LOGINหลังคิดอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้วคงไม่ได้อะไร หนึ่งนางก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีหาเสื้อผ้าตัวเอง พบว่ามันพับเรียบร้อยอยู่ปลายเตียงด้านหนึ่งนึกชมเขาในใจว่าเป็นระเบียบแฮะ .. เสื้อผ้าพับเสียเนี๊ยบอย่างกับร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์หรู ที่คิดอย่างนั้นเพราะเธอไม่เชื่อว่าเขาจะให้คนรับใช้ทำให้หรอก น่าจะเขาพับเองนี่แหละ
ร่างกายยังระบมแต่ก็พอไหว เธอใส่เสื้อก่อนเป็นอันดับแรก หน้าแดงร้อนผ่าว ๆ ตอนหยิบชั้นในตัวจิ๋วใส่กลับเข้าที่เดิม สุดท้ายจึงสะบัดกระโปรงเตรียมจะสวม ตอนนั้นที่เศษโพสท์อิสปลิวไหวลอยในอากาศก่อนร่วงลงสู่พื้น
หนึ่งนางลงจากเตียงย่อหยิบขึ้นมาอ่าน
‘ไปทำงานตอนเย็นจะมาคุยด้วย แม่ไม่อยู่ไปทำบุญที่อยุธยา หิวก็ลงไปบอกเด็กทำข้าวให้กินแล้วกัน ของฟรีเธอน่าจะชอบ’ ลงชื่อว่าปราชญา
แน่ะ! มีเหน็บ คนแก่เหน็บเก่งแบบนี้ทุกคนมั้ยเนี่ย ลายมือหรือลาย … ดีนะที่เธอเก่งเลยอ่านออก
แต่ก็ยังดีที่แจ้งให้ทราบ แล้วก็ดีด้วยที่แม่เขาไม่อยู่ ขืนแม่เขาเห็นว่าเธอเดินออกจากห้องเขาอาจจะตกอกตกใจยกมือทาบอกเป็นครั้งที่ร้อยก็เป็นได้ เอะอะก็ยกมือทาบอกอย่างเดียวเลย
เรียบร้อยแล้วหนึ่งนางก็ลงมาข้างล่าง เจอเด็กรับใช้ในบ้านกำลังยกอาหารเตรียมจะเอาขึ้นไปให้ตามคำสั่งของปราชญาพอดี
“คุณหนึ่งกินข้าวก่อนสิคะคุณปราชสั่งให้เตรียมให้”
ใส่ยาพิษหรือเปล่า … ไว้ใจได้เร้อ เธอตายอยู่ที่นี่ใครจะไปรู้
“ไม่ดีกว่าจะรีบไปแล้วน่ะ”
“คุณหนึ่งคะ”
อีกฝ่ายชี้มือมาตรงคอเธอ
“คุณหนึ่งลืมพับปกเสื้อลง”
หนึ่งนางรู้แก่ใจ เธอไม่ได้ลืมหรอก แต่เจ้าของบ้านจอมโหดเล่นซะคอเธอเป็นจ้ำแดงไปหมด ขืนเอาลงคนอื่นก็นึกว่าไปฟัดกับใครมา ก็ฟัดจริง ๆ นี่แหละ แต่ไม่อยากให้ใครรู้ นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะตีลังกาเข้าบ้านดีมั้ย จะได้เบี่ยงเบนความสนใจแม่สักหน่อย
“แฟชั่นเกาหลีน่ะ” ตอบอ้อมแอ้มแล้วหนึ่งนางก็จ้ำออกจากบ้านทันที
ประตูรั้วของสองบ้านห่างกันหนึ่งช่วงแขน กำแพงที่ใช้ยังเป็นแนวเดียวกัน หนึ่งนางเดินเร็ว ๆ เข้าไปข้างในไม่ทันจะพ้นสนามที่มีเสื้อผ้าตากเต็มไปหมด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกรอบ
วันนี้จะเกิดคิดถึงอะไรกันนักหนาเนี่ย คนยิ่งขวัญอ่อนเพราะเพิ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อคืนอยู่ ..
