Beranda / วัยรุ่น / Only one of ใยรักของใยบัว / ความแตกต่างของคนสองคน

Share

ความแตกต่างของคนสองคน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-28 17:18:57

สนามแข่งรถ

เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็น

มังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายเต็มไปหมด

“คืนนี้สนใจเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยแก้เหงาสักคนไหม”

เดรกที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากสนามโยนผ้าขนหนูมาพาดไหล่แกร่ง เดินตรงเข้ามา พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนส่งทุกอย่างไปให้นับหนึ่งที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำใจยอมรับมา

“ไม่วะ มีแต่เดิม ๆ”

มังกรตอบกลับสั้น ๆ สายตายังคงไม่ละจากสนาม ที่นี่คือสนามแข่งรถของครอบครัวเขา เป็นสถานบริการความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอำนาจที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด

“ทำไม! กำลังคิดเรื่องเด็กคนนั้น?”

เดรกยังคงถามต่อพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิด ๆอย่างรู้ทันความคิดของกันและกัน

มังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับ แต่เพียงแค่หันไปมองเพื่อนทั้งสี่คนที่กำลังจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว ราวกับกำลังรอคำตอบบางอย่างที่เขาไม่มีทางพูดออกไป

แต่ด้วยความที่อยู่กันมานานพอจะอ่านสีหน้ากันออกจนรู้ทันความคิดกันและกัน จึงมีเพียงสายตากดดันปนเอื้อมระอาของทุกคนที่มองเท่านั้น

แล้วแบบนี้เขาจะต้องพูดอะไรกับพวกมันอีก

เพราะนอกจากนับหนึ่งซึ่งมารู้จักกันตอนเรียนที่นี่ คนที่เหลือล้วนเกิดและเติบโตมาในโลกเดียวกันกับเขา โลกของทายาทตระกูลมาเฟียอิตาลีอย่างเวริส

เดรก เคลลีย์ เวนิส รวมถึงเขาย้ายมาเรียนต่อที่ไทยและตั้งหลักปักฐานที่นี่หลายปีแล้ว จะมีเพียงนีฟส์และไนท์ที่เป็นรุ่นน้องของเขาที่ยังอยู่ทางอิตาลี ด้วยหน้าที่และตำแหน่งที่ทำให้พวกนั้นยังตามมาไม่ได้

แต่มังกรรู้ดีว่ามันคงอีกไม่นาน โดยเฉพาะไนธ์คู่หมั้นของเวนิส ที่คงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองอยู่ไกลสายตานานไปมากกว่านี้

            “ดูมึงจะสนใจเด็กคนนั้นมากนะ”

            “…”

            เดรกยังคงถามต่อด้วยความรู้สึกแปลกใจ พร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันจรดริมฝีปากแล้วกลืนของเหลวนั้นลงคอรวดเดียวจนหมด

            “ชอบ หรือ แค่อยากได้”

            “ยังไม่ได้คิด”

น้ำเสียงทุ้มต่ำตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระ เพราะมันคือเรื่องจริง เขาไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้จริง ๆ

            “งั้นนายไปวุ่นวายคนอื่นเหอะ น้องดูไร้เดียงสาเกินไปเห็นแล้วสงสาร”

            มังกรหันไปมองตามเสียงของเคลลีย์ หญิงสาวที่นัยน์ตาสองสีเหมือนกับคุณป้าซินลาเรียแม่ของเธอ อีกทั้งเธอยังเป็นฝาแฝดกับเดรกและมีฐานะเป็นลูกสาวบุญธรรมของพ่อเขาอีกด้วย

แต่สิ่งที่เคลลีย์พูดมาก็เป็นเรื่องจริง ใยบัวดูไร้เดียงสา ดูบอบบางความใสซื่อบริสุทธิ์นั้นไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอก หากเป็นความรู้สึกบางอย่างที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น แม้แต่เคลลีย์ซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกันยังรับรู้ได้ถึงความแตกต่างนั้น

หากวางทั้งคู่ไว้ข้างกัน ใยบัวช่างต่างออกไปอย่างชัดเจน คนตัวเล็กของเขาดูขาวสะอาด บอบบาง ราวกับเส้นใยของดอกบัวที่แสนบอบบาง

‘อ่าส์ คนตัวเล็กของเขางั้นเหรอ’

