัน ฉันไม่เปลืองเลย?”

“ครับ พี่จะลองคุยกับแม่พี่มั้ยละครับ เดี๋ยวผมต่อสายให้” คิรัณยิ้มอย่างผู้มีชัย

ยกนี้เธอแพ้ราบคาบ ไม่มีข้อต่อแย้งใด ๆ ทั้งสิ้นอีกแล้ว เธอลุกขึ้นยืนเหยียดตรง เดินไปยังหน้าห้องของเธอ และหันกลับมามองที่โซฟาที่คิรัณนั่งอยู่โดยเว้นระยะห่างพอสมควร ทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดอัดหน้าหนุ่มรุ่นน้องสักครั้ง เพราะเขาทำให้เธอรู้สึกว่าแพ้ตลอด ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูห้องนี้มา

“โอเค ฉันยอมแพ้นายละ”

“อ่อ แล้วอีกอย่างนะ ห้ามทำตัววุ่นวายเหมือนเมื่อเช้านี้”

“พี่หมายถึงยังไงครับ”

“ก็หมายถึงว่า ห้ามโทรรายงานแม่ฉันในทุก ๆ เรื่องเข้าใจมั้ย”

“ครับ ถ้าพี่ไม่ทำตัวไม่ดีอ่ะนะ”

“หึ้ยยย อะ ไอ้.....”

“จุ๊ ..จุ๊ ๆ เดี๋ยวตีนกาพี่จะขึ้นเอานะครับ อยากแก่หรอ?”

“พอ ๆ ฉันไม่ว่างมาเล่นกับเด็กแบบนายหรอกนะ”

“หึ ผมก็ไม่ว่างเล่นกับพี่เหมือนกัน” คิรัณยืนขึ้นและเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ยืนพิงประตูอยู่ เขาอาศัยความสูงและลำตัวที่หนากว่าเอามือพาดกันหญิงสาวไม่ให้หนีไปไหน 

"นี่นายจะทำอะไรน่ะ" 

คิรัณไม่ตอบใด ๆ เขาก้มลงมาใกล้ ๆ เธออีกครั้ง ครั้งนี้โมเน่พยายามดันตัวเขาให้ออกห่างจากตัวเธอเเต่รอบนี้ไม่เป็นผล เพราะร่างหนาไม่ได้ขยับเเม้เเต่น้อย

"คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก พี่ก็อย่ามากินเด็กอย่างผมเเล้วกัน" เมื่อพูดจบคิรัณก็ปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระ เเละทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ฮึ่ยยยย” โมเน่ได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในลำคอ ปกติแล้วมีแต่คนยอม มีแต่คนตามใจ แต่เด็กคนนี้กลับสวนทุกประโยคแบบไม่เกรงกลัว

“ห้องผมอยู่ตรงไหน ผมอยากจะพักผ่อนแล้ว” คิรัณพูดพลางเดินวนกลับมาที่โซฟา เตรียมลากกระเป๋าไปยังห้องของตัวเอง

“หรือพี่จะตามไปนวดให้ก็ได้นะครับ เมื่อยพอดี… หึ” เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท

“ฝันไปเถอะ” โมเน่สวนกลับทันควัน ก่อนจะสะบัดหน้าเบา ๆ

“ห้องนายอยู่ทางโน้น” เธอเดินนำเขาไปยังห้องนอนปีกซ้ายของคอนโด ประตูบานนั้นปิดไว้ตลอดเพราะไม่มีคนอยู่ประจำ แต่เธอก็ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เผื่อเวลามีเพื่อนที่เมาจนกลับที่พักไม่ได้ ก็มักจะมานอนรวมกันที่นี่เป็นประจำ

คิรัณลากกระเป๋าตามมาอย่างเงียบเชียบ สายตาเขามองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินนำอยู่ เหมือนกำลังรอดูว่าเธอจะพูดอะไรต่อ แต่คราวนี้ไม่มีคำประชด ไม่มีการปะทะคารมเพิ่ม เธอเพียงแค่เปิดประตูห้องให้เขา

