INICIAR SESIÓNออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย
“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์
“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ
“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้
ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทย
สำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัส
แต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้
“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเปล่าครับเนี่ย ไอกัสคนขับรถมึงเขาเป็นคนดังเหรอ ไม่เห็นบอกเพื่อน” วายุว่าออกมาขำ ๆ
“กูจะไปรู้ไหม มึงก็ถามเขาเองสิ”
“นี่อย่าบอกนะว่าพี่เดย์เป็นเดือนมหาวิทยาลัย ไม่งั้นผมช็อกนะพี่” วายุหันไปมองหน้าพี่มันชัด ๆ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงอาการทุกข์ร้อนอะไร นอกจากทำหน้าเบื่อโลกใส่กลุ่มนักศึกษาที่มาขอถ่ายรูป
“แต่ถ้าพี่เป็นเดือนจริงตอนปีพวกผมประกวดพี่ก็ต้องไปมอบสายสะพายส่งตำแหน่ง แต่ผมจำได้ว่ามันไม่ใช่พี่” วายุผู้เรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดเองโดยที่ไม่ต้องรอคำตอบจากปากวันเดย์
พอได้ยินวายุบอกแบบนั้น แล้วถ้าวันเดย์คนนี้ไม่ใช่ทั้งเดือนมหาวิทยาลัย และไม่ใช่คนที่นามสกุลดัง แล้วอะไรคือเหตุผลที่เด็กภาคอินเตอร์จะไปรู้จักเขาได้กัน
แล้วยิ่งวายุพูดขึ้นมาเรื่อย ๆ ออกัสก็เริ่มสังเกตไปรอบ ๆ ตัวมากขึ้น ว่ามีคนให้ความสนใจคนขับรถของเขามากแค่ไหน และเขาก็ได้คำตอบทันทีว่าพี่มันคงจะดังมากแน่ ๆ เพราะทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองคนขับรถของเขากันหมด
บางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาแอบถ่ายพี่มันเอาไว้ แถมยังได้ยินเสียงแอบกรี๊ดเบา ๆ ของพวกสาว ๆ อีกด้วย
“พี่ไม่ได้เป็นเดือนอะไรทั้งนั้นแหละ” วันเดย์เอ่ยปฏิเสธวายุ
“ไม่รู้แล้ว ผมขอถ่ายรูปคู่กับพี่ไว้ก่อนดีกว่า ไอ้กัสถ่ายให้กูหน่อย” แล้ววายุก็จัดการยัดมือถือใส่มือของออกัสเป็นการบังคับโดยไม่ถามความเห็นสักคำว่าอยากจะถ่ายให้หรือเปล่า ก่อนเจ้าของมือถือจะดีดตัวลุกขึ้นเดินมานั่งเบียดตรงกลางระหว่างเขากับวันเดย์
“จะกลับได้ยัง เดี๋ยวไม่ทันมื้อเย็นนะ”
หลังจากเซลฟี่จนเพื่อนรักของออกัสพอใจ วันเดย์ที่ยืนอยู่ก็หันมาถามเขาทันที เหมือนกับว่าพี่มันก็อยากจะออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ คงเพราะยิ่งอยู่นานยิ่งตกเป็นเป้าสายตา จนนักศึกษาแถวนั้นพากันเดินเข้ามาถ่ายรูปกันเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
“ไอ้กัสนี่ก็เย็นมากละ กูกลับก่อนนะมึง พรุ่งนี้เจอกัน ไว้เจอกันนะครับพี่เดย์” วายุเหมือนจะตกใจเมื่อก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูของมัน
“ครับ กลับดี ๆ นะ” วันเดย์ตอบ
“เออ ๆ เจอกันมึง” วายุรีบเดินแยกไปอีกทาง ตอนนี้ก็เหลือแค่ออกัสที่นั่งกำลังจ้องหน้าวันเดย์อยู่
“ทำไม อยากถ่ายรูปคู่ด้วยหรือไง เอามือถือมาดิ เดี๋ยวจะถ่ายให้เป็นพิเศษเลย” วันเดย์จึงเอ่ยถาม
“ประสาท ผมจะอยากได้รูปพี่ไปทำไม เอาไปกันผีเหรอไง”