แค่เผลอคิดว่าเธอเป็นของเขาเพียงแค่แว๊บเดียว หัวใจของเขาก็เต้นแรงราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นที่ถูกใจ ก่อนจะหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เพราะเสียงของเดรกที่ดังแทรกเข้ามา

“กูก็ไม่เคยเห็นมึงลังเลที่อยากจะได้ ผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน”

“หึ ก็คนอื่นไม่มีอะไรน่าสนใจ”

“แล้วเด็กคนนั้นมีอะไรให้นายสนใจ”

เคลลีย์ถามเพื่อนตัวเองออกไปตรง ๆ ที่ผ่านมามังกรอาจจะมีผู้หญิงผ่านเข้ามาบ้าง แต่พวกเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร มันเป็นเรื่องส่วนตัว จนกระทั้งวันนี้ที่ทุกคนเห็นการกระทำเล็ก ๆ ของมังกรวันนี้ที่ดูต่างออกไป

ใครจะคิดว่าคนที่นิ่งขรึม เฉยชากับทุกสิ่งบนโลก ใช้ชีวิตสนใจแค่ความเร็วบนสนาม จะมีสายตาที่อบอุ่น และปฏิบัติกับผู้หญิงคนหนึ่งได้อ่อนโยนขนาดนั้น แต่เด็กคนนั้นก็ดูมีอะไรบางอย่างที่ชัดเจน อีกทั้งยังดูบอบบางเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

มังกรเงียบไปครู่หนึ่ง ชวนให้คิดถึงสัมผัสจากปลายนิ้วมือเล็ก ๆ ที่ตั้งใจเขียนตัวอักษรลากลงบนฝ่ามือเขา เพียงแค่นั้นก็ทำเอาคนนิ่งเงียบอย่างมังกรหลุดยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย

“กูแค่รู้สึกว่า…” มังกรพูดช้า ๆ เหมือนเลือกคำที่ใกล้เคียงกับความรู้สึกของเขาตอนนี้มากที่สุด

“อยู่ใกล้แล้วมันสบายใจ”

ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที นับหนึ่งที่ยืนฟังอยู่เงยหน้าขึ้นมองเขานิดหนึ่ง ก่อนถูกผ้าขนหนูสีขาวที่พาดบนไหล่กว้างของ  เดรกโยนคลุมลงมาบนหัวเธอ

“แบบนั้นแหละ ยิ่งอันตราย” เวนิสพูดเบา ๆ

“…”

“เพราะความสบายใจมันจะทำให้นายเผลอคิดว่า มันปลอดภัยจนไม่ระวังหัวใจตัวเอง”

มังกรไม่เถียง เพราะเขาเองก็เริ่มรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายมีตัวตนต่างกับโลกที่เขาอยู่ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ นั้น กับกลิ่นหอมอ่อน ๆ บนตัวเธอ ทำให้ทุกอย่างรอบตัวเขาดูช้าลง เพราะถึงแม้ฉากหน้าเขาอาจจะเป็นเพียงนักศึกษา แต่เบื้องหลังธุรกิจและครอบครัวเขาก็คือทายาทของมาเฟียอยู่ดี

“จะทำอะไรก็คิดให้ดี”

เดรกยืนขึ้นเป็นคนแรก สายตาเหลือบไปมองเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังจัดการทรงผมของตัวเองที่ยุ่งเหยิงเพราะผ้าที่เขาโยนใส่ ก่อนลากแขนนับหนึ่งให้เดินตามเขาไปโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองมา

“อย่าลืมว่าโลกของเรากับเขาต่างกัน ถ้าไม่อยากปกป้องจริง ๆ ก็อย่าลากเข้ามา”

แต่ก่อนที่เดรกจะเดินออกไปไกล เขาหันกลับมามองมังกรอีกครั้ง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานิ่งเรียบ และจริงจังมากกว่าปกติ เพราะครั้งนี้มันคือการเตือนสติ ถึงแม้พวกเขาจะยังไม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเต็มตัว แต่ยังไงในอนาคตพวกเขาก็หนีจากภาระหน้าที่พวกนี้ไม่ได้อยู่ดี

 “กลับกันเถอะ ฉันเบื่อหน้าพวกนายจะแย่”

เคลลีย์คว้ากุญแจรถขึ้นมา ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเวนิสที่กำลังหัวเสียกับข้อความในโทรศัพท์จากใครบางคน

มังกรมองตามหลังเพื่อน ๆ ที่เดินออกไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะก้าวขาตามออกไป เขาหันกลับไปมองสนามอีกครั้ง มองพื้นที่ที่เขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้เสมอ

