LOGINหนึ่งนางหลงรักเขามาตั้งเด็ก ๆ ส่วนเขาน่ะ 'เกลียด' เธอเข้าไส้ แค่เพราะว่าเธอเคยบอกใครต่อใครว่า 'อยากมีสามีรวย' // พวกผู้หญิงหิวเงิน
View More"คุณป้าคะ ถ้าคุณป้าใช้แชมพูที่หนึ่งรีวิวนะคะ หนึ่งรับรองได้เลยนะคะว่าลูกคุณป้าต้องไล่คุณป้าออกจากบ้านแน่ค่ะ"
"ว้าย ! ตายแล้ว" นางรวีวรรณยกมือทาบอก ห่อปากด้วยความตกใจไร้เดียงสาแม้วัยจะเกือบหกสิบเข้าไปแล้วแต่ยังทำราวกับตัวเองเป็นสาวรุ่นพุดโธ่พุดถังไปตามคำพูดหญิงสาวรุ่นลูก "ทำไมอย่างนั้นล่ะจ้ะหนูหนึ่ง แชมพูอาไร้ ใช้แล้วลูกจะไล่ออกจากบ้าน เกิดมาป้าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน"
"แหม..ก็พอใช้แล้วผมคุณป้าจะดกดำเงางามจนดูเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนเลยน่ะสิคะ หมอปราชกลับมาถึงบ้านนะคะ ก็ตกใจว่าแม่ไปไหน ทำไมมีพี่สาวคนนี้มาอยู่ที่บ้านแทน"
หนึ่งนางพูดได้ฉะฉานทั้งยังกะพริบตาปริบ ๆ หยอกเย้าผู้สูงวัยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่หญิงสาวกำลังยืนอยู่นี้ด้วย อาชีพหลักหนึ่งนางเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ปี 4 ผลการเรียนอยู่ในระดับกลาง กลางน้ำน่ะ หมายถึงจะจมแหล่ไม่จมแหล่ รอดมาได้สี่ปีเพราะบนบานศาลพระภูมิหน้าบ้านกับสารพัดมูเตลูเทพเจ้าทุกศาสนา เงินที่ได้จากทำงานพิเศษหมดไปกับการจ้างรถไปแก้บนเสียเป็นส่วนใหญ่
หญิงสาวเป็นคนหน้าตาจิ้มลิ้ม ตาโต จมูกรูปหยดน้ำ ปากอิ่มพริ้มเพรา ผมดำขลับดัดปลายดิจิตอลตามแฟชั่น สวมชุดนักศึกษาตึงเปรี๊ยะเหมือนพริตตี้จะไปล่อเสี่ยให้เลี้ยงข้าวมื้อหรูโรงแรมห้าดาว ส่วนอาชีพรองเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านทำผมชื่อดังที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แล้วยังมีช่องยูทูปชื่อหนึ่งนางรีวิวทุกอย่างบนโลกยอดคนดูหลักหมื่นบ้างแสนบ้างเป็นบางคลิปเกี่ยวกับการ 'รีวิวเครื่องสำอาง' ที่มีสโลแกนว่า 'รีวิวทุกเครื่องสำอางที่จะทำให้คุณสวยและมีผัวรวยไปด้วยกัน'
ปกติคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะคนแก่มักจะเรียกตัวหนึ่งนางไปสระผมให้ที่บ้าน หนึ่งในลูกค้าขาประจำของหญิงสาวนั้นคือนางรวิวรรณ อดีตแม่ค้าขายบัวลอยผู้ชื่นชอบผีมือการสระผมอันนิ่มนวลของหนึ่งนางเป็นที่สุด
เพียงแต่การนัดหมายจองคิวระหว่างทั้งสองคนจำเป็นต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน เหตุเพราะปราชญา ลูกชายของนางรวิวรรณกำชับเอาไว้ว่า
ห้าม ! จ้างเธอเด็ดขาด
เขาเป็นชายหนุ่มวัยสี่สิบสามปีที่ยังครองสถานะโสดด้วยวัน ๆ อาชีพหลักเป็นทันตแพทย์ ทำแต่งานขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน ใส่ฟันปลอม รักษาราก บลา บลา บลา และยังเป็นผู้บริหารสถาบันติวเตอร์สำหรับแพทย์และทันตแพทย์ชื่อดังอีก
รวย มะ หา ศาล ... ต้องลากเสียงอย่างนี้กันเลยทีเดียว ที่สำคัญยังโสด และสำคัญกว่านั้นคือ
เขาเกลียดเธอ ! นี่สำคัญที่สุด !!