"อีหนึ่งงงง" สาวสองเพื่อนรักชื่อจริงว่ามงคล พ่อตั้งให้ ชื่อเล่นมินนี่ อันนี้ตั้งเอง "ตื่นหรือยังมึง ไม่มาเรียนเหรอหรือไปกกผู้ชายรวยที่ไหน" คนบนโลกนี่เห็นเธอเป็นคนยังไงกันนะ แม่ก็คนนึงแล้ว เพื่อนนี่ก็อีก
"ฝากจดหน่อย วันนี้ไม่ได้เข้า" ชั่วโมงเรียนบ่ายครึ่งนี่ก็เกือบ ๆ จะบ่ายโมงแล้วเหาะไปยังไม่ทันเลย เกเรวันนึงแล้วกัน
"ว้าย" มินนี่เปลี่ยนเสียงดัดจริตเป็นจริงจังขึงขังขึ้นมาทันที "อย่าบอกนะว่าไปกกผู้ชายจริง ๆ หาได้แล้วเหรอยะ รวย ๆ เปย์ ๆ น่ะ"
"ไม่บอก"
"อีนี่ อีเพื่อนทรพี มีผู้ชายไม่บอกเพื่อน"
“โทรมามีอะไรเอาอย่างนี้ดีกว่า” วันนี้ไม่มีอารมณ์สุนทรีมาต่อปากต่อคำด้วย
“มีงาน” มินนี่บอกเสียงจริงจัง
มินนี่รับจ๊อบพิเศษด้วยการเป็นนายหน้าหาพวกอินฟลูเอ็นเซอร์ ยูทูบเบอร์ให้กับเอเจนซี่ ถ้าแบรนด์เลือกคนที่มินนี่หาให้เธอก็จะได้ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ หนึ่งนางก็ได้อาศัยใบบุญมีงานเล็กน้อยจากเพื่อนไปด้วย
“มีรีวิวเหรอ” อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย มีงานก็หมายความว่าจะมีเงิน แค่ค่าครีมทาผิวเดือน ๆ นึงก็หลายร้อยแล้ว อีกไม่นานหนึ่งนางก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ไหนจะค่าจบการศึกษา ค่ารับปริญญา ค่าแต่งหน้าแต่งตัวไปหางานประจำทำ บลา บลา บลา อีกมากมาย แม่เธอขายเค้กได้แค่ค่ากับข้าว ส่วนค่าอื่น ๆ ในบ้านเธอต้องรับผิดชอบหมด
“จ้า ห้าพันกรุบกริบทำฟันฟรีด้วย”
หนึ่งนางขมวดคิ้ว
“สินค้าอะไร”
“คลินิกทำฟันน่ะ เขาจะโปรโมทฟอกฟันขาว ฉันเสนอแกไปแล้วลูกค้าโอเค”
สังหรณ์ใจอีกละ ..
“คลินิกไหน”
“ปราชญาทันตกรรมของหมอปราชสุดสวาทขาดใจแกไง”
ปราชญาหันควับ วินาทีนั้นดวงตาคมก็เบิกกว้างตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภรรยายืนตัวเปียกปอนอยู่ด้านหลัง เธอรวบผมยาวเป็นมวยลวก ๆ แบบคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เนื้อตัวยังเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราวเป็นหย่อม ยกเว้นใบหน้าสวยที่เช็ดจนแห้งใสสะอาด“หนึ่ง” ปราชญากะพริบตาปริบ แทบไม่เชื่อสายตาว่าเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ เขาทำอะไรไม่ถูก เดินไปกดปลายบุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่แล้วก้าวเข้ามาหาเธอ“ไปไหนมาคะ” เธอถามราวกับเป็นเรื่องธรรมดา โผเข้ามาโอบเอวออเซาะแบบที่ชอบทำเวลาจะง้อ ใบหน้านุ่มละมุนแนบชิดอกเขากระทั่งปราชญารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น “หนึ่งรอตั้งแต่บ่าย” ก็เห็นออกจากบ้านมาตั้งแต่สิบโมง นึกว่าไม่เกินบ่ายเขาคงจะถึง ที่ไหนได้นี่ปาไปเกือบทุ่มกว่าเขาจะมาดวงตาหวานจิ้มลิ้มออดอ้อน ปราชญาทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าแม่เจ้าประคุณจะจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว“ทำไมอยู่ที่นี่”“ก็มารอพี่ปราช” ไม่พูดเปล่ายังแก