แต่ในวันนี้ ในหัวของเขากลับมีแต่รอยยิ้มเล็ก ๆ และเสียงหวานนั้นที่ได้ยินเพียงไม่กี่ครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ดั่งใจเหมือนที่มาผ่าน

ชุมชนหลังตลาดคารวยสุข

แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมข้างเตียงสาดลงบนผนังห้องเป็นเงาดำ ใยบัวนั่งอยู่บนเตียงเล็ก ๆ มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกคลุมจนถึงต้นขาอ่อน ใยบัวเธอใช้เวลาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีการพูดคุยใดๆระหว่างเธอกับแม่

ไม่ใช่ว่าเธอโกรธแม่ ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักแม่ แต่ทุกครั้งที่เธอจะพูดอะไรออกไป ความทรงจำเลวร้ายเล่านั้นก็ตีย้อนขึ้นมาจนจุกอก

เธอนึกถามตัวเองทุกครั้งว่า หากวันนั้นแม่ไม่ได้ดึงรั้งเธอไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นจะเปลี่ยนไปจากตอนนี้หรือเปล่า หรือเธออาจจะไม่ต้องทนแบกความรู้สึกผิดนี้ไว้พร้อมความทุกข์ทรมานนี้ก็ได้ แต่อีกใจเธอก็รู้ดีว่าแม่ทำไปเพราะสัญชาตญาณที่รักและเป็นห่วงเธอเท่านั้น

บรรยากาศในห้องนอนเล็ก ๆ เงียบสนิท จนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดกว่าปกติ ในเวลานี้เธอควรจะหลับไปแล้ว แต่ดวงตากลับยังเปิดอยู่

ใยบัวก้มลงมองสมุดเล่มเล็กสีชมพูที่วางอยู่บนตัก หน้าเดียวกับที่ใครบางคนลากเส้นวาดกิ่งไม้ ชิงช้า และเงาของคนสองคนลงไป

เธอใช้ปลายนิ้วแตะกระดาษเบา ๆ พร้อมกับคิดถึงความรู้สึกของใครบางคนที่เป็นคนลากเส้นภาพนี้ออกมา

คนตัวเล็กขยับขาให้ตั้งชันขึ้นมาอีกนิด ดวงตากลมโตกวาดมองภาพวาดอย่างตั้งใจ จนเผลอยิ้มบาง ๆ อย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเม้มปากแน่น เหมือนกำลังเตือนตัวเองไม่ให้เผลอรู้สึกมากเกินไปกว่านี้

ครืดดด

เสียงโทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะข้างหัวเตียงทำให้ใยบัวสะดุ้งตกใจ ไม่ใช่สายเรียกเข้า แต่เป็นข้อความจากไอวา ร่างบางเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตามองหน้าจอที่สว่างวาบ

ไอวา: นอนหรือยัง

ใยบัว: ยัง แต่กำลังจะนอนแล้ว

ไอวา: วันนี้ใยบัวของไอวาเก่งมากนะ เดียวพรุ่งนี้เราจะไปรับที่เดิม รอนะรู้ไหม บาย

ใยบัว: อืม ขอบคุณนะ บาย

คนตัวเล็กวางโทรศัพท์ลงที่เดิม แต่หัวใจกลับยังไม่ยอมสงบ เพราะในหัว…กลับมีอีกคนหนึ่งแทรกอยู่ในความคิดของเธอเงียบ ๆ

ใยบัวลุกจากเตียง เดินไปเปิดหน้าต่างบานเล็ก ปล่อยให้สายลมเย็นยามค่ำพัดผ่านเข้ามา แม้ทุกอย่างจะดูเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่มีอย่างหนึ่งที่ยังตอกย้ำว่าเธอยังคงติดอยู่ที่เดิม

หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง เหมือนพยายามเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ก่อนจะกลับมานั่งที่เตียงอีกครั้ง

ร่างบางหยิบดินสอขึ้นมาเติมเส้นเงาเล็ก ๆ ใต้เท้าทั้งสองคน เพื่อให้ภาพวาดในมือเธอดูสมบูรณ์มากขึ้น ด้วยความหวังว่าเธอจะสามารถมีเพื่อนใหม่แบบเดียวกับทั้งสองคนที่อยู่ในภาพวาดได้ในสักวัน

