Beranda / วัยรุ่น / Only one of ใยรักของใยบัว / ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

Share

ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 12:01:43

ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด

            เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูด

เสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่ง

เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้

แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดี

คนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆ

เธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ เหมือนคนทั่วไป แต่ทุกอย่างกับดูยากไปหมดสำหรับเธอในตอนนี้ ความหวาดกลัวในใจมันมีมากเกินกว่าจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับความทรงจำอันเลวร้ายที่ผ่านมา

ไม่เอาแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องจากไปอีกแล้ว

เสียงสะอื้นที่ดังเล็ดลอดออกมาเบา ๆ พร้อมกับร่างบางที่กำลังสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว ความรู้สึกของเธอกำลังดำดิ่งลงไปในห้วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง ราวกับตัวเธอกำลังจมหายไปในหลุมดำที่มืดสนิท ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ไม่มีแม้อากาศให้หายใจ

โลกทั้งใบบีบอัดเข้าหากันจนเธอแทบไม่เหลือที่ว่างสำหรับตัวเอง ลมหายใจติดขัด มือเย็นจนชา หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเจ็บหน่วงไปทั้งอก เธออยากร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับเบาลง เหมือนถูกความรู้สึกผิดทับจนกลายเป็นความเงียบงัน และในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินสติไปทั้งหมด ภาพของไอวาก็แทรกเข้ามาในหัวของเธอ

เพื่อน เพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ คนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอ โดยที่ไม่ต้องพูดหรือเอ่ยคำใดให้มากมาย

ใยบัวก็สูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติ ไม่ใช่เพื่อให้จิตใจของเธอเองสงบ แต่เพื่อรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเพื่อจะเดินกลับไป หาใครบางคนที่พอจะช่วยประคองความรู้สึกของเธอให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายนี้ไป

ใยบัวเริ่มยกมือขึ้นปาดซับน้ำตาอย่างลวก ๆ แล้วเริ่มก้าวออกไปจากจุดที่ตัวเองยื่นอยู่

ทุกย่างก้าวที่สั่นไหวเหยียบลงบนทางเดินทีละก้าว ช้า ๆ อย่างยากลำบาก แต่ใยบัวยังคงเดินพร้อมกับเสียงหัวใจที่บอกกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเธอยังไหว

เสียงลมหายใจของใยบัวดังสะท้อนในหูตัวเองขณะที่เธอค่อย ๆ เดินกลับไปทางลานเกียร์ โลกทั้งใบดูพร่าเลือนราวกับถูกห่อด้วยม่านน้ำตาที่เพิ่งปาดซับออกไปไม่นาน

สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของเธอ แต่กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเลยสักนิด มีเพียงความรู้สึกวูบโหวงในอกที่ทำให้เธออยากหยุดเดินทุก ๆ นาที

แต่สุดท้ายเธอก็ยังเดินต่อไป จนกระทั่งปลายเท้ามาหยุดยืนอยู่หน้าลานเกียร์ เสียงคนคุยกันเบา ๆ กระทบโสตประสาทจนเธอสะดุ้งวูบ หัวใจที่เพิ่งตั้งหลักกลับมาเต้นถี่ขึ้นอีกครั้ง

มือที่เริ่มนิ่งกลับสั่นระริกขึ้นมาใหม่ เธอกำชายเสื้อของตัวเองแน่นเพื่อพยายามไม่ให้ใครเห็นว่าร่างกายเธอสั่นเพียงใด แล้วสายตาก็เห็นเพื่อนของเธอกำลังยืนรออยู่

ไอวาหันมาทันทีที่เห็นเธอ แค่แวบแรก เรียวคิ้วบางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบก้าวตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลังเลแม้สักวินาทีเดียว

“ใยบัว…”

เสียงเรียกนั้นนุ่มลงกว่าปกติ คนตัวเล็กชะงักไปทันที ร่างกายแข็งทื่อ เหมือนกลัวจะถูกต่อว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น ใยบัวก้มหน้าลงทันที ก่อนจะถูกเพื่อนสนิทดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดเพื่อปลอบโยน