เกลียดแบบไม่มีเหตุผล เกลียดแบบที่หนึ่งนางต้องเกาหัวแกรก ๆ เกลียดแบบวันนึงตื่นมาก็เกลียดกัน อะไรของเขาวะ ?? หนึ่งนางเคยสงสัยแบบนั้น
ดังนั้นมารดาของเขาจะต้องแอบ ๆ โทรหาเธอให้มาสระผมบ้างทำผมบ้างในช่วงที่ลูกชายไม่อยู่เท่านั้น !
"หนูหนึ่งนี่ก็" นางรวิวรรณฟาดปลายนิ้วบนแขนเรียวของหนึ่งนางเบา ๆ อีกข้างใช้ปิดปากแสดงอาการเขินอาย
หนึ่งนางอดขำไม่ได้
"พูดไป๊ ตาปราชน่ะเหรอจะจำแม่ไม่ได้เขารักแม่จะตายไป เออเนี่ย ! จะว่าไปกี่โมงแล้วเนี่ย" ผู้เป็นแม่สะดุ้งด้วยนึกขึ้นได้ว่าถึงแก่เวลาที่ลูกชายจะกลับบ้านแล้ว
หนึ่งนางสะดุ้งโหยง อย่าบอกนะว่าเขา..จะกลับมาแล้ว หญิงสาวตะปบกระเป๋าผ้าที่ได้มาจากการแลกแต้มในห้างสรรพสินค้า ขาที่ทั้งขาวทั้งเรียวก้าวกว้างไปข้างหน้าเตรียมวิ่ง หากนางรวีวรรณไม่พึมพำก่อนว่า
"เอ้อ ! ลืมไปตาปราชบอกว่าวันนี้จะไปสังสรรค์กับเพื่อนนี่นา" มารดาปราชญานั่งลงตามเดิม
โล่งอกไปที ! หนึ่งนางถอนหายใจจนอากาศหมดพุง
ขืนเจ้าของชื่อปราชญาหรือหมอปราชเห็นว่าเธออยู่ที่นี่เขาคงได้ตะเพิดเธอด้วยด้ามไม้กวาดข้อหาขัดคำสั่งก้าวล่วงเข้ามาในบ้านของเขาแบบนี้
หนึ่งนางก็ไม่อยากมานักหรอก หากมารดาเขาไม่จ้างมาสระผมให้ แล้วนางรวิวรรณก็เงินถุงเงินถัง จ่ายค่าจ้างดี๊ดีเสียด้วย ค่าสระผมถึงบ้านก็สามร้อย บางทีก็ชอบให้ทำผมทรงนั้นทรงนี้ให้เธอก็จะได้เพิ่มอีก ไม่นับทิปและอาหารอร่อย ๆ ที่นางรวิวรรณให้คนรับใช้ตักใส่ถุงให้ด้วย
คุ้มขนาดนี้ ! ต่อให้ต้องเข้าถ้ำเสือก็เอาล่ะ
"เห็นบอกไว้ว่าคงกลับดึก อาจจะสักตีหนึ่งตีสองเลยล่ะ"
"ดีจังเลยนะคะคุณป้า" วันนี้เธอจะได้ไม่ต้องเสียวสันหลังวาบ ๆ
นางรวิวรรณไม่ได้สนใจ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปทรงผมที่หนึ่งนางจัดส่งให้ไปอวดเพื่อนทางกรุ๊ปไลน์ คนแก่ไฉไลเซลฟี่อวดรูปบ้างอะไรบ้าง
"งั้นวันนี้หนูหนึ่งอยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะจ๊ะ กินคนเดียวมันเหงา"
"จะดีเหรอคะคุณป้า"
"ดีสิจ๊ะ ! กินกับตาปราชน่ะ นึกว่าอยู่ในค่ายทหาร นี่ยังดีไม่ให้ป้าตบฉากแล้วท่องข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้างไปด้วย"
ผู้เป็นมารดานินทาลูกชายจ้อย ๆ หนึ่งนางยิ้มแห้งลงไปอีก ถ้าเป็นแปลงดอกไม้ก็คงเป็นแปลงที่ขาดน้ำมาเสียหลายวัน หนึ่งนางเดินตามมารดาปราชญาไปที่โต๊ะอาหาร พอเห็นอาหารก็ตาโต ทั้งขาหมู หอยเชลล์อบ ไก่ทอดสมุนไพร บลาบลาบลา สมกับเป็นบ้านหมอปราชผู้ร่ำรวย อยากเก็บใส่กล่องล็อกไปแช่แข็งไว้อุ่นกินจริง พับผ่าสิ ! ที่ลังเลใจจึงเปลี่ยนเป็นนั่งลงบนเก้าอี้แทน รีบ ๆ กินรีบ ๆ ไปก็พอได้อยู่หรอก จะขัดผู้ใหญ่ก็เสียมารยาท
"กิน ๆ ดีกว่า จะได้กลับก่อนตาปราชจะมา เดี๋ยวโวยวายตีโพยตีพายน่าปวดหัว นี่ป้าไปบนพระตรีหน้าเซ็นทรัลไว้นะจ้ะว่าให้ตาปราชรีบ ๆ มีเมียไปสักที ไม่รู้ถึงคิวป้าหรือยังนะ"
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สมัยนี้คิวยาวจริง
"แต่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่พระตรีนี่คะคุณป้า" พระศิวะต่างหาก