ใยบัวปิดสมุดลงแล้ววางมันไว้ข้างหมอน ก่อนจะเอนตัวลงนอน ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมถึงอก ดวงตาค่อย ๆ ปิดลงในความเงียบของค่ำคืน หลังจากนั้นไม่นานร่างบางก็ดิ่งลงไปในห้วงนินทาพร้อมลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

หัวใจที่เคยระแวดระวังตลอดเวลา ยอมผ่อนคลายลงเป็นครั้งแรก พรุ่งนี้… เธอไม่รู้ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป แต่คืนนี้เธอหลับได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะฝันร้าย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความแตกต่างของคนสองคน

    สนามแข่งรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ กลืนกินเสียงลมที่พัดผ่านอัฒจันทร์ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นยางรถไหม้จาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศยามเย็นมังกรนั่งพิงกำแพงพิทในท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งหมุนฝาขวดน้ำ อีกมือยังคงถือหมวกกันน็อกไว้บนตัก สายตาคมทอดยาวไปตามโค้งแรกของสนาม เหมือนกำลังมองเส้นทางที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวายเต็มไปหมด“คืนนี้สนใจเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยแก้เหงาสักคนไหม”เดรกที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากสนามโยนผ้าขนหนูมาพาดไหล่แกร่ง เดินตรงเข้ามา พร้อมกับยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนส่งทุกอย่างไปให้นับหนึ่งที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำใจยอมรับมา“ไม่วะ มีแต่เดิม ๆ”มังกรตอบกลับสั้น ๆ สายตายังคงไม่ละจากสนาม ที่นี่คือสนามแข่งรถของครอบครัวเขา เป็นสถานบริการความบันเทิงทุกรูปแบบครบวงจร ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอำนาจที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด“ทำไม! กำลังคิดเรื่องเด็กคนนั้น?”เดรกยังคงถามต่อพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิด ๆอย่างรู้ทันความคิดของกันและกันมังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ปฏิเสธ และไม่ยอมรับ แต่เพียงแค่หันไปมองเพื่อนทั้งสี่คนที่กำลังจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   สายตาของมังกร

    เสียงหวีดนกของรุ่นพี่สันทนาการดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน ทำให้นักศึกษาปีหนึ่งที่กระจัดกระจายตามจุดต่าง ๆ ค่อย ๆ ขยับมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งตามรายภาควิชา บริเวณหน้าลานเกียร์“ปีหนึ่งทุกคน เข้าแถวรวมกลุ่มตามรายภาควิชานะครับ! กิจกรรมสุดท้ายในวันนี้ เราจะมาจับสายรหัสกัน!”เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ดังเป็นจังหวะ เสียงพูดคุยของทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังไปทั้งบริเวณ แต่สำหรับใยบัว มันคือเสียงที่ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นใหญ่ที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดบางจังหวะ“เราอยู่ตรงนี้ บัวไม่ต้องกลัว”ใยบัวพยักหน้ารับ เธอไม่ได้หวาดกลัวผู้คน แต่ทุกครั้งที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่ยังไม่คุ้นชิน เธอมักจะตื่นตระหนกและกังวลง่ายกว่าปกติคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังไม่กล้ามองไปรอบ ๆ มากนัก เธอพยายามทำให้ตัวเองลีบเล็กมากที่สุด เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจในสายตาใคร โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาหนึ่ง…ที่มองเห็นเธออยู่ตลอดร่างสูงในเสื้อช้อปสีแดงยืนอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มทอดสายตานิ่ง ๆ มาทางเธอ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่ความนิ่งนั้นกลับดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้างได้ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิง“เดี๋ยว

  • Only one of ใยรักของใยบัว   ความพยายามที่คนอื่นมองไม่เห็น

    ใยบัวเดินออกมาจากใต้ร่มไม้ใหญ่ ด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าราวกับอากาศร้อนระอุ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยสายลมเย็นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอยู่ในหัวและค่อย ๆ บีบหัวใจของเธอให้ทำงานช้าลงจนน่าอึดอัด เธอไม่ได้พูดกับเขา ไม่ได้พูด ไม่ได้พูดเสียงในหัวของใยบัวยังคงดังซ้ำ ๆ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ก้มมองมือเรียวที่ยังสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดในกายหยุดไหลไปครู่หนึ่งเธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับให้มือนิ่ง แต่ยิ่งพยายาม ทั้งมือและร่างกายของเธอก็ยิ่งสั่นไหวมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมร่าบางหันกลับไปมองยังจุดที่เธอเพิ่งเดินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะคิดยังไง ที่เธอเดินหนีออกมาดื้อ ๆ แบบนี้แต่เธอจะรู้สึกแบบไหน แล้วมันจะยังไงละ คนแบบเธอไม่ควรรู้จักใครทั้งนั้น เพราะหาทุกคนรู้ว่าว่าเธอเคยทำเรื่องเลวร้ายมากขนาดไหน ทุกคนก็ต้องถอยห่างจากเธออยู่ดีคนตัวเล็กทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ก่อนจะก้มหน้าซบกับเรียวแขนของตัวเอง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลนองออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวขึ้นซ้ำ ๆเธอแค่อยากใช้ชีวิตปกติ