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” เสียงปลอบโยนสั่นนิด ๆ เหมือนตัวเองก็เจ็บตามไปด้วย

“บัวเก่งแล้ว เก่งมาก ๆ เลย”

คำพูดเรียบง่าย แต่ทำเอาใยบัวกลั้นสะอื้นแทบไม่อยู่ แรงสั่นสะท้านที่เคยเกิดขึ้นเพียงปลายนิ้วลามขึ้นไปทั้งตัว เหมือนความกลัวที่เธอพยายามกดไว้มานานกำลังไหลย้อนขึ้นมาอีกครั้ง

ไอวากอดเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วลูบแผ่นหลังของเธออย่างช้า ๆ ไม่เร่งรีบ ไม่ถาม แค่ให้เธอรู้ว่า ปลอดภัยแล้ว

ดวงตาของไอวาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ล้นออกทางสายตา เธอไม่รู้ว่าใยบัวเจอกับอะไรมาในไม่กี่นาทีที่เธอหายไป อาการแพนิคถึงได้กำเริบขึ้นมาแบบนี้

หากย้อนไปเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ใยบัวเหมือนคนที่หลุดออกจากโลกใบนี้ไปทีละนิด เธอเอาตัวเองออกจากทุกอย่าง ออกจากการพูดคุย ออกจากการใช้ชีวิตประจำวัน ออกจากสายตาของคนอื่น รวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยง แม้กระทั่งคนเป็นแม่ซะด้วยซ้ำ

เธอกลายเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมพูดคุย ไม่ยอมเปิดรับใครเขามาในพื้นที่ความรู้สึกของตัวเองอีกเลย

สมุดสีชมพูที่ใยบัวพกติดตัวเล่มแล้วเล่มเล่า กลายเป็นสะพานความรู้สึกเดียวที่เธออนุญาตให้ไอวาเดินข้ามเข้าไปในโลกที่ใยบัวสร้างไว้

ลายมือเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนตอบโต้ระหว่างเธอกับใยบัว มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ก็ซ่อนความโหยหาที่อยากจะมีขอใครสักคนช่วยเธอขึ้นมาจากกับดักความรู้สึกผิดนี้ไว้เช่นกัน

ไอวารู้… ว่าเพื่อนของเธอกำลังพยายามอย่างสุดกำลัง แม้วันนี้จะเป็นวันที่ใยบัวเกือบล้มอีกครั้ง แต่แค่ที่เธอเดินกลับมา แค่ที่เธอยืนนิ่ง ๆ ให้ไอวากอด แค่ที่เธอไม่ได้ซ่อนตัวหนีไปไกลกว่านี้มันก็คือ “ความกล้าของใยบัว” ในแบบที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น แต่ไอวารู้ดีที่สุด

เสียงสะอื้นของใยบัวค่อย ๆ เบาลงตามจังหวะลมหายใจที่เริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ไอวาก็ค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกทีละนิด สายตายังคงมองหน้าใยบัวด้วยความเป็นห่วงไม่ลดลงแม้แต่น้อย

“ดีขึ้นหรือยัง”

เสียงใสถามเบา ๆ ใยบัวหลบตาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่ไอวาก็เห็นได้จากการที่มือของเธอสั่นน้อยลงกว่าเมื่อครู่

“ถ้ารู้สึกไม่ไหวอีก บอกฉันทันทีนะ”

คนตัวเล็กเม้มปากนิดหนึ่งแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ ความรู้สึกบีบแน่นที่หัวใจ และความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป

ไอวาพยายามลอบสังเกตอาการของเพื่อนสนิทจากการกระทำง่าย ๆ ของคนตรงหน้า ทุกอย่างล้วนสะท้อนความกล้า และความพยายาม มันเป็นสัญญาณหนึ่ง…ว่าใยบัวกำลังพยายามพาตัวเองกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยอะไรไปมากกว่านี้ ลานเกียร์ด้านหน้าเริ่มมีเสียงโหวกเหวกดังขึ้น เสียงของรุ่นพี่สันทนาการกำลังเรียกให้ทุกคนทยอยรวมกลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมสุดท้ายคือการจับสายรหัส