“นี่ห้องนาย เชิญตามสบาย” น้ำเสียงเรียบลงอย่างเห็นได้ชัด

“แบตหมดเหรอป้า” คิรัณถามสะกิดโมเน่ด้านจากหลังขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง ทำให้โมเน่เธอหันขวับและถามเขาขึ้นทันที “อะไรของนาย”

“ก็เมื่อกี้ยังพูดไม่หยุด” เขายิ้มบาง ๆ

โมเน่ถอนหายใจแรง “อือ เหนื่อยด้วย ฉันจะไปนอน ส่วนนายก็เก็บของไปก่อน เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยว่ากัน แล้วก็ห้ามปลุกฉันเด็ดขาด ไม่งั้นเจอดีแน่” เธอสั่งเสียงเข้ม ก่อนเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง และไม่ลืมล็อกประตูให้เรียบร้อย ใจจริงเธออยากจะสู้ต่อ แต่ยิ่งปะทะ ยิ่งเหมือนตัวเองเสียเปรียบ จึงเลือกถอยมาตั้งหลักก่อน

ทางด้านคิรัณ มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแบบที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น ภาพลักษณ์ภายนอกของเขามักดูนิ่ง สุขุม และเย็นชา แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขากลับรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมาอย่างประหลาด

“นึกว่าจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ หลังจากนั้นชายหนุ่มเปิดกระเป๋า หยิบเสื้อผ้าออกมาจัดเรียงในตู้ทีละชิ้นอย่างเป็นระเบียบ ทุกอย่างถูกวางไว้ตามตำแหน่งที่เขาต้องการ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ความเพลียจากการเดินทางบวกกับการปะทะคารมตั้งแต่เขาพบเธอก็เริ่มเล่นงาน เขาทิ้งตัวลงบนเตียง และเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง

“ก๊อก ก๊อก” เสียงประตูห้องของโมเน่ถูกเคาะด้วยฝีมือของเพื่อนร่วมห้องคนใหม่อย่างคิรัณ นี่เขาไม่ได้ฟังที่เธอพูดแม้แต่นิดเดียวว่าห้ามเรียก คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากการก่อกวนของเขา วันนี้ทั้งวันเธอยกเขาให้เป็น VVIP ของวันนี้เลย

“ว่าไง ฉันบอกไม่ให้ปลุกไม่ใช่เหรอ” ประตูเปิดออก เธอกับเขายืนประจันหน้ากันอีกครั้ง

“ผมหิว พี่ไม่หิวเหรอ” น้ำเสียงเขาไม่ได้กวนเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะตั้งแต่เช้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เขายังไม่ได้กินอะไรเลย เขาหิวเกินกว่าจะชวนทะเลาะแล้ว

“กี่โมงแล้วละเนี่ย”

“หกโมงเย็นครับ” เขายกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นให้ดูตัวเลขเวลา ก่อนเก็บมันลงกระเป๋ากางเกงยีนส์

เธอสังเกตว่าเขาแต่งตัวพร้อมออกไปข้างนอกเรียบร้อย เสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงยีนส์เข้ารูป กระเป๋าคาดอกพาดเฉียง ดูทะมัดทะแมงยิ่งขึ้น

“จะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยง ถือว่าเป็นการต้อนรับ”

“ยังคิดไม่ออกครับ แถวนี้มีอะไรน่ากินบ้าง”

“ได้ รอฉันแต่งตัวยี่สิบนาที”

“สิบห้านาทีครับ” เขามองเธอตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่ง

“เค สิบห้าก็สิบห้า รอแป๊บ”

“ปัง”

เสียงปิดประตูดัง คิรัณยืนยิ้มพอใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ปล่อยให้เขาออกไปหาของกินคนเดียว

“แกร๊ก” ประตูเปิดออกอีกครั้ง

“พี่ช้าไปสามนาทีนะครับ”