  • Only one of ใยรักของใยบัว   เสียงที่อยากได้ยิน

    หลายเดือนต่อมา “เดียวบัวมานะ” ข้อความสั้น ๆ จากปลายปากกาสีน้ำเงินถูกขีดเขียนลงไปในสมุดโน้ตเล็ก ๆ สีชมพูของใยบัว ก่อนจะถูกยื่นส่งไปตรงหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธออย่าง ไอวา“ไปหาน้องหมาอีกแล้วเหรอ”เธอหันกลับไปถามบัวบูชา หรือใยบัวที่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะรวบสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ แล้วรีบเดินออกไปไอวามองแผ่นหลังบางที่พยักหน้ารับ ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากลานเกียร์ไปทีละก้าว ความจริงเธออยากคว้ามือเพื่อนไว้ อยากบอกให้ใยบัวหยุดอยู่ตรงนี้ด้วยกัน เพราะกิจกรรมรับน้องกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าแล้ว และเพื่อนของเธออาจจะโดนรุ่นพี่ทำโทษที่มาช้าหรืออาจจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับเกียร์ตอนท้ายเทมออีกแต่พอคิดถึงภาพรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของเพื่อนสนิทในตอนที่กำลังเล่นกับน้องหมา ไอวาก็ได้แต่กลืนคำพูดทั้งหมดลงคออย่างเงียบงันเพราะตั้งแต่ที่ใยบัวฟื้นขึ้นมาจากที่โรงพยาบาล ก็ได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใยบัวยังเป็นใยบัวที่อ่อนโยน แต่บางสิ่งในตัวเธอกลับหายไป เรียกว่านับจากวันนั้นที่เกิดเรื่องเธอก็ไม่เคยได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองอีกเลยสักครั้งเดี

  • Only one of ใยรักของใยบัว   พลัดพราก

    ตลาดคารวยสุข“แม่...เข้าไปพักก่อนก็ได้จ๊ะ คนเริ่มน้อยแล้วเดียวหนูเฝ้าหน้าร้านเอง”“บัวนั้นละ ไปอ่านหนังสือเถอะลูก เดียวจะเปิดเทมอแล้วไม่ใช่เหรอ”เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของใยบัวเด็กสาวตัวเล็ก ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นแม่ พร้อมกับจัดเรียงผลไม้บนแผงให้สวยงาม ง่ายต่อการเลือกซื้อภาพของสองแม่ลูกที่ช่วยกันจัดร้านด้วยรอยยิ้มสดใส ดูจะเป็นภาพชินตาของเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาด เพราะใคร ๆ ต่างก็เอ็นดูใยบัวที่เป็นเด็กขยัน เรียนดี ช่วยแม่ทำมาหากิน อีกทั้งล่าสุดเธอยังสอบติดมหาลัยชื่อดัง แถมยังได้ทุนการศึกษาจนเรียนจบเพราะคะแนนสอบสูงเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วยโครม!ถังน้ำขนาดไม่ใหญ่นักถูกโยนลงมาใส่กลางแผงผลไม้ พร้อมกับหญิงวัยกลางคนที่เดินเข้ามายืนเท้าเอวชี้หน้าเธอกับแม่เสียงดังลั่นจนกลุ่มคนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ๊หงส์ คุณนายเจ้าของร้านทองในตลาด ถึงได้มาโวยวายที่แผงผลไม้เล็ก ๆ ในตลาด“นี่อีพราว มีเวลาก็หัดสั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะ อย่าคิดริอาจมาจับลูกชายฉัน เป็นแค่ลูกคนขายผลไม้จน ๆ ริอาจใฝ่สูงอยากได้ลูกชายเจ้าของร้านทอง”เจ๊หงส์ แม่ของเก่งยืนเท้าสะเอวมองสองแม่ลูก ใบหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status