"เอ้า !" มารดาหมอปราชหน้าเหวอ "จริงเหรอออ หนูหนึ่งแกงป้าหรือเปล่า" นางรวิวรรณหลับตาทำใจอยู่แป๊บนึงก่อนจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ครู่ต่อมาจึงเปิดเปลือกตาขึ้น เปรย ๆ ออกไปเหมือนปลอบใจตัวเองว่า "ป้าว่าเขาคงคุยกันได้อยู่หรอกมั้ง เทพเจ้าท่านน่าจะแบ่งงานกันง่ายกว่าเรานะ แบบตั้งจิตระลึกถึงปุ๊บคุยกันได้ปั๊บเลย ที่สำคัญนะถึงตาปราชจะเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ขี้โมโห พูดไม่เข้าหูคน เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ชอบบังคับแล้วก็ขี้หลงขี้ลืมไปบ้าง แต่เรื่องอื่นก็ดีอยู่น๊า"
หนึ่งนางหัวเราะแหะเดียว มากกว่านี้จะดูไม่งาม บางทีก็แยกไม่ออกว่านี่แม่หรือศัตรู บรรยายสรรพคุณเสียไม่มีชิ้นดี
แต่สรรพคุณของหมอปราชน่ะเธอรู้ดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน ที่แม่เขาบรรยายมาถูกเป๊ะ ! เธอแถมไม่มีเหตุผล เย่อหยิ่ง หน้าดุ เพิ่มให้อีกสามข้อ จะเพิ่มอีกก็ได้แหละแต่เห็นแก่ว่าตอนเด็ก ๆ เขาเคยติวหนังสือให้เลยไม่อยากทับถมไปด้วย
แต่ใคร้ ! ใครจะไปเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ หนึ่งนางจะแอบหลงรักทันตแพทย์หนุ่ม เอ้อ ! หนุ่มใหญ่แล้วกัน
หนึ่งนางน่ะเคยหลงรักเขาขนาดหมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นสามีให้ได้เชียวล่ะ
.........................................................
ปราชญาหันควับ วินาทีนั้นดวงตาคมก็เบิกกว้างตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภรรยายืนตัวเปียกปอนอยู่ด้านหลัง เธอรวบผมยาวเป็นมวยลวก ๆ แบบคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เนื้อตัวยังเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราวเป็นหย่อม ยกเว้นใบหน้าสวยที่เช็ดจนแห้งใสสะอาด“หนึ่ง” ปราชญากะพริบตาปริบ แทบไม่เชื่อสายตาว่าเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ เขาทำอะไรไม่ถูก เดินไปกดปลายบุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่แล้วก้าวเข้ามาหาเธอ“ไปไหนมาคะ” เธอถามราวกับเป็นเรื่องธรรมดา โผเข้ามาโอบเอวออเซาะแบบที่ชอบทำเวลาจะง้อ ใบหน้านุ่มละมุนแนบชิดอกเขากระทั่งปราชญารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น “หนึ่งรอตั้งแต่บ่าย” ก็เห็นออกจากบ้านมาตั้งแต่สิบโมง นึกว่าไม่เกินบ่ายเขาคงจะถึง ที่ไหนได้นี่ปาไปเกือบทุ่มกว่าเขาจะมาดวงตาหวานจิ้มลิ้มออดอ้อน ปราชญาทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าแม่เจ้าประคุณจะจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว“ทำไมอยู่ที่นี่”“ก็มารอพี่ปราช” ไม่พูดเปล่ายังแก