“นี่ พ่อคุณ จะจับเวลาเป๊ะขนาดนั้นเพื่อ” เธอชะงักเมื่อเขาจับผิดเรื่องเวลา เธอเป็นผู้หญิงนะ ให้เวลาแต่งตัวสิบห้านาทีนี่ถือว่ารวดเร็วที่สุดแล้ว

“คิดได้หรือยังว่าจะกินอะไร” โมเน่ถามพลางเดินออกมานั่งที่โซฟาพร้อมกับตั้งคำถามให้กับชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเล่นมือถือรอเธออยู่ แต่เขากลับส่ายหน้าอย่างคิดไม่ตก เขาเป็นคนกินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้หิวจนสมองคิดไม่ออก

“งั้นฉันพาไปกินอาหารตามสั่งใกล้ ๆ คอนโดแล้วกัน รับรองเด็ดมาก”

เขาพยักหน้ารับ

ทั้งคู่เดินลัดเลาะซอกตึกใกล้คอนโด จนมาถึงร้านอาหารตามสั่งที่คนแน่นพอสมควร หน้าเตาไฟลุกโชนจากกระทะใบใหญ่ กลิ่นหอมของพริกและกระเทียมผัดปะปนไปทั่ว ครัวเปิดคือเสน่ห์ของร้านนี้ ใครผ่านก็ต้องเหลียวมองและอยากลองชิม อีกทั้งรสชาติราคายังถือว่าดีมาก ๆ อีกด้วย

“อ่ะ สั่งเลย นายจะกินอะไร”

“ของหนูเอาผัดกะเพราทะเลค่ะ” โมเน่สั่งก่อน

“ของผมเอากะเพราหมูกรอบ ไข่ดาวครับ”

“เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีคะ”

“น้ำเปล่าครับ”

“สองขวดค่ะ” เมื่อพนักงานเดินออกไป โต๊ะก็เงียบลงชั่วครู่

ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ

โมเน่มองจานหมูกรอบของเขาแล้วกลืนน้ำลายเล็กน้อย มันดูน่ากินกว่าของเธออย่างชัดเจน

“อยากชิมเหรอ แบ่งให้คำหนึ่ง เอามะ เห็นแล้วสงสาร”

“ไม่เอา กินของนายไปเถอะ” เธอตอบทันที ท่องไว้โมเน่ แค่ 2 เดือน ดูแลแค่ 2 เดือน

“เป็นไง อร่อยไหม?”

“อร่อยครับ” เขาตอบทั้งที่ข้าวเต็มปาก

“เห็นไหม ฉันบอกแล้ว กินเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ ฮ่า ฮ่า”

“ผมโตแล้วนะครับ” เขายิ้มบางให้กับเธอ

เมื่อถึงเวลาคิดเงิน โมเน่ตั้งใจจะเลี้ยงตามที่พูดไว้ แต่คิรัณกลับหยิบเงินจ่ายก่อนเธอจะทันควักกระเป๋ายื่นให้กับพนักงาน

“ผมจ่ายเองครับ”

“เฮ้ย บอกว่าจะเลี้ยงไง”

“ผมมีเงิน เลี้ยงพี่ได้ตลอดแหละครับ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงแค่นี้เอง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 24 เค้กที่ว่าหวานก็สู้พี่ไม่ได้