คนกำลังถูกสงสัยในความรักนั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ในห้องประชุม หลังมีคำสั่งอกมากะทันหันให้ไปประจำบูธเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารเสริมในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่จะถึงนี้ เรื่องงานน่ะหนึ่งนางสู้ไม่ถอยอยู่แล้วถ้าหากว่ามันจะไม่ตรงกับวันไปฮันนีมูน“พอดีวันนั้นหนึ่งจะไปต่างจังหวัดกับสามีน่ะค่ะ” เธอบอกอ้อมแอ้ม เพิ่งเข้ามาทำงานด้วย อุตส่าห์เลือกที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์เอาไว้แล้วเชียว“คุณเลือกเอาจะเอางานหรือเอาเที่ยว”ถ้าเที่ยวอื่นหนึ่งนางก็ไม่ขัด ยินดีจะเลื่อนออกไปเพื่อเปิดทางให้กับหน้าที่การงาน แต่นี่เป็นฮันนีมูนเล็ก ๆ ระหว่างเธอกับสามี ซึ่งตั้งแต่แต่งงานมาเธอกับเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้สวีทกันสองคนเลย หนำซ้ำช่วงนี้เธอยังผิดนัดเขาบ่อย ๆ ด้วยนี่ต้องผิดนัดกับเขาอีกแล้วเหรอ … ปราชญาโกรธเธอแน่ปราชญาไม่ได้โกรธ ตอนที่หนึ่งนางเอ่ยปากเรื่องที่บริษัทให้ไปออกบูธตรงกับวันที่นัดกันไว้ว่าจ
ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง หนึ่งนางจึงได้สิทธิ์ในการตั้งชื่อลูกหนึ่งรัก ปราชญาโอดครวญไม่จบว่าไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในชื่อลูกเลย เขาบ่นหงุงหงิงทุกวันจนหนึ่งนางต้องยอมให้ลูกชื่อเล่นว่าญาญ่า นับจากวันนั้นเสียงบ่นเขาจึงค่อยเงียบไปหนึ่งนางเลี้ยงลูกเองจนกระทั่งญาญ่าได้หนึ่งขวบ เธอก็ชักอยากจะมองหางานทำ ทั้งนางรวิวรรณและนางนวลสอางค์ก็เห็นด้วย หนึ่งนางยังสาวยังแส้จะมาอุดอู้อยู่ในบ้านไม่ได้แต่งตัวสวย ๆ นานวันไปชีวิตจะเฉาหลังญาญ่าได้ขวบปี สองแม่คือนางนวลสอางค์กับนางรวิวรรณก็ควบรวมมาอยู่บ้านหลังเดียวกันภายในชายคาบ้านของปราชญาเพื่อสะดวกในการช่วยเลี้ยงหลาน มีบ้างจะสลับไปบ้านของหนึ่งนางเวลานางนวลสอางค์ทำขนม ทั้งสองแม่อาสาเลี้ยงหลานสาวตัวเล็กให้ หนึ่งนางจึงขอไปทำงานออฟฟิศอย่างที่เคยฝัน"ก็ไปทำที่สถาบัน" ปราชญาออกคำสั่งเขาไม่เห็นด้วยที่หนึ่งนางจะไปสมัครงานที่อื่น พอร่างกายกลับเข้าที่เธอยิ่งสวยสะพรั่งเหมือนแตกเนื้อสาวยังไงชอบกล"หนึ่งอยากไปหาประสบการณ์ที่อื่นบ้า