ไอวาเหลือบมองไปทางเสียงนั้น ก่อนจะหันกลับมาหาใยบัวอีกครั้ง ด้วยความเป็นห่วง

“ไหวไหม หรืออยากให้เราบอกรุ่นพี่ให้หรือเปล่า”

เธอพูดออกมาเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นกังวล เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้เพื่อนต้องฝืน

ใยบัวเงยหน้ามองกลุ่มนักศึกษาที่เริ่มยืนล้อมกันเป็นวง เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงลมพัดผ่านอาคาร ทั้งหมดมันดูไกลออกไปเหมือนคนละโลกกับอารมณ์ของเธอในตอนนี้

หัวใจของใยบัวเต้นช้าลงกว่าเมื่อครู่ แต่ยังมีความปรารถนาเล็ก ๆ แทรกอยู่ทุกจังหวะ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะทำยังไงกับตัวเองต่อไป

ไอวาสังเกตเห็นท่าทีลังเลนั้น เพียงเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีถึงความต้องการส่วนลึกในจิตใจของเพื่อนสนิท จึงยื่นมือไปแตะหลังมือของใยบัวเบา ๆ

“เราไปด้วยกันนะ”

คำพูดสั้น ๆ แต่มีน้ำหนักมากพอจะช่วยสร้างความกล้าให้กับคนตัวเล็กได้อีกครั้ง ใยบัวสูดลมหายใจลึกสุดแรง ไม่ใช่เพื่อให้ความกลัวนั้นหายไป

แต่เพราะเธอไม่อยากหนีมันอีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยเธอยังอยากรักษาความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่นี้ไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไปกัน”

ข้อความสั้น ๆ ถูกเขียนลงบนฝ่ามือไอวาช้า ๆ กลับสร้างรอยยิ้มบาง ๆ ให้ไอวาได้จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน ก่อนจะเดินเคียงกันไปทางลานเกียร์ในช่วงท้าย ๆ แถว เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องฝืนตัวเองมากเกินไป

ใยบัวเดินช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ทุกก้าวมั่นคงขึ้นกว่าตอนที่เธอเดินกลับมาคนเดียว

เสียงรุ่นพี่ประกาศให้ปีหนึ่งยืนเข้าแถวเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจะไปสะดุดกลับร่างสูงของผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง

 ไม่รู้ว่าเขามองมาที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สายตาที่เขากำลังมอง มันดูเรียบนิ่ง จนไม่สามารถคาดเดาได้และไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไร

เขาก็คงเหมือนคนอื่น ๆ เหมือนทุกคนที่เคยมองเธอในแบบเดียวกัน ใยบัวหลบสายตาลงแทบทันที เป็นแบบมันก็ดีแล้ว… ดีแล้วที่เราจะไม่รู้จักกัน ดีแล้วที่เขาจะไม่เข้ามาในโลกของเธอ ดีแล้วที่เธอไม่ได้พูดอะไรกับเขาสักคำ

เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะคำพูดของเธออีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความแตกต่างของคนสองคน

    สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็นมังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายเต็มไปหมด“คืนนี้สนใจเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยแก้เหงาสักคนไหม”เดรกที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากสนามโยนผ้าขนหนูมาพาดไหล่แกร่ง เดินตรงเข้ามา พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนส่งทุกอย่างไปให้นับหนึ่งที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำใจยอมรับมา“ไม่วะ มีแต่เดิม ๆ”มังกรตอบกลับสั้น ๆ สายตายังคงไม่ละจากสนาม ที่นี่คือสนามแข่งรถของครอบครัวเขา เป็นสถานบริการความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอำนาจที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด“ทำไม! กำลังคิดเรื่องเด็กคนนั้น?”เดรกยังคงถามต่อพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิด ๆอย่างรู้ทันความคิดของกันและกันมังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับ แต่เพียงแค่หันไปมองเพื่อนทั้งสี่คนที่กำลังจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   สายตาของมังกร

    เสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอดร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง“เดี๋ยว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

    ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูดเสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่งเธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดีคนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆเธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ

  • Only one of ใยรักของใยบัว   เสียงที่อยากได้ยิน

    หลายเดือนต่อมา “เดียวบัวมานะ” ข้อความสั้น ๆ จากปลายปากกาสีน้ำเงินถูกขีดเขียนลงไปในสมุดโน้ตเล็ก ๆ สีชมพูของใยบัว ก่อนจะถูกยื่นส่งไปตรงหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธออย่าง ไอวา“ไปหาน้องหมาอีกแล้วเหรอ”เธอหันกลับไปถามบัวบูชา หรือใยบัวที่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะรวบสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ แล้วรีบเดินออกไปไอวามองแผ่นหลังบางที่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากลานเกียร์ไปทีละก้าว ความจริงเธออยากคว้ามือเพื่อนไว้ อยากบอกให้ใยบัวหยุดอยู่ตรงนี้ด้วยกัน เพราะกิจกรรมรับน้องกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว และเพื่อนของเธออาจจะโดนรุ่นพี่ทำโทษที่มาช้าหรืออาจจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับเกียร์ตอนท้ายเทมออีกแต่พอคิดถึงภาพรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของเพื่อนสนิทในตอนที่กำลังเล่นกับน้องหมา ไอวาก็ได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงคออย่างเงียบงันเพราะตั้งแต่ที่ใยบัวฟื้นขึ้นมาจากที่โรงพยาบาล ก็ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใยบัวยังเป็นใยบัวที่อ่อนโยน แต่บางสิ่งในตัวเธอกลับหายไป เรียกว่านับจากวันนั้นที่เกิดเรื่องเธอก็ไม่เคยได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองอีกเลยสักครั้งเดี

  • Only one of ใยรักของใยบัว   พลัดพราก

    ตลาดคารวยสุข“แม่...เข้าไปพักก่อนก็ได้จ๊ะ คนเริ่มน้อยแล้วเดียวหนูเฝ้าหน้าร้านเอง”“บัวนั้นละ ไปอ่านหนังสือเถอะลูก เดียวจะเปิดเทมอแล้วไม่ใช่เหรอ”เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของใยบัวเด็กสาวตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแม่ พร้อมกับจัดเรียงผลไม้บนแผงให้สวยงาม ง่ายต่อการเลือกซื้อภาพของสองแม่ลูกที่ช่วยกันจัดร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ดูจะเป็นภาพชินตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาด เพราะใคร ๆ ต่างก็เอ็นดูใยบัวที่เป็นเด็กขยัน เรียนดี ช่วยแม่ทำมาหากิน อีกทั้งล่าสุดเธอยังสอบติดมหาลัยชื่อดัง แถมยังได้ทุนการศึกษาจนเรียนจบเพราะคะแนนสอบสูงเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วยโครม!ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่นักถูกโยนลงมาใส่กลางแผงผลไม้ พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายืนเท้าเอวชี้หน้าเธอกับแม่เสียงดังลั่นจนกลุ่มคนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ๊หงส์ คุณนายเจ้าของร้านทองในตลาด ถึงได้มาโวยวายที่แผงผลไม้เล็ก ๆ ในตลาด“นี่อีพราว มีเวลาก็หัดสั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะ อย่าคิดริอาจมาจับลูกชายฉัน เป็นแค่ลูกคนขายผลไม้จน ๆ ริอาจใฝ่สูงอยากได้ลูกชายเจ้าของร้านทอง”เจ๊หงส์ แม่ของเก่งยืนเท้าสะเอวมองสองแม่ลูก ใบหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status