    “พี่คิรัณ แวะคาเฟ่นี้ให้น้องหน่อย น้องจะพาที่โมเนกินเค้กและก็ถ่ายรูป” เด็กสาวที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นบอกแก่พี่ชายที่ทำหน้าที่ขับรถไปส่งเธอที่บ้านสวนจังหวัดกาญจนบุรี “ได้สิ โลมายัง” คิรัณที่ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้สองสาวถามขึ้น “เรียบร้อย พี่ไม่ต้องรีบหรอก แม่ไม่อยู่ กว่าเราแวะเที่ยวเสร็จแม่กลับมาพอดีจะได้เจอแม่ด้วย” คาเทียร์บอกกับพี่ชายที่ต้องการพาโมเน่ไปสวัสดีแม่ด้วยเพราะไหน ๆ ก็ไปส่งคาเทียร์ก็ถือโอกาสแวะสวัสดีแม่ แล้วก็พาโมเน่ไปหาแม่ด้วย “อือ เรื่อยๆ ไม่รีบ พี่โมเน่หิวมั้ย” คิรัณหันไปถามหญิงสาวที่ไม่ยอมกินอะไรเลยตอนเช้า มีแต่เขาและคาเทียร์ที่กินขนมรองท้องมาก่อน “ยังไม่หิวเท่าไร นายขับไปคาเฟ่นั้นก่อน ฉันกำลังเลือกท่าโพสถ่ายรูปอยู่” โมเน่ที่กำลังหาเรฟในการถ่ายรูปคาเฟ่ที่คาเทียร์ส่งให้อย่างตั้งใจบอกกับชายหนุ่มให้ทำหน้าที่ในการขับรถยังไม่ต้องหันมาสนใจเธอ “แบบนี้ดีมั้ยหนู” โมเน่เอามือถือยื่นให้กับเด็กสาวดูว่าเธอตั้งใจถ่ายแบบไหนเพื่อให้เธอเตรียมตัวถ่ายให้ “ดีเลยล่ะ ร้านนั้นมีเค้กสวย ๆ ด้วย เราไปซื้อมาวางเป

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 23 ทำโทษคนขี้งอน NC

    โมเน่เงียบมาตลอดทางหลังจากที่รู้ว่าเมื่อก่อนคิรัณมีสาวเอาขนมมาให้บ่อย พอคิรัณถามอะไรก็ไม่ตอบ ต้องให้คาเทียร์เป็นสื่อกลาง“คาเทียร์ ถามพี่โมเน่ให้หน่อย หิวมั้ย” คาเทียร์อ้าปากจะถามต่อแต่เสียงของโมเน่ก็สวนกลับมาอีกครั้ง“บอกคิรัณว่าไม่หิวค่ะ ไปส่งพี่แล้วไปหาข้าวกินกันเลย”“เอ่ออ.......” เสียงของคาเทียร์“คาเทียร์บอกพี่โม.......”“หยุดทั้งสองคนเลยนะ คาเทียร์ขอโทษที่พลั้งปาก แต่พวกพี่หันมาคุยกันเองได้มั้ยอ่า”คาเทียร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดและมีน้ำตาคลอที่ทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันโมเน่จึงหันมาหาคาเทียร์เพื่อปลอบประโลมทันทีเพราะเรื่องนี้คาเทียร์ไม่ผิด แต่เป็นเธอที่รู้สึกงอนเอง“ไม่ใช่ความผิดของหนูหรอกนะ เดี๋ยวเราแวะกินบะหมี่หมูแดงมั้ย และค่อยกลับห้อง พี่เริ่มหิวขึ้นมาละ”“เออ ใช่ๆ พี่ก็หิวเหมือนกัน” คิรัณพูดสมทบขึ้นมาเพื่อให้น้องสาวตัวเล็กของเขารู้สึกดีขึ้น “ค่ะ เอาชายห้านะคะ อันอื่นไม่อร่อย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้และเอียงหลังพิงเบาะรถเพื่อรอให้ถึงร้านก๋วยเตี๋ยว และในระหว่างทางเธอก็นั่งเงียบมาตลอดทางเลย “ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วครับ คาเทียร์” คิรัณหันไปเรี