คนกำลังถูกสงสัยในความรักนั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ในห้องประชุม หลังมีคำสั่งอกมากะทันหันให้ไปประจำบูธเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารเสริมในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่จะถึงนี้ เรื่องงานน่ะหนึ่งนางสู้ไม่ถอยอยู่แล้วถ้าหากว่ามันจะไม่ตรงกับวันไปฮันนีมูน“พอดีวันนั้นหนึ่งจะไปต่างจังหวัดกับสามีน่ะค่ะ” เธอบอกอ้อมแอ้ม เพิ่งเข้ามาทำงานด้วย อุตส่าห์เลือกที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์เอาไว้แล้วเชียว“คุณเลือกเอาจะเอางานหรือเอาเที่ยว”ถ้าเที่ยวอื่นหนึ่งนางก็ไม่ขัด ยินดีจะเลื่อนออกไปเพื่อเปิดทางให้กับหน้าที่การงาน แต่นี่เป็นฮันนีมูนเล็ก ๆ ระหว่างเธอกับสามี ซึ่งตั้งแต่แต่งงานมาเธอกับเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้สวีทกันสองคนเลย หนำซ้ำช่วงนี้เธอยังผิดนัดเขาบ่อย ๆ ด้วยนี่ต้องผิดนัดกับเขาอีกแล้วเหรอ … ปราชญาโกรธเธอแน่ปราชญาไม่ได้โกรธ ตอนที่หนึ่งนางเอ่ยปากเรื่องที่บริษัทให้ไปออกบูธตรงกับวันที่นัดกันไว้ว่าจ
ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง หนึ่งนางจึงได้สิทธิ์ในการตั้งชื่อลูกหนึ่งรัก ปราชญาโอดครวญไม่จบว่าไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในชื่อลูกเลย เขาบ่นหงุงหงิงทุกวันจนหนึ่งนางต้องยอมให้ลูกชื่อเล่นว่าญาญ่า นับจากวันนั้นเสียงบ่นเขาจึงค่อยเงียบไปหนึ่งนางเลี้ยงลูกเองจนกระทั่งญาญ่าได้หนึ่งขวบ เธอก็ชักอยากจะมองหางานทำ ทั้งนางรวิวรรณและนางนวลสอางค์ก็เห็นด้วย หนึ่งนางยังสาวยังแส้จะมาอุดอู้อยู่ในบ้านไม่ได้แต่งตัวสวย ๆ นานวันไปชีวิตจะเฉาหลังญาญ่าได้ขวบปี สองแม่คือนางนวลสอางค์กับนางรวิวรรณก็ควบรวมมาอยู่บ้านหลังเดียวกันภายในชายคาบ้านของปราชญาเพื่อสะดวกในการช่วยเลี้ยงหลาน มีบ้างจะสลับไปบ้านของหนึ่งนางเวลานางนวลสอางค์ทำขนม ทั้งสองแม่อาสาเลี้ยงหลานสาวตัวเล็กให้ หนึ่งนางจึงขอไปทำงานออฟฟิศอย่างที่เคยฝัน"ก็ไปทำที่สถาบัน" ปราชญาออกคำสั่งเขาไม่เห็นด้วยที่หนึ่งนางจะไปสมัครงานที่อื่น พอร่างกายกลับเข้าที่เธอยิ่งสวยสะพรั่งเหมือนแตกเนื้อสาวยังไงชอบกล"หนึ่งอยากไปหาประสบการณ์ที่อื่นบ้า
หนึ่งนางสวมชุดแต่งงานสีขาว เดรสผ้าพลีทละมุนปล่อยชายทิ้งลงกับพื้นลากยาวราวกับหางปลา ช่วงไหล่เป็นซีทรูแขนกุดเผยผิวเนียนบางเบา ผมสีน้ำตาลรวยเป็นช่อด้านหลังสวยงาม วันนี้เธอแต่งหน้าหวานจัดโทนสีชมพูเข้ากับชุดที่พาให้หวานไปทั้งตัว ปราชญามองแล้วใจหาย จู่ ๆ ก็เกิดแวบขึ้นมาว่าไม่น่าท้องเลย ..ไม่งั้นคืนเข้าหอคงจะ ..แค่คิดเขาก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ลูกคงน้อยใจแย่ว่าพ่อเห็นแก่ได้ แต่ใจมันก็คิดถึงเรื่องอย่างว่าจริง ๆ ขนาดชุดแต่งงานตัวค่อนข้างใหญ่ยังเอาหน้าอกหน้าใจเธอไม่ลงเลย เห็นร่องอกอวบอิ่มนิดนึงใจเขาก็สั่น อดไม่ได้ต้องประทับจูบแนบริมฝีปากเป็นดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน“โรคจิต” ปากว่าแต่แววตาเอ็นดูหนึ่งนางจัดหูกระต่ายให้เจ้าบ่าวสุดหล่อแล้วมองเขาทั้งตัว ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่เหมือนคนอายุเลขสี่เลย ยังดูดีดูหล่อจนเธอไม่อยากให้ใครเห็น พวกเพื่อน ๆ สาว ๆ ของเธอต้องมองเขาตาวาวแน่หวงจัง“หล่อจังเ












reviews