“ก็เห็นนั่งจ้องอยู่ สรุปจะกลับได้หรือยังไง”
“ก็ไปสิครับ มัวแต่พูดอยู่ได้” ออกัสได้แต่บ่นในใจก่อนจะเก็บกระเป๊าแล้วเดินตามวันเดย์ไปที่ลานจอดรถ
หลังจากที่วันเดย์มาส่งออกัสที่บ้านแล้ว เจ้าตัวก็รีบร้อนออกบ้านไป ให้เดาก็คงรีบไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านไอศกรีมที่เขาเคยเจอเมื่อคราวก่อนแน่ ๆ
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป
รุ่งเช้า“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เดย์”“กองไว้แถวนั้นแหละ เชิญขึ้นรถ” วันเดย์ตอบออกัสด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“วันนี้ผมอารมณ์ดี จะไม่ถือคำพูดพี่ก็แล้วกัน” ออกัสยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะเพราะพอออกัสตื่นเช้าขึ้นมาก็เจอกับวันเดย์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าข้อเสนอของเขา ทำให้คนตรงหน้าตัดสินใจได้ง่ายมากแค่ไหน“แล้วพี่ก็ไปลาออกงานพาร์ตไทม์ได้แล้วนะครับ แค่มาเป็นคนขับรถให้ผมอย่างเดียวก็พอแล้ว”“ไม่ออก เวลามันไม่ได้ชนกัน” วันเดย์รีบตอบกลับทันที“ทำไมพี่ถึงดื้อจัง มีงานสบาย ๆ ทำอย่างเดียวไม่ชอบ ชอบลำบากหรือไงครับ” ออกัสเลยบ่นให้อีกฝ่าย เพราะแค่มาขับรถให้เขาเงินเดือนก็มาพอแล้ว ยังจะต้องวิ่งไปทำงานข้างนอกอีกทำไม“มันเรียกว่าความรับผิดชอบ รู้จักไหม แต่ดูหน้าคงคิดว่าไม่รู้จัก ถ้างั้นมีหน้าที่แค่นั่งรถไปมหาวิทยาลัยก็นั่งไปเถอะ แล้วหยุดพล่ามด้วย รำคาญ” แล้วตลอดทางผมสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน วันเดย์ไม่สามารถเลือกทางอื่นได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าพี่เอกคนขับรถอีกคนต้องมาเดือดร้อนด้วย และพี่เขาก็คงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นจึงยอมมาขับรถส่งคุณหนูแบบเขาให้มันจบ ๆ ไประหว
“พ่อหมายถึง ลูกชายบ้านสิริโชคอำนาจเหรอครับ”“ใช่ เจ้านายพ่อเขาอยากได้คนขับรถให้ลูกชาย พ่อว่าก็ดีนะ เดย์จะได้พักที่นี่เลย ประหยัดค่าหอด้วย ได้ทำงานไปด้วยลูก ลูกชายเขาก็เรียนอยู่ที่เดียวกับเดย์เท่ากับประหยัดเรื่องค่าเดินทางไปอีก เดย์ว่าไงลูก” พ่อของเขาร่ายออกมายาว“…ได้ครับพ่อ” วันเดย์เงียบไปพักใหญ่ในการตัดสินใจ ก่อนจะตอบตกลงไป ไม่ใช่ว่าเขาอยากไปทำงานที่นั่น แต่เขาแค่อยากช่วยลดภาระพ่อกับแม่ก็เท่านั้นเพราะอย่างที่พ่อบอกกับเขาว่าทั้งค่าที่พักเดือนละหลายพัน ไหนจะค่าเดินทางอีกเดือนละหลายร้อยบาท ถ้าหากเขาสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนั้นไปได้คงจะช่วยพ่อกับแม่ได้อีกเยอะวันเดย์มานั่งเช็กตารางเรียนของตัวเองดู มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะปีสี่เขามีเรียนแค่ไม่กี่ตัว ส่วนใหญ่อาจารย์จะให้ทำวิจัยกับโปรเจกต์จบมากกว่า เวลาไม่ชนกันด้วย เขาจึงรับงานนี้ได้สบาย ว่าแต่เจ้านายของเขาเถอะ จะรู้หรือยังว่าคนขับรถคนใหม่เป็นใครแล้วนี่ผ่านมาแค่ 2 วันกับงานคนขับรถ แต่เป็นสองวันที่วันเดย์ต้องใช้ความอดทนมากถึงมากที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้ทั้งเรื่องที่ออกัสให้วันเดย์ไปเดินถือของเป็นสิบ ๆ ถุง ไหน