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 22 เป็นแฟนแบบ Official

    เช้าวันรุ่งขึ้นโมเน่และคิรัณพาคาเทียร์น้องสาวมาสอบเข้ามหาลัยที่อยู่คนละมอกับพวกเขาสองคน เมื่อมาถึงเขาก็เห็นเหล่าบรรดานักเรียนต่างพากันมาสานฝันสู่รั้วมหาลัย “พี่นั่งรอแถว ๆ ตรงนี้นะ ถ้าสอบเสร็จก็ออกมาตรงนี้” โมเน่บอกกับคาเทียร์ที่ตอนนี้เตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะไปสอบเรียบร้อย แล้วก็ทิ้งของทุกอย่างไว้ที่เธอเพื่อเข้าสู่สนามสอบ ส่วนชายหนุ่มหลังจากที่เขาพาเธอมานั่งโต๊ะนี้ก็เอาแต่คุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้ และเดินออกไปคุยไกล ๆ ทำตัวมีพิรุธตลอด “ได้ค่ะ หนูจะตั้งใจสอบ ไปก่อนนะคะ” สาวน้อยเดินไปแล้วทิ้งให้เธอนั่งเล่นมือถือรอ เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่พากันมานั่งรอคนที่สอบเข้ามหาลัย ระหว่างที่นั่งอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มสวมใส่ชุดนักศึกษาเดินเข้ามาหาเธอแล้วนั่งประชิดติดกัน “สวัสดีครับ ใช่ โมเน่ นศ. มหาวิลัย xxx มั้ยครับ” “ใช่ค่ะ” โมเน่พูดและขยับตัวออกเล็กน้อย “ผมเอกนะครับ เรียนบริหารปีสี่เหมือนกัน อยู่มหาลัยนี้ล่ะครับ” เขาเอ่ยแนะนำตัวกับหญิงสาวอย่างเป็นมิตร “อ่อ ค่ะ” โมเน่ก้มลงกดมือถือและพิมพ์ข้อความหาคิรัณที่เอาแต่โทรศัพท์ให้หันกล

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 21 เดจาวู น้องสาวคนสวย

    หนึ่งเดือนต่อมา“พี่คิรัณ คิดถึงจังเลย” สาวน้อยที่สวมชุดเอี๊ยมกระโปรงดอกไม้สดใสวิ่งเข้ามากอดคิรัณที่ท่ารถรังสิตเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาหา“ไงตัวเล็ก นั่งรถมาเป็นไงบ้าง” ชายหนุ่มจับหัวทุยของเด็กสาวขยี้ไปมาด้วยความเอ็นดู“ก็ไม่เท่าไรค่ะ แล้วพี่สาวคนสวยของน้องไม่มาเหรอ” คาเทียร์ถามหาโมเน่ทันทีหลังจากที่เธอมองไปรอบ ๆ แล้วไม่เห็นหญิงสาวเดินคู่มากับพี่ชาย“พี่อยู่นี่จ้า” โมเน่ที่เดินตามหลังมาเนื่องจากแวะไปเข้าห้องน้ำ เอ่ยทักน้องสาวของคิรัณอย่างเป็นกันเอง เพราะหลังจากวันนั้นที่เธอฝันร้าย คิรัณก็มีโอกาสให้เธอได้วีดีโอคอลกัน ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนพอจะรู้จักกันอยู่บ้าง“ว้าว ตัวจริงพี่สวยกว่าตอนที่เห็นในวีดีโออีกนะคะ” คาเทียร์ที่เห็นโมเน่ครั้งแรกตัวเป็น ๆ ถึงกับตกตะลึงในความสวยของหญิงสาวตรงหน้า“เราก็สวย ปะ กลับกันดีกว่า หนูคงเพลียเพราะนั่งรถมานาน” โมเน่เสนอไอเดียให้กลับคอนโดก่อนแล้วค่อยออกไปหาอะไรกิน“ได้ค่ะ” สาวน้อยรู้สึกเสียดายที่เธอมีโอกาสมาอยู่ได้แค่สองวัน เพราะต้องมาสอบเข้ามหาลัยแถวรังสิต พอสอบเสร็จก็ต้องกลับไปเรียนต่อเพราะยังไม่ปิดเทอม ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้อยู่คุยกับพี่สาวคนสวยที่ขึ้นช