หนึ่งนางสวมชุดแต่งงานสีขาว เดรสผ้าพลีทละมุนปล่อยชายทิ้งลงกับพื้นลากยาวราวกับหางปลา ช่วงไหล่เป็นซีทรูแขนกุดเผยผิวเนียนบางเบา ผมสีน้ำตาลรวยเป็นช่อด้านหลังสวยงาม วันนี้เธอแต่งหน้าหวานจัดโทนสีชมพูเข้ากับชุดที่พาให้หวานไปทั้งตัว ปราชญามองแล้วใจหาย จู่ ๆ ก็เกิดแวบขึ้นมาว่าไม่น่าท้องเลย ..ไม่งั้นคืนเข้าหอคงจะ ..แค่คิดเขาก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ลูกคงน้อยใจแย่ว่าพ่อเห็นแก่ได้ แต่ใจมันก็คิดถึงเรื่องอย่างว่าจริง ๆ ขนาดชุดแต่งงานตัวค่อนข้างใหญ่ยังเอาหน้าอกหน้าใจเธอไม่ลงเลย เห็นร่องอกอวบอิ่มนิดนึงใจเขาก็สั่น อดไม่ได้ต้องประทับจูบแนบริมฝีปากเป็นดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน“โรคจิต” ปากว่าแต่แววตาเอ็นดูหนึ่งนางจัดหูกระต่ายให้เจ้าบ่าวสุดหล่อแล้วมองเขาทั้งตัว ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่เหมือนคนอายุเลขสี่เลย ยังดูดีดูหล่อจนเธอไม่อยากให้ใครเห็น พวกเพื่อน ๆ สาว ๆ ของเธอต้องมองเขาตาวาวแน่หวงจัง“หล่อจังเ
เก็บของเสร็จก็มานั่งเลือกชุดแต่งงาน ลูกลิงตัวโตหนึ่งกับลูกลิงในท้องอีกหนึ่งมองชุดที่เขาเปิดให้ดูด้วยท่าทางตื่นเต้น เนื้อตัวนุ่มนิ่มขยับไปมาทำสมองเขาปั่นป่วนอดไว้ก่อน อดไว้! เขาบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าพยายามไม่มองอกอิ่มบนเนื้อตัวนุ่มนี่ ต้องสนใจเรื่องงานแต่งที่กำลังเอาให้เธอดูต่างหาก“เอาแบบไม่รัดท้องหนึ่งจะได้ไม่อึดอัด เผื่อกินขนมในงานด้วยดีมั๊ย แต่อยากให้มีแขนหน่อย” หน้าอกเธอใหญ่ ยิ่งพอท้องจะยิ่งเปล่งขึ้นอีกเท่าตัว ปราชญาไม่ชอบให้คนอื่นมองส่วนที่ควรจะเป็นของเขาเพียงคนเดียว“หนึ่งอยากได้แบบเกาะอกนี่คะ”“ไม่!” เขาสั่งเด็ดขาด“พี่ปราชทำไมไม่ตามใจหนึ่ง” เธออ้อนเสียงอ่อย สรรพนามที่เรียกก็แปรเปลี่ยน ปราชญาเหมือนจะตายสิ้นลงไปตรงนี้ ยัยเด็กนี่น่าโมโหสุด ๆ ฟาดสักทีได้มั้ยนะไม่ได้อีกล่ะ เดี๋ยวนั่งร้องไห้ ใจเขาก็เสียอีก
‘ก็ก่อนจะเป็นสามีภรรยาก็ต้องแต่งงานกันก่อน’ เขาบอกยิ้ม ๆ ลูบศีรษะเล็กตรงหน้าพร้อมแววตารักใคร่ ลองถ้าไม่แต่งมันต้องมีตาอยู่มาคว้าพุงปลาไปแน่ เดี๋ยวนี้คนเราแคร์เรื่องผู้หญิงที่มีลูกแล้วเสียเมื่อไหร่ แล้วหนึ่งนางยังดีทุกอย่าง หน้าตาจิ้มลิ้มเวลาออเซาะก็ใช่ย่อย ยิ่งยามอารมณ์ดีเจ้าตัวจะพูดแจ้ว ๆ น่าเอ็นดูจะตายไปแล้วคนร้าย ๆ แบบนี้ถ้าเขาไม่ผูกไว้กับตัวได้ยกลูกให้เขาไปเหล่หนุ่มหล่อ ๆ แน่ แต่งแหละ ต้องแต่ง ถ้าไม่แต่งเขานี่แหละจะลำบาก“มันอาจจะเร็วไปหน่อยนะหนึ่ง เธอจะเสียชีวิตที่ควรจะมี แต่ฉันจะพยายามปรับให้มันลงตัว ให้เธอได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง”คำขอแต่งงานเรียบเรื่อยธรรมดาแต่หนึ่งนางก็ตื้นตันที่เขาทำให้“ฉันไม่ไปไหนหรอก”เขาหัวเราะ ตอนนี้ก็ยังหรอก แต่เดี๋ยวอีกหน่อยคร้านจะเบื่อหน้าเขาขอไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อย ๆ หากไม่เกิดเรื่องเธอก็จะได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นของตัวเองอีกนิด