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บท 20 ความใส่ใจ

    ช่วงสายของวันนั้น หลังจากที่โมเน่มาเรียนที่มหาลัยเธอก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในความฝันให้กับเพื่อนของเธอฟัง และผลที่ตามมาคือ โกโก้หัวเราะจนท้องแข็งกับวีรกรรมของเธอที่เก็บเอาเรื่องราวไปปะติดปะต่อและฝันออกมาได้เป็นเรื่อง ๆ “แกนะแก โมเน่ ทำไปได้ ฮ่า ๆ” โกโก้ยังไม่หยุดหัวเราะกับเรื่องที่เพื่อนของเธอเล่าให้ฟัง “ก็ตอนนั้นมันวางฟอร์มนิน่า” เธอทำหน้ามุ่ยตอบเพื่อนรักไป. “ตลกมาก แล้วไหนกระเป๋า ใบนี้หรอ ขอดูหน่อยสิ” โกโก้ขอจับกระเป๋าของโมเน่ที่เธออยากได้นักหนามาดู ก็พบว่ามันสวยจริง ๆ แล้วก็ส่งคืนเพื่อนไป ในระหว่างนั้นเอง คิรัณ ที่เดินมาจากด้านหลังของโกโก้ก็เอ่ยทักคนทั้งคู่ “คุยอะไรกันอยู่ครับ” คิรัณที่เดินมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยถามขึ้น “ป่าว เม้าท์ตามประสาผู้หญิง” โมเน่โกหกคิรัณหน้าตาย “แล้วนี่มาทำไม เพิ่งแยกกันเมื่อกี้นิ” โมเน่เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย “ผมลืมของไว้ที่พี่เลยมาเอา ไม่งั้นเรียนไม่ได้แน่ ๆ ครับ” โมเน่พยายามคิดตามว่าเขาลืมอะไร เพราะวันนี้เธอเอากระเป๋าใบเล็กที่เขาซื้อให้กับไ

  • One Night แล้วไง…ก็จะเอา (หมาเด็กไม่ยอม)   บทที่ 19 ก็แค่…….NC 18+

    “พี่โมเน่ พี่โมเน่” “พี่โมเน่ครับ” “พี่โมเน่ตื่นก่อน” คิรัณพยายามเขย่าตัวโมเน่ให้ตื่น เพราะจู่ๆ โมเน่ก็ลุกขึ้นมานั่งคล้ายคนละเมอ ตบตีอากาศไปมา และตีโพยตีพายหาว่าเขานอกใจ แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้คือเธอสารภาพรักกับเขา แม้จะอยู่ในความฝัน มันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจไม่น้อยว่าในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักเขาจนได้ “กรี๊ด ไม่นะ ม่ายยยยยย” โมเน่ลืมตาโพลงขึ้นมา เอามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ “นี่ฉันฝันไปเหรอเนี้ย” โมเน่หันไปมองหน้าคิรัณและผวากอดเขาด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปเหมือนในฝัน เพราะการฝันครั้งนี้มันทำให้เธอรู้ว่า เธอรักเจ้าหมาน้อยตัวนี้ของเธอแค่ไหน “ฮือออ ฉันนึกว่าฉันจะเสียนายไปซะแล้ว คิรัณ” โมเน่ที่อยู่ในอ้อมกอดของคิรัณพูด เสียงอู้อี้ในลำคอและมีน้ำตาซึมออกมาเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร ๆ พี่แค่ฝันร้ายไปเท่านั้น ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน” คิรัณปลอบประโลมเธอด้วยอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาพร้อมทั้งโยกตัวไปมาเบา ๆ เหมือนเด็กน้อยที่ต้องการการปลอบโยน ทุกอย่างมันเกือบจะดีอยู่แล้วจนกระทั่งประโยคต่อมาที่เขาพูดขึ้น ทำให้โมเน่ช้อนสายตามองเขาทันที “โอ๋เอ๋ โอ๋เอ๋ ขวัญเอยขวัญมา ไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status